วันเวลาปัจจุบัน 18 ส.ค. 2019, 04:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 53 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 14:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 18:06
โพสต์: 19

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ คุณทักทาย และคุณมานิตา
ขอบคุณมากจริงๆที่ให้กำลังใจ

รับรองกับตัวเองได้ว่าไม่เคยกอล่อกอติกหรือคิดแย่งเลย
แค่คิดในใจคนเดียวโดยไม่เคยแสดงอะไรให้เขารู้ด้วยซ้ำ
แค่นี้ก็รู้สึกแย่แล้ว และมีแต่ความน้อยใจ
อาจจะเพราะเราถูกเลี้ยงมาแบบผู้หญิงโบราณ
จริงอย่างที่คุณบอกว่าปกติถ้าคนอื่นทำผิดเราจะให้อภัยได้ง่ายๆ
แต่พอตัวเองทำอะไรผิดโดยเฉพาะเรื่องรักๆ แบบนี้จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่
คิดว่าอาจจะเป็นเพราะไม่เคยที่จะกล้าเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ใครฟัง
และไม่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับใคร ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย
คิดว่าถ้าได้คุยกับคนที่มองโลกในแง่ดีอย่างคุณทักทายบ่อยๆ
ก็คงจะค่อยๆเปลี่ยนได้ ถ้าคุณทักทายไม่เบื่อเสียก่อน
กำลังพยายามอยู่นะคะ

ขอบอกจากใจจริงเลยว่าการที่คุณเข้ามาตอบ มาให้กำลังใจ
เป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับดิฉัน
ถ้าไม่ได้กำลังใจจากกัลยาณมิตร ดิฉันคงแย่กว่านี้มาก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2009, 02:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ถ้ารู้สึกดีขึ้น ก็ดีใจค่ะ
ทักทายไม่เบื่อที่จะคุยด้วยอยู่แล้ว
ถ้ามองให้แง่ดีทักทายเป็นคนชอบคุย
แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่งก็เป็นคนขึ้คุยหรือ
ขี้โม้ อ่ะค่ะ :b32: :b32: :b32:

จะแวะมาอีกนะค่ะ บายจ้าาาาา :b19:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 18:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 18:00
โพสต์: 3

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้

คุณเป็นคนที่มีค่า ทั้งตั้งแต่ก่อนและหลังมาเจอเค้า มีค่าทั้งตั้งแต่ก่อนและหลังมาชอบเค้า ค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตอบรับใดๆของเค้าไม่ว่าทั้งในทางบวกหรือทางลบ ค่าของคุณเป็นสิ่งที่อยู่กับตัวคุณมาอยู่ก่อนและไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใดเลย

คุณเอาค่าของตัวเองตั้งเงื่อนไขไว้กับการตอบสนองของคนๆนึง ให้การตอบสนองของเค้าชี้เป็นชี้ตายกำหนดค่าของตัวเอง การที่คุณรู้สึกไร้ค่าเกิดมาจากคุณจับเงื่อนไขเหล่านั้นมาครอบความคิดทั้งหมดของคุณไว้

มนุษย์ส่วนมากมักไม่รู้จะดูค่าของตัวเองจากตรงไหน เลยมักดูจากการตอบสนองของคนอื่นว่าเค้าจะแสดงการ “ให้ค่า” ต่อเราออกมามากน้อยเพียงไร มนุษย์มีการตั้งระดับความพอใจของคุณค่าที่ตัวเองหวังจะได้รับไว้ล่วงหน้า ดังจะเห็นได้ว่าถ้าคนอีกคนแสดงการให้ค่าออกมาน้อยกว่าที่หวังไว้ เจ้าตัวก็จะทุกข์ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดังที่คุณพูดไว้ว่า “รู้สึกไร้ค่าที่ไม่ได้รับเลือก”

คุณเองได้เอาตัวเองมาวางไว้ในตำแหน่ง “ตัวเลือก”ในชีวิตของเค้า ซึ่งมองแค่มุมมองตรงนี้ก็เห็นได้ว่า คุณเป็นคนลดคุณค่าของตัวเองด้วยตัวเอง และกำลังเสียใจในความรู้สึกไม่มีค่า ซึ่งจริงๆแล้วตัวคุณเองเป็นคนริดรอนมันจากตัวเองไป

การตำหนิและกล่าวด่าโทษตัวเองเปรียบเหมือนการระบายออกซึ่งความน้อยใจ ว่า “ฉันนี้ไม่ดีพอ ไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรักจากคนๆนึง” ลองนึกถามตัวเองว่า คุณค่าของตัวคุณตลอดเวลาที่อยู่บนโลกนี้มา นิยามของมันคืออะไร? คือการได้เป็นผู้ถูกเลือกจากผู้ชายคนนึง หรือคือการที่คุณสามารถทำอะไรต่อตัวเองและคนอื่น ได้มอบความรัก รอยยิ้ม ความเมตตา ความอบอุ่นให้แก่หลายๆชีวิตที่ผ่านมา

ถ้าจะแก้ปมเหตุของการรู้สึกไม่มีค่า ตลอดจนการแสดงออกในการด่าว่าตัวเองทุกครั้งที่คุณไม่ได้รับการตอบสนองดังใจหวัง ก็ต้องมองย้อนกลับไปว่า คุณนิยาม “คุณค่า” ของตัวเองไว้กับอะไร

หากคุณลองสังเกตให้ดี จะเห็นว่าที่จริงแล้ว คุณค่าของตัวคุณไม่ได้น้อยไปกว่าใคร มองแค่ใน community นี้ แม้คนที่ไม่เคยรู้จักคุณ แต่พวกเค้ามากมายก็ยังเห็นคุณค่าของตัวคุณ ซึ่งน่าเสียดายหากคุณจะไม่ลองยอมถอดเงื่อนไขลงวาง และได้เห็นคุณค่าของตัวเองเหมือนคนรอบข้างได้เห็นบ้าง

การที่คุณตำหนิกล่าวโทษตัวเองก็ไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายตัวเอง เปรียบเหมือนคนเป็นโรค ต่อให้มียาดีแสนวิเศษณ์ขนาดไหน หากเจ้าตัวนึกทำร้ายตัวเองโดยการโยนยาทิ้งไปอยู่ทุกวันแบบนั้น ยังไงก็ไม่มีวันหายจากโรคได้ การที่คุณทำร้ายตัวเองว่าตัวเองหน้าด้านหรือไม่มีค่าอยู่ทุกวัน เมื่อทำจนนานวัน มันก็จะลงรากไปสู่จิตใต้สำนึก และกลายเป็นความเชื่อของคุณในที่สุด ดังนักคิดและผู้มีธรรมหลายท่านเคยกล่าวไว้ “คุณเชื่ออะไร คุณก็จะเป็นอย่างนั้น”

ส่วนตัวแม้ไม่รู้จัก ก็ไม่เชื่อว่าคุณไม่มีค่า และไม่เชื่อว่าคุณหน้าด้าน ไม่เชื่อว่าคุณไม่มีดี ไม่เชื่ออะไรอย่างนั้นเลยซักนิดเดียว แล้วตัวคุณล่ะ เชื่อว่าตัวเองเป็นยังไง?

ขอเอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้ และเชื่อในตัวคุณมากๆเช่นเดียวกัน เชื่อว่าคุณจะผ่านพ้นเรื่องราวเล่านี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็งจากข้างใน และเติมเต็มความรักและคุณค่าทั้งหมดของคุณได้ด้วยตัวคุณเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 09:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 18:06
โพสต์: 19

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ คุณ Alone Wolf
อ่านข้อความของคุณแล้ว น้ำตาซึมรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างส่องเข้ามาสู่ใจ
คุณพูดถูกทุกอย่าง ก่อนหน้านั้นก็เคยภูมิใจที่ตัวเองทำอะไรต่ออะไรสำเร็จหลายอย่าง
แต่พอจิตตกก็ไม่มีพลังเลย ไม่สามารถเห็นทางสว่างเลย

จริงที่ว่า “คุณเชื่ออะไร คุณก็จะเป็นอย่างนั้น”
อยากจะขอคำแนะนำว่าเราจะเริ่มฝึก รักและเห็นคุณค่าตัวเองได้อย่างไร
ดิฉันเพียรพยายามหาจากหนังสือหรือบทความจากในเว็บต่างๆแต่ก็ไม่เจอ
ถ้าคุณจะกรุณาแนะนำก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง

หวังว่าคงจะได้รับคำแนะนำดีๆจากคุณอีก

ขอขอบคุณจากใจและ ขออนุโมทนาในบุญที่คุณได้อนุเคราะห์ให้ดิฉันได้เห็นแสงสว่าง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 18:00
โพสต์: 3

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณ คุณyadamaya ที่รับฟังความคิดเห็น

ส่วนตัวเชื่อว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “ความเชื่อ” ถามตัวคุณเองก่อนว่า “คุณเชื่อว่าตัวเองมีค่ารึเปล่า?” หากคุณตอบว่า “ไม่เชื่อ” อาจต้องลองถามลึกไปกว่านั้นว่า ที่ว่าไม่เชื่อคือไม่เชื่อเลยว่ามีค่า หรือ ที่จริงลึกๆแล้วเชื่อว่า “มี” แต่ไม่สามารถรับว่ามีมันได้เต็มปาก จนกว่าจะมีคนๆนึงมา “รับรอง” หรือยืนยัน (ในกรณีของคุณก็คือการได้รับความรักตอบจากคนที่คุณรู้สึกดีด้วย) ว่าคุณ "มีค่า" ก่อนคุณถึงจะเชื่อได้ว่าตัวเองมีค่า

ถ้าเป็นอย่างนั้นลองถามตัวเองอีกครั้งว่า คุณคิดว่ามันยุติธรรมแค่ไหนในการให้คนอื่นมาเป็นผู้ประเมินค่าชีวิตของคุณ? และที่สำคัญ..คนที่สร้างเงื่อนไขการประเมินค่าแบบนี้คือใคร? คือตัวคุณเองใช่รึเปล่า?

จากที่คุณบอกว่าเมื่อก่อนสามารถทำอะไรสำเร็จได้เองหลายอย่าง คุณภูมิใจในตัวเอง คุณมีความสุขกับมัน คำตอบก็อยู่ในประโยคของคุณแล้วว่า ตัวแปรสำคัญในการสร้างคุณค่าให้ชีวิตคุณคือ การที่คุณทำอะไรได้ด้วยตัวเอง และภูมิใจกับความสำเร็จหลายๆอย่างของคุณ

คุณสามารถพึ่งพาตัวเองได้ดี และมีความสุข ภูมิใจกับมัน จนกระทั่งคนอีกคนเข้ามามีบทบาทแชร์การพึ่งพาตัวเองออกไปจากตัวคุณ การที่เค้ามาอยู่ข้างๆ ความอบอุ่นใจที่คุณได้จากเค้า ในทางกลับกันอาจไปกระตุ้นสิ่งที่อยู่ในใจเรื่องการไม่มีคู่ครองของคุณและกลับทยอยเพิ่ม sense ของการพึ่งพาคนอื่นในตัวคุณให้มากขึ้น

นานวันเข้าคุณก็เคยชินกับการมีอยู่ของเค้า การพึ่งพาเค้าในด้านจิตใจ เค้าเป็นความแข็งแรง ความอบอุ่นในใจคุณ ความเคยชินตรงนี้ทำให้คุณเริ่มลืมการสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ลืมการพึ่งพาจิตใจของตัวเอง ลืมไปว่าก่อนหน้านี้คุณมีความภูมิใจและมีความสุขกับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเกิดมาได้จากตัวของคุณเอง แท้จริงแล้วตัวคุณรู้จักการสร้างคุณค่าให้ชีวิตเป็นอย่างดีมาตลอด แต่เพราะอะไรวันนึงคุณถึงคิดว่าจะกลับไปเป็นคุณคนเดิมนั้นไม่ได้อีก? เพราะความเชื่อว่าทำไม่ได้รึเปล่า?

หากมองในแง่ของธรรมมะ(ส่วนตัวก็ไม่ชำนาญเรื่องนี้ ปัจจุบันก็มีความสนใจกำลังศึกษาอยู่) ความรักเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง หากวันนี้นิยามความสุขของคุณคือการสมหวังในรัก ต่อเมื่อคุณสมหวัง ก็ไม่ได้หมายความว่าความสุขจะเต็มตื้นอยู่ระดับนั้นตลอดไป คุณก็ยังคงต้องเจอทุกข์จากความรักในแง่มุมอื่นอยู่ดี ซึ่งหลักฐานก็มีให้เห็นในบอร์ดความรักนี้มากมาย ดังนั้นการสมหวังในรักจึงไม่ใช่คำตอบของความสุขที่แท้จริงและคุณค่าในชีวิตของคุณ ลองถามตัวเองดูอีกครั้งว่า เป็นการสมควรไม๊หากคุณจะไปนิยามคุณค่าทั้งหมดของชีวิตคุณไว้กับสิ่งนี้ ?

ข้อเน้นอีกครั้งว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อ ถามตัวเองดูว่า วันนี้คุณเชื่อว่าตัวเองเข้มแข็งรึยัง? แม้จิตใจอาจจะเข้มแข็งไม่ได้เร็วอย่างใจต้องการ แต่อย่างน้อยเพียงแค่คุณโปรแกรมความคิดต่อตัวเองในแง่ดี ใส่ความเคารพตัวเองไปวันละนิด นานวันเข้าจิตใต้สำนึกของคุณก็จะเรียนรู้และส่งเป็นความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองได้ในที่สุด

อย่างที่พระอาจารย์หลายท่านกล่าวไว้ “เราปลูกต้นอะไรเราก็ได้ต้นแบบนั้น” คุณอยากมีความสุข อยากเข้มแข็ง คุณก็ต้องใช้เมล็ดเหล่านั้นปลูกลงไปในจิตสำนึกของคุณ นอกจากนี้หากมีเวลาคุณอาจลองไปอยู่ในฐานะ “ผู้ให้พึ่งพา” เช่นการช่วยเหลือเด็กพิการ อ่านหนังสือให้คนตาบอด หรืออะไรก็ได้ที่เติมความรู้สึกด้านลบต่อตัวเองของคุณให้ตื้นขึ้น บทบาทนี้จะทำให้คุณเห็นออกมาโดนธรรมชาติเลยว่าแท้จริงคุณมีความเข้มแข็งและมีค่ามากแค่ไหน

การคิดวนคิดซ้ำในเรื่องที่บั่นทอนตัวเอง เช่น ทำไมเค้าไม่รักเรา เราไม่มีค่าพอให้เค้ารัก เราดีไม่พอที่เค้าจะเลือก เหล่านี้คือการสร้างความเชื่อในฝั่งตรงข้ามแก่ชีวิตคุณ และที่สำคัญมันเป็นความสำคัญผิดที่คุณมีต่อตัวเอง หากละได้ก็อยากเป็นกำลังใจให้ละ แต่หากยังมีแว่บเข้ามาคิดอยู่ อยากแนะนำการตามดูจิตของท่านปราโมทย์ http://www.wimutti.net ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อคุณมาก

ไม่แน่ใจว่าความคิดเห็นเหล่านี้จะตรงและพอเป็นประโยชน์แก่คุณมากน้อยแค่ไหน ยังไงขอเอาใจช่วยให้คุณผ่านพ้นไปได้ และที่สำคัญเชื่อมากๆว่าคุณทำได้

ขอให้คุณyadamaya หลับฝันดี


แก้ไขล่าสุดโดย Alone wolf เมื่อ 10 พ.ย. 2009, 09:22, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 12:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 18:06
โพสต์: 19

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณที่กรุณาสละเวลาตอบ
ตั้งใจอ่านคำแนะนำนี้ทบทวนหลายรอบ และพยายามให้เวลาตัวเองค้นลงไปลึกๆในใจตามคำถามของคุณและนี่คือสิ่งที่อยู่ในใจ

ตอนเป็นวัยรุ่น ต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานตั้งแต่จบ ป7. เพราะพ่อป่วยไม่สามารถทำงานหาเงินได้ ดูเผินๆเราก็พึ่งพาตัวเองได้ดี สามารถต่อสู้ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี แต่ลึกๆในใจแทนที่จะภูมิใจ กลับสงสารตัวเองที่ไม่ได้เรียนสบายๆแบบเด็กคนอื่นๆ เพราะ มันเหนื่อยมากและไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นเลย เวลาทั้งหมดในชีวิตมีแต่ความรับผิดชอบเรื่องเรียน และทำงานหาเงินเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียน

แต่สิ่งที่แลกมาคือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพราะเคยชินกับนิสัยที่ทำงานใดก็จะทุ่มเทเกินร้อย และก็เริ่มเรียนรู้ที่จะภูมิใจตัวเองแทนการสงสารตัวเอง และแม้จะภูมิใจในตัวเองแต่ลึกๆในใจก็ยังรู้สึกต้องการความรัก ต้องการการปกป้อง และสิ่งที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดคือ ขาดความกล้า ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ

จนวันหนึ่ง เขาในฐานะเจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง ชวนให้มาเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย จากความใกล้ชิดที่ต้องออกไปพบลูกค้าด้วยกันตลอด ทำให้เห็นความกล้า ความเด็ดขาดในการตัดสินใจของเขาที่เราไม่เคยมีและโหยหามาตลอด

ตลอดเวลา4-5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาในบริษัท คนที่แก้ปัญหาไม่ใช่เขาแต่เป็นเรา การที่เขาแค่อยู่ตรงนั้น เราก็จะรู้สึกได้รับการปกป้องและมีความกล้าที่จะตัดสินใจ และก็แก้ปัญหาได้สำเร็จทุกครั้ง แต่ยิ่งสามารถแก้ปัญหาได้มากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกต้องพึ่งพิงทางใจจากเขามากเท่านั้นโดยไม่รู้ตัว

จริงๆแล้วเราอาจจะไม่ได้รักเขาแบบชู้สาวก็ได้ แต่อาจจะรักความกล้า และพึ่งพิงความกล้าของเขาที่ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้มากกว่า จนวันหนึ่งเมื่อเรารู้สึกว่าจะต้องเสียเขาไป เราก็กลัวว่าจะสูญเสียความกล้านั้นไปด้วย และกลัวว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพัง

ขอบคุณสำหรับคำถามที่กระตุ้นให้คิดทบทวน และเมื่อแยกแยะได้ ก็เห็นความจริงว่าความกลัวว่าจะต้องสูญเสียความกล้านั้นไป เป็นความคิดที่ผิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราก็สามารถซึมซับประสบการณ์จากการแก้ปัญหาต่างๆได้ และสักวันเราจะสามารถพัฒนาคุณสมบัตินี้เป็นของเราเอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงความกล้าจากเขาอีกต่อไป

สิ่งที่คิดว่าต้องให้ตัวเองอีกอย่างคือการเมตตาตัวเอง ซึ่งได้เรียนรู้จากกัลยาณมิตรทุกท่านในเว็บนี้
และจะพยายามปลูกเมล็ดพันธุ์ความคิดด้านบวกอย่างที่คุณแนะนำ

ขอยืนยันด้วยความขอบคุณว่าคำแนะนำของคุณมีค่ามากๆๆ และที่สำคัญคือเชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 12:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 14:32
โพสต์: 874

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดีใจนะที่คุณ yadamaya เป็นคนที่รักเป็น
รู้จักความรัก อย่างที่คุณทักทายบอก อย่าหวัง อย่าอยาก
เรารักก็ให้รู้ว่าเรารัก ความรักไม่ใช่เรื่องเสียหายนิค่ะ
ถ้าดิฉันเป็นเขา ดิฉันจะดีใจที่มีคนมารักดิฉัน และรักมากด้วย
เพิ่มมาอีก 1 คน เรารัก และใช้ความรักที่มีต่อเขาในทางที่ถูก
ไม่ใช่คนหน้าด้านอย่างที่คุณกล่าวหาตัวเองหรอกค่ะ
ขอให้คุณผ่อนคลาย กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น
เพราะถ้ายิ่งคุณไปกำหนดมันมากมันก็จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่ ๆ กับตัวเองนะ

สิ่งที่คุณทำดีแล้ว ขอให้ยึดมั่นและทำต่อไปนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 05:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


รู้สึกดีขึ้นแล้วนะค่ะ
คุณyadamaya คุณมีความรักให้คนอื่นได้
ก็ต้องอย่าลืมรักตัวเองด้วย
อย่าซ้ำเติม อย่าดูหมิ่น อย่าประณาม
อย่าตอกย้ำตัวเอง อีกนะค่ะ สัญญานะ.... :b28:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 09:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 18:06
โพสต์: 19

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่กัลยาณมิตรทุกท่านให้มา
สัญญาว่าจะรักตัวเองและเยียวยาตัวเองใให้เข้มแข็งในเร็ววัน

ขออนุโมทนาบุญที่ทุกท่านได้ช่วยเหลือแบ่งปันความรัก ความเข้าใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 20:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 18:00
โพสต์: 3

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักผู้หญิงเก่งอย่างคุณ yadamaya :b1:

ขอเป็นกำลังใจให้ และขออนุโมทนาบุญกับคุณ yadamaya, คุณทักทาย, คุณนนนน ตลอดจนกัลยาณมิตรในกระทู้นี้ทุกท่าน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 02:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


Alone wolf เขียน:
ดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักผู้หญิงเก่งอย่างคุณ yadamaya :b1:

ขอเป็นกำลังใจให้ และขออนุโมทนาบุญกับคุณ yadamaya,
คุณทักทาย, คุณนนนน ตลอดจนกัลยาณมิตรในกระทู้นี้ทุกท่าน


สวัสดีค่ะ คุณAlone wolf อนุโมทนากับ
คำตอบและข้อคิดดีๆของคุณ และยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ
เขาว่ากันว่า "หมาป่า" เป็นสัตว์ที่ฉลาด
กล้าหาญ และว่องไวมาก จริงรึเปล่าค่ะ? :b11:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 12:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 18:06
โพสต์: 19

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระอารย์คเวสโกเคยบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้บอกตัวเองว่า โชคดี ขอบคุณ

วันนี้ความทุกข์ทำให้รู้สึกว่า
โชคดี ที่ได้รู้จักกัลยาณิตรทุกท่านบนเว็บนี้
ขอบคุณ คำแนะนำและคำถามโดนใจของคุณ Alone Wolf ที่ทำให้ได้ใคร่ครวญ และรู้จักตัวเองมากขึ้นว่า คิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ เพราะอะไร
ขอบคุณ สำหรับกำลังใจจากคุณ ทักทาย คุณนนน คุณมานิตา คุณเพชร คุณแม่ลูกสามและกัลยาณมิตรทุกท่าน

หากมีคำแนะนำหรือข้อคิดดีๆ ยินดีน้อมรับด้วยความขอบคุณ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 15:55 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 20:45
โพสต์: 1095

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มีเส้นทางเดินแต่ไร้เพื่อนร่วมทางที่ดีนั้นน่าเสียดายนะครับ
อนุโมทนากัลยาณมิตรทุกท่านครับ
:b43: :b43: :b43:

.....................................................
[รอยยิ้ม...ก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาว และลมเย็นในฤดูร้อน..]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2009, 20:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2008, 10:19
โพสต์: 246


 ข้อมูลส่วนตัว www


ความรักไม่เลือกเพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนาหรอกครับผมว่า ขอให้รักที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีงาม
เป็นรักที่ปราศจากความใคร่เป็นเบื้องต้น ขอให้เป็นรักที่มีแต่เมตตาต่อกัน ปรารถนาดีต่อกัน
ทำแต่สิ่งที่ดีต่อกัน การรักเขาข้างเดียวก็ไม่ใช่ปัญหาเลย เป็นอีกหนึ่งแรงใจให้ครับ

.....................................................
ธรรมะคือธรรมชาติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2009, 21:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 13:36
โพสต์: 7

โฮมเพจ: http://theallover.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กำหนดใหัมาก
งานอดิเรก: อ่านหนังสือต่างๆ
สิ่งที่ชื่นชอบ: ธรรมะ
ชื่อเล่น: คิว
อายุ: 24
ที่อยู่: ประเทศไทยแต่ตอนนี้อยู่อินเดีย

 ข้อมูลส่วนตัว


cool ความรักมันเกิดกับทุกคนได้เสมอครับไม่ว่าเราจะคิดว่ามันสายแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังให้มนุษย์เสมอครับ เมื่อเราแอบรักเค้าก็ควรบอกเค้าให้ทราบ จะดีที่สุดครับ เพราะไม่นั้นเราก็จะเป็นทุกข์มากและวุ่นวายใจมาก และการทำร้ายตัวเองแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ ปล่อยว่างและบอกกับเค้าไปเลย เพราะคุณก็คงดูเค้ามาดีแล้วใช่ไหมว่าเค้าเป็นคนที่ดีสำหรับเราแล้วใช่ไหมล่ะ แค่ยังไม่รู้จริงๆแล้วเค้าคิดอย่างไงกันแน่เท่านั้นเอง
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอให้สมหวังนะครับ smiley


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 53 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร