วันเวลาปัจจุบัน 03 ธ.ค. 2020, 15:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 197 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 14  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ส.ค. 2009, 13:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
แม่ลูกสาม-ดิฉันพยายามทำใจได้แล้วค่ะดิฉันปฎิบัติตัวอย่างที่ทุกคนแนะนำดูเหมือนว่า อะไรอะไรจะเริ่มดีขึ้นแต่สามีดิฉันกลับเดินมาบอกว่าเราเลิกกันเขาเลี้ยงลูก เองทั้งหมดดิฉันแทบใจสลายดิฉันทำดีทุกอย่างทำตัวเป็นกลางไม่วุ้นวายไม่ปรุง แต่งกับความคิดทำไมค่ะ
ช่วยดิฉันทีค่ะดิฉันจะทำอย่างไรดีค่ะเมือเขาบอกเลิกแล้วดิฉันจะทำอย่างไรดีความทุกข์เริ่มก่อขึ้นในใจของดิฉันอีกแล้วค่ะ


สิ่งทั้งปวงย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไม่เที่ยงเสมอ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราก็เช่นกัน เวลานี้เขามาบอกเลิก เราก็ควรเข้าใจว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดด้วยบังเอิญแต่มาจากเหตุเก่าของเรานั่นเอง..

เมื่อเขาบอกเลิก เราในฐานะแม่ของลูกควรคุยกับเขาด้วยดี ว่าเรายินดีที่จะให้เขาเป็นอิสระในการไปหาหญิงอื่น แต่เราจะเป็นผู้เลี้ยงดูลูกเองและขอเพียงให้เขาส่งเสียลูกๆ อธิบายให้เขาเข้าใจว่า เมื่อลูกๆ ต้องอยู่ในสภาพครอบครัวที่พ่อแม่แยกกัน จะเป็นปัญหากระทบจิตใจเด็กๆในยามนี้ หากเมื่อเขาโตขึ้นและเข้าใจอะไรๆได้ เราจะไม่ลังเลที่จะเดินออกไปจากชีวิตของสามีเลย ขอให้เขา(สามี)เข้าใจว่า เรามิได้ต้องการขัดขวางความสุขของเขา เมื่อเขาต้องการมีครอบครัวใหม่ก็ทำได้ ขอแต่ให้รับผิดชอบลูกๆที่เกิดมาโดยไม่มีความผิดเลย..

( ไม่ทราบว่าเวลานี้คุณแม่ลูกสามมีงานทำหรือมีรายได้หรือไม่ และได้จดทะเบียนกับสามีหรือเปล่า)หากไม่มีรายได้อย่างไรก็ควรมองหาลู่ทางที่จะต้องพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น ในยามจำเป็น คงต้องหันหน้าหาพ่อแม่ญาติพี่น้องไว้ก่อน ส่วนเมื่อมีทะเบียนสมรส เราก็มีสิทธิ์ตามกฏหมายในฐานะภรรยา อยู่ดีๆสามี จะมาบอกเลิก เพื่อจะไปอยู่กับชู้ นี่เป็นเรื่องที่"กฏหมาย"ไม่รับรอง..ในประเด็นกฏหมายนี้ อย่าเพิ่งนำมาอ้างหรือใช้ในเวลานี้ ให้อ้างเอา"มนุษยธรรม"มาเป็นเครื่องต่อรองกัยสามีดังกล่าวไว้เรื่องการดูแลลูกๆหากสามี"ขาดทั้งศีลและมนุษยธรรม" เมื่อนั้นความจำเป็นที่จะต้องอาศัยกฏเกณฑ์ของมนุษย์จึงเลี่ยงไม่ได้..

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ลูกสามก็ต้องวางใจยอมรับเหตุการณ์ที่อาจเลวร้ายกว่านี้จนถึงที่สุดให้ได้เพราะผลของอกุศลกรรมนั้น ใครเล่าจะทัดทานได้ เวลานี้ สิ่งใดเสียไปแล้วก็ไม่พึงหวลไห้คร่ำครวญถึง เเต่สิ่งที่เราไม่พึงเสียคือ"ใจ"ของเราครับ ถ้าใจเสียแล้วอย่างอื่นก็พังได้ทั้งหมด หมั่นเจริญกุศลทั้งปวงให้ถึงพร้อมมีการให้ทาน ประพฤติศีล เจริญภาวนาเพื่อความมีปัญญาจนสามารถพ้นทุกข์ได้ ขึ้นชื่อว่ากุศล ย่อมนำมาให้แต่ความสุข กรรมเก่าแก้ไขไม่ได้แต่เรามีปัจจุบันเพื่อเจริญเหตุที่ดีได้ครับ..

สิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง ทั้งสุขและทุกข์ อีกไม่นานเรื่องนี้ก็จะผ่านพ้นไป ในวันหนึ่งข้างหน้าบางที่คุณแม่ลูกสามอาจหวนกลับมามองเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความขบขันว่าทำไมเราจึงทุกข์ได้ขนาดนี้กับเรื่องที่ไม่มีสาระกับผู้ชายคนหนึ่งที่เราเคยคิดว่ารักนักหนา..

ขอให้ผ่านพ้นปัญหา และมีความสุขครับ :b41: :b46: :b48: :b47:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 15:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 09:21
โพสต์: 376

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคุณแม่ลูกสาม คุณเพิ่งจะเข้าไปปลอบใจเราในกระทู้ของเราผ่านไปวันเดียวคุณเจอปัญหาหนักเสียเองแล้ว เราเห็นใจคุณจริงๆ คุณเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณและสามีให้มากกว่านี้หน่อยซิ เรา(เหล่าสมาชิกลานธรรมจักร)จะได้มาช่วยกันวิเคราะห์และหาทางแก้ปัญหา เพราะการที่คิดอยู่คนเดียว บางทีก็คิดไม่ออกหรือคิดผิดๆ เพราะขณะที่เกิดปัญหาต้องยอมรับว่าจิตใจพวกเราเครียดมาก มันร้อนลุ่มเป็นเดือดเป็นแค้น ปากก็บอกว่าทำใจได้ แต่โดยลึกๆมันก็แค้นอยู่ดี เพราะเหตุการณ์เพิ่งจะเกิดได้ไม่นาน แต่พอวันเวลาผ่านไป หากได้รับคำแนะนำที่ดี มีคำปลอบใจ มีคำให้กำลังใจ จิตใจก็จะโปร่งโล่งสบายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเราเองต้องสวดมนต์เป็นนิจอธิษฐานจิตเป็นประจำด้วย
ณ วันนี้คุณแม่ลูกสามอย่าเพิ่งบอกเลิกกับสามีนะ ใจเย็นๆเรามาช่วยกันคิดดีกว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ขอข้อมูลเพิ่มเติมหน่อย ด้วยรักและห่วงใย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ส.ค. 2009, 02:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


เห็นคุณเข้าไปโพสต์ปลอบใจให้เพื่อนๆในกระทู้ต่างๆ ก็คิดว่า
ทุกอย่างของคุณคงคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว
ไม่เป็นไรนะค่ะ อยู่เลี้ยงลูกคนเดียวดีเสียอีกเราได้ควบสองตำแหน่งเลย อย่าคิดอะไรมาก
เพียงแต่ตกลงกับเขาเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กๆ เพราะคนเราถ้าหมดความรักต่อกันแล้ว
ยิ่งยื้อก็ยิ่งเหนื่อยค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ ถ้าคุณมีงานการทำ ก็เอาใจไปใส่ในหน้าที่การงาน
ดีกว่าจะมานั่งหวังให้เขากลับมา "ดำกฤษณา" มันร้ายค่ะ ถ้าใครได้เสพแล้ว ถอนตัวยาก
ตั้งหน้าตั้งตาดูแลเด็กๆ แล้วก็ทำใจอยู่คนเดียว แก้ปัญหาไปที่ละอย่าง อย่าเอามารวมกันแล้ว
แก้ มันจะสางไม่ออกค่ะ เชื่อในความดีเถอะนะค่ะ อย่างน้อยๆ พวกเราในลานนี้มีไม่น้อย
ที่ทุกข์ไปกับคุณ และส่งกำลังใจให้เสมอๆ ขอให้คุณมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่านะค่ะ จะแวะมา
เยี่ยมบ่อยๆค่ะ

เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ส.ค. 2009, 11:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:54
โพสต์: 70

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: ดิฉันเป็นแม่บ้านค่ะจดทะเบียนสมรสกัน ดิฉันต้องออกจากงานในตำแหน่งเลขานุการเพื่อที่จะมาเลี้ยงลูกฝาแฝดอยากเลี้ยงเองค่ะสามีทำงานคนเดียวคือรับเหมาก่อสร้างเราตั้ง หจก.ค่ะทำกันสองคนดิฉันทำเอกสารอยู่บ้านเขาอยู่หน้างานเราไว้ใจเขาเพราะเราเข้าใจในหน้าที่เขาว่าเขาต้องเหนื่อและไม่มีเวลาให้ครอบครัวตลอดเวลาที่ดิฉันท้องเขาแอบเลี้ยงเด็กไว้เช่าห้องให้อยู่(ผู้หญิงเขาทำอาชีพขายบริการทางเพศค่ะ)จนกระทั้งดิฉันจับได้ว่าเขามีลูกกันเป็นเวลา 3 ปีเต็มลูกเขาเพิ่งคลอดได้ 1 เดือนเขามาบอกดิฉันว่าอยากไปหากันทุกวันเลยถ้าให้เขาเลือกเขาจะเลือกเด็กเขาผู้หญิงคนนั้นอายุ 24 ปีค่ะอ่อนกว่าดิฉัน 6 ปีทุกวันนี้เขาก็ยังมานอนที่บ้านอยู่แต่คุณเชื่อไหมค่ะว่ามีแต่ตัวไร้ความรู้สึกเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่ลูกๆเล่นกันยังรำคาญ ทุกวันนี้ดิฉันอยู่เพื่อลูกอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ ดิฉันยอมรับว่าดิฉันไม่มีเงินเก็บเลยเพราะเอาออกมาให้สามีหมุนในงานหมด(ตอนนั้นยังไม่รู้คิดว่าเขาทำเพื่อเราและลูกเราก็เลยเชื่อคิดว่าครอบครัวต้องช่วยเหลือกันไปเดียวก็ได้คืนไว้ไห้ลูก)เรามารู้ตอนหลังว่าเขาเอาไปให้ผู้หญิงของเขา..ดิฉันไม่ห้ามเขานะว่าจะไปหากันไปนอนกับลูกเขาก็ได้เขาไม่ไปบอกว่าไม่มีใครดูแลเรื่องอาหารการกินและเรื่องเสี้อผ้า ดิฉนลืมบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องดิฉันก็ยังทำหน้าที่แม่บ้านที่ดีตลอดมา....ดิฉันไม่รู้จะอยู่แล้วทำตัวอย่างไรถึงจะเหมาะสมดีและเราต้องสบายใจด้วย ขอบคุณค่ะ คุณชาติสยาม คุณ dd คุณ taktay คุณ ทุกข์ใจ และทุกคุณมากค่ะที่ค่อยให้คำแนะนำ ปลอบใจ ขอบคุณจริง ๆๆ :b39: :b43: :b55: :b55:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ส.ค. 2009, 15:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอให้คุณแม่ฯทำตัวเป็นปรกติ ไม่โวยวายก่อเรื่องไม่พอใจให้(อดีต)สามีด้วยการซักถามหรือต่อว่า..เพราะเวลานี้เราทราบแน่นอนว่าคนไร้ศีลขาดธรรมคนนี้ไม่มีสำนึกในสิ่งที่ถูกควรในเวลานี้..การล่วงศีลของเขานั้นย่อมทำให้เขาเดือดร้อนใจลึกๆอยู่ เพราะเป็นเรื่องที่แม้ทางโลกก็ติเตียน ไม่จำต้องกล่าวถึงผลทางธรรมที่เที่ยงตรงแสบร้อนอย่างที่เขาเองคาดไม่ได้คิดไม่ออกทีเดียว เขาอาจมีความสุขตอนนี้ด้วยอำนาจตัณหาราคะอันมืดมนของตน แต่ไม่นาน ความเคยชินชาก็จะปรากฏ และด้วยอุปนิสัยในการไม่สันโดษในกาม เขาจะไม่ลังเลที่จะหาหญิงอื่นๆต่อไป คนเช่นนี้ไม่เป็นผู้ที่ใครๆจะหวังในความจริงใจหรือไว้ใจได้เลย การเสพคุ้นคบคนเช่นนี้ย่อมนำมาให้แต่ความผิดหวัง พึงเห็นใจคนที่ร่าเริงในบาปกรรมด้วยอำนาจกิเลสเถิด แผ่เมตตากรุณาให้เขาเป็นประจำ พยายามไถ่ถอนความติดยึดในตัวเขาเสีย เพราะไม่มีประโยชน์แก่เราเลย เขาก็มาด้วยกรรมของเขา เราก็มาด้วยกรรมของเรา เมื่อเขาก่อบาปเวรเขานั้นจะเป็นผู้รับผล เราจะถูกลากจูงไปนรกเพราะบาปของเขาก็หาไม่ พึงรักษาใจเราให้อยู่กับกุศลเนืองๆ มีการเจริญเมตตาให้เขาทุกครั้งที่เกิด ความโกรธเคืองน้อยเนื้อต่ำใจ หันใจไปหาที่พึ่งสูงสุดที่ปลอดภัยอย่างไม่มีที่พึ่งอื่นใดเทียบได้คือพระรัตนตรัยตั้งใจประพฤติศีล ทำทาน สวดมนตร์ไว้บ่อย ๆ นี่เป็นการเร่งสร้างบุญเพื่อรักษาคุ้มครองเราให้พ้นทุกข์ทั้งในปัจจุบัน และจะเป็นปัจจัยให้สิ้นทุกข์ทั้งหมดได้ในโลกหน้า พึงใช้วิกฤตินี้มาเป็นโอกาส ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดคิด..

ให้คุณแม่ฯทำหน้าที่ไปตามปรกติ ไม่ซักถามหรือแสดงอาการขุ่นเคืองกับเขา ยิ่งเราทำดีให้ตรงข้ามกับความชั่วของเขา เขาจะยิ่งทุกข์เพราะรู้สึกผิดภายใน เเละเขาจะพยายามทุกทางที่จะกระตุ้นให้เราแสดงอาการโกรธแค้นด่าทอ หรือตอบโต้ใดๆให้เขาเห็น เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าที่เขาทนเราไม่ได้นั้นเพราะเราชั่วเช่นนี้ๆ..จงอย่าตกเป็นเหยื่อด้วยอาการเช่นนั้น หากไม่เคยฝึกความอดทนเลย เวลานี้เป็นโอกาสทองที่จะทำเช่นนี้เเล้ว...ขันติ เป็น๑ในทศบารมีของพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์..นี่เป็นการบำเพ็ญที่ยิ่งใหญ่และมีอานิสงค์ไม่ธรรมดา ใครจะรู้ว่า เราอาจสามารถพ้นทุกข์ได้แม้ชั่วไม่นาน..

หากเขามาขอหย่า คุณแม่ฯพึงพูดกับเขาดีๆ ว่าเราไม่ขัดขวางเขาเรื่องมีคนอื่นแต่จะขอรักษาข้อตกลงนี้ไว้เพื่อให้ลูกๆไม่มีปัญหา ในขณะิเดียวกัน คุณแม่ฯต้องเริ่มเก็บสะสมเงินไว้บ้าง เพราะดูท่าของโมฆะบุรุษแล้วคงไม่คิดรับผิดชอบอะไรที่ถูกควรแน่ๆ เขาย่อมอาจกระทำการต่างๆไปตามอำนาจกิเลสที่ครอบงำจนมองไม่เห็นแสงสว่างเลย น่าสงสารยิ่งนัก...

ขอให้คุณแม่ฯพ้นปัญหาด้วยปัญญาและมีความสุขครับ :b48: :b47: :b46:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2009, 00:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณแม่ฯค่ะ ดิฉันมีความคิดเห็นตรงกับของคุณ -dd-ทุกประการ
เดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์ระหว่างดิฉันกับสามีเหมือนเพื่อน และผู้ร่วมงาน คือจะคุยกันก็แต่เฉพาะเรื่อง
ลูก ร่วมงานกันก็คือการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้ลูก นอกเหนือจากนั้น ต่างคนต่างมีอิสระ
ไม่ขึ้นกับกัน คุณจะไปไหน? จะไปอะไรกับใคร? ฉันไม่เคยสนใจ ไม่รับรู้ แต่ของดิฉันมัน
ง่ายกว่าของคุณคือ อยู่กันคนละฟากฟ้า ก็เลยไม่ได้เห็น ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น และดิฉันเป็น
ฝ่ายจุนเจือครอบครัว ก็เลยทุกข์น้อยกว่าของคุณหน่อย
ดิฉันคิดว่า "จ้าง" ให้สามีดูแลลูกๆ จนกระทั้งบัดนี้ถ้าเขาอยากได้อะไร? ถ้าเขาเอ่ยปากขอมา
ดิฉันก็ให้ ถ้าให้ได้ ไม่มีความรู้สึกว่า "จำใจให้" หรือไม่มีความรู้สึกว่า "สะใจ" เลย ทุกอย่าง
เป็นแบบธรรมดา มีความรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง เหมือนคนอื่นๆ มองเขาเหมือนคน
รู้จัก หมดความรู้สึกว่า "เขาเป็นของเรา" มันหายไปตั้งแต่ดิฉันคิดได้ และอโหสิให้เขาแล้วค่ะ
มันเป็นความรู้สึก เฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด ค่ะ ถ้าแบ่งได้ดิฉันอยากแบ่งความรู้สึกอันนี้ให้คุณจังเลย
ตอนนี้คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ถ้าพอจะหางานใหม่ได้ก็ดูๆไป ทำใจให้สบาย เขาจะมาก็ช่าง
ไม่มาก็ช่าง ไม่ต้องสนใจ แต่งตัวให้สวยๆ ทำหน้าให้มีความสุข ไม่ใช่คุณที่จะต้องแก้ปัญหา
พวกเขาเป็นคนสร้างปัญหา เพราะฉะนั้นหน้าที่แก้ ก็คือพวกเขา มีเวลาก็ไปทำสังฆทาน
อุทิศส่วนกุศลให้พวกเขาเสีย
เด็กๆอายุเท่าไหร่แล้วค่ะ คงกำลังน่ารัก เอาใจช่วยนะค่ะ
ถ้าแบ่งความทุกข์ให้กันได้ ก็จะขอแบ่งมาสักครึ่งหนึ่ง เพราะตอนนี้
ดิฉันเป็นเพื่อนสนิทกับความทุกข์แล้วค่ะ ไม่เคยกลัวเลยไม่ว่ามันจะมาแบบไหน? สู้สู้ค่ะ

เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2009, 13:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
taktay--มีความรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง เหมือนคนอื่นๆ มองเขาเหมือนคน
รู้จัก หมดความรู้สึกว่า "เขาเป็นของเรา" มันหายไปตั้งแต่ดิฉันคิดได้ และอโหสิให้เขาแล้วค่ะ
มันเป็นความรู้สึก เฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด ค่ะ ถ้าแบ่งได้ดิฉันอยากแบ่งความรู้สึกอันนี้ให้คุณจังเลย...
......................

ดิฉันเป็นเพื่อนสนิทกับความทุกข์แล้วค่ะ ไม่เคยกลัวเลยไม่ว่ามันจะมาแบบไหน? สู้สู้ค่ะ


ยอดเยี่ยมครับ นี่คือผู้ที่สามารถชนะปัญหาด้วย"ปัญญา"อันตนสั่งสมมาไว้ดีแล้ว แม้ต้องผจญทุกข์อันหนักหนาจากอกุศลวิบากก็สามารถพาตนข้ามพ้นไปได้ด้วยดี บุคคลเช่นนี้ ทุกข์ไม่อาจทำร้ายเขาได้เลย..ขอชื่นชมด้วยความเคารพครับ.. :b8: :b4: :b48: :b47: :b41:

ขออนุญาตเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่ลูกสามว่า หากเป็นไปได้ ควรพยายามยืนด้วยตนเองให้ได้ เเม้ต้องเริ่มหางานใหม่เพื่อการมีรายได้เลี้ยงตนเอง เราจะเอาชีวิตแขวนไว้กับคนขาดศีลธรรมย่อมมีแต่จะผิดหวังครับ

คนที่มีอิสระไม่ต้องพึ่งคนอื่นได้ย่อมสามารถ"เลือก"ทำในสิ่งที่ตนต้องการทำได้อย่างปราศจากข้อจำกัด

ขอให้ประสบสิ่งอันตนปรารถนาครับ :b46: :b47: :b48:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 10:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 09:21
โพสต์: 376

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคุณแม่ลูกสาม เราเห็นด้วยกับคุณdd และคุณทักทาย ตอนนี้คุณต้องอดทน อดกลั้นให้ได้อย่างสุดๆ ห้ามอารมณ์เสียใส่สามีเด็ดขาด ต่อว่าต่อขานก็ไม่ได้ เพราะเขาจะเอาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิก เพราะขนาดคุณทำดี เขาก็ยังอยากเลิกเต็มทน ที่ให้ทนนี่ไม่ไช่พิศวาสบาดจิตหรอก แต่ให้ทนเพื่อคุณจะได้ค่อยๆเจรจาเรื่องค่าเลี้ยงดูลูกคุณตั้งสามคน อีกหน่อยพอลูกอยู่ชั้นมัธยม หรือชั้นที่สูงขึ้นไปอีก คุณจะต้องใช้เงินอีกมาก แล้วคุณก็ไม่ต้องให้ลูกไปอยู่กับเขาตามที่เขาคุยว่าจะเลี้ยงลูกเอง เป็นไปไม่ได้หรอก คุณก็บอกเองว่าคุณออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกด้วยตัวของคุณเอง พ่อของลูกเคยเลี้ยงลูกมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับคุณ แล้วถ้าเป็นไปได้ตอนที่เจรจาเรื่องค่าเลี้ยงดู ควรมีพยานที่สามีคุณเขาเคารพและเกรงใจอยู่ด้วย ส่วนตัวคุณเองอายุยังน้อย รีบหางานที่มั่นคงดีกว่า เพื่อจะเอาไว้เลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องไปหวังพึ่งเขาอีก ให้เขารับผิดชอบเฉพาะเรื่องลูกของเรา อย่าลืมว่าเขายังมีลูกของทางโน้นต้องรับผิดชอบอยู่อีก ในส่วนของเรา เราต้องรักษาผลประโยชน์ไว้ให้ลูกให้ได้ อ้อเกือบลืม ระวังหนี้สินจากการทำธุรกิจด้วยนะ เราหวังว่าต่อไปนี้เราจะได้เห็นคุณแม่คนใหม่ของลูกสามคนนะ ด้วยรักและห่วงใย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 16:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:54
โพสต์: 70

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b48: tongue ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำหลายความคิดดีกว่าความคิดเดียวจริงๆค่ะตอนนี้ดิฉันเข้ามาทำงานที่เดียวกับสามีเลยค่ะคือมาทำบัญชีจัดซื้อของเองค่ะคือค่อยๆคุยกันนะตกลงกันว่าเราจะคุยกันเฉพาะเรื่องงานอย่าเอาเรื่องครอบครัวใหม่เขามาพูดดิฉันบอกว่าเพื่อผลประโยนช์ของลูกสามคน...ดิฉันนั่งมองดูอยู่เฉยๆไม่สนใจไม่โทรตามเพราะดิฉันรู้ว่าเขาไปหากันรู้สึกเวทนาเขายิ่งนักช่างไม่สามารถคิดได้ว่าอะไรผิดไม่ผิดยิ่งดิฉันไม่สนใจเขา เขายิ่งอยากไปหาทางนั้นมากตอนนี้ไปอย่างเปิดเผยทุกวันหลังอาหารน้อยใจตรงที่เวลาเขาหิวหรือต้องการอะไรโทรมาสั่งให้เราหาไว้ให้แต่เขากลับโทรถามทางนั้นว่าขาดเหลืออะไรขนาดเวลาทำงานยังวิ่งหาไปให้เลยค่ะสามีดิฉันบอกว่าดิฉันทำกรรมไว้กับเขาชาติที่แล้วเลยต้องมารับใช้กรรมเขาในชาตินี้จริงหรือค่ะส่วนตัวเขาไม่เคยทำอะไรไว้ในชาติที่แล้วชาตินี้ก็ไม่ได้ไปเอาเมียคนอื่นเลยสบายเขาบอกว่าผู้หญิงของเขาคือเนื้อคู่เขาเมื่อชาติที่แล้วชาตินี้มาเจอกันค่ะและต้องเลี้ยงดูกันต่อไป....ตั้งแต่เกิดเรื่องมาเขาไม่เคยขอโทษดิฉันเลยค่ะเขาบอกคำเดียวว่าพลาดต้องรับผิดชอบเท่านั้นจริงๆค่ะ :b48:
ดิฉันขอถามทุกคนหน่อยนะค่ะว่าเขาจะไม่ได้รับกรรมที่เขาก่อขึ้นเลยหรือค่ะดิฉันต้องยอมรับกรรมเช่นนี้หรือค่ะแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องรับกรรมเลยใช่ไหมค่ะ :b10: :b10: :b10:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 16:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue .ใจเย็นนะคะ ...เรื่องผลกรรม บางครั้งก็ส่งผลทันที บางครั้งก็ต้องรอเวลา
คงไม่ช้าก็เร็วหรอกค่ะ

ขอให้คุณหมั่นสร้างกุศล(ใหญ่) และสวดมนต์(บทใหญ่ อานิสงส์แรง)
และอย่างลืมแผ่เมตตาแบบไม่มีประมาณนะคะ

ไม่ทราบตอนนี้สวดบทไหนอยู่แล้วบ้างคะ สวดทุกวันได้ก็ดีค่ะ
โดยเฉพาะวันโกน วันพระ อย่าให้ขาดนะคะ
วันนั้นเขาว่านรกเปิด เราแผ่เมตตาให้พวกเขาแบบไม่เจาะจง
เขาก็จะมาอนุโมทนาสาธุด้วย ทุกภพภูมินั่นเลยค่ะ
เมื่อใจเราจะสงบเป็นสมาธิ แถมด้วยเมตตาจิต กุศลจะส่งเอง

...ตัวดิฉันก็หมั่นปฏิบัติอยู่ (มีหลุดบ้างเหมือนกัน :b22: )

:b4: :b4: :b4: สู้ๆ นะคะ ขอเอาใจช่วยค่ะ
ไม่อยากเลิก ก็อย่าเลิก ทำเป็นเฉยๆ เสียก็สิ้นเรื่อง :b16:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 17:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:55
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:

...ตัวดิฉันก็หมั่นปฏิบัติอยู่ (มีหลุดบ้างเหมือนกัน :b22: )

:b4: :b4: :b4: สู้ๆ นะคะ ขอเอาใจช่วยค่ะ
ไม่อยากเลิก ก็อย่าเลิก ทำเป็นเฉยๆ เสียก็สิ้นเรื่อง :b16:



:b4: :b4: :b4: สู้ ๆ เหมือนกันนะครับ ขอเอาใจช่วยเช่นกัน
ไม่ใช่ช่วยให้กำลังใจให้คุณหลุดนะครับ...
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b7: :b10: :b5: เดี๊ยะเหอะ :b22: :b13: :b9:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 16:00
โพสต์: 19

ชื่อเล่น: แองจี้
อายุ: 25

 ข้อมูลส่วนตัว


เคยอ่านเจอจากเข็มทิศชิวิตค่ะ อยากให้คุณแม่ลูกสาม และ ทุกท่านได้อ่านค่ะ
ลิงกำถั่ว

วิธีที่ชาวสวนไทยดักจับลิงที่มาทำลายพืชผล คือปรกติลิงจะเป็นสัตว์ที่ว่องไวมาก ทั้งวิ่งหนี ปีนต้นไม้ แต่ชาวสวนไทยจะนำกะลามะพร้าวมาเจาะรู ขูดเนื้อมะพร้าว หรือใส่ถั่วที่ลิงชอบไว้ในกะลา เจ้าลิงพอได้กลิ่นของชอบก็วิ่งมา ล้วงมือเข้าไปในลูกมะพร้าว กำของโปรดของมันไว้แน่น แล้วคราวนี้มันจะพบว่า พอมันจะดึงมือออกมา มันกลับดึงออกมาไม่ได้นั่งรอจนชาวสวนมาจับตัวได้ มนุษย์มากมายหัวเราะเยาะลิงว่า โง่จริงๆถ้าอยากให้มือหลุดออกไป ก็แค่ปล่อยผลไม้ที่มันกำไว้แน่น
วันนี้ ทุกปัญหา ทุกความทุกข์ที่เราทุกข์กับมันนักหนา เราก็เหมือนลิงกำถั่ว ที่กำความคิด ความอยาก ความยึดว่านี่ของเรา ต้องเป็นอย่างใจเรา เอาไว้แน่นหนา
ถ้าเจ้าลิงน้อยมันเคยฝึกดูจิตใจตัวเอง มันจะเห็นเลยว่า ที่มือมันติดอยู่ในลูกมะพร้าว เพราะกำลังกำบางสิ่งบางอย่างไว้ เพียงแค่มันปล่อย ชีวิตมีทางเลือกอีกมากมาย ถอยหลังมาอีกไม่กี่ก้าว มีผลไม้อีกมากมายให้เลือก หรืออาจจะหาก้อนหินมาทุบลูกมะพร้าวให้แตกไปเสียเลย ก็ยังดีกว่าขังตัวเองไว้ในปัญหาไว้ในลูกมะพร้าวโดยไม่มีทางออก
ไม่มีอะไรที่สร้างปัญหาให้เราได้ นอกจากใจเราเอง ทุกอย่างเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกคนได้ตลอดเวลา แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเรา เราทุกข์เพราะเราอยากให้มันเป็นอย่างใจเรา

จาก.....เข็มทิศชีวิต ของฐิตินาถ ณ พัทลุง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 17:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b32: ลิงหวงถั่ว
viewtopic.php?p=134605&thanks=134605&to_id=14068#p134605

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 17:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:55
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:
:b7: :b10: :b5: เดี๊ยะเหอะ :b22: :b13: :b9:


โอ๊ะ...สาวกล่าวเช่นนี้ ต้องรีบเผ่น...
ไม่เช่นนั้น จะโดนนนน...

:b13: :b13: :b13:


แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 08:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 197 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 14  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร