วันเวลาปัจจุบัน 12 พ.ย. 2019, 05:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 130 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2009, 20:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


สร้างเหตุอย่างไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้น

อตฺตนาว กตํ ปาป อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ

อตฺตนา อกตํ ปาป อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

ทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเอง ย่อมหมดจดเอง

ความหมดจดและความเศร้าหมองเป็นของเฉพาะตัว คนอื่นทำคนอื่นให้หมดจดหาได้ไม่




ความรักก็เป็นวิบากรรมเหมือนกัน ใครสร้างเหตุมาอย่างไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
สร้างเหตุดี ผลย่อมดี สร้างเหตุไม่ดี ผลย่อมไม่ดี
ไม่มีใครคนไหนที่จะไม่มีคู่วิบากกรรมร่วมของตัวเอง จะกรรมดีหรือชั่วก็อยู่ที่เหตุสร้างร่วมกันมา
เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่จะรับผลหรือวิบากตรงนั้น

รักร้อยก็ทุกข์นับร้อย เหตุเนื่องจากความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกๆหนึ่งความผิดหวังคือโทสะเกิด เมื่อโทสะเกิด ความพยาบาทย่อมแฝงซ่อนอยู่เสมอๆ
หนึ่งพยาบาทคือสร้างเหตุที่เป็นอกุศลต่อ 1 คน และต่อภพชาติที่เกิดขึ้นมาใหม่
เขาทิ้งเรา เราทิ้งเขา สลับสับเปลี่ยนกันอยู่แบบนี้ ทุกภพทุกชาติ
จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้ถึงเหตุที่เกิด ผลจึงเป็นเช่นนี้
แล้วให้การอโหสิกรรมต่อกัน ภพชาติระหว่างเขาและเราที่ผลัดการสร้างความทุกข์
ให้แก่กันและกันมาทุกภพทุกชาตินั้น ย่อมจบสิ้นลง เพราะการให้อโหสิกรรมต่อกัน
แล้วลองนึกสภาพ 100 คน แล้วอีกหลายๆภพชาติที่ได้สร้างเหตุใหม่ให้เกิดเรื่อยๆ
สร้างไปด้วยความไม่รู้ ด้วยความคับแค้นใจต่อสิ่งที่อีกฝ่ายได้กระทำไว้

เมื่อคิดจะมีรัก ต้องรู้จักที่จะรักและรักให้เป็น คือรักที่ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน
เวลารักต้องตอบตัวเองได้ว่ารักเพราะอะไร ทำไมถึงรัก
เพราะเมื่อเวลาไม่สมหวัง จะได้ไม่ต้องมาต่อว่ากัน แต่จะอโหสิกรรมให้แก่กัน
ความรักที่แท้จริงจะไม่มีข้อแม้ ทุกสิ่งเกิดจากเหตุที่ได้กระทำมาร่วมกันนั่นเอง

การเป็นคู่กัน คู่บางคู่ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ครองคู่ด้วยกันเสมอไป
บางคู่อาจพบกันมาเพื่อบอกลากันก็มี แต่ก็มาร่วมสร้างบารมีไปด้วยกัน
แต่บางคู่ก็ได้ครองคู่ด้วยกันและได้สร้างบารมีด้วยกันจนลมหายใจสุดท้าย
แม้จนจะสิ้นใจก็ยังมีสติรู้ตัว ไม่มาเมามัวหลงในกามตัณหาทางโลก
ดูจากหลายๆคู่ที่สร้างบารมีด้วยกันจนแก่เฒ่า จวบจนจะสิ้นลมหายใจ
มีคู่ของคุณปู่กับคุณย่า ของครูบาฯท่านหนึ่ง ท่านได้เล่าให้ฟัง
ท่านบอกว่า คุณย่าเป็นวิปัสสนาจารย์ จริงๆแล้วเป็นชาวบ้านธรรมดาๆนี่แหละ
แต่ได้ปฏิบัติกับหลงพ่อโชดก จนสามารถเป็นวิปัสสนาจารย์ โดยไม่รู้หนังสือเลย เรียนมาน้อย
คุณปู่เป็นมหาแต่ปฏิบัติสู้คุณย่าไม่ได้ สุดท้ายต้องมาปฏิบัติกับคุณย่า
ท่านมีลูกศิษย์มากมาย แต่ตัวท่านทำตัวเหมือนคนธรรมดาแบบชาวบ้านทั่วๆไป
ไม่มีมาคุยว่าตัวท่านนั้นเป็นอะไร หรือ เรียกว่าอะไร
เวลาใครจะสอบอารมณ์ในเรื่องการปฏิบัติ แม้แต่พระต้องไปพบกับท่านที่บ้าน
วันที่คุณปู่จะสิ้นลม มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา คุณปู่บอกกับคุณย่าว่า เขามารับกันแล้ว
คุณย่าบอกว่า อย่าลืมไปทำต่อข้างบนนะ คุณปู่พยักหน้าตอบรับ แล้วบอกว่า ไปล่ะนะ
และได้สิ้นลมอย่างสงบ ส่วนตัวคุณย่าเอง ต่อมาเนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง
เดินไม่ค่อยไหว คุณย่าจะเดินจงกรมโดยใช้วิธีเกาะรอบๆเตียงแล้วเดิน
ลูกๆหลานถามว่า ทำไมไม่หยุดทำ คุณย่าบอกว่า ต้องทำ เพราะทางจะได้สั้นลง
วันที่คุณย่าสิ้นลม ท่านรู้ตัวล่วงหน้า สั่งเสียเรื่องงานการไว้เรียบร้อย
ท่านสั่งลูกหลานไว้ว่า เท่านี้โมงค่อยไปหาท่านในห้อง คุณย่าสิ้นลมไปอย่างสงบ

นี่คือตัวอย่างของความรักที่ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน รักที่เข้าใจในรักและหมั่นสร้างแต่เหตุดี
แม้ยามจะจากกันก็ไม่มาทุกข์ร้อนใจ จากกันด้วยรู้ว่าหนทางที่อีกฝ่ายไปนั้นไปทางไหน

การเจริญสติปัฏฐาน 4 จะทำให้เรารู้จักที่จะรักเป็น คือ รู้จักรักตัวเองก่อน
โดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 เมื่อรักตัวเองเป็นแล้ว ย่อมที่จะรักคนอื่นๆเป็น
เพราะรู้จักคำว่า " ให้อภัย " เมื่อตัวเองนั้นต้องพบกับความผิดหวัง
ไม่ต้องกลัวเรื่องการไม่มีคู่ หากใครยังต้องการความรักอยู่
ทุกๆคนล้วนมีคู่ของตัวเอง ล้วนเกิดจากเหตุที่กระทำร่วมกันมา
เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่วิบากหรือผลนั้นจะส่งผล
ไม่ต้องไปวิ่งหา ไม่ต้องไปตามหา ไม่ต้องไปพยายามทำอะไรเลย
เพียงรักตัวเองให้เป็นก่อนโดยการเจริญสติปัฏฐาน 4
อย่าไปเสียใจกับสิ่งที่ไม่สมหวัง เหตุเพราะเราแค่มีวิบากกรรมร่วมกับเขา จึงต้องมาชดใช้กันไป
เราเคยทำกับเขา เขาจึงทำกับเราเช่นนี้ ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากการกระทำของตัวเราเองทั้งนั้น
อย่าต่อว่ากัน เมื่อไม่สมหวังจากคนๆนั้น แต่จงอโหสิกรรมต่อทุกๆการกระทำของเขา
เพราะนั่นคือเงาสะท้อนกลับมาว่า เราเคยกระทำกับเขาหรือกับคนอื่นๆมาก่อน
เพียงแต่ว่า เราจะระลึกถึงมันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

คิดจะรักให้เป็น ต้องเจริญสติปัฏฐาน 4
คิดจะพ้นทุกข์ ต้องเจริญสติปัฏฐาน 4
การเจริญสติปัฏฐาน 4 จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติทั้งทางโลกและทางธรรม
เวลาทุกข์ จะได้ไม่ติดอยู่ทุกข์นาน เวลาสุข จะได้ไม่ติดอยู่สุขนาน
เพราะทุกๆสรรพสิ่งล้วนไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้ เราไม่สามารถไปยึดมั่นถือมั่นใดๆได้เลยแม้แต่สักอย่างเดียว
เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
และเราจะมีพระสติ พระสัมปชัญญะ ที่เป็นผลจากการเจริญสติปัฏฐาน คุ้มครองรักษาชีวิตของเรา
ทำให้เราดำเนินชีวิตไปอย่างถูกต้อง เมื่อก่อเหตุใหม่ที่เป็นอกุศลน้อยลง ผลที่ได้รับย่อมน้อยลง
ภพชาติย่อมสั้นลง เหมือนของที่กุดด้วน ต่อยังไงก็ต่อไม่ติด เพราะไม่มียอดจะให้ต่ออีกต่อไป

เช่นเดียวกับเรื่องราวปัญหาครอบครัวของทุกๆคน
สามีมีเมียน้อย ภรรยามีกิ๊ก สารพัดปัญหา ล้วนเกิดจากเหตุที่กระทำร่วมกันมาทั้งสิ้น
เราสามารถสร้างเหตุใหม่ที่ดีขึ้นมาได้ โดยเรารักตัวเราเองให้เป็นก่อน
แล้วเราจึงจะได้สามีคนใหม่ในร่างสามีเก่ากลับคืนมา
จะได้สามีใจพระ ตัวเราต้องเป็นภรรยาใจพระให้ได้ก่อน
อยากได้ลูกที่ดี เราต้องเป็นพ่อแม่ที่ดีให้ได้ก่อน .....

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2009, 08:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาบุญค่ะ และเห็นด้วยทุกประการ tongue tongue tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 12:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




untitled..bmp
untitled..bmp [ 369.19 KiB | เปิดดู 2990 ครั้ง ]

เศษดินน้อยๆ ที่คอยส่องแสง
ส่องให้คนมาสนใจ
อยู่มาวันหนึ่ง
ดวงดาวมาหา
บอกเศษดินขออยู่ด้วยคน
เศษดินก็ยิ้ม ตอบค่อยๆ ว่าตามสบาย

แต่ดวงดาวนั้นแสงสว่าง
สว่างเกินใครทั้งมวล...
แสงสว่างจากดวงดาวนั้น บดบังทุกสิ่ง แม้กระทั้งจุดยืนของเศษดิน

เศษดินเล็กๆ ที่เคยส่องแสง
มาวันนี้ถูกกลบด้วยแสงดาว
เศษดินน้อยๆ กับแสงเล็กๆ
ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนมองดวงดาว
เธอช่างส่องสว่างประกายบนฟ้า
ส่องให้ใครรอบตัวหันมามองเธอ

หากว่าเธอไม่มา ฉันคงจะเป็นสุข...
แต่วันนี้ทุกอย่างถูกพรากออกไปด้วยแสงดาว...

เศษดินเล็กๆ ที่เคยส่องแสง
มาวันนี้ถูกกลบด้วยแสงดาว
หัวใจเล็กๆ ทุกข์ใจมากมาย
แต่ไม่อาจทำไรได้ นอกจากได้แต่มองดวงดาว

แสงดาวส่องสว่างอยู่บนฟ้า
เธอช่างไม่รู้ตัว ว่าใครทุกข์ทนอยู่
แสงจากดวงดาวช่างสว่างเหลือเกิน
จะมาเทียบอะไรกับเศษดินอย่างเรา...

เศษดินเล็กๆ กับใจสลาย...
ได้แต่ต้องทำใจ
ว่าดวงดาวดวงนั้น ส่องแสงสว่างเหลือเกิน...
ในวันนี้ฉัน.. จึงเป็นได้แค่เศษดิน ที่ไร้ค่าก้อนหนึ่ง....

blog/kanalove/index_b-291.html


ความรัก เมื่อรักเป็น จะไม่มีคำว่า ตัวตน
ไร้ตัวตน แต่ไม่ได้ ไร้ตัวตน


มีดวงดาวดาษดื่นเป็นหมื่นแสน
ทั่วผืนแผ่นฟากฟ้าเวหาหน
ระยิบระยับวับวาวคราวมืดมน
บ้างร่วงหล่นลงผืนพสุธา


ไม่เหลือแสงวาววับประดับแล้ว
ไม่เหลือแววใดใดให้โหยหา
เหลือเพียงแค่เศษตะกอนก้อนศิลา
เพียงคุณค่ากลับคืนสู่ผืนดิน


ไม่ว่าเศษดิน หรือ เศษดาว ต่างก็มีคุณค่าในตัวเองเช่นเดียวกัน

จงเป็นดั่งหิ่งห้อย
ถึงแสงจะน้อย...
แต่ไม่ต้องคอยแสงจากใคร
อาจไม่สว่างไสว...
แต่ก็ภูมิใจเพราะมีในตัวเอง



อันความรู้มีมากมายในโลกหล้า
เปรียบเพียงค่าใบไม้ในมือถือ
อันคุณงามความดีที่ทำคือ
ใบไม้ในกำมือเราถือมา...


เพียงใบไม้ไหวตามท่ามกระแสร์
อาจผันแปรแค่นั้นดูหวั่นไหว
มองทางธรรมย้ำดูรู้ด้วยใจ
แม้สิ่งใกล้ใช่เห็นเช่นในมือ


ทุกสิ่งทุกอย่างสอนธรรมะ
อยู่ที่เรานั้นจะมองเห็นไหม
เช่นทุกกิ่งก้านและใบไม้
ยังร่วงไปทับทบซบผืนดิน




ทุกชีวิต ก้าวไป ในวันนี้
คงต้องมี ก้าวพลาด อาจถลำ
สุขหรือทุกข์ คลุกเคล้า ที่เราทำ
ควรน้อมนำ สอนใจ ให้กับตน

กว่าจะแกร่ง เก่งกล้า และสามารถ
ยืนองอาจ ล้มลุก สู้ทุกหน
อุปสรรค หนักหนา กล้าผจญ
ต้องอดทน ทายท้า พร้อมฝ่าฟัน

ดุจใบไม้ เราถือ กำมือหนึ่ง
คือที่พึ่ง หลักธรรม นำสุขสันต์
จิตสว่าง สงบนิ่ง ทุกสิ่งพลัน
กิเลสนั้น ละเลิกลด หมดที่ใจ

เพียงใบไม้ ในกำมือ ที่ถืออยู่
ให้ชนรู้ งามงด จิตสดใส
อยู่ที่ตน ค้นหา มโนใน
สุขหทัย ละเศร้าหมอง ครองความดี

ธรรมชาติ วาดไว้ ให้ได้เห็น
ดุจดั่งเป็น วิมุติ พิสุทธิ์ศรี
จิตกระจ่าง สว่างมา ในธาตรี
หวังชีวี เรืองรอง ด้วยครองธรรม....ฯ



นำมาจาก http://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem129634.html


ต้องใช้เวลานะคะ กว่าจะเข้าใจถึง " ไร้ตัวตน " แต่ไม่ได้ " ไร้ตัวตน "

รักนะคะ :b39:

เมื่อเรารักตัวเองเป็น ....
เราย่อมเผื่อแผ่ความรักนั้นไปสู่คนอื่นๆได้โดยไม่มีข้อกังขา
อะไรที่จะกระทำ แล้วต้องทำให้จิตเราเปื้อนไปกับมัน ( กิเลส )
อยู่ห่างๆมันไว้ค่ะ ถ้าสติเรายังไม่เข้มแข็งพอ

กิเลสมันจะมีลูกเล่นแพรวพราว ขุดหลุมหลอกล่อดักจิตเราอยู่ตลอดเวลา
ถ้าสติเราทัน ก็จะไม่ไปปรุงแต่ง ไม่ไปเล่นตามกิเลสนั้นๆ
ถ้าสติไม่ทัน เราก็เสร็จกิเลส นั่นคือ ภพชาติใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างชีวิตเก่ากับชีวิตใหม่
ทุกข์ สุข ที่เราเจอนั้น ล้วนไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอน
ล้วนแปรปรวนไปตามกิเลสที่วิ่งมากระทบเรา
กิเลสของชาวบ้าน แต่เราไปเอามันมาปรุงแต่งเอง

เมื่อเกิดความพอใจ เราก็ปรุงแต่งว่ามันคือความสุข
เมื่อเกิดความไม่พอใจ เราก็ปรุงแต่งว่ามันทุกข์
เมื่อเราเข้าใจในกิเลสนั้น เราแค่มองดู แค่รู้อยู่กับมัน
แต่เราจะไม่ไปรู้สึกสุขหรือทุกข์กับมัน

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เราไปยึดมั่นถือมั่นอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น
นำมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวก็ไม่ได้ นิดเดียวก็ไม่มีเลย

มันเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนักที่เราจะทำตัวให้ไร้ตัวตนได้
เพราะตัวตนนั้นมันมีอยู่คู่กับเราไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์มาแล้ว
ยิ่งยึดมากเท่าไหร่ อุปทานในตัวตนยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
แล้วเราจะขอบคุณทุกๆความทุกข์ที่เกิดขึ้น
เพราะมันทำให้เรากลายเป็นคน " ไร้ตัวตน " แต่ไม่ได้ " ไร้ตัวตน "

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แก้ไขล่าสุดโดย walaiporn เมื่อ 22 พ.ย. 2009, 19:27, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 14:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 13:50
โพสต์: 2

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




20090308215249_img_2302.jpg
20090308215249_img_2302.jpg [ 139.49 KiB | เปิดดู 2755 ครั้ง ]
อนุโมทนา สำหรับธรรมะดีๆๆ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 19:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2007, 15:22
โพสต์: 603

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ ขอบคุณมากคะสำหรับความรู้ ^^~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2009, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




1797264iaw1822qlm.gif
1797264iaw1822qlm.gif [ 34.44 KiB | เปิดดู 2932 ครั้ง ]
ความสุข

เดิมๆ อยู่ทุกวัน
เรื่องธรรมดา
ทำตามอย่างเขาไป ไม่มีปัญหา
อยากลองอยากคิดเดินหนทางใหม่ๆ ประตูยังเฝ้าคอยให้เราออกไป

ก็ไม่รู้หนทางที่วาดไว้
จะดีร้ายขอไปอย่างใจต้องการ

ปล่อยชีวิตตามทางที่เลือกเดิน
เปิดความคิดให้ใจได้เพลิดเพลิน
แค่ได้พบความสุขที่บรรเลง
แค่ได้ร้องตามจังหวะที่ครื้นเครง เท่านี้ก็สุขใจ

จะเร็วจะช้าไปก็ไม่เป็นไร
เดินทางมาแสนไกล แค่เรายังไหว
อะไรไม่สำคัญเท่าเป็นตัวเอง ได้เป็นดั่งเสียงเพลงที่เราเต้นไป

ก็ไม่รู้หนทางที่วาดไว้
จะดีร้ายขอไปอย่างใจต้องการ

ปล่อยชีวิตตามทางที่เลือกเดิน เปิดความคิดให้ใจได้เพลิดเพลิน
แค่ได้พบความสุขที่บรรเลง
แค่ได้ร้องตามจังหวะที่ครื้นเครง เท่านี้ก็สุขใจ

ปล่อยชีวิตตามทางที่เลือกเดิน เปิดความคิดให้ใจได้เพลิดเพลิน
แค่ได้พบความสุขที่บรรเลง
แค่ได้ร้องตามจังหวะที่ครื้นเครง เท่านี้ก็สุขใจ

ก็ไม่รู้หนทางที่วาดไว้
จะดีร้ายขอไปอย่างใจต้องการ

ปล่อยชีวิตตามทางที่เลือกเดิน เปิดความคิดให้ใจได้เพลิดเพลิน
แค่ได้พบความสุขที่บรรเลง
แค่ได้ร้องตามจังหวะที่ครื้นเครง เท่านี้ก็สุขใจ

ปล่อยชีวิตตามทางที่เลือกเดิน เปิดความคิดให้ใจได้เพลิดเพลิน
แค่ได้พบความสุขที่บรรเลง
แค่ได้ร้องตามจังหวะที่ครื้นเครง เท่านี้ก็สุขใจ

บทเพลงที่มาจากใจ
ส่งไปให้ใครต่อใคร อาจมีสักคนเข้าใจ จิตใจข้างในบทเพลง
บทเพลงที่มาจากใจ ส่งไปให้ใครต่อใคร
อาจมีสักคนเข้าใจ เท่านี้ก็สุขใจ

http://www.imeem.com/jippod/music/lA4eDX0S/scrubb/

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แก้ไขล่าสุดโดย walaiporn เมื่อ 24 พ.ย. 2009, 19:48, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2009, 20:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การเลิกกันครั้งนี้ คุณบอกว่าคุณผิด จุฬาภินันท์ทายว่า เพราะคุณคิดว่าคุณเหนือเขา คุณใส่ความเห็นของคุณในทุกๆสิ่งที่เขาแสดง แสดงให้เขาเห็นและคิดว่าคุณเหนือกว่า

แบบนี้ไม่ดีค่ะ

ต้องปรับใหม่ คุณปรับทัศนคตินะคะ กติกาสังคม ผู้ชายชอบที่จะเป็นผู้นำเมื่ออยู่ต่อหน้าใครๆ ฝ่ายหญิงต้องเป็นฝ่ายให้เกียรติเขา ทำให้เขาได้หน้าเมื่ออยู่ต่อหน้าใครๆ และ เมื่ออยู่กันสองคน คุณควรใส่ใจความเห็นของเขา ฟังเขา คิดตามสิ่งที่เขาพูด

เหตุผล ทุกอย่างมีเหตุและผล เขาก็มี คุณก็มี สำคัญที่ คุณและเขาหันหน้าเข้าหากัน ฟังกันและกัน ให้กำลังใจกันและกัน เขาล้ม คุณฉุดและพยุง คุณล้ม เขากอดและปกป้องคุณ อะไรประมาณนั้นค่ะ

โชคดีนะคะ ง้อเขาค่ะ เขายังรักคุณอยู่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2009, 03:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


chulapinan เขียน:
การเลิกกันครั้งนี้ คุณบอกว่าคุณผิด จุฬาภินันท์ทายว่า เพราะคุณคิดว่าคุณเหนือเขา คุณใส่ความเห็นของคุณในทุกๆสิ่งที่เขาแสดง แสดงให้เขาเห็นและคิดว่าคุณเหนือกว่า

แบบนี้ไม่ดีค่ะ

ต้องปรับใหม่ คุณปรับทัศนคตินะคะ กติกาสังคม ผู้ชายชอบที่จะเป็นผู้นำเมื่ออยู่ต่อหน้าใครๆ ฝ่ายหญิงต้องเป็นฝ่ายให้เกียรติเขา ทำให้เขาได้หน้าเมื่ออยู่ต่อหน้าใครๆ และ เมื่ออยู่กันสองคน คุณควรใส่ใจความเห็นของเขา ฟังเขา คิดตามสิ่งที่เขาพูด

เหตุผล ทุกอย่างมีเหตุและผล เขาก็มี คุณก็มี สำคัญที่ คุณและเขาหันหน้าเข้าหากัน ฟังกันและกัน ให้กำลังใจกันและกัน เขาล้ม คุณฉุดและพยุง คุณล้ม เขากอดและปกป้องคุณ อะไรประมาณนั้นค่ะ

โชคดีนะคะ ง้อเขาค่ะ เขายังรักคุณอยู่




cool
เวลาก๊อปข้อความมาแปะ กรุณาดูด้วยนะคะคุณจุฬา :b32:
แปะให้ถูกกระทู้หน่อยค่ะ :b1:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ย. 2009, 21:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โทษทีค่ะ พอดีจุฬาภินันท์ชอบเปิดสารพักระทู้พร้อมกัน เพราะ firefox มันดีกว่า IE เยอะน่ะค่ะ

---------------------------
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

ว่าด้วยกามเป็นหลักค่ะ กิเลสตัวร้ายและตัวแรกที่ควรละให้ได้ เพราะกามนี่แหละที่นำปัญหาสารพันเข้ามาให้คนที่ฝักใฝ่ในมันค่ะ

สมัยนี้เห็นชัดเลย คนฆ่ากันทำร้ายกัน ก้ด้วยเรื่องรักแบบนั้นน่ะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ย. 2009, 00:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


chulapinan เขียน:
โทษทีค่ะ พอดีจุฬาภินันท์ชอบเปิดสารพักระทู้พร้อมกัน เพราะ firefox มันดีกว่า IE เยอะน่ะค่ะ

---------------------------
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

ว่าด้วยกามเป็นหลักค่ะ กิเลสตัวร้ายและตัวแรกที่ควรละให้ได้ เพราะกามนี่แหละที่นำปัญหาสารพันเข้ามาให้คนที่ฝักใฝ่ในมันค่ะ

สมัยนี้เห็นชัดเลย คนฆ่ากันทำร้ายกัน ก้ด้วยเรื่องรักแบบนั้นน่ะค่ะ




คุณจุฬา cool
ทุกอย่างมันมีเหตุมาก่อนค่ะ ผลเลยเป็นเช่นนั้น
มันเป็นวิบากกรรมของเขากันค่ะ เขาเคยสร้างเหตุมาร่วมกัน ผลเลยออกมาเป็นแบบนั้น
อย่าไปต่อว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยค่ะ กลายเป็นว่า เรากำลังไปสร้างเหตุ
ให้มีวิบากกรรมร่วมกับคนเหล่านั้น สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
เราถึงต้องมาเจริญสติกันเพราะเหตุนี้ จะได้รู้จักรักแบบมีสติ
ไม่ใช่รักเพราะยึดติดหรือหลงในสิ่งที่สัมผัสไม่ว่าจะด้านไหนๆก็ตาม

ขึ้นชื่อว่า ความรัก หากมีสิ่งอื่นเจอปนลงไปแล้ว พวกมีข้อแม้ทั้งหลาย ที่เขียนไว้น่ะค่ะ
นั่นคือ ความหลง ไม่ใช่ ความรัก จาก ความรัก ที่มีสิ่งเจือปน
ทำให้กลายเป็นพยาบาทกันไปโดยไม่รู้ตัว เขาทิ้งเรา เราทิ้งเขา ผลัดกันทิ้ง
เลยทำให้กลายเป็นความหลงในสงสารกัน จนกว่าจะมีการอโหสิกรรมให้แก่กันและกัน
ยอดก็จะกุด ต่อไม่ติดละทีนี้ เราควรหมั่นแผ่เมตตาและให้การอโหสิกรรม
ต่อคนที่เราคิดว่า เขามาทำร้ายเรา ไม่ว่าจะด้านไหนๆก็แล้วแต่
เมื่อเราให้อโหสิกรรมต่อเขาได้ ภพชาติหรือวิบากกรรมระหว่างเรากับเขาย่มจบลง

แต่เราอโหสิให้กับเขาแล้ว เขายังไม่เลิกลา ยังหาเรื่องเราตลอดเวลา
ก็ขอให้แผ่เตตาให้กับเขาไป เพราะนั่นคือ สิ่งที่เราเคยกระทำกับเขาไว้ ชดใช้เขาไป
ไม่ต้องไปแช่งเขา หรือไปโต้ตอบใดๆกับเขาเหล่านั้น สักวันเขาเหนื่อย เขาจะหยุดไปเอง
หรือถ้าเขาไม่ยอมหยุด เขาจะทำอะไรต่อก็เรื่องของเขา เพราะต่อจากนี้ไปสิ่งเหล่านั้น
เขาย่อมได้รับผลจากการกระทำของตัวเขาเอง จากการกระทำของคนอื่นที่เคยสร้างเหตุร่วมมากับเขา

เหมือนเรื่องของสามีภรรยา เวลาให้การแนะนำ เราต้องระวังนะคะ
หากเราแนะนำให้เขาดีกัน ถ้าเขาไปดีกันแล้ว แล้วมาวันหนึ่ง สภาพมันแย่หรือนักไปยิ่งกว่าเดิม
เขาจะว่าเราได้ว่า ไม่น่าเชื่อเราเลย คิดว่าดีแล้วนะ ถึงเชื่อ มันทุกข์กว่าเดิมอีก รู้งี้เลิกดีกว่า
หรือ บางคนเราแนะนำให้เขาเลิกกัน เกิดเขาเลิกกันจริงๆ แต่ต่อมา อีกคนกลับเป็นคนดีขึ้นมาใหม่ได้
แล้วสามารถสร้างครอบครัวที่เขามีใหม่นั้น ทำดีขึ้นมาได้ ส่วนคนที่เลิกกันไปนั้นแย่ลง
เขาก็จะว่าเราได้ว่า มาทำให้เขาครอบครัวแตกแยกกัน ซึ่งถ้าเขาอดทน ป่านนี้เขาสบายไปแล้ว

เห็นไหมคะ โดนทั้งขึ้นทั้งร่อง ให้ดีกันเราก็โดน ให้เลิกกันเราก็โดน
เราควรวางใจให้เป็นกลาง อย่าเอาตัวเราเข้าไปตัดสินในเรื่องของเขา
มันเป็นเรื่องของเขาสองคนที่เขารู้จักกันดีที่สุด มากกว่าคนที่ไปแนะนำ
บางเรื่องเป็นเรื่องลับเฉพาะของเขา ที่เขาไม่สามารถเล่าให้เราฟังได้

เวลาแนะนำ เราควรให้เขากลับไปย้อนดูที่ตัวเขาเองว่า วันนี้เขาทำดีพอหรือยัง
เขาดูแลคนในครอบครัวดีแล้วหรือยัง ดูแลทั่วทุกคนไหม หรือเลือกที่รักมักที่ชัง
เป็นคนขี้บ่นไหม รู้จักเอาใจอีกฝ่ายไหม หน้าที่ของสามีหรือภรรยานั้นคืออะไร
ให้กำลังใจแก่เขา ให้เขาได้รู้จักพึ่งทางธรรม เพื่อเขาจะได้มีสติ ไม่ไปกล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว
เราควรแนะนำแบบนี้ แล้วเราจะได้ไม่ต้องไปมีวิบากร่วมกับเขาเหล่านั้น

หากคิดว่า ทำดีที่สุดแล้ว คนในครอบครัวยังปันใจให้คนอื่น นั่นคือ
เราน่ะต้องแผ่เมตตาให้ทั้งเขาและคนที่เข้ามาแทรกแซงในครอบครัวของเรา
จงมีสติ อย่าด่าทอ อย่าพูดจาหยาบคาย ให้ใช้น้ำใจ ใช้น้ำเย็น เข้าสนทนา อย่าไปขุดคุ้ย
เขาเหล่านั้นเคยสร้างเหตุร่วมกันมา คนที่แก้คือเรา เพราะเราคือเหตุหนึ่งในนั้นที่เกิดขึ้น
เรามีหน้าที่คือ ตั้งสติ แล้วพยายามทำหน้าที่ของเราอย่าให้ขาดตกบกพร่อง
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หากเขาไม่ใช่คู่ของเราจริงๆ เขาก็จะจากเราไปเอง
แต่ถ้าเขาเป็นคู่ของเรา ต่อให้อีกฝ่ายมีกลเม็ดเด็ดดวงแค่ไหน ก็เอาเขาไปไม่ได้หรอก
อาหารจานด่วนกินแรกๆก็ตื่นเต้นดี กินบ่อยๆมันก็เอียน
ไหนจะสู้น้ำใจภรรยาที่มีแต่เมตตาล่ะคะ ความเมตตานี่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้
เพราะอยู่ด้วยแล้วจะมีแต่ความรู้สึกเย็น ชุ่มชื่นใจ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2009, 01:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ทุกอย่างมันมีเหตุมาก่อนค่ะ ผลเลยเป็นเช่นนั้น
มันเป็นวิบากกรรมของเขากันค่ะ เขาเคยสร้างเหตุมาร่วมกัน ผลเลยออกมาเป็นแบบนั้น
อย่าไปต่อว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยค่ะ กลายเป็นว่า เรากำลังไปสร้างเหตุ
ให้มีวิบากกรรมร่วมกับคนเหล่านั้น สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
เราถึงต้องมาเจริญสติกันเพราะเหตุนี้ จะได้รู้จักรักแบบมีสติ
ไม่ใช่รักเพราะยึดติดหรือหลงในสิ่งที่สัมผัสไม่ว่าจะด้านไหนๆก็ตาม


ใช่เลยค่ะ ถูกที่สุด

แต่กรรมนั้นเราทำได้ แม้แต่จะเปลี่ยนผลที่กำหนดมาแล้วโดยชะตากรรม เพราะปัจจุบันสำคัญที่สุดค่ะ สติอย่างที่คุณบอกนั่นแหละค่ะ ที่จะกำหนดหารกระทำ สติบวกหลักธรรม นั่นเปลี่ยนชะตากรรมตัวเองได้เลยนะคะ

อ้างคำพูด:
ขึ้นชื่อว่า ความรัก หากมีสิ่งอื่นเจอปนลงไปแล้ว พวกมีข้อแม้ทั้งหลาย ที่เขียนไว้น่ะค่ะ
นั่นคือ ความหลง ไม่ใช่ ความรัก จาก ความรัก ที่มีสิ่งเจือปน
ทำให้กลายเป็นพยาบาทกันไปโดยไม่รู้ตัว เขาทิ้งเรา เราทิ้งเขา ผลัดกันทิ้ง
เลยทำให้กลายเป็นความหลงในสงสารกัน จนกว่าจะมีการอโหสิกรรมให้แก่กันและกัน
ยอดก็จะกุด ต่อไม่ติดละทีนี้ เราควรหมั่นแผ่เมตตาและให้การอโหสิกรรม
ต่อคนที่เราคิดว่า เขามาทำร้ายเรา ไม่ว่าจะด้านไหนๆก็แล้วแต่
เมื่อเราให้อโหสิกรรมต่อเขาได้ ภพชาติหรือวิบากกรรมระหว่างเรากับเขาย่มจบลง


ความรักนั่นแหละค่ะ รักที่เป็นอารมณ์อยากครอบครองค่ะ รักมันมาจากใจที่ใส่กิเลส หลงใันมาจากความคิดค่ะ และรักนั่นแหละที่ทำให้เกิดการกระทำทั้งร้ายทั้งดี จิตใต้สำนึกที่ให้ความรู้สึกผ่านใจค่ะที่เป็นตัวกำหนด

จุฬาภินันท์หลงผู้ชายคนนึง แต่ไม่ได้รัก จุฬาภินันท์หลงไม่เชิงถูกทางนัก อยากให้เขาทำอะไรตามใจ แต่ไม่รัก เพราะไม่สนใจจะได้เขามาอยู่กับตัว

เห็นความแตกต่างมั้ยคะ รักกับหลงเป็นแบบนั้นค่ะ

และเมื่อมีกรรมต่อกัน จะไม่ต่อกรรม ก็อย่าจองเวร แผ่เมตตา ขออโหสิ ข้อนี้ใช่เลยค่ะ

อ้างคำพูด:
แต่เราอโหสิให้กับเขาแล้ว เขายังไม่เลิกลา ยังหาเรื่องเราตลอดเวลา
ก็ขอให้แผ่เตตาให้กับเขาไป เพราะนั่นคือ สิ่งที่เราเคยกระทำกับเขาไว้ ชดใช้เขาไป
ไม่ต้องไปแช่งเขา หรือไปโต้ตอบใดๆกับเขาเหล่านั้น สักวันเขาเหนื่อย เขาจะหยุดไปเอง
หรือถ้าเขาไม่ยอมหยุด เขาจะทำอะไรต่อก็เรื่องของเขา เพราะต่อจากนี้ไปสิ่งเหล่านั้น
เขาย่อมได้รับผลจากการกระทำของตัวเขาเอง จากการกระทำของคนอื่นที่เคยสร้างเหตุร่วมมากับเขา


ใช่ค่ะ เวรระงับด้วยการไม่จองเวร ถ้าเขายังมีเวร แต่เราไม่มี เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้

อ้างคำพูด:
เหมือนเรื่องของสามีภรรยา เวลาให้การแนะนำ เราต้องระวังนะคะ
หากเราแนะนำให้เขาดีกัน ถ้าเขาไปดีกันแล้ว แล้วมาวันหนึ่ง สภาพมันแย่หรือนักไปยิ่งกว่าเดิม
เขาจะว่าเราได้ว่า ไม่น่าเชื่อเราเลย คิดว่าดีแล้วนะ ถึงเชื่อ มันทุกข์กว่าเดิมอีก รู้งี้เลิกดีกว่า
หรือ บางคนเราแนะนำให้เขาเลิกกัน เกิดเขาเลิกกันจริงๆ แต่ต่อมา อีกคนกลับเป็นคนดีขึ้นมาใหม่ได้
แล้วสามารถสร้างครอบครัวที่เขามีใหม่นั้น ทำดีขึ้นมาได้ ส่วนคนที่เลิกกันไปนั้นแย่ลง
เขาก็จะว่าเราได้ว่า มาทำให้เขาครอบครัวแตกแยกกัน ซึ่งถ้าเขาอดทน ป่านนี้เขาสบายไปแล้ว


แล้วแต่สติและความคิดของแต่ละคนค่ะ แนะไม่ใช่สั่ง คนทำเป็นคนตัดสินใจค่ะ ผลของมันจะเป็นไปตามการกระทำที่เป็นเหตุค่ะ เป็นไปตามการกระทำค่ะ ไม้่ใช่คำแนะ

อ้างคำพูด:
เห็นไหมคะ โดนทั้งขึ้นทั้งร่อง ให้ดีกันเราก็โดน ให้เลิกกันเราก็โดน
เราควรวางใจให้เป็นกลาง อย่าเอาตัวเราเข้าไปตัดสินในเรื่องของเขา
มันเป็นเรื่องของเขาสองคนที่เขารู้จักกันดีที่สุด มากกว่าคนที่ไปแนะนำ
บางเรื่องเป็นเรื่องลับเฉพาะของเขา ที่เขาไม่สามารถเล่าให้เราฟังได้


จุฬาภินันท์แนะเรื่องเฉพาะค่ะ เฉพาะคนเฉพาะคู่ เรื่องเหมือนกัน รายละเอียดต่างกัน คนเข้ามาโพสต์กระทู้ เขาก็พร้อมจะแชร์เรื่องส่วนตัวตรงนั้นของเขาค่ะ มาโพสต์เพื่อขอความเห็นค่ะ จุฬาภินันท์ตอบให้ถูกจุดน่ะค่ะ

อ้างคำพูด:
เวลาแนะนำ เราควรให้เขากลับไปย้อนดูที่ตัวเขาเองว่า วันนี้เขาทำดีพอหรือยัง
เขาดูแลคนในครอบครัวดีแล้วหรือยัง ดูแลทั่วทุกคนไหม หรือเลือกที่รักมักที่ชัง
เป็นคนขี้บ่นไหม รู้จักเอาใจอีกฝ่ายไหม หน้าที่ของสามีหรือภรรยานั้นคืออะไร
ให้กำลังใจแก่เขา ให้เขาได้รู้จักพึ่งทางธรรม เพื่อเขาจะได้มีสติ ไม่ไปกล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว
เราควรแนะนำแบบนี้ แล้วเราจะได้ไม่ต้องไปมีวิบากร่วมกับเขาเหล่านั้น


เพราะจุฬาภินันท์จับโทน จับทุกรายละเอียด เลยทำให้รู้ละเอียดไงคะ การมีปัญหา ไม่ใช่บกพร่องหน้าที่อย่างเดียว บางคู่ ฝ่ายนึงเพียบพร้อม แต่อีกฝ่ายดันทำเหตุ นั่นเพราะตัณหาค่ะ วิธีจัดการก็ต่างกันไปในแต่ละคู่น่ะค่ะ

อ้างคำพูด:
หากคิดว่า ทำดีที่สุดแล้ว คนในครอบครัวยังปันใจให้คนอื่น นั่นคือ
เราน่ะต้องแผ่เมตตาให้ทั้งเขาและคนที่เข้ามาแทรกแซงในครอบครัวของเรา
จงมีสติ อย่าด่าทอ อย่าพูดจาหยาบคาย ให้ใช้น้ำใจ ใช้น้ำเย็น เข้าสนทนา อย่าไปขุดคุ้ย
เขาเหล่านั้นเคยสร้างเหตุร่วมกันมา คนที่แก้คือเรา เพราะเราคือเหตุหนึ่งในนั้นที่เกิดขึ้น
เรามีหน้าที่คือ ตั้งสติ แล้วพยายามทำหน้าที่ของเราอย่าให้ขาดตกบกพร่อง
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หากเขาไม่ใช่คู่ของเราจริงๆ เขาก็จะจากเราไปเอง
แต่ถ้าเขาเป็นคู่ของเรา ต่อให้อีกฝ่ายมีกลเม็ดเด็ดดวงแค่ไหน ก็เอาเขาไปไม่ได้หรอก
อาหารจานด่วนกินแรกๆก็ตื่นเต้นดี กินบ่อยๆมันก็เอียน
ไหนจะสู้น้ำใจภรรยาที่มีแต่เมตตาล่ะคะ ความเมตตานี่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้
เพราะอยู่ด้วยแล้วจะมีแต่ความรู้สึกเย็น ชุ่มชื่นใจ


ทางแก้ไม่ใช่แค่จบเวรค่ะ ชีวิตคู่ ในทางโลก ย่อมต้องการจบลงด้วยการเป็นคู่ ไม่ใช่ต่างแยกย้าย การมีปัญหา นั่นเพราะกรรมที่คนอื่นร่วมกระทำกันมา มีเหตุแก้เหตุค่ะ และไม่ใช่เราเสมอไปที่ทำให้เกิดเหตุ แก้ได้ทั้งเรารุกหรือรอรับน่ะค่ะ แล้วแต่กรณีๆไป

เรื่องเนื้อคู่ บางทีชะตากรรมก็กำหนดมาให้มีเนื้อคู่หลายคน เราเลือกได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับการกระทำ จุฬาภินันท์ได้ปัญญาจนรู้ว่ามีเนื้อคู่สี่คนแหนะ แต่จุฬาภินันท์เลือก เลือกโดยการกระทำให้มีกับอีกฝ่าย เลือกโดยการอธิษฐานโดยใช้บุญที่มีน่ะค่ะ ส่วนที่ไม่เลือก จุฬาภินันท์ก็ไม่สนใจจะทำกรรมให้มีร่วมกัน สรุปเนื้อคู่มีผู้กำหนดไว้แล้ว แต่จะคู่ใครยังไง แล้วแต่เราค่ะ เลือกที่จะมีความสุข เลือกให้ถูก และกระทำให้ถูกค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2009, 02:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


chulapinan เขียน:
อ้างคำพูด:
เวลาแนะนำ เราควรให้เขากลับไปย้อนดูที่ตัวเขาเองว่า วันนี้เขาทำดีพอหรือยัง
เขาดูแลคนในครอบครัวดีแล้วหรือยัง ดูแลทั่วทุกคนไหม หรือเลือกที่รักมักที่ชัง
เป็นคนขี้บ่นไหม รู้จักเอาใจอีกฝ่ายไหม หน้าที่ของสามีหรือภรรยานั้นคืออะไร
ให้กำลังใจแก่เขา ให้เขาได้รู้จักพึ่งทางธรรม เพื่อเขาจะได้มีสติ ไม่ไปกล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว
เราควรแนะนำแบบนี้ แล้วเราจะได้ไม่ต้องไปมีวิบากร่วมกับเขาเหล่านั้น


เพราะจุฬาภินันท์จับโทน จับทุกรายละเอียด เลยทำให้รู้ละเอียดไงคะ การมีปัญหา ไม่ใช่บกพร่องหน้าที่อย่างเดียว บางคู่ ฝ่ายนึงเพียบพร้อม แต่อีกฝ่ายดันทำเหตุ นั่นเพราะตัณหาค่ะ วิธีจัดการก็ต่างกันไปในแต่ละคู่น่ะค่ะ

อ้างคำพูด:
หากคิดว่า ทำดีที่สุดแล้ว คนในครอบครัวยังปันใจให้คนอื่น นั่นคือ
เราน่ะต้องแผ่เมตตาให้ทั้งเขาและคนที่เข้ามาแทรกแซงในครอบครัวของเรา
จงมีสติ อย่าด่าทอ อย่าพูดจาหยาบคาย ให้ใช้น้ำใจ ใช้น้ำเย็น เข้าสนทนา อย่าไปขุดคุ้ย
เขาเหล่านั้นเคยสร้างเหตุร่วมกันมา คนที่แก้คือเรา เพราะเราคือเหตุหนึ่งในนั้นที่เกิดขึ้น
เรามีหน้าที่คือ ตั้งสติ แล้วพยายามทำหน้าที่ของเราอย่าให้ขาดตกบกพร่อง
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หากเขาไม่ใช่คู่ของเราจริงๆ เขาก็จะจากเราไปเอง
แต่ถ้าเขาเป็นคู่ของเรา ต่อให้อีกฝ่ายมีกลเม็ดเด็ดดวงแค่ไหน ก็เอาเขาไปไม่ได้หรอก
อาหารจานด่วนกินแรกๆก็ตื่นเต้นดี กินบ่อยๆมันก็เอียน
ไหนจะสู้น้ำใจภรรยาที่มีแต่เมตตาล่ะคะ ความเมตตานี่ใครๆก็อยากอยู่ใกล้
เพราะอยู่ด้วยแล้วจะมีแต่ความรู้สึกเย็น ชุ่มชื่นใจ


ทางแก้ไม่ใช่แค่จบเวรค่ะ ชีวิตคู่ ในทางโลก ย่อมต้องการจบลงด้วยการเป็นคู่ ไม่ใช่ต่างแยกย้าย การมีปัญหา นั่นเพราะกรรมที่คนอื่นร่วมกระทำกันมา มีเหตุแก้เหตุค่ะ และไม่ใช่เราเสมอไปที่ทำให้เกิดเหตุ แก้ได้ทั้งเรารุกหรือรอรับน่ะค่ะ แล้วแต่กรณีๆไป

เรื่องเนื้อคู่ บางทีชะตากรรมก็กำหนดมาให้มีเนื้อคู่หลายคน เราเลือกได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับการกระทำ จุฬาภินันท์ได้ปัญญาจนรู้ว่ามีเนื้อคู่สี่คนแหนะ แต่จุฬาภินันท์เลือก เลือกโดยการกระทำให้มีกับอีกฝ่าย เลือกโดยการอธิษฐานโดยใช้บุญที่มีน่ะค่ะ ส่วนที่ไม่เลือก จุฬาภินันท์ก็ไม่สนใจจะทำกรรมให้มีร่วมกัน สรุปเนื้อคู่มีผู้กำหนดไว้แล้ว แต่จะคู่ใครยังไง แล้วแต่เราค่ะ เลือกที่จะมีความสุข เลือกให้ถูก และกระทำให้ถูกค่ะ




อ่อ ... หรือจ๊ะ :b12:

ตามสบายนะจ๊ะ :b41:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ธ.ค. 2009, 20:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




untitled53.bmp
untitled53.bmp [ 80.8 KiB | เปิดดู 2658 ครั้ง ]
เมื่อความรักมันพังลง เราเหมือนคนไม่เต็มคน
เหมือนครึ่งหนึ่งชีวิตนี้หล่นหาย
แบ่งชีวิตให้เขาแล้ว เขาก็พามันจากไป
ไม่มีทางจะทำใจได้เลย

ไม่เคยหันมองดูตัว มัวเสียดายวันเวลา
ฝันว่าอาจจะคืนมาเหมือนเคย
เพิ่งจะรู้ว่ารักแท้ มันไม่ไกลไม่ห่างเลย
แค่เพียงกลับมาสนใจตัวเอง

ครึ่งหนึ่งของชีวิต ที่เราทำหายไป
ต่อให้นอนเสียดายไปจนตายมันก็เท่านั้น
เหลืออีกครึ่งชีวิต ที่มันยังต้องการ
ความรักตัวเองกลับมา ชีวิตมันมีคุณค่ากว่านี้

นั่งดูแขนมองดูมือ ดูหน้าตามองตัวเอง
จ้องกระจกดูสักครั้งนั่นใคร
เก็บชีวิตที่เหลือๆ ทำให้ดีจะได้ไหม
แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม

ครึ่งหนึ่งของชีวิต ที่เราทำหายไป
ต่อให้นอนเสียดายไปจนตายมันก็เท่านั้น
เหลืออีกครึ่งชีวิต ที่มันยังต้องการ
ความรักตัวเองกลับมา ชีวิตมันมีคุณค่ากว่านี้

นั่งดูแขนมองดูมือ ดูหน้าตามองตัวเอง
จ้องกระจกดูสักครั้งนั่นใคร
เก็บชีวิตที่เหลือๆ ทำให้ดีจะได้ไหม
แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม

เก็บชีวิตที่เหลือๆ ทำให้ดีจะได้ไหม
แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม


http://www.imeem.com/fairypla/music/duMnysMe/amp/

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 20:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




untitled0.bmp
untitled0.bmp [ 76.29 KiB | เปิดดู 2634 ครั้ง ]
วันวานที่แสนหวาน.
อุ่นไอรักที่ลุ่มหลง
ยากที่จะยืนยง
จงมั่นคงในรักแท้

โดยคะน้า



30ปีเล่นดนตรีหลังเขา เล่าเรื่องราวเก่าๆสู่ลูกหลาน
ความรักแท้แน่จริงคงทนนาน เหมือนนิทานขานบทเพลงตามสายลม

มันเหมือนนิยาย ชีวิตของชายหลังเขา
ใบหน้าเศร้าๆ ความรักเรื่องราวขื่นขม
เคยมีคนรัก แต่เธอจากไปเหมือนลม
อกช้ำตรอมตรม ระทมอยู่เพียงเดียวดาย
ทุกๆรุ่งเช้า ปีนเขาเพื่อไปบรรเลง
ขับร้องบทเพลง บรรเลงเพื่อปลอมใจเธอ
ยังมั่นในรัก สื่อสารฝากไปเสมอ
ยังอยากพบเจอ อยากเห็นรอยยิ้มอีกครา

น้ำตานอง ทำนองเพลงแสนจะเศร้า
สายลมคลาเคล้า ผสมก้องตามภูผา
โปรดจงรับรู้ รักนี้ไม่ขาดซักครา
สิ้นเสียงคำลา จะมาพบเธออีกที

ความหลังในใจ เมื่อเธอจากไปไม่หวน
นั่งคิดทบทวน ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
อยากบอกกับใคร ให้เขาเข้าใจซักที
รักที่คุณมี รักษาให้ดีก่อนสาย

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แก้ไขล่าสุดโดย walaiporn เมื่อ 07 ธ.ค. 2009, 21:00, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ธ.ค. 2009, 23:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




คำอธิบาย: .........................................




ดีไม่ดี... อยู่ที่ใจเรา
หัวเราะ... เมื่ออยากหัวเราะ
ร้องไห้... เมื่ออยากร้องไห้
และต้องหัวเราะให้ได้หลังร้องไห้ทุกครั้ง!
อย่าทำอะไรที่ไม่อยากทำ...
จงทำอะไรที่ใจอยากทำ!


ตัวหนังสือ... เขียนผิด... ลบได้
การกระทำ... ทำผิด... เอาอะไรลบ

untitled0.bmp
untitled0.bmp [ 40.02 KiB | เปิดดู 2623 ครั้ง ]
คำอธิบาย: .......................................

ทุกย่างก้าว ของ ความฝัน คือ ก้าวย่าง ของ ความเหน็ดเหนื่อย
ทุกก้าวย่าง ของ ความเหน็ดเหนื่อย คือ ก้าวย่าง ของ ความสำเร็จ


ต่อให้ทุกข์ที่สุด.... ก็ต้องผ่านพ้นไปจนได้
เมื่อเรานั่งมองอดีต เรายังผ่านทุกข์มาได้ตั้งหลายทุกข์
ในเมื่อ... ชีวิต... มันยังมีชีวิต
ขอแค่อย่าทุกข์ก่อนเจอทุกข์
หลัง ทุกข์ อย่าทุกข์อีก
ให้ทุกข์ แค่ตอนทุกข์
แล้วทุกข์ที่สุด... ก็จะเป็นทุกข์แค่นี้เอง!

untitled0.bmp
untitled0.bmp [ 204.84 KiB | เปิดดู 2623 ครั้ง ]
คำอธิบาย: ..................................

ให้ทำหน้าที่ทุกหน้าที่ด้วยหัวใจ
ให้หัวใจตระหนักในหน้าที่...
แล้วเราจะไม่รู้สึกว่าหน้าที่เป็นหน้าที่
แต่เป็นการกระทำที่เกิดจาก... หัวใจเรียกร้อง... ต่างหาก


ดีไม่ดี.... อยู่ที่ใจเรา...
ถ้าใจเรา... คิดดี ก็จะเจอแต่สิ่งดีๆ
ถ้าเรามองในทางที่ดี... ใจเราก็จะรู้สึกดี
ถ้ากำลังใจดี... สิ่งเลวร้าย... ก็จะคลี่คลายเป็น... ดี!

CALDJZFZ.jpg
CALDJZFZ.jpg [ 2.57 KiB | เปิดดู 2622 ครั้ง ]
อยู่ที่คิด และ การกระทำ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 130 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร