วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2021, 23:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 15:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7420

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b43:
ต่อมา ลลิตวิสตระ กล่าวเสริมว่า พระนางมายาเทวีไม่รู้สึกหนักพระกาย นอกจากรู้สึกเบาสบายเท่านั้น
และพระนางไม่ได้รับทุกข์ที่ทรงพระครรภ์เลย พระนางไม่ถูกไฟ คือ ราคะ โทสะ และโมหะ เผาผลาญ
ไม่ทรงคิดคำนึงถึงกามวิตก(คิดใคร่) พยาบาทวิตก(คิดพยาบาท) และวิหิงสาวิตก(คิดเบียดเบียน)

:b48:
พระนางไม่รู้สึกหนาว ร้อน หิว กระหาย... รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งสัมผัสทางกาย
อันไม่น่าชอบใจไม่ปรากฏแก่พระนางเลย พระนางไม่ทรงสุบิน(ฝัน)ร้าย
พระนางไม่มีมายาหญิง...ไม่มีจิตกำหนัดในบุรุษ และบุรุษก็ไม่มีจิตกำหนัดในพระนาง

เทวดา นาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ หญิง ชาย เด็กชาย เด็กหญิง ที่ถูกภูตสิง
ทั้งที่มีอยู่ในเมืองกบิลพัสดุ์หรือในเมืองอื่น พอมาเห็นพระนางก็กลับได้สติสำนึกตนรีบหนีไปทันที
คนที่เป็นโรคต่าง ๆ โรคสันนิบาตเกิดแต่ลม ดี เสลด โรคทางตา โรคทางหู โรคทางจมูก โรคทางลิ้น
โรคช่องปาก เป็นต้น พอพระมารดาของพระโพธิสัตว์วางพระหัตถ์ขวาลงบนศรีษะของเขาเท่านั้น
เขาก็จะพลันหายจากโรคแล้วกลับบ้านได้ ชั้นที่สุดเมื่อพระนางมายาทรงถอนรากหญ้าหรือกอไม้เล็ก ๆ
จากแผ่นดินแล้วส่งให้คนไข้ พอคนไข้รับก็พลันหายจากโรคหายพิการ

:b48:
และยามที่พระนางเพ่งดูที่พระปรัศว์(สีข้าง)ข้างขวาของพระนางเอง
ก็จะทรงแลเห็นพระโพธิสัตว์อยู่ในพระครรภ์ คล้ายทอดพระเนตรเห็นดวงหน้าในแว่นใสสะอาด
ครั้นทรงเห็นแล้วก็มีพระหทัยยินดี เหตุอัศจรรย์ทั้งหมดดังกล่าวมานี้
ย่อมมีเกิดขึ้นแก่พระโพธิสัตว์ทุกองค์ รวมทั้งพระโพธิสัตว์เทพบุตรสันดุสิตด้วย

:b48:
สุมังคลวิลาสินีได้อธิบายเหตุผลแห่งเหตุอัศจรรย์ทั้งหมดนี้ สรุปได้ว่า
1) เทพบุตร 4 องค์ที่เข้าไปถวายอารักขาทั้ง 4 ทิศ ก็คือ
ท้าวมหาราชทั้ง 4 ที่คอยถือพระขรรค์ถวายอารักขาตั้งแต่ประตูห้องพระบรรทมไปจนถึงจักรวาล
ก็ด้วยความเคารพในพระโพธิสัตว์และด้วยหวังจะไม่ให้พระมารดาพระโพธิสัตว์ตกพระหทัยกลัว
เพราะได้เห็นรูปที่ไม่น่าดูหรือได้ฟังเสียงที่ไม่น่าฟังอันเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์
หรืออมนุษย์ อย่างเช่นปีศาจคลุกฝุ่นเป็นต้นที่คิดร้าย

:b48:
เทพบุตรทั้ง 4 ไม่ได้แสดงตัวให้พระมารดาของพระโพธิสัตว์เห็นในเวลาอื่น ๆ
อาทิ เวลาสรงสนาน เวลาเสวยพระกระยาหาร และเวลาแต่งพระองค์ แต่แสดงตัวให้เห็นในเวลาที่
พระนางเสด็จเข้าบรรทมบนพระแท่นในห้องบรรทม ซึ่งเมื่อพระนางทอดพระเนตรเห็น
ก็ไม่ได้ทรงแสดงอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นด้วยบุญของพระโอรส
และของพระนางเอง

:b48:
2) การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์ทรงมีศีลขึ้นมาเองโดยปกตินั้น
ก็เป็นด้วยบุญญานุภาพของพระโอรสซึ่งเป็นผู้มีศีล ตามปกติก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ
คนทั้งหลายย่อมรับศีลในสำนักของดาบสและปริพาชก ซึ่งเป็นนักบวชที่มีอยู่ก่อน
พระนางมหามายาก็เช่นกัน ทรงรับศีลในสำนักฤาษีกาฬเทวิล (หรือฤาษีอสิตะ)
แต่เมื่อตั้งพระครรภ์พระโพธิสัตว์ พระนางก็ทรงมีพระหทัยน้อมไปในการรักษาศีลเองโดยธรรมชาติ

:b48:
3)การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์ ไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องกามคุณในบุรุษนี้
ก็เป็นด้วยอำนาจบุญของพระโพธิสัตว์และศีลที่พระนางรักษา แต่หากบุรุษใดเห็นพระนางแล้ว
มีจิตกำหนัดประสงค์จะเข้ามาหาก็จะก้าวเท้าไม่ออกคล้ายถูกโซ่ตรวนทิพย์ตราตรึง

:b48:
4) การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ 5
ก็หมายถึง ทรงได้เห็นรูปที่สวย ทรงได้ฟังเสียงที่ไพเราะ ทรงได้กลิ่นที่หอม
ทรงได้ลิ้มรสพระกระยาหารที่เลิศรส และทรงได้สัมผัสสิ่งสัมผัสทางกายที่ดีเลิศ
ยิ่งกว่านั้นยังทรงได้รับเครื่องบรรณาการนานาชนิดจากกษัตริย์บ้านใกล้เรือนเคียง
ทั้งนี้เป็นด้วยผลบุญที่ทั้งพระมารดาของพระโพธิสัตว์และพระโพธิสัตว์เองสั่งสมไว้

:b48:
5) การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์ไม่ลำบากพระกาย ไม่อ่อนเพลีย
ก็เนื่องจากเวลาตั้งพระครรภ์นั้นไม่มีอาการผิดปกติทางพระวรกายปรากฏให้เห็นเหมือนหญิงอื่น
คือ พระหัตถ์และพระบาทไม่อวบอูม พระครรภ์ไม่ใหญ่โย้ เป็นต้น

:b48:
6) การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์เห็นพระโพธิสัตว์อยู่ในพระครรภ์
ก็เป็นด้วยอำนาจบุญบันดาลที่ต้องการให้พระโอรสและพระมารดาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
โดยพระมารดาทอดพระเนตรเห็นพระโอรสทรงนั่งขัดสมาธิ ซึ่งต่างกับทารกคนอื่น ๆ ที่อยู่ในครรภ์
กล่าวคือ ทารกคนอื่น ๆ จะนั่งทับกระเพาะอุจจาระแต่ศรีษะทูนกระเพาะอาหาร
โดยนั่งกระโหย่งเอากระดูกหลังพิงหน้าท้องและเอาคางเกยบนกำมือทั้ง 2 ข้าง
ท่าทางคล้ายลิงนั่งจับเจ่าอยู่ในโพรงไม้ในเวลาฝนตก
ส่วนพระโพธิสัตว์นั่งขัดสมาธิผินพระพักตร์ไปทางหน้าท้องของพระมารดา
เอากระดูกหลังพิงแผ่นหลังของพระมารดา ท่าทางคล้ายพระธรรมกถึกนั่งบนธรรมาสน์
ขณะอยู่ในพระครรภ์นั้น พระมารดาเท่านั้นจะทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์
แต่พระโพธิสัตว์ไม่สามารถทอดพระเนตรเห็นพระมารดาได้ เนื่องจากในพระครรภ์พระมารดา
ไม่มีโอกาสให้จักษุวิญญาณ(การเห็น)เกิดขึ้นได้ และพระมารดาจะทอดพระเนตรเห็น
พระโพธิสัตว์หลังเวลาผ่านพ้นขั้นเป็นกลละ(หยดน้ำใส)ไปแล้ว

:b48:
7) การที่พระมารดาของพระโพธิสัตว์อุ้มพระครรภ์ไว้ครบ 10 เดือนนั้น
ก็ย่อมเป็นผลดี เพราะทำให้พระโพธิสัตว์มีพระวรกายที่มีอวัยวะครบถ้วนแข็งแรง
สามารถทนหนาวทนร้อนได้ในเวลาประสูติ ตามหลักทั่วไป หญิงทั้งหลายตั้งครรภ์ครบ 10 เดือนบ้าง
ไม่ครบบ้าง เด็กที่เกิดมาได้ 7 หรือ 8 เดือนคลอดมักจะไม่รอดชีวิตเพราะทนอุณหภูมิของโลกไม่ได้
ส่วนเด็กที่เกิดครบ 10 เดือนแล้วคลอดมักจะรอดชีวิตเพราะมีความแข็งแรง

:b48:
การนับเวลาอยู่ในครรภ์มารดา 10 เดือนนั้น นับตั้งแต่เวลาที่ปฏิสนธิไปจนถึงเวลา
ที่มารดารู้ว่าประจำเดือนไม่มาเป็นเดือนที่ 1 และนับจากนั้นไปอีก 9 เดือน จึงครบ 10 เดือน

:b48:
เหตุการณ์อัศจรรย์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ได้เกิดขึ้นในขณะที่พระโพธิสัตว์ถือปฏิสนธิ
ในพระครรภ์พระมารดา ก็ด้วยอำนาจบุญที่พระโพธิสัตว์กับพระมารดาทรงบำเพ็ญร่วมกันมา
พระโพธิสัตว์เทพบุตรสันดุสิตกับพระนางมหามายาก็ทรงเป็นเช่นนั้น

:b48:
การถือปฏิสนธิของพระโพธิสัตว์เทพบุตรสันดุสิต ทำให้เกิดบรรยากาศดีต่อโลกมนุษย์
และชาวเมืองกบิลพัสดุ์ ดังที่มีกล่าวไว้ใน ลลิตวิสตระ สรุปว่า ดนตรีทิพย์ไม่มีใครไปแตะต้อง
ก็ดังขึ้นเองตลอดเวลา ดอกไม้ทิพย์กลิ่นหอมเลิศ ก็โปรยปรายลงมา (จากฟากฟ้า)
เทวดาเห็นมนุษย์ และมนุษย์ก็เห็นเทวดา(และ)อมนุษย์อื่น ๆ
ทั้งเทวดา มนุษย์ และอมนุษย์ต่างไม่เบียดเบียนให้ร้ายซึ่งกันและกัน
:b48:
ในเพราะการเห็นนั้น(เป็นเหตุ) สัตว์ทั้งหลาย(มนุษย์)ย่อมรื่นรมย์เล่นหัว
และให้ข้าวน้ำกัน ต่างเปล่งเสียงแสดงความสุข มีใจร่าเริงยินดี ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล
ดับฝุ่นละอองทำให้อากาศแจ่มใส ในกาลนั้น ไม้ยืนต้น ไม้ดอก และไม้ล้มลุก ต่างงอกงาม
ฝนรัตนะก็โปรยลงมาในพระราชวังตลอด 7 ราตรี คนยากจนเข็ญใจได้รับทานที่มีผู้ให้ไปบริโภค
ไม่มีใครยากจนเข็ญใจ ไม่มีใครทุกข์ยาก ต่างบันเทิงใจเหมือนอยู่ในสวนนันทวันบนยอดเขาพระสุเมรุ

:b48:
พระเจ้าสุทโธทนะกับเจ้าศากยะทั้งหลายรักษาอุโบสถศีล งดราชกิจแห่งราชอาณาจักร
ประพฤติแต่ธรรมอย่างเดียว พระองค์เสด็จไปสู่ปราสาท ซึ่งเป็นเหมือน ตโปวัน(ป่าบำเพ็ญเพียร)
ตรัสถามพระนางมายาเทวีว่า แน่ะน้องหญิง ผู้ทรงไว้ซึ่งสัตว์ประเสริฐ
ร่างกายของน้องหญิงเป็นอย่างไร เป็นสุขสบายดีอยู่หรือ

:b48:
รวมความว่า ขณะอยู่ในพระครรภ์พระมารดานั้น พระโพธิสัตว์เทพบุตรสันดุสิต
มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา และอยู่อย่างปลอดภัยโดยมีท้าวมหาราชทั้ง 4 คอยเฝ้าอารักขา
อีกทั้งท้าวสักกะและพรหมชั้นสุทธาวาสก็มาเฝ้าวันละ 3 เวลาเพื่อบูชาพระโพธิสัตว์

:b1:
หลังวันวิสาขบูชา...คราวหน้าค่อยมาพิมพ์ต่อ...เรื่องพระประสูติกาล
:b27: :b17:
:b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2021, 04:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 07:10
โพสต์: 194

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ย้ายบ้านหาหนังสือไม่เจอแล้วค่ะเพื่อนๆ
ไปหาซื้อมาอ่านเองไปก่อนนะคะ
ผู้แต่งอ.บรรจบ บรรณรุจิ
เล่มขนาดครึ่งA4
:b17:
:b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร