วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2018, 23:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธัมมเมกขสถูป หรือ “ธรรมเมกขสถูป”
อนุสรณ์สถานแห่งการแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ใน “วันอาสาฬหบูชา”


รูปภาพ

พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานขึ้นในโลก
นับถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๒,๖๐๐ ปีมาแล้ว
(พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)
เมื่อย้อนไปครั้งอดีตกาลในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”
คือพระสูตรว่าด้วยการหมุนกงล้อแห่งพระธรรม
แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ
ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี
หรือ
“ธัมมเมกขสถูป” ภายในอาณาบริเวณสารนาถ ในปัจจุบัน
และผลแห่งการแสดงพระธรรมนี้ หัวหน้าปัญจวัคคีย์ คือ
อัญญาโกณทัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นพระโสดาบัน
พระอริยบุคคลชั้นแรกในพระพุทธศาสนา
แล้วทูลขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกด้วยวิธี “เอหิภิกขุอุปสัมปทา”
(พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เอง)
นับว่าวันนั้นเป็นวันที่เกิดสังฆรัตนะขึ้นครั้งแรกในโลก
เป็นวันที่่เกิดพระรัตนตรัยครบองค์ ๓ โดยบริบูรณ์
ซึ่งตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
และเป็นที่มาของ
“วันอาสาฬหบูชา”

อีกทั้งพระพุทธเจ้าทรงได้รับพระนามว่าเป็น “สัมมาสัมพุทโธ”
โดยสมบูรณ์ เพราะมีพยานในการตรัสรู้ธรรมโดยชอบ
คือรู้ตามพระธรรมของพระองค์แล้ว


:b44:

สำหรับสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา
คือเทศน์กัณฑ์แรกเพื่อประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรกในโลกนั้น
ได้มีพุทธานุสรณ์สถานอันเป็นที่ระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นั่นก็คือ
“ธัมมเมกขสถูป” ๑ ในพุทธสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง
ที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน


ธัมมเมกขสถูปหรือธรรมเมกขสถูป มีหลายท่านสันนิษฐานว่า
มาจากคำว่า ธัมม+มุข หมายถึง พระธรรมจากพระโอษฐ์
บางท่านก็สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ธัมมะ+อิกข
ตามหลักไวยากรณ์บาลี แปลงตัว อิ ให้เป็น เอ
สนธิกับคำว่า ธัมมะ เป็น “ธัมมเมกขะ” หมายถึง เห็นธรรม
ส่วน “สถูป” หมายถึง สิ่งก่อสร้างที่มีรูปโอคว่ำซึ่งก่อไว้
สำหรับบรรจุของควรบูชา มีกระดูกของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เป็นต้น
เป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจให้เกิดกุศลธรรม
ดังนั้น ธัมมเมกขสถูปนี้เป็นตัวแทนแห่งการเห็นธรรมจักษุ
หรือในอีกความหมายหนึ่ง สถูปนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่
ท่านผู้เห็นธรรมจักษุในครั้งนั้น คือพระอัญญาโกณทัญญะ นั่นเอง


บริเวณสถานที่แสดงปฐมเทศนาได้มีการสร้างพระสถูปใหญ่
ความเป็นมาของธัมมเมกขสถูปนี้ ไม่แน่ชัดว่าเริ่มสร้างขึ้นในสมัยใด
สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (พ.ศ.๒๖๙-๓๑๑)
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุด
และอาจมีการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อเติมขึ้นมาในสมัยราชวงศ์คุปตะ
(ราวปี พ.ศ.๙๐๐-๑๑๐๐) จากการขุดค้นสำรวจพบว่า
แผ่นอิฐด้านในพระสถูปนั้น มีอายุเก่าแก่กว่าแผ่นอิฐด้านนอก
และลวดลายที่ปรากฏบนองค์พระสถูปด้านนอกนั้นเป็นลวดลายใบไม้
ดอกไม้ นก และรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเป็นศิลปะที่นิยมมากในสมัยคุปตะ

ธัมมเมกขสถูปเป็นสถูปขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนที่เนิน
มีความสูง ๓๓ เมตรครึ่ง และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๘ เมตรครึ่ง
ส่วนล่างก่อด้วยหินมีภาพสวัสดิกะเป็นแผ่นหินอยู่โดยรอบ
สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งทำเป็นช่องๆ แต่ละช่องประดิษฐานพระพุทธรูปแบบต่างๆ
ช่องเหล่านั้นมีขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างคละกันไป
สำหรับช่องใหญ่รอบองค์พระสถูปนั้นมี ๘ ช่อง
ซึ่งมีความหมายถึงมรรคมีองค์ ๘ ประการ (อัฏฐังคิกมรรค)


เป็นเวลากว่า ๒,๖๐๐ ปีแล้วที่สังเวชนียสถานแห่งนี้
ได้น้อมนำให้ผู้พบเห็นได้เข้าไปสู่เรื่องราวแห่งครั้งพุทธกาล
ที่พระพุทธองค์ทรงประกาศพระพุทธศาสนา
ด้วยการขับเคลื่อนวงล้อแห่งธรรมให้หมุนออกไปสู่ทุกผู้นาม
ณ วันนั้นเองที่พระพุทธศาสนาได้ตั้งมั่นและเริ่มเผยแผ่ออกไปแล้ว


:b44:

ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน หรือป่ากวางในอดีตนั้น
ปัจจุบันคือ ตำบลสารนาถ เมืองพาราณสี
ซึ่งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย

และที่เรียกว่า “สารนาถ” (Sarnath) นั้น
สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า “สารังคนาถ”
แปลว่า ที่พึ่งของเนื้อ เหตุเพราะในป่าแห่งนี้บรรดาเนื้อทั้งหลาย
อยู่ด้วยความปลอดภัย เพราะมีพระโพธิสัตว์และพระราชาเป็นที่พึ่ง

สารนาถ (Sarnath) พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ ๓
เป็นที่อุบัติขึ้นแห่งปฐมเทศนา-ปฐมสาวก-ปฐมแสงธรรม
นอกจากเป็นที่ประดิษฐาน “ธัมมเมกขสถูป”
อนุสรณ์สถานแห่งการแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแล้ว
ยังมีกลุ่มพุทธสถานขนาดใหญ่ที่สำคัญอื่นๆ เช่น
- ธัมมราชิกสถูป
อนุสรณ์สถานแห่งการแสดงอนัตตลักขณสูตร

- เจาคัณฑีสถูป
อนุสรณ์สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์

- ยสเจติยสถาน
อนุสรณ์สถานที่่พระพุทธเจ้าทรงพบยสกุลบุตร


นอกจากนี้แล้ว สารนาถ ยังเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้า
ทรงส่งพระอรหันตสาวกจำนวน ๖๐ รูป

(พระปัญจวัคคีย์ ๕ รูป + พระยสะและสหายพระยสะ ๕๕ รูป)
ไปประกาศพระศาสนา เผยแผ่แนวทางดำเนินชีวิต
อันประเสริฐแก่ชาวโลกเป็นครั้งแรก
ซึ่งนับเป็นคณะธรรมทูตชุดแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

ด้วยพระดำรัสว่า...“มุตฺตาหํ ภิกฺขเว สพฺพปาเสหิ เย ทิพฺพา เย จ มานุสา ตุมฺเหปิ ภิกฺขเว มุตฺตา สพฺพปาเสหิ เย ทิพฺพา เย จ มานุสา จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ มา เอเกน เทฺว อคมิตฺถ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ”

คำแปล : ภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งของทิพย์และของมนุษย์ พวกเธอก็พ้นแล้วเช่นกัน ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงจาริกไปเพื่อประโยชน์แก่คนจำนวนมาก เพื่อความสุขแก่คนจำนวนมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พวกเธออย่าไปทางเดียวกันสองคน จงแสดงธรรม งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ (การดำเนินชีวิตประเสริฐ) ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ทั้งอรรถะ (ความ) และพยัญชนะ (คำ)


ดังนั้น สารนาถ จึงอยู่ในฐานะที่่เป็นจุดเริ่มต้น
แห่งการประกาศพระพุทธศาสนา
หรือเป็นจุดกำเนิดขึ้นของพระพุทธศาสนานั่นเอง


------------

:b39: พุทธสังเวชนียสถาน
: สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

:b49: สังฆคุณ ๙ : คุณของพระสงฆ์ ๙ ประการ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=27032

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกของโลก


:b47: :b44: :b47:

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีใจความสำคัญกล่าวถึงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการ คือ

ก. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ได้บรรลุถึงจุดหมายในการแสวงหาทางพ้นทุกข์ มิใช่การดำเนินชีวิตสุดโต่ง ๒ ทาง กล่าวคือ บรรพชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติที่สุด ๒ อย่างคือ

(๑) กามสุขัลลิกานุโยค คือ การหมกมุ่นอยู่ในกามสุข มัวเมาในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ถือว่าจะดับทุกข์ได้ด้วยการบริโภคกามให้เต็มเปี่ยม เป็นการหลงใหลเข้าใจผิด ยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งเพิ่มกำลังให้กับกิเลส มีแต่โทษหาประโยชน์มิได้เลย

(๒) อัตตกิลมถานุโยค คือ การทรมานตนให้ได้รับความลำบาก คอยหวังพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยคิดว่าจะสามารถช่วยให้พ้นทุกข์ได้ ถือว่าเป็นการประพฤติปฏิบัติที่เคร่งครัดจนเกินไป ยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งทำให้หลงใหลงมงายมากขึ้นและไม่สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติพ้นทุกข์ได้

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ละเว้นจากการปฏิบัติผิด ๒ ทางนี้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ตึงเกินไปและหย่อนเกินไป ทรงให้หันกลับมาดำเนินในทางสายกลาง เพราะพระองค์เคยผ่าน ๒ ทางนี้มาแล้ว ทรงเห็นว่าไม่ได้ผลและไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ที่แท้จริง ทางสายกลางที่ถูกต้องสมบูรณ์นั้นต้องประกอบด้วย อริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง
๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
๔. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
๕. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

ข. อริยสัจ ๔ หรือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ, สมุทัย คือเหตุให้เกิดทุกข์, นิโรธ คือความดับทุกข์ และ มรรค คือข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์

------------

:b47: ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
: พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=48156

:b47: บทสวด “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=28&t=20815

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:b44: :b45: :b44:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 10:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุๆๆค่ะ ท่านสาวิกาน้อย :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ย. 2017, 06:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1500


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2018, 11:04 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.ค. 2018, 16:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1700


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร