วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2018, 19:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=25



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2012, 18:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
กับ
ยอดมงกุฎแห่งแผ่นดิน

รูปภาพ
เครื่องบริขารและเครื่องใช้ต่างๆ ของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ


:b47: :b44: :b47:

เมื่อวันหนึ่งมีข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านนาต้อง
ซึ่งอยู่ใกล้ภูทอก และจะเสด็จมาที่ภูทอกด้วย

ท่าน (พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ) จึงเตรียมจะเลี่ยง แต่เมื่อทุกคนยืนยันว่าไม่ถูกต้อง
ท่านก็เรียกผู้เขียน (คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต) ไปปรึกษาว่าจะทำอย่างไร
ท่านเป็นพระป่า ไม่เคยรับเสด็จเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
ไม่รู้จักราชาศัพท์ เกรงจะผิดพลาด


...ใกล้จะถึงกำหนด ทราบว่า ทางการขอนิมนต์ให้ท่านไปอยู่ในปะรำรับเสด็จ
เพราะจะไม่เสด็จที่วัด ท่านอาจารย์บ่นว่า เอ...จะให้ไปทำอะไร
เขาจะว่าเป็นพระไปประจบพระราชา

“พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่ทราบเรื่อง ถ้าเสด็จมา ผ่านไป
ไม่ทราบว่า พระอะไร มานั่งทำไม อาตมาก็เสีย
พระวินัยมี ไม่ให้ประจบพระราชา
ท่านก็จะเสีย ว่าไม่เคารพพระ ไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น”


ท่านรองผู้ว่าฯ (คุณสมบูรณ์ วัชโรมาศ) กราบเรียนชี้แจงว่า ที่ไม่ได้เสด็จที่วัดนั้น
เพราะเวลามีจำกัด จะต้องเสด็จไปเรื่องโครงการชลประทานถึง ๒ ตำบล
ทางการจึงขอนิมนต์ให้ท่านอาจารย์ไปที่ปะรำรับเสด็จ
เรื่องที่ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะไม่ทรงทราบเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้
เพราะทางกรุงเทพฯ แจ้งมาว่า
มีพระราชประสงค์จะทรงกราบนมัสการท่านอาจารย์จวน
นี่เมื่อสักครู่นี้ ก็มีวิทยุมา ผมเพิ่งรับข่าว
รับสั่งถามเรื่องเครื่องไทยทานที่จะถวายท่านอาจารย์จวนเรียบร้อยไหม
ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยัน ถ้าท่านไม่ออกไป พวกผมตายแน่

เมื่อทราบความแน่นอนว่าจะไม่ผิดพระวินัยแล้ว
ท่านก็รับจะไปอยู่ในปะรำ แต่ก็เกิดปัญหาใหม่ขึ้น
ซึ่งทำให้ทุกคนในที่นั้นอดอุทานไม่ได้
ผู้เขียนนั้นต้องร้องอีกครั้งหนึ่ง “โธ่...ท่านอาจารย์ !”

ปัญหาของท่านคือ
ถ้าเสด็จมา จะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนคือในหลวง...!

ท่านยิ้มอายๆ เมื่อเห็นทุกคนหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
“ก็ไม่ทราบจริงๆ”


เป็นอันตกลงกันว่า เวลาเสด็จพระราชดำเนิน
ท่านรองผู้ว่าฯ จะต้องอยู่ใกล้ชิดท่านอาจารย์
เพื่อคอยบอกให้ท่านทราบ คงไม่มีปัญหา

แต่ปัญหาก็ยังคงมีจนได้...!

กล่าวคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึงปะรำ
พวกเราที่คอยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ไม่ไกลนัก
เห็นถนัดว่า ท่านอาจารย์มีอาการสะดุ้ง
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกราบท่าน
ทรงคุกพระชานุ มีพระราชปฏิสันถารกับท่านอาจารย์เป็นเวลานาน
และตลอดเวลาท่านอาจารย์ก็กราบทูลตอบอย่างยิ้มแย้ม
ไม่ติดขัด จริงแท้ ราชาศัพท์ไม่มีความจำเป็นเลย


ต่อเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับแล้ว
เราจึงทราบสาเหตุของอาการสะดุ้งของท่าน
เพราะท่านต่อว่าท่านรองผู้ว่าฯ...
ไหนว่าจะคอยบอกว่า คนไหนเป็นในหลวงไง เราเกือบแย่เลย

คราวนี้ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่

ได้ความว่า เวลาขบวนเสด็จพระราชดำเนินใกล้เข้ามาจะถึงปะรำ
ท่านก็ถามท่านรองผู้ว่าฯ ซ้ำอีก
ท่านรองผู้ว่าฯ อธิบายว่า คนแรกน่ะแหละในหลวง
ไม่มีใครกล้าเดินก่อนหน้าในหลวงหรอก
และที่จะสังเกตได้อีกประการหนึ่ง คือท่านจะทรงถือวิทยุในพระหัตถ์ด้วย


ท่านอาจารย์ก็เชื่อ คอยรออยู่ เหตุนี้เมื่อคุณวสิษฐ์ เดชกุญชร
(หรือ พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร รองอธิบดีกรมตำรวจในเวลาต่อมา)
เดินนำมาในฐานะที่ท่านเป็นนายตำรวจประจำพระราชสำนักขณะนั้น
ก็ต้องนำเสด็จเป็นปกติ

เดินมาเป็นคนแรก แถมในมือถือวิทยุ...!
(เพราะนายตำรวจประจำพระราชสำนัก
จะต้องติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลาด้วย)

ตรงตามข้อสรุปแนะของท่านรองผู้ว่าฯ พอดี
ท่านอาจารย์สงสัย เมื่อเห็นคุณวสิษฐ์เดินเลยผ่านท่านไป
ซึ่งก็เป็นธรรมดาของท่านผู้มีหน้าที่ถวายอารักขาจะนำเสด็จ
และไปหยุดรอข้างหน้า ส่วนท่านอาจารย์ก็คิดรำพึงว่า
เอ...ทำไมในหลวงเสด็จผ่านเลยไป.....

ดังนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับเบื้องหน้าท่าน
ทรงกราบนมัสการใกล้จนแทบจะถูกตักของท่านอาจารย์
ซึ่งกำลังมองตามคุณวสิษฐ์อยู่ จึงสะดุ้งอย่างไม่คาดคิด...!


ท่านยิ้มอย่างเขิน เมื่ออธิบายว่า “คิดว่า ท่านจะแต่งเครื่องแบบ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์แบบเสื้อเบลเซอร์
ในขณะที่คุณวสิษฐ์แต่งเครื่องแบบ


เป็นเรื่องขบขันที่เราแอบนำมาเล่ากันอยู่นานทีเดียว
แต่ความจริงลึกๆ ลงไปในใจ เราก็อดคิดไม่ได้ว่า
นี่แหละ...พระป่า ท่านอยู่แต่ในป่าในเขา...ไม่สนใจเรื่องภายนอกกันจริงๆ

หลังจากการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น
ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวัง
มีฎีกานิมนต์ให้ท่านอาจารย์ไปในงานพระราชพิธีโอกาสต่างๆ อยู่เป็นปกติ


⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

:b8: คัดลอกบางตอนมาจาก...หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท ฉบับสมบูรณ์
ชีวประวัติ ปฏิปทา และธรรมเทศนา ของท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร ภูทอก อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๖
คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง


รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เสด็จพระราชดำเนินทรงเข้านมัสการเยี่ยม
“พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” วาระแรก
เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๐


รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เสด็จพระราชดำเนินทรงเข้านมัสการเยี่ยม
“พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” อีกวาระหนึ่ง
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๒


ส่วนพระคุณเจ้าที่นั่งถัดจากพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
คือ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่ทองพูล สิริกาโม)
แห่งวัดสามัคคีอุปถัมภ์ (วัดภูกระแต) ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2012, 18:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ใน “หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท”
ที่ระลึกเนื่องในวโรกาสทรงเป็นประธานในพิธีบรรจุพระอัฐิธาตุ
และทรงเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
บันทึกไว้ว่า


เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เสด็จฯ จากภูพานราชนิเวศน์ไปทอดพระเนตร
โครงการชลประทานลุ่มน้ำบางบาดตามพระราชดำริ
อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย และทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดหนองคาย

ในครั้งนั้นได้ทรงมีพระราชดำรัสกับพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
แห่งวัดภูทอก (วัดเจติยาคิรีวิหาร)
ทรงถวายยาชุดและผ้าห่มแก่พระอาจารย์จวนด้วย
เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๐
นับเป็นวาระแรกที่ทรงเยี่ยมนมัสการพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
และทรงมีพระราชดำรัสทางธรรมะด้วย
นับแต่นั้นมาก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์มา
ในงานพระราชพิธีและงานพิธีต่างๆ เป็นปกติประจำ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมนมัสการ
ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ อีกวาระหนึ่ง
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๒


ผลของการเสด็จพระราชดำเนินครั้งแรก
ซึ่งทรงมีพระราชปรารภจะให้จัดสร้างอ่างเก็บน้ำ
เพื่อช่วยราษฎรในการเกษตร
ท่านพระอาจารย์ก็อนุโมทนาในพระราชดำรินั้น
และตั้งต้นคิดจัดทำฝายน้ำตามบริเวณหมู่บ้านหลายแห่ง
โดยเฉพาะระหว่างภูทอกน้อยและภูทอกใหญ่
ให้รถแทรกเตอร์มาเกรด พูนดิน สร้างอ่างเก็บน้ำ
เงินกฐิน ผ้าป่า และแม้เงินพระราชทานก็เช่นเดียวกัน
ท่านสั่งจ่ายเป็นค่าแทรกเตอร์หมด

ท่านว่า “เงินของท่าน ก็ทำบุญให้ท่าน
ความจริงแผ่นดินนี้เป็นของท่าน ราษฎรก็ของท่าน
ก็เอาเงินของท่าน ทำให้แผ่นดินของท่าน ทำให้ราษฎรของท่าน”


อ่างเก็บน้ำนี้ ภายหลังกรมชลประทานมาจัดแต่งเสริมคันดินให้มั่นคง
ปัจจุบันเป็นที่เก็บน้ำสำหรับการประปาในวัดและหมู่บ้านนาคำแคน

เมื่อท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกถึงแก่มรณภาพ
เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์
บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานตลอด ๗ วัน
ณ วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร กรุงเทพฯ


ในวันพระราชทานเพลิงศพท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๔
ณ เมรุชั่วคราวหน้าวัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน
พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ระหว่างพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ
ให้ญาติสนิทและศิษย์เข้าเฝ้าเบื้องพระยุคลบาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภว่า

“อัฐิของท่านพระอาจารย์จวนนั้น ไม่ควรจะแบ่งแยกกันออกไป
ควรจะเก็บรวบรวมกันไว้ ณ ที่วัดที่เดียวกัน
เพื่อให้บรรดาศิษย์และประชาชนได้มาเคารพสักการะได้ทั่วกัน”


และทรงมีพระราชดำรัสถามว่า

“ท่านพระอาจารย์ได้เคยสั่งเกี่ยวกับอัฐิของท่านไว้ประการใดบ้าง”

ทั้งศิษย์และญาติสนิทของท่านต่างกราบบังคมทูลมีข้อความตรงกันว่า

“ท่านเคยสั่งว่า เขาภูทอกนี้เป็นเสมือนเจดีย์ใหญ่อยู่แล้ว
อาตมาตายไม่ต้องทำอะไร ให้เจาะเขาข้างบนนำกระดูกไปฝังไว้ก็พอแล้ว
หรือถ้าเกรงว่าจะเป็นภาระ จะโยนทิ้งเหวไปก็ได้”


เมื่อทรงฟังคำกราบบังคมทูลประโยคสุดท้าย
ก็ทรงพระสรวลและทรงพระกรุณาพระราชทานพระดำริว่า

“ถ้าเช่นนั้น ก็ควรจะสร้างพระเจดีย์บรรจุอัฐิของท่าน
ไว้บนยอดเขา...และจะมาช่วยสร้างด้วย”


และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระราชดำรินี้ให้ทราบทั่วกัน

สำหรับเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระราชทานพระราชปรารภว่า

“อัฐิของท่านพระอาจารย์จวนนั้น ไม่ควรจะแบ่งแยกกันออกไป
ควรจะเก็บรวบรวมกันไว้ ณ ที่วัดที่เดียวกัน
เพื่อให้บรรดาศิษย์และประชาชนได้มาเคารพสักการะได้ทั่วกัน”


การสร้างเจดีย์ถือกันว่าเป็นยอดแห่งบุญ
เป็นการสร้างอนุสรณียวัตถุฝากไว้ในพระพุทธศาสนา
ให้มหาชนได้กราบไหว้บูชาสืบต่อพระศาสนา
...ในเมื่อเป็นการสร้างเจดีย์
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายองค์พระประมุขแห่งชาติ
ผู้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานพระราชดำริ
เป็นปฐมเหตุให้ทุกคนได้มีส่วนบำเพ็ญบุญอันยิ่งใหญ่นี้
เป็นการเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสปีมหารัชมังคลาภิเษก
ที่ทรงเจริญพระชนมายุ สถิตสถาพรในเศวตฉัตร
ยาวยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตราธิราชเจ้าพระองค์ใดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ผลบุญอันบังเกิดขึ้น ย่อมมากมูล เพิ่มพูน เป็นบททวี หาประมาณมิได้

บุญกุศลใดซึ่งจะพึงบังเกิดจากการสร้างมหาเจดีย์
บูชาพระอริยสงฆ์สาวกแห่งสมเด็จพระบรมศาสดา
บุญกุศลใดซึ่งจะพึงบังเกิดจากการถวายมหาทานนี้
บูชาสมเด็จพระปิยกษัตรามหาราชเจ้าก็ดี
บุญกุศลเหล่านั้นคงจะมีผลมาก มีผลตรง มีผลโดยพลัน

ปวงศิษย์ขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมราชบพิตร
พระผู้ทรงเป็นยอด “มงกุฏ” แห่งแผ่นดิน
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พระผู้ทรงเป็น “ปิ่น” คู่แผ่นดิน

พร้อมทั้งสมเด็จพระบรมราชเอกโอรส สมเด็จพระบรมราชปิยธิดา
ตลอดจนพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ให้ทรงพระเกษมสำราญ
เจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระเกียรติแผ่ไพศาล
พระบารมีเกริกก้องกำจายไปในแผ่นดินทั้งใกล้และไกล


รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เสด็จพระราชดำเนินทรงเข้านมัสการเยี่ยม
“พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” อีกวาระหนึ่ง
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๒


ส่วนพระคุณเจ้าที่นั่งถัดจากพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
คือ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่ทองพูล สิริกาโม)
แห่งวัดสามัคคีอุปถัมภ์ (วัดภูกระแต) ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ


รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินจากภูพานราชนิเวศน์
ไปพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๔ เวลา ๑๔.๑๐ น. ณ เมรุชั่วคราว
วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) ต.นาสะแบง อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย
(ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ในปัจจุบัน)


รูปภาพ

รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระธาตุและอัฐิธาตุ
พร้อมทั้งทรงเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๓
ณ วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) ต.นาสะแบง อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย
(ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ในปัจจุบัน)


รูปภาพ

รูปภาพ
“อ่างเก็บน้ำ” อยู่ด้านหลังของวัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)
ซึ่งเกิดจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
และพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้สร้างขึ้นมา
เพื่อใช้ในการเกษตรและการดำรงชีวิตของชาวบ้านที่นี่
---------------



:b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก...หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท
หนังสือที่ระลึกเนื่องในวโรกาสทรงเป็นประธานในพิธีบรรจุพระอัฐิธาตุ
และทรงเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
ณ วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย
(ตำบลนาสะแบง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ในปัจจุบัน)
คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=54764

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2012, 20:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


คิดโค่นล้มทำลายสถาบัน...เป็นบาปกรรม เป็นโทษแก่ตน

“ต้องมีการสงเคราะห์บำรุงซึ่งกันและกัน

แบ่งสรรปันส่วน มีความเห็นพร้อมเพรียงกัน

มีทิฏฐิเสมอกัน มีความสามัคคีปรองดองกัน ไม่แตกแยก

รักษาพัฒนาบำรุงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของตน


อย่าไปคิดโค่นล้มทำลาย เป็นของไม่ดี
ทำความชั่วเสียหายเป็นบาปกรรม เป็นโทษแก่ตน”


โอวาทธรรม...พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
หนังสือตามรอยพระอริยเจ้า พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
รวบรวมและเรียบเรียงโดย ดำรงธรรม

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=40411


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

• ประวัติและปฏิปทา “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=23167

• รวมคำสอน “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=42684

• ประมวลภาพ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” วัดภูทอก •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=42680

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2015, 15:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2011, 14:07
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอน้อมกราบบารมีธรรมในองค์หลวงปู่เจ้าค่ะ

ขอทุกพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2017, 18:51 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: น้อมกราบท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐเจ้าค่ะ
ขอน้อมรำลึกถึงยอดมงกุฎแห่งแผ่นดินพระองค์นี้ด้วยเจ้าค่ะ

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2018, 11:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1700


 ข้อมูลส่วนตัว


:b20: Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ส.ค. 2018, 08:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1500


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร