วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2017, 07:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2008, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2005, 04:18
โพสต์: 1860


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b45: :b47: ไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด

พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
พระประธานในวิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
วัดสังกัสรัตนคีรี บ้านวังยาง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

------

“วัดสังกัสรัตนคีรี” เป็นวัดที่เก่าแก่ของจังหวัดอุทัยธานี
ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๕ บ้านวังยาง หมู่ที่ ๓ ต.น้ำซึม เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี
อ.เมือง จ.อุทัยธานี เชิงเขาแก้วหรือเขาสะแกกรัง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๓ เดิมเรียกชื่อว่า “วัดเขาสะแกกรัง”
ซึ่งพระสุนทรมุนี (ใจ คงฺคสโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
เป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น ณ บริเวณเชิงเขาแก้วหรือเขาสะแกกรัง


วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นที่ตั้งของ “วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
โดยวิหารแห่งนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐
ด้านหน้าและด้านข้างของตัววิหาร เป็นทางขึ้นตกแต่งด้วยลายกระหนก
ส่วนบานประตูจำหลักเป็นภาพพุทธประวัติอย่างสวยงาม
ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอุทัยธานี


ระหว่างปี พ.ศ.๒๓๓๕-๒๓๔๒ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ
ให้นำพระพุทธรูปที่ชำรุดไปซ่อม แล้วนำไปประดิษฐานไว้ยังหัวเมืองต่างๆ
จ.อุทัยธานีได้รับมา ๓ องค์ และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์

“พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หลวงพ่อมงคล” วัดสังกัสรัตนคีรี
สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลิไท เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัสดุสำริด
มีขนาดหน้าตักกว้าง ๓ ศอก หรือ ๑๕๐ เซนติเมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย


ยุคเดียวกับ “พระพุทธชินราช” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
แห่งกรุงสุโขทัย ในระหว่างปี พ.ศ.๑๘๒๑-๑๘๖๐
ฝีมือช่างสุโขทัยยุค ๒ มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์
เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาประดิษฐานไว้ที่เมืองอุทัยธานี


เดิมประดิษฐานอยู่เบื้องหน้าพระประธานในวิหาร วัดขวิด
บ้านสะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ปัจจุบันมีอายุกว่า ๖๐๐-๗๐๐ ปี
ได้อัญเชิญมาจากสุโขทัยมาทางแม่น้ำสะแกกรัง มาประดิษฐาน ณ วัดขวิด
โดยอัญเชิญขึ้นแพมาพร้อมกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆ
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑
โปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมและชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ
เมื่อระหว่างปี พ.ศ.๒๓๓๕-๒๓๔๒ สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับถึง ๓ องค์คือ
พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระโพธิ์มงคล และพระที่วัดหนองแกมาจากสุโขทัย
แล้วได้นำไปขึ้นที่ท่าแพ ใกล้ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี


พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดขวิด
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังฝั่งตะวันตก ราวปี พ.ศ.๒๓๔๒-๒๓๔๕

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๔๗๑ เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)
เจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์ ในขณะนั้น ท่านเป็นชาวจังหวัดอุทัยธานี
ได้เดินทางมาตรวจคณะสงฆ์และวัดวาอารามที่จังหวัดอุทัยธานี
ได้พบเห็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีพุทธลักษณะอันงดงามมาก
จึงมีความเลื่อมใสและศรัทธาเป็นอย่างมาก เมื่อได้กราบนมัสการสักการะแล้ว
จึงดำริให้ พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
(ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ดูแลรักษาพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ให้ดี

ครั้นถึงวันพุธ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด พ.ศ.๒๔๗๑
หลวงพ่อป๊อก หรือพระครูอุเทศธรรมวิจัย เจ้าอาวาสวัดอุโปสถาราม
พระอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนในจังหวัด
ได้เป็นหัวหน้าคณะร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญ
หลวงพ่อพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์จาก วัดขวิด มาประดิษฐาน ณ วัดสังกัสรัตนคีรี

ทั้งนี้ ได้มีพิธีเฉลิมฉลองสมโภชอย่างยิ่งใหญ่
พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และประชาชนชาวอุทัยธานี
ได้พร้อมใจกันบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เบื้องพระเศียรขององค์พระด้วย
เพื่อสักการบูชาพร้อมถวายพระนามว่า “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


สำหรับงานประจำปีของวัด ในวันขึ้น ๓-๘ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี
ประชาชนชาวอุทัยธานีจะร่วมกันจัดงานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งได้จัดมาเป็นประจำทุกปีจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

บริเวณตรงข้ามกับ วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
เป็น บันไดขึ้นสู่ยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) จำนวน ๔๔๙ ขั้น
เมื่อเดินถึงยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) จะพบ ระฆังสำริดขนาดใหญ่
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๒ เมตร สูง ๑.๔๑ เมตร น้ำหนัก ๒ ตัน
ซึ่งพระปลัดใจและชาวอุทัยธานี ได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓
โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นองค์อุปถัมภ์
แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานบนยอดเขาสะแกกรัง
ผู้ที่เดินทางมาที่วัดก่อนขึ้นไปบนยอดเขาจะต้องตีระฆังก่อนเป็นอันดับแรก

ถัดมาเป็นที่ตั้งของ มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓ เดิมสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกไฟป่าไหม้
ชาวอุทัยธานีจึงได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยสร้างขึ้นใหม่ทดแทนของเดิม
นับแต่การเริ่มก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ถึง พ.ศ.๒๕๑๑
ใช้เวลาประมาณ ๑๔ ปีจึงแล้วเสร็จ องค์มณฑปมีส่วนกว้าง ๑๐ เมตร
และส่วนสูงนับแต่พื้นดินถึงยอดสุด ๓๕ เมตร สี่เหลี่ยมจัตุรัส


ทั้งนี้ โดยมี พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เป็นประธานอำนวยการ
นายพล วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีในสมัยนั้น เป็นรองประธาน
นายประยุทธ พัวพัฒนกุล เป็นฝ่ายวิชาการ
พระครูอุดมธรรมภาณ (สม) เป็นประธานคุมการก่อสร้าง
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ให้ความอุปถัมภ์
ภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทจำลอง
ซึ่งได้อัญเชิญมาจากวัดใหม่จันทราราม ต.ใหม่จันทราราม อ.เมือง จ.อุทัยธานี
โดยเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในท้องถิ่นเป็นอันมาก


ใกล้กันกับมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง
ยังมี วิหารพระพุทธรัตนมุนี สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๖ โดยขุนกอบกัยกิจ
เป็นอาคารตึกมีขนาดกว้าง ๓ วา ๑ ศอก ยาว ๖ วา สูง ๙ ศอก

ช่วงระหว่างมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลองกับวิหารพระพุทธรัตนมุนี
ได้ประดิษฐาน พระพุทธโชติปาลชนะมาร และพระสังกัจจายนะโชติปาละ
ต่อจากนั้นเป็น อาคารศาลารัชมังคลาภิเษก และศาลเจ้าแม่กวนอิม

ปัจจุบันนี้ ประชาชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมา
จะเข้าไปกราบไหว้สักการะขอพร “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ชีวิตการงานรุ่งเรือง ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้แล้ว วัดสังกัสรัตนคีรียังเป็นสถานที่จัดงาน
ประเพณีตักบาตรเทโวฯ ที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือหลังจากวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน
โดยจะมีชาวพุทธ ประชาชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เดินทางมาร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
ด้วยเพราะมีบรรยากาศคล้ายพุทธตำนาน โดยมีพระสงฆ์ ๕๐๐ รูป
เดินอุ้มบาตรลงมาจากยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) ตามบันได ๔๔๙ ขั้น


สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปที่วัดสังกัสรัตนคีรี ขอให้สังเกตว่า
วัดตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้างในเขตเทศบาลเมือง
อยู่ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี ต้องจอดรถยนต์แถวตลาด
แล้วเดินเท้าข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำสะแกกรัง

รูปภาพ
เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)

รูปภาพ
พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต)

รูปภาพ
บันไดขึ้นสู่ยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) จำนวน ๔๔๙ ขั้น ณ วัดสังกัสรัตนคีรี
สถานที่จัดงานประเพณีตักบาตรเทโวฯ ที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือหลังจากวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน


รูปภาพ
“พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุทัยธานี

รูปภาพ
วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


:b8: หนังสือไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด
กองบรรณาธิการข่าวสด สำนักพิมพ์มติชน


:b8: ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ ::
ผลงานการสร้างสรรค์ของคุณ Sinchai Tesana


= วันออกพรรษา และประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวันออกพรรษา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=39799

= พิธีตักบาตรเทโว (วันพระเจ้าเปิดโลก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=35189

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2013, 21:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1532

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง บนยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) วัดสังกัสรัตนคีรี

รูปภาพ
พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
ประธานในการก่อสร้าง “มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง” หลังใหม่
ปัจจุบันท่านเจ้าคุณพระราชอุทัยกวีได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว



มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง
บนยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง)
วัดสังกัสรัตนคีรี ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี


บันทึกโดย พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต)
เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี

ผู้ริเริ่มสร้าง

พระสุนทรมุนี (ใจ คงฺคสโร) เจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) ปัจจุบันเป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ประธานอำนวยการก่อสร้าง เมื่อปีพุทธศักราช 2448 ครั้นถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 เวลา 12.00 น. เศษ ได้เกิดไฟป่าไหม้เหลือแต่ซากอิฐ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 5 ค่ำ ปีกุน มณฑปหลังเก่ามีอายุได้ 33 ปี

ผู้ซ่อมและสร้างใหม่

พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในพระราชทินนามที่ พระสุนทรมุนี พร้อมด้วย นายพล วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการก่อสร้าง ฯลฯ

วันที่ 1 สิงหาคม 2497 ทำพิธีบวงสรวงรื้อซากมณฑปเก่า นายพล วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี อ่านคำบวงสรวงเทวดา เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้รื้อเป็นปฐมฤกษ์ เวลา 9.00 น. พระสงฆ์มีเจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส สวดชัยมงคลคาถา และมีพิธีเลี้ยงเพลพระสงฆ์

วันที่ 9 มกราคม 2498 เวลา 9.15 น. ทำพิธีเทคลองรากคอนกรัตเสริมเหล็กมณฑป เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้เทปฐมฤกษ์ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา

วันที่ 1 มกราคม 2498 ทำพิธียกฉัตรทองขึ้นยอดมณฑป นายพร บุณยประสพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี อ่านคำบวงสรวงเทวดา เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เจิมฉัตรและประพรมนำ้พระพุทธมนต์ เวลา 12.30 น. ได้อุดมฤกษ์ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ชักสายสิญจน์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และประชาชนจับเชือกฉุดฉัตรทองขึ้นยอดมณฑปพระพุทธบาท

เวลา 14.00 น. เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้นำพาทำพิธีมาฆบูชาภายในองค์มณฑป ขณะยกฉัตรมีเมฆฝนตั้งขึ้น มีฝนตกลงมาพอประมาณ

องค์มณฑป

สร้างตามแบบแปลนแผนผัง กรมการศาสนา
เลียนแบบมาจากมณฑปพระพทุธบาท จังหวัดสระบุรี

ส่วนขององค์มณฑป

ส่วนสูงนับแต่พื้นดินถึงยอดสุด 35 เมตร ส่วนกว้าง 10 เมตร สี่เหลี่ยมจัตุรัส
นับแต่การเริ่มซ่อมและก่อสร้างปี พ.ศ. 2497 ถึง พ.ศ. 2511 เป็นเวลา 14 ปี โดยปี

การจ้าง

ค่าจ้างเป็นค่าแรงงานรายวัน และค่าเครื่องอุปกรณ์ก่อสร้าง
สิ้นเงินในการก่อสร้างทั้งหมด 977,569.25 บาท
(เก้าแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยหกสิบเก้าบาท ยี่สิบห้าสตางค์)

การก่อสร้างในสมัยนั้นไม่มีทางรถยนต์เหมือนสมัยนี้
จึงได้ใช้ลอกกว้านวัสดุขึ้นบนภูเขาสะแกกรัง
เชื่อกันว่าเขาสะแกกรังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์

หมายเหตุ : ในยุคต่อมา ได้มีพระสุปฏิบันโนมาร่วมกันสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ
ให้กับวัดสังกัสรัตนคีรี ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี อาทิเช่น
หลวงพ่อท้วม วัดแสนสุข จ.ชลบุรี สร้างพระพุทธรูปประดิษฐานในวิหารจีน
หลวงปู่บุญมี โชติปาโล วัดสระประสานสุข จ.อุบลราชธานี สร้างพระพุทธรูปยืน
หลวงพ่อลำใย สัญญโม วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างพระรอบมณฑป



:b8: ขอกราบขอบพระคุณ..ที่มาของข้อมูล
fb. พระราชอุทัยกวี พุฒ สุทตฺตเถระ Venerable Lp. Pud


:b50: ประมวลภาพ “พระราชอุทัยกวี (หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=45668

:b50: หลวงพ่อพุฒ “พระองค์นี้ฉันเคารพเหมือนพ่อของฉัน”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=48011

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2015, 09:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 09:20
โพสต์: 351


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: สาธุๆๆ ไปสักการะมาแล้วค่ะ :b39: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2015, 18:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1396


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2015, 14:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2011, 14:07
โพสต์: 284


 ข้อมูลส่วนตัว


วันเข้าพรรษา ต้องไปทำบุญตักบาตรด้วย “ดอกเข้าพรรษา” ในงานประเพณีตักบาตรดอกไม้ ที่พระมณฑปพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี

หลังวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน ต้องไปทำบุญตักบาตรในงานประเพณีตักบาตรเทโวฯ ที่ยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี

ขออนุโมทนาสาธุค่ะ
Kiss :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ส.ค. 2017, 08:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 402

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร