วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2019, 09:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2011, 14:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ธ.ค. 2009, 12:51
โพสต์: 13

อายุ: 19

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ต.ค. 2011, 23:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


สมองส่วนหน้ากับการเจริญสติ

สิ่งมีชีวิตที่มีสมอง จะมีสมองส่วนนึงไว้สำหรับทำหน้าที่รักษาชีวิต ป้องกันชีวิตจากอันตรายโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดๆ อย่างไรก็ตาม มนุษย์มีสมองที่พัฒนาขึ้นกว่าสัตว์ทั้งปวง เป็นสมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ซึ่งมีหน้าที่ที่ซับซ้อน เช่น ควบคุมพฤติกรรม การแสดงออกในสังคม การเคลื่อนไหวบางอย่าง การใช้ภาษา การวางแผนหรือวางเป้าหมาย เป็นต้น ซึ่งสัตว์อื่นทำไม่ได้

สมองส่วนนี้จะเจริญสมบูรณ์ พร้อมที่จะพัฒนาก็เมื่ออายุประมาณ 20 ปี (อายุครบบวช) ตำแหน่งของมันคือที่หน้าผาก เหมือนเป็นตาที่สาม ที่หน้าสนใจคือ เมื่อสมองส่วนนี้ทำงานเป็นหลัก สมองในส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์เหมือนในสัตว์ (limbic system) จะถูกยับยั้งไว้

ปัญหาคือ มนุษย์ไม่รู้ว่าจะใช้สมองส่วนนี้อย่างไร จึงโดนอารมณ์ซึ่งเป็นผลจากสมองส่วนที่เหมือนกับในสัตว์ครอบงำ นักวิทยาศาสตร์พยายามแบ่งมนุษย์ออกเป็น 4 กลุ่ม ตามความสามารถในการใช้สมองส่วนหน้า ดังนี้

1) ลืมตัวและทำไม่เป็น (unconscious unskill): กลุ่มนี้ยังดิบมาก
2) รู้ตัวแต่ยังทำไม่เป็น (conscious unskill): รู้แล้วว่ามีปัญหาแต่ไม่รู้จะทำยังไง
3) รู้ตัวและทำเป็น (conscious skill): รู้แล้วเห็นทางแล้ว
4) ลืมตัวและทำเป็น (unconscious skill) หรือ ทำเป็นแบบลืมตัว

เราท่านทั้งหลายเจริญสติไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เป้าหมายคือ ปลุกตัวรู้ให้ตื่นมาทำหน้าที่ เมื่อมันตื่นแล้วทุกอย่างก็ง่ายขึ้น

ขอให้กัลยาณมิตรทุกท่านรู้เนื้อรู้ตัวอยู่เสมอ

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ต.ค. 2011, 14:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอให้เจริญสติ จะด้วยวิธีการใดก็ได้ แต่ขอให้ทำให้มาก ทำให้บ่อย

ถ้าท่านทำตามที่แนะนำ แสดงว่าท่านเริ่มมี ศรัทธา แล้ว

เมื่อท่านพยายามทำอยู่เสมอ แสดงว่าท่านเริ่มมี วิริยะ แล้ว

เมื่อท่านทำอยู่เสมอ ทำให้มาก ท่านก็เริ่ม มีสติ มากขึ้น

เมื่อมีสติอยู่เสมอ ท่านก็มี สมาธิ เกิดขึ้นได้ง่าย แค่ระดับที่ใช้ทำการงานได้ก็นับว่าพอ

เมื่อมีสติสมาธิอยู่ ปัญญา ก็เกิดขึ้นได้ เป็นปัญญาที่เกิดจากการสังเกตุและการปฏิบัติ

ศรัทธา+วิริยะ+สติ+สมาธิ+ปัญญา จะเป็นกำลังให้ท่าน เรียกว่า พละ5

แต่ทั้งหมดจะทำได้ยาก ถ้าท่านยังเบียดเบียนสิ่งอื่น ไม่ว่าทางกาย วาจาหรือใจ

ดังนั้นขอให้มีศีล ช่วยกำกับ

การมีศีลนั้นไม่ยาก เช่น ขณะที่ท่านกำลังอ่านข้อความนี้ ถ้าท่านไม่พูดทำหรือคิดทำร้ายสิ่งใด ขณะนั้นท่านก็มีศีลที่สมบูรณ์

เมื่อท่านมีศีล ไม่เบียดเบียนสิ่งอื่นแม้สิ่งนั้นมาเบียดเบียนท่านแสดงว่า ตัวตนของท่านเหลือน้อยลง

เมื่อท่านได้ปฏิบัติ ท่านย่อมได้เห็นผล ท่านย่อมรู้ผล ธรรมนั้นย่อมปรากฏแก่ท่าน ท่านเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นและผู้เบิกบาน อยู่ในตัวเอง ท่านย่อมไม่ลังเลสงสัยในพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ เพราะท่านกำลังเป็นซะเองแล้ว

เมื่อท่านรู้อยู่อย่างนี้ ปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ท่านย่อมละการกระทำที่งมงายไร้เหตุผล คำว่าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่จะไม่สามารถย่ำยีจิตใจท่านได้ ตายเป็นตาย บ้าเป็นบ้า อะไรล่ะที่ตาย อะไรล่ะที่บ้า

ทำอยู่อย่างนี้อยู่เสมอ ขณะนึงท่านจะ ข้ามได้โดยไร้เจตนา และท่านย่อมรู้ด้วยตนเอง ไม่ต้องให้ใครมารับรองใคร เพราะไม่มีอะไรจะให้อะไรรับรองอะไรว่าเป็นอะไรอีก

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ต.ค. 2011, 12:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ศีลต้องมี อย่าได้พลั้งเผลอ ถ้าเผลอให้รู้ตัว การรู้ตัวจะเรียกว่าการเจริญสติก็ได้

ต่อไป ให้เพิ่มปัญญา

ปัญญาจากการอ่าน การฟัง การคิด คงได้ทำกันมามากแล้ว ลองทำ ปัญญาจากการใช้ปัญญา หรือปัญญาปฏิบัติกันดู

ปัญญานั้นมองไม่เห็น แต่มีลักษณะที่สังเกตได้คือ ตัด/สว่าง

ดังนั้น เมื่อท่านทั้งหลาย เริ่มเห็นความอยาก/ไม่อยาก พอใจ/ไม่พอใจ แล้ว คราวนี้ลองใช้ปัญญาจัดการมันดู

ลองใช้ปัญญากับความอยาก เช่น ท่านไปซื้อของที่ตลาด แต่ไปเห็นของที่ไม่มีในรายการที่ต้องซื้อ แต่ท่านอยากได้ เช่น เห็นขนมน่ากิน ท่านเลยหยุด กำลังจะซื้อ

ถ้าท่านมีสติที่เร็วพอ สติจะมาเตือน ลักษณะของสติคือ "เตือน" ทำให้ระลึกได้ ว่า มันไม่อยู่ในรายการที่ต้องซื้อ

คราวนี้จะเกิดการฟาดฟันกันในความคิดของท่าน ว่าจะซื้อตามความอยาก หรือ ไม่ซื้อตามกำลังของปัญญา การเอาชนะความอยากนั้น อาจมีหลายวิธี ตั้งแต่ กดข่ม ชี้แจง ให้เหตุผล จนกระทั่งเห็นตามความเป็นจริง

เมื่อท่านชนะได้หนึ่งครั้ง แสดงว่า ปัญญาท่านใช้ได้ในตอนนั้น ปัญญามันจะคมขึ้น ยิ่งทำบ่อยยิ่งคมขึ้น เหมือนมีดที่ถูกใช้งาน หรือ ถูกลับอยู่เสมอ คงตอบยากว่าต้องทำกี่ครั้ง แต่เมื่อมันตัดไปเรื่อยๆ ท่านย่อมรู้เอง ยิ่งเจอกับอะไรที่ตัดยาก นั่นเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับปัญญาของท่านในตอนนั้น ขออย่ายอมแพ้ การยอมแพ้เป็นการเพิ่มกำลังให้ข้าศึก เมื่อชนะได้ให้สังเกตสิ่งที่ตามมา นั่นคือ ปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติ

นอกจากนี้ ธรรมอื่นก็เพิ่มพูนขึ้นในขณะที่่กำลังใช้ปัญญา ทั้ง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ เป็นต้น

ก็ขอให้พยายาม ทำให้มาก ให้สม่ำเสมอ อย่าประมาท

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2011, 14:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ให้มีศีล ให้เจริญสติ ให้ใช้ปัญญา อยู่เสมอ

และ ให้เลือก เฟ้น ใคร่ครวญ พิจารณาธรรมทั้งหลาย

เมื่อมีอะไรมากระทบก็ให้รู้ ยังมีอะไรไหว โยกโคลงไปตามการกระทบหรือไม่

ยังพอใจ ไม่พอใจ อยาก ไม่อยาก ในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นหรือไม่

ถ้ามีก็ให้รู้

เมื่อมีสติ เลือกเฟ้นพิจารณาธรรม ขณะนั้นมีวิริยะ อยู่

เมื่อเข้าใจธรรมนั้น ย่อมเกิดปีติ ขอให้รู้ อย่าไหลตามไป

เมื่อทำได้ กายใจย่อมรำงับอยู่ สมาธิก็มีอยู่ ตั้งมั่นอยู่ได้

อุเบกขาย่อมเกิดขึ้นได้

การเลือกเฟ้นธรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งที่นำไปสู่การรู้ธรรมทั้งหลายตามความเป็นจริง

ดาบดีแต่ไม่นำออกมาใช้ ย่อมไม่สำเร็จประโยชน์

ก็ทำอยู่อย่างนี้ มีศีล เจริญสติ สร้างปัญญา ธัมมวิจยะ ทำอยู่อย่างนี้ วนอยู่อย่างนี้ ทำจนลืมตัว

ทำจนลืมต้ว

ลืมตัวทำ

ตัวทำลืม

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2011, 02:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ท้ายสุด สุดท้าย?

มีศีล มีสติจนเป็นสมาธิ มีปัญญาและพิจารณาธรรมทั้งหลายอยู่เสมอแล้ว

ความสามารถสุดท้ายที่ต้องมีคืออะไร จะจบเรื่องราวทั้งหมดที่วนเวียนมานานแสนนานอย่างไร

อนันตสุข อนันตชีพ ที่ท่านทั้งหลายค้นหา อยู่ที่ไหนกัน?

มันอยู่ที่

หยุดอยาก หยุดยึดมั่นถือมั่นได้

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน? ทำไมหยุดมันไม่ได้ ทั้งๆที่คำตอบก็มีอยู่ ผู้อธิบายก็มีมาก

แม้สมองจะไม่ใช่จิต แต่การเข้าใจการทำงานของมันบ้าง ก็อาจทำให้เข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น

การทำงานของสมองคนเรานั้น เมื่อรับอะไรมา(ทางตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส ระลึก) มันจะวิ่งไปหาความหมาย เป็นกลไกที่เร็วมาก ตัวอย่างเช่น คำว่า obrrko

คำว่า obrrko นี้ ดูแล้วไม่มีอะไร แต่ถ้าถอดรหัสเป็น นิพพาน ขึ้นมา คราวนี้สมองจะเริ่มหาความหมายได้แล้ว ก็แล้วแต่ว่าในสมองแต่ละท่านมีอะไรอยู่บ้าง ดังนั้น พอแต่ละคนมาคุยกันก็เลยมีความหลากหลายของคำว่า นิพพาน แม้ตอนนี้ท่านลองให้คำตอบตัวเองดูว่า obrrko ในสมองของท่านนั้นคืออะไร

ทำไมตอนนี้ในสมองของท่าน มีข้อมูลของ obrrko แล้ว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มี?

ก็เพราะว่า สมองทำการเชื่อมโยงระหว่าง obrrko กับ นิพพาน(ตามที่เคยได้ยินได้ฟังมา)แล้ว เป็นการเชื่อมโยงที่เกิดจากการเห็น

แต่แค่นี้ยังไม่ทุกข์ ทุกข์จะเกิดเมื่อเข้าไปยึดมั่นถือมั่น เช่น นิพพานต้องเป็นอย่างนี้(เพราะข้อมูลที่เรามีเป็นอย่างนี้) ไม่ใช่อย่างนั้น(ตามข้อมูลที่ท่านมี) เป็นต้น

เมื่อมันทำแบบนี้บ่อยๆ มันจึงเกิด ความเคยชิน

คือพอเจอสิ่งนี้ สิ่งนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ เราอยากได้หรือไม่อยากได้ เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าไม่ระวังเราก็จะไปติดกับสิ่งที่เรารับรู้อยู่เสมอ

เช่น เมื่อรู้ว่า ต้องหยุดอยาก หยุดยึดมั่นถือมั่น เราก็ไปอยากว่า เมื่อไหร่จะหยุดอยากหยุดยึดมั่นถือมั่นได้ กลายเป็น อยากหยุด แทนที่จะเป็น หยุดอยาก

เรื่องมันก็เลยไม่จบ

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ย. 2011, 13:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


อยากหยุด เพื่อ หยุดอยาก

เมื่อรู้ว่า ต้องหยุด จึงจะหยุด ความอยากที่จะหยุดย่อมมีได้เป็นธรรมดา

อยากหยุด เื่พื่อ หยุดอยาก

ให้เพิ่ม รู้ ไประหว่างอยากกับหยุด

กลายเป็น

อยาก รู้ หยุด

อยาก รู้ หยุด

อยาก รู้ หยุด

อยาก รู้ หยุด

คือ พอความอยากเกิดขึ้น ให้กำหนดรู้ มันจะหยุด

ลองทำเท่านี้ แล้วสังเกตดู

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2011, 16:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ความเคยชินคือปัญหา วิธีแก้ปัญหาคือสร้างความเคยชิน

ความเคยชินที่เป็นปัญหาคือความเคยชินชนิดที่ไม่รู้ตัว คือมาแบบนี้ก็ต้องโดนแบบนี้

เื่มื่อเริ่มฝึกความรู้สึกตัว พออะไรเกิดขึ้น มันก็รู้ตัว

ให้รู้จักและคุ้นเคยกับภาวะที่มีอะไร และ ไม่มีอะไร

คุ้นเคยว่า นี่คือวุ่น นี่คือว่าง

จนเคยชินกับการรู้ว่า นี่วุ่น นี่ว่าง

แล้วก็อยู่กับความเคยชินที่รู้ตัวนี้

ใ้ห้รู้ที่ตัวนี้ อย่าไปรู้ที่อื่น

จิตส่งออกเป็นสมุทัย จิตเห็นจิตในภายในเป็นมรรค

ก็ทำกันไป

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2011, 10:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


เท้าเปียก มือไม่เปียก

ตอนนี้เพื่อนพี่น้องจำนวนมากลำบากจากภาวะน้ำท่วม น้ำขัง

ปัญหาเรื่องเท้าเปียก เปื่อย เป็นแผล เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในภาวะนี้

อย่างไรก็ตาม สังเกตเห็นว่า คนในสังคมนี้ที่ มือไม่เปียก ยังมีอยู่มาก

คนเหล่านี้เสียสละ ไม่ว่าจะเป็นกำลังกาย กำลังใจ กำลังวัตถุุ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างเต็มกำลังความสามารถและไม่หวังสิ่งใด ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้ เรียกว่า ทำด้วยจิตว่าง ไม่ต้องการอะไร แม้แต่คำว่าขอบใจ

มือที่เคยเปียกชุ่ม จับติดเหนียว ไม่ปล่อย ก็เริ่ม ปล่อย เริ่มวาง

ความรู้สึกนี้สำคัญ ให้รู้ ติดก็ให้รู้ ไม่ติดก็รู้

จนกว่า มือแห้งสนิทจริงๆ

จึงจะปลอดภัย

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ย. 2011, 20:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องขัดใจ เพื่อ ใจได้ขัด

เมื่อมีความขัดใจเกิดขึ้น ให้รู้

ลักษณะที่กำลังเผชิญนั้นเป็นทุกข์ เราพอใจมันหรือไม่ อยากให้มันเป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือเปล่า

นี่เป็นโอกาสที่จะได้ขัดใจ

การที่ยังมีความขัดใจ แสดงว่า ยังมีความยึดถืออะไรบางอย่างอยู่ ขอให้พยายามเรียนรู้

พยายามเรียนรู้ทั้ง สภาพเมื่อเกิดปัญหา การแก้ปัญหา สภาวะเมื่อปัญหากำลังจะเกิด และ ภาวะที่ไม่มีปัญหา ขอให้รู้

ทุกข์หรือไม่ทุกข์ อยู่แค่อึดใจเดียว

ขัดเกลาสภาพหยาบสถุลในจิตใจเราเรื่อยไป จนผ่องใสประภัสสร

เกลี้ยงเกลาเมื่อไร ย่อมรู้ได้เอง

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2011, 09:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขอบคุณครับ

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2011, 14:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


อุบาย

ถ้าท่านต้องการใช้ภาพปริศนาธรรมฝึกวัวป่าดังที่ได้นำเสนอนี้เพื่อเจริญสติ ลองทำแบบนี้ดู

ขั้นที่1: เข้าไปใน link ดังกล่าว ให้clickขวาที่ภาพแต่ละภาพ เอาที่เป็นรูปใหญ่จะได้รายละเอียดและเห็นชัด กด save picture as

ขั้นที่2: print ภาพทั้งหมดออกมา นำมาเรียงซ้อนกันจากภาพที่หนึ่งไปถึงภาพสุดท้าย

ขั้นที่3: วางภาพทั้งหมดนั้นไว้ในจุดที่่ท่านมองเห็นได้ชัด มองเห็นได้บ่อย และห้ามเปิดไปอ่านภาพถัดไปก่อนถึงเวลาที่กำหนดไว้อย่างเด็ดขาด (ท่่านอาจอ่านคำอธิบายของท่านพุทธทาสซักรอบสองรอบก่อนก็ได้ แล้วค่อยฝึก)

ภาพที่1: ติดตามสังเกต

เจ้าวัวป่า สะบัดเขา เต้นเร่าโลด
ก้าวกระโดด ข้ามโขดเขา อย่างบ้าคลั่ง
ใต้เมฆครึ้ม คลุมทาง หว่างเขาบัง
ย่ำหญ้าพัง เพียงไร ใครจะรู้

แนบไฟล์:
1.jpg
1.jpg [ 119.9 KiB | เปิดดู 1558 ครั้ง ]

ให้มองภาพนี้ อ่านกลอนนี้ แล้วน้อมมาดูตัวท่านเอง ท่านตอนนี้เป็นเหมือนวัวป่านี้หรือไม่ ท่านเป็นคนดีจนเลวหรือไม่ ท่านยังเบียดเบียนสิ่งต่างๆ ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ หรือไม่ ท่านทำลายผู้ด้อยกว่าไปมากน้อยเพียงไร ให้พิจารณา ให้ทบทวนดู ดูทุกวันๆ จนกว่าจะรู้สึกขึ้นมาว่า ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว นั่นแสดงว่าท่านพร้อมจะได้รับการฝึกต่อไป ก็พลิกไปหน้าต่อไป (อย่างน้อยๆน่าจะพิจารณาซัก1-2สัปดาห์)

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


แก้ไขล่าสุดโดย โกเมศวร์ เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 23:40, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2011, 09:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อผ่านภาพแรกมาได้ บางคนอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางคนอาจร้องไห้ น้ำตาไหล ขอให้รู้ ให้มันผ่านไป หยิบกระดาษภาพแรกนี้ซ้อนไว้หลังสุด และไม่ต้องหยิบมาอ่านอีก ตั้งใจฝึกภาพต่อไป

ภาพที่2: เริ่มการฝึก

ใช้เชือกฟาง ร้อยหว่างรู จมูกเข้า
วัวดิ้นเร่า หนุ่มเฝ้าเวียน เฆี่ยนขวับอยู่
ถึงดื้อด้าน ต้านฝืน ขืนมือครู
ก็เฆี่ยนสู้ ซ้ำดึง ตรึงมือดี
แนบไฟล์:
2.jpg
2.jpg [ 112.8 KiB | เปิดดู 1558 ครั้ง ]

ภาพนี้เอาจริงแล้ว ให้ท่านพิจารณาดูว่า ในชีวิตประจำวันของท่านมีอะไรที่ไม่ได้จำเป็นกับการดำรงชีวิตแต่ท่านชอบทำ อยากทำ ทำทุกวันแม้ไม่เกิดประโยชน์กับผู้ใด ตัวอย่างเช่น การ chat, การท่องinternet, การอ่านบทความนี้, การไปเดินห้าง, การแวะร้านหนังสือเพื่ออ่านหนังสือfree, การแวะร้านกาแฟ, การแวะร้านขนม เป็นต้น เลืือกมา 1 อย่าง เอาที่ทำบ่อยที่สุดอยากทำที่สุด ยิ่งดี เพราะเราจะใช้มันฝึกสติและปัญญา แต่ท่านต้องแน่ใจว่า สิ่งที่ท่านเลือกนั้นเมื่อท่านไม่ได้ทำมันแล้ว ต้องไม่มีผู้ใดเดือดร้อน

สมมติว่า ท่านเลือกการแวะร้านกาแฟเพื่อจิบกาแฟเล่นๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ท่านทำทุกวัน ชอบมากกกกก

คราวนี้ ห้ามเข้าร้านกาแฟ 2 สัปดาห์

แล้วสังเกตใจท่านตอนนี้ มันร้อนรนอย่างไร มันพยายามหาเหตุผลต่างๆเพื่อยกมาอ้างมากน้อยเพียงใด ขอให้รู้ ต่อจากนี้ เมื่ออยากไปร้านกาแฟขอให้รู้และตัดใจเสีย อดทนให้ได้ 2 สัปดาห์ การรู้และตัดใจได้นั้น เป็นการฝึกทั้งสติและปัญญา เรากำลังฝึกสติปัญญาชนิดที่ใช้ได้จริงๆ เพื่อให้มันทั้งเร็วและเฉียบขาดแหลมคม โดยเริ่มจากเรื่องเล็กๆเด็กๆ ไปเรื่อยๆ ไม่พักแต่ก็ไม่เพียรจนเกินไป

การที่ท่านปราบวัวนี้ได้นั้น ท่านมีธรรมต่างๆผุดขึ้นมากมาย ค่อยสาธยายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


แก้ไขล่าสุดโดย โกเมศวร์ เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 23:44, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2011, 11:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ศีล เป็นสิ่งสำคัญ เป็นปราการด่านสุดท้ายป้องกันไม่ให้ตกอบายภูมิ
นอกจากนั้น ศีล เปรียบเหมือนพื้นให้เหยียบยืน เป็นเหมือนดินดีให้พืชผลงอกงาม
เรากำลังจะทำการใหญ่ ดังนั้น พื้นให้เหยียบยืนต้องมั่นคง ท่านจะเดินจะยืนได้อย่างไรถ้าแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง น้ำท่วมเต็มไปหมดจนหาพื้นแห้งให้ยืนให้นอนไม่ได้ ดังนั้นขอให้รักษาศีลให้ดี จะทำอย่างอื่นได้สะดวกขึ้น แต่จะรักษาศีลไว้ได้ต้องใช้ธรรมอื่นมาช่วย เช่น สติปัญญา ความเพียร ความพอใจ เป็นต้น

อุบายต่างๆที่ทำขึ้นก็เพื่อให้แต่ละท่านได้เลือกทำให้เหมาะกับตน แต่มักจะมีความลังเลสงสัยในอุบายต่างๆ ว่ามันจะช่วยเราได้จริงหรือไ่ม่ ความลังเลสงสัยนี้ทำให้จิตขุ่นมัว ทำการไม่สะดวก แต่วิธีจัดการก็มีอยู่ นั่นคือ ให้มีศรัทธา

เปรียบเหมือนน้ำที่ขุ่น มองผ่านได้ยาก ใช้สอยลำบาก เมื่อเราแกว่งสารส้มซึ่งเปรียบเหมือนศรัทธา น้ำที่ขุ่นก็เริ่มตกตะกอน เริ่มใส นำไปใช้การได้

การที่รู้เห็นความอยากที่เกิดขึ้น เป็นการเจริญสติ การตัดวางความอยากนั้นได้เป็นปัญญา สติจะไวแค่ไหน ปัญญาจะคมกล้าเพียงใด ต้องค่อยๆพัฒนาขึ้น เรียกว่า ต้องทำเอง

การที่เราท่านทั้งหลายทำทุกวัน ทำสม่ำเสมอนั้น เป็นความเพียร

ดังนั้น ขอให้มีศีล มีศรัทธา วิริยะ เจริญสติ สร้างปัญญา และมีสมาธิพอที่จะทำการงานได้ ก็เพียงพอ

จากภาพที่2นี้ ศีล เหมือนพื้นให้พระโยคาวจรได้เหยียบยืน เชือกฟางเป็นสติ สายตาที่จดจ้องมองวัวเป็นสมาธิ การพยายามปล้ำกับวัวเป็นความเพียร ไม้ในมือเป็นความละอายและเกรงกลัวต่อบาป พระโยคาวจรกำลัังสะสมกำลังและปัญญาเพื่อปราบวัวนี้เสีย

เมื่อท่านผ่าน 14 วันนี้มาได้ ก็ขอให้พักสัก 2-3 วัน เอาช่วงวันหยุดยาวนี้แหละ พักสักหน่อย ไปทำสิ่งอะไรก็ได้ที่เคยอยากทำแต่ถูกกำหนดให้งดมาตลอด 14 วัน ลองทำดูและสังเกตดู แต่อย่าลืมว่า ห้ามผิดศีล ศีลนี้ต้องรักษาไว้

เมื่อหมดระยะพัก ก็เริ่มฝึกภาพต่อไป เอาภาพที่2นี้ ซ้อนเก็บไว้หลังสุด

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2011, 13:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ต.ค. 2010, 10:42
โพสต์: 249

แนวปฏิบัติ: ไม่เอา ไม่เป็น ไม่ยึด
สิ่งที่ชื่นชอบ: ทุกเล่มของท่านพุทธทาส
อายุ: 32
ที่อยู่: สงขลา

 ข้อมูลส่วนตัว


ภาพที่3 รับการฝึก

พอคุ้นเข้า เจ้าวัวเริ่ม จะรู้เรื่อง
ให้จูงเชื่อง เยื้องย่าง หว่างวิถี
เชือกในมือ ถือกระชับ กระชั้นดี
เหมือนไม่ีมี คืนวัน อันเหนื่อยใจ
แนบไฟล์:
3.jpg
3.jpg [ 118.65 KiB | เปิดดู 1558 ครั้ง ]

กติกาเดิมคือ ห้ามเปิดไปอ่านหน้าต่อไป และ ห้ามทำสิ่งที่กำหนดไว้ว่าจะไม่ทำ ให้ใช้เรื่องเดิม เช่น ไม่แวะนั่งร้านกาแฟ เป็นต้น แต่ให้เพิ่มระยะเวลาเป็น 30 วัน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ผิดศีลและไม่รบกวนหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ พยายามสังเกตจิตใจตัวเอง มองภาพแล้วน้อมมาพิจารณาตัวเอง

.....................................................
วงว่างยงอยู่ยั้ง อนันตกาล
ในถิ่นที่ทุกสถาน แหล่งหล้า
ยึดมั่นไป่พบพาน ประจักษ์
ยามปล่อยหยุดไขว่คว้า ถึงได้โดยพลัน


แก้ไขล่าสุดโดย โกเมศวร์ เมื่อ 26 ส.ค. 2013, 23:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร