วันเวลาปัจจุบัน 14 ส.ค. 2020, 14:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 125 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2010, 18:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
walaiporn เขียน:

" ธรรม " ทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม
ล้วนสำเร็จได้ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔


โจรปล้นร้านทอง..... ก็คงสำเร็จด้วยสติปัฏฐาน สิครับ




ลองพิจรณาดูสิคะว่าจริงไหม?

เลือกเอานะกุศลหรืออกุศล
มันก็แค่บัญญัติที่ใช้ในการเรียกเท่านั้นเอง

เพียงแต่เราต้องมีบัญญัติไว้เพื่อให้รู้ ไว้สำหรับใช้ในการสื่อสารไปในทางเดียวกัน
แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อยึด


ถามว่า สำเร็จด้วยสติปัฏฐาน ใช่หรือไม่ ปล้นหนอ ปล้นหนอ จี้หนอ จี้หนอ เป็นบัญญัติ หรือการปฏิบัติสติปัฏฐาน

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2010, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5977

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
walaiporn เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
walaiporn เขียน:

" ธรรม " ทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม
ล้วนสำเร็จได้ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔


โจรปล้นร้านทอง..... ก็คงสำเร็จด้วยสติปัฏฐาน สิครับ




ลองพิจรณาดูสิคะว่าจริงไหม?

เลือกเอานะกุศลหรืออกุศล
มันก็แค่บัญญัติที่ใช้ในการเรียกเท่านั้นเอง

เพียงแต่เราต้องมีบัญญัติไว้เพื่อให้รู้ ไว้สำหรับใช้ในการสื่อสารไปในทางเดียวกัน
แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อยึด


ถามว่า สำเร็จด้วยสติปัฏฐาน ใช่หรือไม่ ปล้นหนอ ปล้นหนอ จี้หนอ จี้หนอ เป็นบัญญัติ หรือการปฏิบัติสติปัฏฐาน





เรื่องแค่นี้ ไม่เห็นจะน่าถามเลยนะคะ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2010, 18:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


กุศลาธรรมา อกุศลาธรรมา อัพยากตาธรรมา smiley
สติปัฏฐาน แบบ ดำ (ปล้นหนอ จี้หนอ คาถาอาคม กลั้นลมหายใจ ๆลๆ รู้สึกจะมีคาถามหากำบังที่โจรใช้กันด้วย) ไม่ใช่แบบขาว :b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 02 ม.ค. 2010, 18:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2010, 18:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:

" ธรรม " ทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรม
ล้วนสำเร็จได้ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔


โจรปล้นร้านทอง..... ก็คงสำเร็จด้วยสติปัฏฐาน สิครับ


เรื่องแค่นี้ ไม่เห็นจะน่าถามเลยนะคะ


อยากรู้

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย เช่นนั้น เมื่อ 02 ม.ค. 2010, 18:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2010, 18:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


พยัค โฆ จะ บริกรรมไปเรื่อยๆ เสกของได้ แปลงกายเป็นเสือได้
คาถาหัวใจเสือสมิง :b8:
ไม่น่าใช่ธรรมขาว :b6:


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 02 ม.ค. 2010, 18:37, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 11:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


เทฺว เม ภิกฺขเว วิชฺชาภาคิยา ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิชามี ๒อย่าง
กตเม เทฺว ๒ อย่าง อะไรบ้าง
สมโถ จ ๑ วิปสสฺนา จ ๑ สมถะ ความสงบระงับอย่าง ๑ วิปัสสนา ความเห็นแจ้ง อย่าง ๑
สมโถ ภาวิโต กิมตฺถมนุโภติ สมถะเป็นขึ้นแล้ว ต้องการอะไร
จิตฺตํ ภาวิยติ ต้องการทำจิตให้เป็นขึ้น
จิตฺตํ ภาวิตํ กิมตฺถมนุโภติ จิตเป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
โย ราโค โส ปหียติ ความกำหนัดยินดีที่อยู่แก่ใจ หมดไป
วิปสฺสนา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติ วิปัสสนาแปลว่าความเห็นแจ้ง เป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
ปญฺญา ภาวิยติ ต้องการทำปัญญาให้เป็นขึ้น
ปญฺญา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติ ปัญญาเป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
ยา อวิชฺชา สา ปหียติ ความไม่รู้จริงมีอยู่แก่ใจ ความไม่รู้จริงอันนั้นหมดไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2010, 08:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




002.jpg
002.jpg [ 28.27 KiB | เปิดดู 2093 ครั้ง ]
tongue

สติมีหน้าที่เพียงรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ สติ ไม่แยกแยะ ดี ชั่ว ดังสติของโจร ที่คุณเช่นนั้นยกมา

ปัญญา ที่เกิดตามมา ทั้งสัมมาทิฐิ และ สัมมาสังกัปปะ จึงจะเป็นผู้แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด

เพราะฉนั้นถ้าเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าจริงๆ เวลาพูดถึงสติ ต้องกล่าวถึงปัญญาประกอบด้วยเสมอดังตัวอย่าง

ให้มีสติ สัมปชัญญะ ในการทำงานเน้อ ลูกหลาน

ให้ใช้ทั้งสติและปัญญา ในการงานทุกสิ่ง จึงจะประสบความสำเร็จด้วยดี

tongue

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2010, 13:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
สติมีหน้าที่เพียงรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ สติ ไม่แยกแยะ ดี ชั่ว ดังสติของโจร ที่คุณเช่นนั้นยกมา

ปัญญา ที่เกิดตามมา ทั้งสัมมาทิฐิ และ สัมมาสังกัปปะ จึงจะเป็นผู้แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด

เพราะฉนั้นถ้าเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าจริงๆ เวลาพูดถึงสติ ต้องกล่าวถึงปัญญาประกอบด้วยเสมอดังตัวอย่าง

ให้มีสติ สัมปชัญญะ ในการทำงานเน้อ ลูกหลาน

ให้ใช้ทั้งสติและปัญญา ในการงานทุกสิ่ง จึงจะประสบความสำเร็จด้วยดี

tongue


สวัสดีครับ ท่านอโศกะ
เช่นนั้น ถามครับ ไม่ได้ยกเพื่อแสดงว่า ถูกต้องครับ

"สติมีหน้าที่เพียงรู้ทั้นปัจจุบันอารมรณ์ สติ ไม่แยกแยะ ดีชั่ว ดังสติของโจร"
ก็เป็นความรู้ความเข้าใจผิดของท่านอโศกะครับ

สติ ก็ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดปัญญา เช่นกันครับ

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย เช่นนั้น เมื่อ 04 ม.ค. 2010, 13:34, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2010, 19:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว


tongue

อโศกะ เขียน:
สติมีหน้าที่เพียงรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ สติ ไม่แยกแยะ ดี ชั่ว ดังสติของโจร ที่คุณเช่นนั้นยกมา

ปัญญา ที่เกิดตามมา ทั้งสัมมาทิฐิ และ สัมมาสังกัปปะ จึงจะเป็นผู้แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด

เช่นนั้น เขียน

สวัสดีครับ ท่านอโศกะ
เช่นนั้น ถามครับ ไม่ได้ยกเพื่อแสดงว่า ถูกต้องครับ

"สติมีหน้าที่เพียงรู้ทั้นปัจจุบันอารมรณ์ สติ ไม่แยกแยะ ดีชั่ว ดังสติของโจร"
ก็เป็นความรู้ความเข้าใจผิดของท่านอโศกะครับ

สติ ก็ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดปัญญา เช่นกันครับ


อโศกะ ถามต่อ

ถ้าความรู้ความเข้าใจของอโศกะ ที่ว่า สติ มีหน้าที่เพียงรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ผิด
และสติ ก็ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดปัญญา เช่นกัน

ขอให้คุณเช่นนั้นแสดงเหตุผลประกอบให้ละเอียดและชัดเจนด้วยครับ

:b31: :b10:

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 07:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




007414.jpg
007414.jpg [ 22.16 KiB | เปิดดู 2034 ครั้ง ]
tongue :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48:


ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราจักแสดงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
และทางที่จะให้ถึงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้าแก่เธอทั้งหลาย

เธอทั้งหลายจงฟัง


ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้าเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ
นี้เรียกว่า ธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า



ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ทางที่จะให้ถึงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้าเป็นไฉน
ทางที่จะให้ถึงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
คือ กายคตาสติ
นี้เรียกว่า ทางที่จะให้ถึงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า



ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
และทางที่จะให้ถึงธรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
เราแสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้แล

:b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48:

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กิจใดอันศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
ผู้อนุเคราะห์ พึงทำแก่สาวกทั้งหลาย
กิจนั่นอันเราอาศัยความอนุเคราะห์ ทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท
อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย
นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย




วิธีเจริญ "กายคตาสติ" ที่มีผลานิสงส์มาก ....... อ่านได้ที่นี่ค่ะ


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=8&t=28039&p=167303#p167303

รูปภาพ เจริญในธรรมค่ะ
:b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:


แก้ไขล่าสุดโดย กระบี่ไร้เงา เมื่อ 07 ม.ค. 2010, 08:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 11:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2008, 17:25
โพสต์: 62


 ข้อมูลส่วนตัว


"ฌาณ" ที่กำลังกล่าวถึงกันอยู่ เป็น "ฌาณ" เดียวกับที่กล่าวในมรรคมีองค์แปดไหมหนอ?

(คำแปล) ดูก่อนภิกษุทั้งหลายความตั้งใจมั่นชอบ เป็นอย่างไรเล่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดแล้วจากกามทั้งหลาย
สงัดแล้วจากธรรมที่เป็นอกุศลทั้งหลาย เข้าถึงแล้วปฐมฌาน
ประกอบด้วย วิตก วิจาร มีปิติและสุขอันเกิดจากวิเวกแล้วแลอยู่

เพราะความที่วิตกวิจารทั้งสองระงับลง เข้าถึงทุติยฌาน
เป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายใน ให้สมาธิเป็นธรรมอันเอกผุดมีขึ้น
ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดจากสมาธิแล้วแลอยู่

อนึ่ง เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ ย่อมเป็นผู้อยู่อุเบกขา
มีสติและสัมปชัญญะ และย่อมเสวยความสุขด้วยนามกาย
ชนิดที่พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมกล่าวสรรเสริญ ผู้นั้นว่า เป็นผู้อยู่อุเบกขา
มีสติ อยู่เป็นปกติสุข ดังนี้ เข้าถึงตติยฌาน แล้วแลอยู่

เพราะละสุขเสียได้ และเพราะละทุกข์เสียได้ เพราะความละทุกข์เสียได้
เพราะความดับไปแห่งโสมนัสและโทมนัสทั้งสองในกาลก่อน เข้าถึงจตุตฌาน

ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีแต่ความที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันนี้เรากล่าวว่า ความตั้งใจมั่นชอบ-สัมมาสมาธิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 11:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2008, 17:25
โพสต์: 62


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
เข้าถึงจตุตฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีแต่ความที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่


เมื่อถึงจตุตฌาณ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข แล้วจะกลัวติดสุขติดทุกข์อะไรกัน

ก็มรรคมีองค์แปดนี้เป็นทางที่พระพุทธองค์ชี้ให้สาวกเดิน
แล้วเราจะกลัวอะไรกันอีกหนอ?????


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 12:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




guan-im62.jpg
guan-im62.jpg [ 18.79 KiB | เปิดดู 2007 ครั้ง ]
tongue :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48:

นิรินธน์ เขียน:
อ้างคำพูด:
เข้าถึงจตุตฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีแต่ความที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่


เมื่อถึงจตุตฌาณ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข แล้วจะกลัวติดสุขติดทุกข์อะไรกัน

ก็มรรคมีองค์แปดนี้เป็นทางที่พระพุทธองค์ชี้ให้สาวกเดิน
แล้วเราจะกลัวอะไรกันอีกหนอ?????






รูปภาพ สาธุ....... เจริญในธรรมค่ะ
:b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2010, 16:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


นิรินธน์ เขียน:
อ้างคำพูด:
เข้าถึงจตุตฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีแต่ความที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่


เมื่อถึงจตุตฌาณ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข แล้วจะกลัวติดสุขติดทุกข์อะไรกัน

ก็มรรคมีองค์แปดนี้เป็นทางที่พระพุทธองค์ชี้ให้สาวกเดิน
แล้วเราจะกลัวอะไรกันอีกหนอ?????




สาธุ ครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2010, 02:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศกะ เขียน:
ถ้าความรู้ความเข้าใจของอโศกะ ที่ว่า สติ มีหน้าที่เพียงรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ผิด
และสติ ก็ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดปัญญา เช่นกัน


กระแสทั้งหลายย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง สติเป็นเครื่องกั้นกระแสในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย กระแสเหล่านั้นอันบัณฑิตย่อมปิดได้ด้วยปัญญา

ผู้ที่ไหลไปตามกระแส เพราะไม่เห็นธรรมอันเป็นเครื่องเปิดจิต ย่อมถูกกระแสในโลกท่วมทับ
ผู้นั้นไม่มีสติ ย่อมเกิดความเสน่หาบ้าง ย่อมเกิดความริษยาบ้าง ย่อมเกิดการแย่งชิง ปล้นฆ่าบ้าง ย่อมประพฤติเป็นชู้บ้าง
ขณะที่เขาผู้นั้นประกอบกายทุจริต วจีทุจริต เขาผู้นั้น รู้สึกตัวกระทำก็มี ไม่รู้สึกตัวกระทำก็มี ต่างก็เป็นอาการของผู้ไม่มีสติทั้งนั้น

จิตที่เป็นกุศล มโนกรรมเป็นกุศล มีสติเป็นเครื่องระลึกในกุศล ไม่ประมาทในกุศล สติย่อมเป็นเครื่องกั้นกระแสในโลกได้ ดังนั้นสติจึงเป็นธรรมที่เกิดร่วมเกิดพร้อมกับจิตที่เป็นกุศลเท่านั้น มีหน้าที่ระลึก ทรงไว้ถึงความไม่ประมาทในกุศลธรรม บุคคลผู้มีสติพละมาก ก็กั้นกระแสกิเลสตัณหาได้แข็งขันแข็งแรงกว่าผู้มีสติพละน้อย

ผู้ที่จะถึงความระึลึกได้ในกุศล ตั้งมั่นไม่เผลอเรอ มีกุศลธรรมเป็นเครื่องทรงในจิต จิตนั้นต้องเป็นจิตที่มีปัญญาเิกิดร่วมเกิดพร้อม ซึ่งมีเครื่องอบรมคือสัมมาทิฏฐิ

เมื่อจิตนั้นประกอบด้วยปัญญา ย่อมมีความไม่ประมาทอันเป็นสติ รักษาใจ
ความมีปัญญามาก สติพละก็ย่อมเข็มแข็งตามกำลังของปัญญา

ธรรมใดมีหน้าที่รู้ชัด ธรรมใดมีหน้าทีรู้ปิด ธรรมนั้นคือปัญญา
ธรรมใดมีหน้าที่ทรงไว้ในความไม่ประมาท ธรรมใดมีหน้าที่คอยระลึกให้จิตตั้งมั่นมีสมาธิในกุศลธรรมอยู่เสมอๆ ธรรมนั้นคือ สติ

แต่การปฏิบัติธรรมไม่ใช่การปฏิบัติแยกส่วนว่า จะเจริญแต่สติล้วนๆ ก็ไม่ใช่ จะเจริญปัญญาล้วนๆ ก็ไม่ใช่
แท้ที่จริงแล้วการปฏิบัติธรรม ย่อมเป็นการเจริญมัคคภาวนา อันมีมรรคเป็นองค์ 8 เป็นมัคคสมังคี มีนิพพานเป็นอารมณ์ เพื่อออกจากกิเลสตัณหาอันเป็นกระแสในโลก.

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 125 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร