วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2020, 08:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 57 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 11:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


เทฺว เม ภิกฺขเว วิชฺชาภาคิยา ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิชามี ๒อย่าง
กตเม เทฺว ๒ อย่าง อะไรบ้าง
สมโถ จ ๑ วิปสสฺนา จ ๑ สมถะ ความสงบระงับอย่าง ๑ วิปัสสนา ความเห็นแจ้ง อย่าง ๑
สมโถ ภาวิโต กิมตฺถมนุโภติ สมถะเป็นขึ้นแล้ว ต้องการอะไร
จิตฺตํ ภาวิยติ ต้องการทำจิตให้เป็นขึ้น
จิตฺตํ ภาวิตํ กิมตฺถมนุโภติ จิตเป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
โย ราโค โส ปหียติ ความกำหนัดยินดีที่อยู่แก่ใจ หมดไป
วิปสฺสนา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติ วิปัสสนาแปลว่าความเห็นแจ้ง เป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
ปญฺญา ภาวิยติ ต้องการทำปัญญาให้เป็นขึ้น
ปญฺญา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติ ปัญญาเป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
ยา อวิชฺชา สา ปหียติ ความไม่รู้จริงมีอยู่แก่ใจ ความไม่รู้จริงอันนั้นหมดไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2010, 09:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2009, 20:54
โพสต์: 282


 ข้อมูลส่วนตัว




brungrasfjaril.jpg
brungrasfjaril.jpg [ 36.88 KiB | เปิดดู 1437 ครั้ง ]
tongue
ปญฺญา ภาวิตา กิมตฺถมนุโภติ ปัญญาเป็นขึ้นแล้วต้องการอะไร
ยา อวิชฺชา สา ปหียติ ความไม่รู้จริงมีอยู่แก่ใจ ความไม่รู้จริงอันนั้นหมดไป

:b8:

.....................................................
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อ้างคำพูด:
อนัตตาเป็นลักษณะ บ่งบอกลักษณะ อนัตตาไม่ใช่ขันธ์ที่จะต้องดับ อนัตตาไม่ใช่กิเลสและสังโยชน์ที่จะต้องละ อนัตตาเป็นความจริงของลักษณะโดยไตรลักษณ์ เป็นสัจจะโดยไตรลักษณ์ ต้องละกิเลสสังโยชน์จึงจะบรรลุนิพพาน และดับขันธ์ 5 ได้จึงเรียกว่าดับขันธ์ปรินิพพานครับ

กิเลสสังโยชน์ข้อแรก หรือเป้าหมายสำคัญที่ 1 ของการปฏิบัติธรรม คือ สักกายะทิฐิ ความเห็นผิด ว่าเป็นอัตตา ตัวกู ของกู

อัตตา คู่ และตรงกันข้ามกับ อนัตตา

เห็นอนัตตา ก็ ละอัตตา

ก็เข้าใจง่ายดี ไม่มีอะไรแปลกพิสดาร เป็นเรื่องธรรมดาๆ จริงๆ

ทำไมจะต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากกันเน๊าะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 17:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
กิเลสสังโยชน์ข้อแรก หรือเป้าหมายสำคัญที่ 1 ของการปฏิบัติธรรม คือ สักกายะทิฐิ ความเห็นผิด ว่าเป็นอัตตา ตัวกู ของกู

อัตตา คู่ และตรงกันข้ามกับ อนัตตา

เห็นอนัตตา ก็ ละอัตตา

ก็เข้าใจง่ายดี ไม่มีอะไรแปลกพิสดาร เป็นเรื่องธรรมดาๆ จริงๆ

ทำไมจะต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากกันเน๊าะ



ละอัตตาแล้วได้มัคคจิต 4 ผลจิต 4 และนิพพานครับ

การกล่าวว่าละอัตตาแล้วได้อนัตตา เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดครับ เพราะอนัตตาเป็นสามัญลักษณะของขันธ์ 5 และ/หรือจิตครับ


ความรู้ผิด ความเข้าใจผิด และปฏิบัติผิดของคุณอนัตตาธรรมจึงเป็นของง่ายครับ


การละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยากครับ
การปฏิบัติธรรมให้บรรลุมัคคผลนิพพานเป็นของยากครับ
หรือการรู้แจ้งแทงตลอดในมัคค 4 ผล 4 และนิพพานเป็นของยากครับ







เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 17:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




05buakba.jpg
05buakba.jpg [ 37.1 KiB | เปิดดู 1421 ครั้ง ]
:b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: :b41: :b41: :b48: tongue

อนัตตาธรรม เขียน:

อัตตา คู่ และตรงกันข้ามกับ อนัตตา

เห็นอนัตตา ก็ ละอัตตา

ก็เข้าใจง่ายดี ไม่มีอะไรแปลกพิสดาร เป็นเรื่องธรรมดาๆ จริงๆ

ทำไมจะต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากกันเน๊าะ




ดูกรปหาราทะ
มหาสมุทรลาด ลุ่ม ลึกลงไปโดยลำดับ ไม่โกรกชันเหมือนเหว ฉันใด
ในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
มีการศึกษาไปตามลำดับ
มีการกระทำไปตามลำดับ
มีการปฏิบัติไปตามลำดับ
มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตผลโดยตรง

ดูกรปหาราทะ
ข้อที่ในธรรมวินัยนี้มีการศึกษาไปตามลำดับ
มีการกระทำไปตามลำดับ
มีการปฏิบัติไปตามลำดับ
มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตผลโดยตรง
นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาประการที่ ๑
ในธรรมวินัยนี้ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึง อภิรมย์อยู่ ฯ



รูปภาพ เจริญในธรรมค่ะ
:b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 14:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


มหาราชันย์เขียน
ละอัตตาแล้วได้มัคคจิต 4 ผลจิต 4 และนิพพานครับ

การกล่าวว่าละอัตตาแล้วได้อนัตตา เป็นความรู้ผิด เป็นความเข้าใจผิดครับ เพราะอนัตตาเป็นสามัญลักษณะของขันธ์ 5 และ/หรือจิตครับ



ความรู้ผิด ความเข้าใจผิด และปฏิบัติผิดของคุณอนัตตาธรรมจึงเป็นของง่ายครับ


การละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยากครับ
การปฏิบัติธรรมให้บรรลุมัคคผลนิพพานเป็นของยากครับ
หรือการรู้แจ้งแทงตลอดในมัคค 4 ผล 4 และนิพพานเป็นของยากครับ


อนัตตาธรรม สนทนาต่อ

มรรคจิต 4 ผลจิต 4 ที่ท่านมหาราชันย์ว่านี้ คือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 ที่เขาว่ากันหรือะเปล่าครับ

ถ้าเป็นอย่างที่ว่า ละสักกายะทิฐิ หรืออัตตาได้ตัวเดียว แล้ว เข้าถึงมรรค 4 ผล 4 ก็ยิ่งวิเศษ ยิ่งง่ายกว่าที่ผมพูดเสียอีกซิครับ


ท่านมหาราชันย์น่าจะลองอ่านที่คุณกระบี่ไร้เงาเขียนเป็นกลอนมาเพราะพริ้ง ผมจับประเด็นได้ว่า ธรรมนั้น จะค่อยๆเจริญและเกิดไปเป็นลำดับๆ คงไม่ใช่พรวดเดียวถึงมรรค 4 ผล 4 กระมังครับ

จากข้อความที่คุณมหาราชันย์สรุปเองว่า "การกล่าวว่าละอัตตาแล้วได้อนัตตา" แต่ข้อความที่ผมเขียนนั้น กล่าวว่า เห็นอนัตตา ก็ละ อัตตา (เห็นถูกต้อง ก็ละความเห็นผิด) จากจุดนี้ไปจนกว่าจะเกิดมรรคที่ 1 นั้นยังมีงานอีกหลายอย่างเชียวนะครับ ไม่ปุุ๊ปปั๊๊ปอย่างที่ท่านมหาราชันย์ว่าหรอกนะครับ ลองเอาความรู้เรื่องญาณของท่านมาวิเคราะห์ดู แล้วอย่าลืมวิเคราะห์เล่าสู่กันฟังเป็นความรู้ เป็นธรรมทานด้วยนะครับเริ่มวิเคราห์ตั้งแต่ เมื่อสัมมาทิฐิเกิดขึ้น เห็นอนัตตาแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อๆกันไป จนถึงนิพพาน

มหาราชันย์เขียน

การละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยาก

อนัตตาธรรม ถาม

ถ้าการละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยาก
แล้วเราจะต้องทำอย่างไรละ่ จึงจะละความยึดมั่นในขันธ์ 5 ได้ บอกวิธีง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านหน่อยนะครับ Step by step ด้วยยิ่งดีครับ ขอบพระคุณมาก

มหาราชันย์ เขียน

การปฏิบัติธรรมให้บรรลุมัคคผลนิพพานเป็นของยากครับ
หรือการรู้แจ้งแทงตลอดในมัคค 4 ผล 4 และนิพพานเป็นของยากครับ


อนัตตาธรรม วิจารณ์

เพราะมีความคิดเห็นไปในมุมเดียวอย่างนี้กันเสียก่อน อย่างนี้กันเสียหมด ผู้คนในปัจจุบันจึงพากันหนีห่างจากพระพุทธศาสนาไปทุกที ๆ

คิดว่ายากได้ ทำไมไม่ลองกลับมุมมอง คิดว่าง่าย บ้างไม่ได้กันหรือครับ

โดยความเป็นจริง ธรรมมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน เป็นเรื่อง ง่ายๆ เพราะมีแสดงอยู่ในกายและจิตของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม แต่ที่พากันไม่เห็นอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงเห็น ไม่รู้ อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงรู้ เพราะจับประเด็นไม่ถูก ศึกษาธรรมมะกันไม่เป็น พากันเอาศรัทธานำหน้า ศึกษาเชิงจดจำ ไม่ศึกษาธรรมเชิงวิเคราะห์ แล้วก็พากันกลัวการวิเคราะห์คำสอนของพระพุทธเจ้า จึงเป็นการผิดหลักการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์

ที่สุดเลยจับหลัก จับประเด็นไม่ได้ ว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไร ทรงนำเอาอะไรมาสอน เทคนิคการปฏิบัติธรรม ที่ง่ายๆ เข้าใจง่ายสำหรับผู้คนทั่วไป ควรจะเป็นอย่างไร สรุปออกมาไม่ได้

ดังนั้นพอจะแสดงธรรม เผยแพร่ธรรมก็จึงต้องพากันไปคัดลอกเอาข้อความในพระสูตร ในพระไตรปิฎก อันเป็นภาษาที่ค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัยรุ่น เยาวชน คนรุ่นใหม่


Simplified ๆ ๆ ทำให้ง่าย แล้วนำมาเผยแพร่กัน น่าจะดีไหมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 19:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
ท่านมหาราชันย์น่าจะลองอ่านที่คุณกระบี่ไร้เงาเขียนเป็นกลอนมาเพราะพริ้ง ผมจับประเด็นได้ว่า ธรรมนั้น จะค่อยๆเจริญและเกิดไปเป็นลำดับๆ คงไม่ใช่พรวดเดียวถึงมรรค 4 ผล 4 กระมังครับ



อนัตตาธรรม เขียน:
อัตตา คู่ และตรงกันข้ามกับ อนัตตา

เห็นอนัตตา ก็ ละอัตตา

ก็เข้าใจง่ายดี ไม่มีอะไรแปลกพิสดาร เป็นเรื่องธรรมดาๆ จริงๆ

ทำไมจะต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากกันเน๊าะ



สวัสดีครับคุณอนัตตาธรรม

คุณกระบี่ไร้เงาเขายกพระไตรปิฎกมา เพื่อคัดค้านข้อความที่แสดงมาผิดของคุณอนัตตาธรรมครับ ไม่ใช่ของผมครับ ปัญญาในการวิเคราะห์ของคุณอนัตตาธรรมวิเคราะห์ผิดแล้วครับ


อ่านดี ๆ ครับ



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 19:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
จากข้อความที่คุณมหาราชันย์สรุปเองว่า "การกล่าวว่าละอัตตาแล้วได้อนัตตา" แต่ข้อความที่ผมเขียนนั้น กล่าวว่า เห็นอนัตตา ก็ละ อัตตา (เห็นถูกต้อง ก็ละความเห็นผิด) จากจุดนี้ไปจนกว่าจะเกิดมรรคที่ 1 นั้นยังมีงานอีกหลายอย่างเชียวนะครับ ไม่ปุุ๊ปปั๊๊ปอย่างที่ท่านมหาราชันย์ว่าหรอกนะครับ ลองเอาความรู้เรื่องญาณของท่านมาวิเคราะห์ดู แล้วอย่าลืมวิเคราะห์เล่าสู่กันฟังเป็นความรู้ เป็นธรรมทานด้วยนะครับเริ่มวิเคราห์ตั้งแต่ เมื่อสัมมาทิฐิเกิดขึ้น เห็นอนัตตาแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อๆกันไป จนถึงนิพพาน



ละสักกายะทิฏฐิหรืออัตตาด้วยโสดาปัตติมัคคจิตครับ ไม่ใช่ละด้วยการเห็นอนัตตาครับ

โสดาปัตติมัคคคือมัคคที่ 1 ครับ



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 19:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
เพราะมีความคิดเห็นไปในมุมเดียวอย่างนี้กันเสียก่อน อย่างนี้กันเสียหมด ผู้คนในปัจจุบันจึงพากันหนีห่างจากพระพุทธศาสนาไปทุกที ๆ



คนห่างพระพุทธศาสนาเพราะกิเลสหนาแน่นครับ
ไม่เกี่ยวกับความยากง่ายของพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าครับ


คนมีกิเลสน้อย มีปัญญามาก มีบุญบารมีสั่งสมมาดีแล้ว ถึงยากก็บรรลุธรรมได้ครับ



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
ถ้าการละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยาก
แล้วเราจะต้องทำอย่างไรละ่ จึงจะละความยึดมั่นในขันธ์ 5 ได้ บอกวิธีง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านหน่อยนะครับ Step by step ด้วยยิ่งดีครับ ขอบพระคุณมาก



ผมนี่แหละครับ เป็นชาวบ้าน ๆ อยู่บ้านนอกด้วยครับ


ความโศกทั้งหลาย
ย่อมไม่มีแก่ผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท
เป็นมุนีผู้ศึกษาในทางแห่งมโนปฏิบัติ ผู้คงที่
สงบระงับแล้วมีสติในการทุกเมื่อ



ฏิบัติตามคาถาบทนี้ได้สำเร็จ ย่อมละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 ได้แน่ครับ



เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2010, 13:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนัตตาธรรม เขียน:
จาก ข้อความที่คุณมหาราชันย์สรุปเองว่า "การกล่าวว่าละอัตตาแล้วได้อนัตตา" แต่ข้อความที่ผมเขียนนั้น กล่าวว่า เห็นอนัตตา ก็ละ อัตตา (เห็นถูกต้อง ก็ละความเห็นผิด) จากจุดนี้ไปจนกว่าจะเกิดมรรคที่ 1 นั้นยังมีงานอีกหลายอย่างเชียวนะครับ ไม่ปุุ๊ปปั๊๊ปอย่างที่ท่านมหาราชันย์ว่าหรอกนะครับ ลองเอาความรู้เรื่องญาณของท่านมาวิเคราะห์ดู แล้วอย่าลืมวิเคราะห์เล่าสู่กันฟังเป็นความรู้ เป็นธรรมทานด้วยนะครับเริ่มวิเคราห์ตั้งแต่ เมื่อสัมมาทิฐิเกิดขึ้น เห็นอนัตตาแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อๆกันไป จนถึงนิพพาน

มหาราชันย์ เขียน
ละสักกายะทิฏฐิหรืออัตตาด้วยโสดาปัตติมัคคจิตครับ ไม่ใช่ละด้วยการเห็นอนัตตาครับ


โสดาปัตติมัคคคือมัคคที่ 1 ครับ

อนัตตาธรรมเขียน

คุณมหาราชันย์ คงสัมผัสสภาวธรรมจริงๆน้อยไป จึงไม่เข้าใจธรรมในส่วนละเอียด เลยใช้บัญญัติ ไม่ถูกกับสภาวธรรม

ละอัตตา = ทิ้งวางความยึดถือว่าเป็นตัวตน ชั่วครั้งชั่วคราว สภาวะนี้ มีได้เสมอ ในคนทั่วไป และคนที่ฝึกทั้ง สมถะและวิปัสสนา ลองไปนั่งสังเกตปัจจุบันอารมณ์ดู จะเห็นว่า ผัสสะบางอย่าง ไม่มี อัตตา ความเป็นกู ขึ้นมาตอบโต้ อาจเนื่องเพราะ สัมผัสไม่ชัด ไม่สนใจ ใช้เหตุผลหรือสมาธิหรือฌาณ กลบบังไว้ ใช้ขันติ ตบะ ข่มไว้ ใช้ปัญญากำกับไว้

ปหาณอัตตา = ทำลายความเห็นผิดว่าเป็น อัตตา กู เรา หรือ สักกายทิฐิ ตายขาดไปจากจิต ไม่กลับคืนมาให้เห็นอีก อันนี้ต้องประหารด้วย โสดาปัตติมรรค


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2010, 14:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b12:
อนัตตาธรรม เขียน:

เพราะมีความคิดเห็นไปในมุมเดียวอย่างนี้กันเสียก่อน อย่างนี้กันเสียหมด ผู้คนในปัจจุบันจึงพากันหนีห่างจากพระพุทธศาสนาไปทุกที ๆ

มหาราชันย์ เขียน

คนห่างพระพุทธศาสนาเพราะกิเลสหนาแน่นครับ
ไม่เกี่ยวกับความยากง่ายของพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าครับ

คนมีกิเลสน้อย มีปัญญามาก มีบุญบารมีสั่งสมมาดีแล้ว ถึงยากก็บรรลุธรรมได้ครับ

อนัตตาธรรม เขียน

เพราะมีความคิดเห็นไปในมุมเดียวอย่างนี้ ประโยคนี้ คุณมหาราชันย์ลองสังเกตและพิจารณาใหม่ให้ดีนะครับ

คุณไปมองแต่มุมเดียวว่าคนกิเลสหนาแน่น นี่ถ้าคิดให้ดี คุณกำลังดูถูกว่าคนรุ่นใหม่ทั้งหมดมีกิเลสหนา นะครับ จริงๆ แล้ว คนกิเลสปานกลาง คนกิเลสบางเบาก็มีตั้งเยอะ อย่าพูดแบบเหมาเข่งซิครับ กรุณามองโลกในแง่บวก แง่ดีด้วยครับ


ไม่ลองมองต่างมุมอีกมุมหนึ่งดูบ้างซิว่า เพราะการสื่อธรรมมะสู่คนรุ่นใหม่ ไม่เข้ากับพื้นความรู้ ความสนใจ ใฝ่รู้ และโลกทัศน์ของคนรุ่นใหม่ ธรรมมะอันแสนจะเรียบง่ายที่พระพุทธเจ้าทรงสอน จึงถูกละเลย :b34: :b8: :b27: :b16: :b1: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2010, 14:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนัตตาธรรม เขียน:
ถ้าการละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 เป็นของยาก
แล้ว เราจะต้องทำอย่างไรละ่ จึงจะละความยึดมั่นในขันธ์ 5 ได้ บอกวิธีง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านหน่อยนะครับ Step by step ด้วยยิ่งดีครับ ขอบพระคุณมาก


มหาราชันย์ เขียน

ผมนี่แหละครับ เป็นชาวบ้าน ๆ อยู่บ้านนอกด้วยครับ

ความโศกทั้งหลาย
ย่อมไม่มีแก่ผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท
เป็นมุนีผู้ศึกษาในทางแห่งมโนปฏิบัติ ผู้คงที่
สงบระงับแล้วมีสติในการทุกเมื่อ

ปฏิบัติตามคาถาบทนี้ได้สำเร็จ ย่อมละความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 ได้แน่ครับ


อนัตตาธรรม เขียน

ข้อนี้ ดูตอบได้ดี แต่ก็ลอกคัมภีร์มาทั้งดุ้น จะกรุณาต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือครับ วิธีปฏิบัตินะครับ อ่านง่าย เข้าใจง่ายเป็นภาษาชาวบ้านด้วยนะครับ

1.ผู้มีจิตมั่นคง ทำวิธีใดบ้างเพื่อให้จิตมั่นคง

2.ไม่ประมาท ทำอย่างไรบ้างจึงจะได้ชื่อว่า ไม่ประมาท

3.เป็นมุนีผู้ศึกษาในทางแห่งมโนปฏิบัติ ตรงนี้ต้องแปลเป็นไททยอีกชั้นหนึ่ง แล้วบอกเทคนิควิธีปฏิบัติด้วยครับ

4.ผู้คงที่ สงบรำงับ เป็นยังไง ทำอย่างไร

5.ผู้มีสติในการทุกเมื่อ ข้อนี้จะมีได้หรือในปุถุชนที่กำลังฝึกหัด หรืออย่างไร บอกวิธีไปให้ถึงจุดนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณมากครับ


:b8: :b27: :b16: :b1: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2010, 23:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5977

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
จะกรุณาต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือครับ วิธีปฏิบัตินะครับ อ่านง่าย เข้าใจง่ายเป็นภาษาชาวบ้านด้วยนะครับ


1.ผู้มีจิตมั่นคง ทำวิธีใดบ้างเพื่อให้จิตมั่นคง

2.ไม่ประมาท ทำอย่างไรบ้างจึงจะได้ชื่อว่า ไม่ประมาท

3.เป็นมุนีผู้ศึกษาในทางแห่งมโนปฏิบัติ ตรงนี้ต้องแปลเป็นไททยอีกชั้นหนึ่ง แล้วบอกเทคนิควิธีปฏิบัติด้วยครับ

4.ผู้คงที่ สงบระงับ เป็นยังไง ทำอย่างไร

5.ผู้มีสติในการทุกเมื่อ ข้อนี้จะมีได้หรือในปุถุชนที่กำลังฝึกหัด หรืออย่างไร บอกวิธีไปให้ถึงจุดนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณมากครับ


:b8: :b27: :b16: :b1: :b12:




อนุโมทนาและเห็นด้วยค่ะ :b8:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แก้ไขล่าสุดโดย walaiporn เมื่อ 20 ม.ค. 2010, 00:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ม.ค. 2010, 14:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความโศกทั้งหลาย

ย่อมไม่มีแก่ผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท

เป็นมุนีผู้ศึกษาในทางแห่งมโนปฏิบัติ ผู้คงที่

สงบระงับแล้วมีสติในการทุกเมื่อ



เจริญในธรรมครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 57 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร