ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

ภวังคจิต ในพุทธศาสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=24914
หน้า 5 จากทั้งหมด 7

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 15 ต.ค. 2009, 19:39 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

คุณผู้ใฃ้ชื่อว่า "กบฯ" ขอรับ เจตนาของคุณนั้นมันเป็นเจตนา ของการเข้ามาก่อกวน นะขอรับ

เพราะถ้าคุณรู้จริง และมีความคิดคัดค้าน คำสอนของข้าพเจ้าคุณก็ บอกมาเลยซิว่า
ในความคิดของคุณ คำว่า "ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์" หมายถึงอะไร "ขออภัยนะที่จะกล่าว คนอย่างคุณ เขลาแล้วยังอวดฉลาด ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ส่วนผู้ใช้ชื่อว่า "บัวศกล" ฉัพพรรณรังสี สหหรับผู้บรรลุ สกทาคามี อนาคามี จะแสดงก็ต่อเมื่อ กระทบหรือสัมผัส กับ ความโลภความโกรธ ความหลง เพื่อขจัด หรือป้องกัน ขอรับ
ฉัพพรรณรังสี แห่งพระอรหันต์ จะเปล่งตลอดเวลา แต่อาจจะมองเห็นได้ไม่ชัด หรือมนุษย์อาจมองไม่เห็นในบางขณะ แต่สัตว์บางชนิดจะมองเห็น
สรุปแล้ว ฉัพพรรณรังสี ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏ บนตัวบุคคล แต่ ฉัพพรรณรังสี เป็นการขจัดอาสวะแห่งกิเลส ให้ออกจากร่างกาย หรือป้องกันมิให้คลื่นแห่งอาสวะไหลเข้าสู่ร่างกาย
สามารถมองเห็นได้ด้วยตา จะใส่แว่นก็ได้ ถ้าสายตายาว หรือสายตาสั้น จะไม่ใส่แว่น มองด้วยตา ก็เห็น เป็นแสงสี แตกต่างกัน ตามคลื่นที่ได้ขจัดออกมา

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 15 ต.ค. 2009, 19:54 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

Buddha เขียน:
คุณผู้ใฃ้ชื่อว่า "กบฯ" ขอรับ เจตนาของคุณนั้นมันเป็นเจตนา ของการเข้ามาก่อกวน นะขอรับ

เพราะถ้าคุณรู้จริง และมีความคิดคัดค้าน คำสอนของข้าพเจ้าคุณก็ บอกมาเลยซิว่า
ในความคิดของคุณ คำว่า "ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์" หมายถึงอะไร "ขออภัยนะที่จะกล่าว คนอย่างคุณ เขลาแล้วยังอวดฉลาด ฮ่า ฮ่า ฮ่า



คุณจะยกจิตยังงัย..มันก็เรื่องของคุณ..ผมไม่คิดคัดค้านอะไรดอก.. :b12:

แต่ไอ้ที่ชอบไปเหยียบชาวบ้านเขา..ด้วยคำพูดคำจา..อย่าง..

คงมีหลายๆท่าน รวมไปถึง พวกเจ้าสำนัก ที่ไม่รู้จริงไม่รู้แจ้งในข้อนี้

...ผมก็ว่า..มีคุณอยู่ใน..หลาย ๆ ท่าน..ด้วยแง่ ๆ เลย :b13: :b13:

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 15 ต.ค. 2009, 20:10 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ในกมลสันดานของ คุณผู้ใช้ชื่อว่า "กบฯ" หรือ เจตสิก ของคุณ มันมีควานรู้ ความเข้าใจต่ำๆ ความคิดของคุณก็ต่ำทรามตามไปด้วย
ข้อความไหนที่คุณคิดว่า ข้าพเจ้าเหยียบผู้อื่น ฮ่า ฮ่า ฮา ปัญญาต่ำแล้วคุณ ไปอ่านให้ดี แล้วคิดให้ดี

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 15 ต.ค. 2009, 20:38 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

นิสัยงัย

:b12:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 16 ต.ค. 2009, 05:25 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

อ้างคำพูด:
สรุปแล้ว ฉัพพรรณรังสี ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏ บนตัวบุคคล แต่ ฉัพพรรณรังสี เป็นการขจัดอาสวะแห่งกิเลส ให้ออกจากร่างกาย หรือป้องกันมิให้คลื่นแห่งอาสวะไหลเข้าสู่ร่างกาย
สามารถมองเห็นได้ด้วยตา จะใส่แว่นก็ได้ ถ้าสายตายาว หรือสายตาสั้น จะไม่ใส่แว่น มองด้วยตา ก็เห็น เป็นแสงสี แตกต่างกัน ตามคลื่นที่ได้ขจัดออกมา



ฉัพพรรณรังสี.... สามารถมองเห็นได้ด้วยตา จะใส่แว่นก็ได้ ถ้าสายตายาว หรือสายตาสั้น จะไม่ใส่แว่น มองด้วยตา ก็เห็น เป็นแสงสี แตกต่างกัน ตามคลื่นที่ได้ขจัดออกมา



ฉับ1000รังสี ที่ท่านว่ามองเห็นได้ด้วยตา จะสายตาสั้นสายตายาวมองเห็นแสงสีนั้นได้หมด

ขออนุญาตถามว่า ฉัพพรรณรังสีของท่านเหมือนกับรุ้งกินนำนั่นไหมขอรับน่า มีแสงสีสวยงามยามฝน

โปรยปรายพรมพื้นหญ้า :b1: :b12:


http://www.imeem.com/thadsanaporn/music/sCsjLYib//

ไฟล์แนป:
181.jpg
181.jpg [ 58.56 KiB | เปิดดู 2101 ครั้ง ]

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 16 ต.ค. 2009, 21:07 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

เจ้ากรัชกาย ผู้เบาปัญญาเอ๋ย
ร่างกายข้าพเจ้าเปรียบเหมือนจักรวาล อันมีดวงอาทิตย์เป็นศุนย์กลาง แห่งจักรวาล
ฉัพพรรณรังสี ย่อมเปล่งออกมา ประดุจ ดัง แสงแห่งดวงทิตย์ ตอนรุ่งอรุณ หรือ ร้อนแรง ตอนเที่ยงวันก็แล้วแต่
ล้วนย่อมเป็นแสงสีเดียวแตกต่างกันไป หรืออาจจะมีสีหลายสีผสมกันซึ่งเรียกว่า ประภัสสร ก็ได้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับคลื่นแห่งจิต ขอรับ

กัมมัฏฐาน เป็นเพียง อุบาย(วิธีการสำหรับประกอบอย่างหนึ่ง)ทำให้สงบ เป็นเพียงวิธีการสำหรับประกอบอย่างหนึ่ง เพื่อการปรับสภาพสภาวะภวังของร่างกายสภาวะหนึ่งเพื่อการดำเนินกิจกรรมใดใด หรือจะเรียกว่าเป็นที่ตั้งแห่งการงาน ,หรือ อารมณ์ของใจอันเป็นปัจจัยในการทำงานใดใด ไม่ใช่ตัวธรรมอ้นป็นที่ตั้งแห่งสติ

อานาปานสติ ในหลักพุทธศาสนา จัดอยู่ใน หมวด สติปัฎฐาน ๔ หมายถึง ธรรมอันเป็นที่ตั้งแต่งสติ ข้อปฏิบัติมีสติเป็นประธาน, การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็นจริง, การมีสติกำกับดูสิ่งต่าง ๆ และความเป็นไปทั้งหลาย โดยรู้เท่าทันตามสภาวะของมัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความยินดียินร้าย ที่ทำให้มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส(พจนานุกรม พุทธศาสน์ ฉบับพระธรรมปิฎก)
อยู่ในข้อ กายานุปัสสนา

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 16 ต.ค. 2009, 21:17 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

Buddha เขียน:
เจ้ากรัชกาย ผู้เบาปัญญาเอ๋ย
ร่างกายข้าพเจ้าเปรียบเหมือนจักรวาล อันมีดวงอาทิตย์เป็นศุนย์กลาง แห่งจักรวาล
ฉัพพรรณรังสี ย่อมเปล่งออกมา ประดุจ ดัง แสงแห่งดวงทิตย์ ตอนรุ่งอรุณ หรือ ร้อนแรง ตอนเที่ยงวันก็แล้วแต่
ล้วนย่อมเป็นแสงสีเดียวแตกต่างกันไป หรืออาจจะมีสีหลายสีผสมกันซึ่งเรียกว่า ประภัสสร ก็ได้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับคลื่นแห่งจิต ขอรับ



ท่านช่วยถ่ายรูปตอนที่ร่างกายเปล่งแสงสีปะพัดสอน มายืนยันดิขอรับ นึกภาพไม่ออก

เหมือนรูปพระอาทิตย์นั่นไหมขอรับน่า ที่เอามาให้ดูนั่น :b16:

ไฟล์แนป:
images.jpg
images.jpg [ 4.36 KiB | เปิดดู 2061 ครั้ง ]

เจ้าของ:  จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ [ 16 ต.ค. 2009, 21:28 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ฮา ฮา ฮ่า เจ้าผู้ด้อยปัญญา
ใครจะถ่ายรูปไปให้เองดูละอยากดูก็มาดูเอง ถ้าไม่ว่าง ก็ไปแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับศาสนามาพิสูจน์เลยจะดีกว่า
ถ่ายรูปไปให้เองดู ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าพเจ้าไม่บ้า อย่างเองดอกนะ เจ้าผู้ใช้ชื่อว่า"กรัชกาย"
ทำเป็นนึกภาพไม่ออก ปัญญานิ่มละสิ หัดรับประทาน อาหารทะเล หรือเกลือไอโอดีน บ้างนะ เจ้า


กัมมัฏฐาน เป็นเพียง อุบาย(วิธีการสำหรับประกอบอย่างหนึ่ง)ทำให้สงบ เป็นเพียงวิธีการสำหรับประกอบอย่างหนึ่ง เพื่อการปรับสภาพสภาวะภวังของร่างกายสภาวะหนึ่งเพื่อการดำเนินกิจกรรมใดใด หรือจะเรียกว่าเป็นที่ตั้งแห่งการงาน ,หรือ อารมณ์ของใจอันเป็นปัจจัยในการทำงานใดใด ไม่ใช่ตัวธรรมอ้นป็นที่ตั้งแห่งสติ

อานาปานสติ ในหลักพุทธศาสนา จัดอยู่ใน หมวด สติปัฎฐาน ๔ หมายถึง ธรรมอันเป็นที่ตั้งแต่งสติ ข้อปฏิบัติมีสติเป็นประธาน, การตั้งสติกำหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็นจริง, การมีสติกำกับดูสิ่งต่าง ๆ และความเป็นไปทั้งหลาย โดยรู้เท่าทันตามสภาวะของมัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความยินดียินร้าย ที่ทำให้มองเห็นเพี้ยนไปตามอำนาจกิเลส(พจนานุกรม พุทธศาสน์ ฉบับพระธรรมปิฎก)
อยู่ในข้อ กายานุปัสสนา

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 16 ต.ค. 2009, 21:33 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

อ้างคำพูด:
ฮา ฮา ฮ่า เจ้าผู้ด้อยปัญญา
ใครจะถ่ายรูปไปให้เองดูละอยากดูก็มาดูเอง ถ้าไม่ว่างไปแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับศาสนามาพิสูจน์เลยจะดีกว่า



ว่างๆ ขอรับ เมื่อวานก็ขอที่อยู่เบอร์โทร พร้อมเตรียมพาหนะไว้แล้วด้วย แต่ท่านไม่บอกสังกัด

ที่แน่นอน บอกมาสิว่าอยู่ อำเภออะไร ของเชียงราย อ.พานบ่ :b12:


หากไปแจ้งก็อีกนั่นแหละ เขาก็ไปไม่ถูก

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 17 ต.ค. 2009, 03:00 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ก็อย่างนี้แหละครับ..คน.(ดี)ไม่จริง..
เพราะจริง ๆ ไม่ใช่คน.(ดี).

:b12: :b12: :b12:

เจ้าของ:  บัวศกล [ 17 ต.ค. 2009, 04:56 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ผมก็เคยมีฉัพพรรณรังสี มันออกสีแดงๆให้ปรากฏตามใบหน้า ตอนโดนพวกด่า
เสียดสี หรือไม่ก็ขวางหูขวางตา จนหน้าจะออกแดงแบบเข้มๆ หูก็แดง ตาก็แดง
ฉัพพรรณรังสีสีแดง เปล่ง สว่าง เจิดจ้า คุระอุกรุ่น จนรัศมีรอบข้าง ตลบอบอวน
แม้แต่สุนัขที่อยู่ใกล้ๆ ก็ยังหนีห่างไกล เพราะกลัวลูกหลง

บางครั้งฉัพพรรณรังสีมันก็ออก สีชมพู ตอน ขวยเขินเอียงอาย เมื่อถูกยกยอปอปั้น
และถูกสายตาหวานซึ้ง จากใบหน้าหวานๆ โปรยปรายมาโปรด

บางครั้งเหมือนมันจะออกสีขุ่นๆเข้มๆอย่างไรพิกล ตอนอะไรๆมันยังวกวน
และความเกียจคร้านมันเข้าดล ให้หัวใจ เป็นเหมือนเต่าชรา ผู้ขี้เกียจหายใจ

แต่ผมว่า ใครก็ตามที่จะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กระแสแห่งความเมตตา ใจกว้าง มีความประณีตแห่งปัญญา และความเป็นปราชญ์
น่าจะพอมีปรากฏให้เห็นได้บ้างไม่มากก็น้อย

และพระศรีอริยเมตไตย ก็ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า จะรีบร้อนรู้แจ้งรู้จริงเรื่อง
จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไปไหนครับ ไว้ให้ตรัสรู้เองตอนเป็นพระศรีอาน
แล้วค่อยรู้จริงแล้วบอกสอนเวไนยสัตว์ไม่ดีกว่าหรือครับ

ตอนนี้ ศรีอาน ควบคุมความรู้ที่มากมายเกินประมาณ ให้มันอยู่สงบในฝักให้ได้ก่อน
คงจะดีนะจ๊ะ เพราะมองดูเหมือนศรีอานร้อนวิชาอย่างไรมิรู้

และความรู้ที่คุณถ่ายทอดออกมา ดูอย่างไร อ่านอย่างไร ก็เหมือนถอดออกมาจากตำรา
จากการท่องจำ จากการครุ่นคิด ไม่เห็นมีส่วนไหนสักส่วน ที่แสดงถึงการเป็นผู้มีฌาณ
เป็นผู้มีญาณ หรือมี วิสัยแห่งโพธิสัตว์ เหมือนจะมีแต่วาจาที่พยายามตอกย้ำว่า
คนอื่นๆรู้ผิดกันทั้งโลก และก็สุดเขลาเต็มที มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นที่รู้จริง



แค่ตัวหนังสือของคุณ ที่พิมพ์จนติดเนื่องกัน แทบไม่มีระยะห่างให้สายตาได้ผ่อนพัก
ก็บอกให้รู้ได้อย่างหนึ่งว่า จิตของคุณ ไม่โปร่ง และไม่ปกติ
มันมีอาการที่เรียกว่า แน่นจนเกินไป เวลาคุณบรรยายอะไรออกมาข้อความมันจึงแน่น
หาจังหวะจะโคนไม่ได้ มันรัวติดกันเป็นพรืด เพราะจิตคุณไม่โปร่งพอ


ต้องขออภัยหากมีคำไหนที่ไม่สุภาพ สาธุ

เออ..........แล้วผมไปยุ่งอะไรกับคุณ :b6:

:b53: :b53: :b53: :b53: :b53:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 17 ต.ค. 2009, 05:37 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

อ้างคำพูด:
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าพเจ้าไม่บ้า อย่างเองดอกนะ เจ้าผู้ใช้ชื่อว่า"กรัชกาย



ถามอีกครั้งนะขอรับ

ถามว่า ระหว่างท่านผู้ใช้ชื่อว่า Buddha กับผู้ใช้ชื่อว่า กรัชกาย เนี่ยๆ ใครบ้ามากกว่ากันเอ้า

ตอบให้ชื่นใจหน่อยดิขอรับ ใครบ้ากว่ากัน :b35:

:b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39: :b39:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 17 ต.ค. 2009, 08:42 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ท่าน บุดฯ ตอบ คห.บนก็พอขอรับ บอกมาว่า ในเราสองคนเนี่ย ใครบ้ามากกว่ากัน


ส่วน (ภ) วังแม่ลูกอ่อน 1-2 ให้ดูเฉยๆ แต่ (ภ) วังแม่ลูกอ่อน 2 มวยแทน

ดูและฟังเลยขอรับ ดูๆแล้วก็พุทโธๆไว้ :b1:


(ภ) วังแม่ลูกอ่อน (1)

http://bigbang.bloggoo.com/songs/11015


(ภ) วังแม่ลูกอ่อน (2) มวยแทน

http://radio.sanook.com/music/player/%E ... 992/57164/

ไฟล์แนป:
oba41.gif
oba41.gif [ 18.27 KiB | เปิดดู 2013 ครั้ง ]

เจ้าของ:  บัวศกล [ 17 ต.ค. 2009, 08:43 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

ตอบด้วยความเป็นกลางเลยนะ.......................พอๆกัน


:b32: :b32: :b32:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 17 ต.ค. 2009, 13:45 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ภวังคจิต ในพุทธศาสนา

บัวศกล เขียน:
ตอบด้วยความเป็นกลางเลยนะ.......................พอๆกัน


:b32: :b32: :b32:



ไม่ได้ถามคุณบัวศกล ชี้นำเลยไม่ได้คำตอบจากท่านบุดฯ ที่บริสุทธิ์แท้เลยสิคราวนี้

หน้า 5 จากทั้งหมด 7 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/