ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=23140
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  อวบอั๋นขั้นสุดท้าย [ 19 มิ.ย. 2009, 23:48 ]
หัวข้อกระทู้:  แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

:b8: ขอความกรุณาท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยแก้สภาวะสมาธิของกระผมทีขอรับ :b20:
คือกระผมนั่งสมาธิแล้วหาว แล้วน้ำตาไหลทุกครั้งเลยขอรับเป็นมา5-6 ครั้งติดๆกันวันนี้ก็เป็นครับ :b5:
คือกระผมก็ไหว้พระบ้างมีไหว้บ้าง นั้งสมาธิบ้างไม่นั้งบ้างตามอารมย์ :b9: :b9:
คือกระผมนั้ง 15 นาที ไม่เดินจงกลมหลังสวดมนต์ :b11: เท่านั้นพอ ก็พระอาจารย์ท่านบอกไว้ว่ากลับไปที่บ้านให้ทำเท่านี้อะขอรับ กระผมเคยนั้งบันลังค์หละ 30 นาที กำหนด จุดถูกหนอที่ตะโพก อะครับ
ควรเพิ่มหรือลดอะไรดีขอรับ......สภาวะตอนนั้งก็ไม่ปิตินะครับ เฉยๆ เพราะเคยผ่านสภาวะปิติจนน้ำตาไหลมาแล้ว :b2:
รบกวนด้วยขอรับ :b8:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 20 มิ.ย. 2009, 07:12 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

อันที่จริงถามปุ๊บตอบปั๊บเลยก็ได้ เห็นๆอยู่ เพราะทั้งหมดเป็นเหตุเป็นผลทางธรรมชาตินั่นเอง แต่คนกลับมอง
ว่า มาจากสายนั้นสายนี้ นั่นคือติดบัญญัติ (ติดทิฏฐิ) แต่ไม่รู้ตัวว่าติด


จะชวนคุณอวบอั๋นฯ สนทนาหาความจริง ซึ่งมีอยู่ประจำเป็นปกติก่อนน่ะครับ
กรุณาอย่าเพิ่งเคืองหรือน้อยใจ


ความจริงภาวะนั้นหรืออื่นๆอีก มันเป็นธรรมชาติ (เกิดจากจิตหรือความคิด จุดเกิดอยู่ที่นั่น) แต่เราเองฝืน
ธรรมชาติ
พูดง่ายๆว่า เราจะเอาอย่างนี้ๆต้องการยังงี้ ๆ ฯลฯ แต่ธรรมชาติไม่ฟังเรา ไม่เป็นตามความตัองการ
ของเรา คือเป็นไปตามทางของมัน
เมื่อเป็นดังนั้นก็ขัดกันสิครับ แล้วผลเป็นไง ผลก็คือเราเป็นทุกข์ เพราะธรรมชาติ (เพราะความจริง)
การปฏิบัติต่ออารมณ์ หรือ จะเรียกว่าแก้อารมณ์ก็ได้ตามที่เขาเรียกกัน มีแค่นี้เอง
รู้สึกอย่างไร เป็นอย่างไร กำหนดจิตไปตามที่มันเป็น ถ้าจะเอาธรรม (อย่างที่ตามหากัน) มีสัมปยุตธรรม
มากมายเกิดทำหน้าที่แล้ว เช่น สติ สัมปชัญญะ วิริยะ สมาธิ ฯลฯ เราเพียงกำหนดตามที่มันเป็นเท่านั้น
จบในทุกกรณี จิตใจจะไม่ยึดไม่ติดขณะที่กำหนดตามที่เป็นแต่ละขณะๆ



ถามนะครับว่า ยามปกติ คือ ไม่ทำสมาธิเนี่ย คุณเคยหาว ๆ จนน้ำตาคลอๆ เบ้า หรือน้ำตาไหลไหม
ครับ :b1: นึกดูครับ

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 20 มิ.ย. 2009, 08:26 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

กรัชกายจะนำจะเรียกว่าสภาวะ หรือ อะไรสุดแท้แต่มาให้คุณพิจารณาสักสองสามลักษณะ ดูนี้ก่อน




สวัสดีครับสมาชิกใหม่ครับ อยากสอบถามผู้รู้หหน่อยครับ เวลานั่งสมาธิแล้วพอจิตเริ่มรวม จะมีความรู้สึกร้อนภายในครับ ทั้งที่เปิดแอร์ถ้าออกจากสมาธิแล้วก็หายครับ แล้วตอนที่นั่งจะมีอีกช่วงตอนที่ลมหายใจแผ่วมากๆใกล้หมดครับ จะร้อนเป็นเพราะอะไรครับ

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 20 มิ.ย. 2009, 08:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

ความจริงตัวอย่างมีเยอะแยก เอาอีกรายหนึ่ง


เรียนท่านผู้รู้ช่วยตอบทีครับ ทำกรรมฐานมาเป็นเวลา2ปีกว่าแต่ช่วงหลังๆมานี่
เกิดอาการตึงๆที่จมูกและปากชาๆ เวลานั่งสมาธิ
เวลาออกจากสมาธิถ้าจิตรวมลงมาก็เป็น มีท่านใดมีอาการอย่างนี้บ้างครับ เป็นมานานแล้ว
เหมือนกันจะปีนึงแล้วครับ

http://board.palungjit.com/f4/เกิดอาการตึงๆที่จมูกและปากชาๆเวลานั่งสมาธิ-192736.html



คุณค่อยๆอ่านอาการของเค้าลิงค์นั้น ดูเขาใช้กรรมฐานอะไร
อ่านการตอบปัญหานี้ของผู้อื่น สังเกตการเข้าใจสาระธรรมข้อนั้นๆของเขาด้วย

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 20 มิ.ย. 2009, 09:06 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

ประเด็นคำถาม จขกท.คห.ต่อมา ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติหลงความคิด หลงกิเลสหลงอารมณ์ ถึงขนาดว่าเป็นพระอรหันต์กันก็ตอนนี้แหละ หรือ ไม่ก็เห็นหรือเข้าใจว่า พระพุทธเจ้ามาสอนธรรมตน ครูบาอาจาร์ย์ที่ตนนับถือมาสอนธรรม
อ่านดูครับ



มีอีกอาการ ถามดูเฉยๆ เดินจงกรมแล้วจิตมันรวมลงแบบตัวร้อนๆ แล้วก็เกิดจิตสอนเราหรือเปล่า
ผมไม่แน่ใจ มันพิจราณาธาตุเองเลยครับ ว่าทุกอย่างมันไม่มีเลยมีแต่ธาตุอะครับ ลองส่งจิตออกดูเห็นโลกมันแบนๆ ไม่มีอะไรเลย มีแต่ธาตุอ่ะ เป็นอยู่วัน 2 วันแล้วก็เสื่อมไป
ถาม ความรู้นี้ เรารักษาไว้ไม่ได้เหรอคับ มันเห็นอะไรเป็นธาตุไปหมดเลย ถ้ามีทางรักษาไว้ได้
ช่วยบอกทีนะครับ ขอบคุณครับ

เจ้าของ:  อายะ [ 22 มิ.ย. 2009, 10:50 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: แก้สภาวะสมาธิให้ทีขอรับ(-_-!)

ขอความกรุณาท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยแก้สภาวะสมาธิของกระผมทีขอรับ :b20:
คือกระผมนั่งสมาธิแล้วหาว แล้วน้ำตาไหลทุกครั้งเลยขอรับเป็นมา5-6 ครั้งติดๆกันวันนี้ก็เป็นครับ :b5:

- อันนี้ก็ไม่เห็นต้องแก้อะไรนี่ครับ ท่านก็กำหนดตามอาการไป ตอนหาว ก็ หาวหนอ พอหาวซักพักน้ำตาเริ่มไหลขณะที่น้ำตาไหลผ่านจุดใด อาจจะคันนิดๆ ก็กำหนดคันตามไป เพียรเจริญสติต่อไปเรื่อยๆ อย่าเลิก สติ สมาธิ วิริยะ ก็จะเพิ่มขึ้นเอง เมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็จะไม่หาว น้ำตาก็จะไม่ไหลเองละครับ



คือกระผมก็ไหว้พระบ้างมีไหว้บ้าง นั้งสมาธิบ้างไม่นั้งบ้างตามอารมย์
คือกระผมนั้ง 15 นาที ไม่เดินจงกลมหลังสวดมนต์ :b11: เท่านั้นพอ ก็พระอาจารย์ท่านบอกไว้ว่ากลับไปที่บ้านให้ทำเท่านี้อะขอรับ กระผมเคยนั้งบันลังค์หละ 30 นาที กำหนด จุดถูกหนอที่ตะโพก อะครับ
ควรเพิ่มหรือลดอะไรดีขอรับ......สภาวะตอนนั้งก็ไม่ปิตินะครับ เฉยๆ เพราะเคยผ่านสภาวะปิติจนน้ำตาไหลมาแล้ว

โดยหลักแล้วการเจริญสติทำยิ่งมากยิ่งดี แต่เหตุผลที่ให้ทำเพียง 15 นาทีนั้นเป็นเพราะอะไรท่านต้องไปถามพระอาจารย์ท่าน อีกอย่างควรจะต้องแบ่งเวลาเดินจงกลมด้วยสมาธิจะได้ตั้งมั่นได้เร็วและนาน มีผลให้อินทรีย์ท่านเพิ่มขึ้นและสมดุลได้อย่างรวมเร็ว ถ้าโดยความเห็นควรจะค่อยๆ เพิ่มเวลาการเดินและนั่งเท่าๆ กัน ขึ้นไปอีก คืออาจจะค่อยๆ เพิ่มทีละ 15 หรือ 30 นาที จนสามารถเดินได้ 1 ชม และนั่งได้ 1 ชม แล้วค่อยดูสภาวะอีกที อีกอย่างนะครับถ้าเป็นไปได้ควรกำหนดพอง ยุบหนอ เป็นหลัก ถ้าจับไม่ได้ถึงจะไปกำหนด นั่ง ถูกหนอ

ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านทั้งหลายนะครับ

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/