วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2018, 03:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2014, 15:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1741


 ข้อมูลส่วนตัว


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

รูปภาพ

มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ

คำถาม :

เวลานั่งภาวนาพุทโธจิตมักคิดสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่นอยู่เรื่อย มีวิธีไหนบ้างที่จะให้จิตเป็นสมาธิ อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง หลวงปู่มั่นอธิบายว่า การนั่งสมาธิภาวนานั้น ท่านให้คิดได้ แต่ให้มีสติตามรู้ พิจารณาถึงสภาพความเป็นจริง อนิจลักษณะอยู่ตลอดเวลา อยากให้ท่านพระอาจารย์อธิบาย

----------------------------------

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต :

คือ การภาวนานี้ก็มีหลายอุบายด้วยกัน อุบายหนึ่งคือให้อยู่กับพุทโธเพียงอย่างเดียวไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าใจเป็นนิสัยที่ชอบคิดปรุงแต่ง ไม่สามารถอยู่กับพุทโธได้ ถ้าจะคิดก็ให้คิดมาทางไตรลักษณ์เสีย ให้คิดว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างเป็นทุกข์ ทุกอย่างเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ถ้าคิดในทางปัญญาคิดไปในทางอนัตตาได้ ใจก็เข้าสู่ความสงบได้ แบบนี้ท่านเรียกว่า ปัญญาอบรมสมาธิ

ส่วนพวกที่บริกรรมพุทโธๆ นี้ ท่านใช้ สติอบรมสมาธิ คือ การเจริญพุทธานุสสติ และจะท่องบริกรรม พุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ บางท่านมาเล่าว่า มันสั้นไป บางท่านก็ใช้ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ก็ได้ แล้วแต่บางท่านก็สวดมนต์ไปก็ได้

อย่างตอนที่เราเริ่มทำใหม่ๆ เราก็นั่งสวดพระสูตรไป ประมาณสัก ๓๐-๔๐ นาทีด้วยกัน สวดไปแล้วมันก็เย็นสบาย มันไม่คิดปรุงเเต่งแล้วเราก็ดูลมหายใจต่อไป พอดูลมหายใจไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ใจก็จะสงบเข้าไปทีละขั้น เหมือนกับเปลี่ยนเกียร์รถยนต์ วู๊บไปทีละขั้น นิ่งไปสงบลดไปทีละระดับเป็นขั้นๆ ไป จนถึงอิ่มนิ่งไปในที่สุดก็เมื่อนั้น การภาวนาการทำสมาธินี้ มีหลากหลายอุบายด้วยกัน มีกรรมฐานถึง ๔๐ ชนิดด้วยกัน

ดังนั้น จริตแต่ละคนอุบายแต่ละคนนี้อาจจะไม่เหมือนกัน ผู้ปฏิบัติอาจจะต้องทดลองดูว่า อุบายแบบไหน กรรมฐานชนิดไหน วิธีใดจะเหมาะกับตน ก็ต้องลองทำดูแต่อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุบายก็ได้ อาจจะอยู่ที่ไม่มีสติ ถ้าไม่มีสติแล้วต่อให้จะใช้อุบายแบบไหน วิธีไหน กรรมฐานชนิดไหนก็อาจจะไม่ได้ผล


ดังนั้น เราต้องสังเกตดูว่า เรามีสติอยู่หรือไม่ เราดึงใจให้อยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่ คือให้อยู่กับพุทโธได้หรือไม่ ให้คิดแต่เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้หรือไม่ เช่น คิดแต่ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไม่ว่าจะเป็นความแก่ ความเจ็บ ความตายของเรา ของผู้อื่นก็ได้ หรือจะพิจารณาอสุภะ ดูความไม่สวยงามของร่างกายของเราก็ได้ ถ้าอยู่ในเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ไปคิดเรื่องหาเงินหาทอง ไม่ไปคิดเรื่องหาความสุขจากรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ก็จะสงบได้ แต่ถ้าคิดปั๊บแล้วก็ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างนี้ก็อย่าไปโทษว่า เป็นกรรมฐานเป็นปัญหา ปัญหาอยู่ที่ไม่มีสติ ไม่จดจ่ออยู่กับกรรมฐานชนิดใดชนิดหนึ่ง.


ช่วงถาม-ตอบ ธรรมะบนเขา แผ่น ๐๑
: พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

https://www.facebook.com/Suchart.Abhijato

:b47: รวมคำสอน “พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47981


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2014, 12:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ม.ค. 2014, 10:27
โพสต์: 61

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: จริตแต่ละคนอุบายแต่ละคนนี้อาจจะไม่เหมือนกัน
:b8: :b8: :b8: อนุโมทนา...สาธุๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2015, 07:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 594


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบสาธุ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต พระอริยสงฆ์แห่งวัดญาณฯ

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2015, 13:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1505


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2017, 10:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 552

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2018, 08:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1494

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ต.ค. 2018, 10:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 677


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2018, 09:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 06:55
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


- ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ

- สติที่ต่อเนื่องก็คือ สมาธิ
- สติที่บริสุทธิ์ ก็จะกลายเป็นองค์ฌาน

- เรามาลองพิจารณา สติปัฏฐานสี่ มีหลักการอย่างไร
- มีสติ มีสัมปชัญญะ ละความยินดียินร้ายในโลกเสียได้
- การทำสติปัฏฐานสี่ ก็ต้องฝึกควบคู่กันไป ฝึกมีสติ และตามด้วย ฝึกสัมปชัญญะ ก่อนให้เข้าใจอย่างจริงจัง
- สติคืออะไร สติก็คือ การระลึกได้ เช่น เมื่อลมหายใจผ่านเข้า ก็ระลึกได้ว่านี้คือลมหายใจเข้า ระลึกได้ว่า นี้คือ ความโกรธ ความอยาก ความใจลอย เป็นต้น สติจะเกิดจากการฝึก ในหมวดต่างๆ เช่นหมวดกาย เวทนา จิต และธรรม
- ยกตัวอย่างสติในอานาปานสติ เมื่อลมเข้า มีสติรู้ว่าลมเข้า มีสติรู้ลมออก เป็นต้น

- สัมปชัญญะ ก็คือ การรู้สึกตัว รู้ว่าเรานั่ง นอน เหยียด คู้ สัมปชัญญะต้องรู้ตามตัวสติ เช่น มีสติรู้ลมเข้า สัมปชัญญะรู้ว่าลมนี้สั้น ลมนี้ยาว
- ความเข้าใจเว่าสัมปชัญญะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนนำมากล่าว แต่ถ้าไปค้นใน เวบ พระไตรปิฏก 84000 จะเห็นได้ว่า พระพุทธองค์จะตรัส คำว่า สัมปชัญญะ ตามหลัง คำว่าสติเสมอ

- สติ ก็คือจิตที่ระลึกได้ ส่วนสัมปชัญญะ มิใช่จิตแน่นอน
- ถ้าเราพิจารณาคำสอนใน พระอภิธรรม เรื่อง จิต เจตสิค รูป นิพพาน จะเห็นได้ว่าตัวรับรู้ จะมี สองตัว คือ ตัวจิต จิตเป็นสังขตะธรรม สามารถปรุงแต่งได้เพราะอยู่ประกอบในขันธ์ห้า มีเจตสิค เป็นตัวประกอบ
- นิพพาน เป็นอสังขตะธรรม ไม่สามารถปรุงแต่งได้ แต่ก็เป็นตัวรับรู้

- อย่างในคำสอนที่ว่าไม่มีตนในขันธ์ห้า ไม่มีขันธ์ห้าในตน แน่นอน จิตไม่มีในตน ไม่มีตนในจิต เพราะจิตเป็นส่วนหนึ่งในขันธ์ห้า

- การภาวนาถ้าถามว่า จะทำอย่างไรให้จิตเป็นสมาธิ แท้จริงแล้ว การทำสติ กับสิ่งไดสิ่งหนึงต่อเนื่องเขาเรียกว่า สมาธิ ในหนังสือวิสุทธิมรรค มี ธรรมฐาน สี่สิบ เป็นต้น ถ้าท่านจะเน้น สมาธิ การทำอานาปานสติ ก็ถือว่ายาก ท่านควรไปฝึก กสิณ จะง่ายกว่า รู้เป็นความเป็นสมาธิ ให้ท่านไปศึกษาในเวบ กสิณ เขาทำใว้ดีมากๆ

- แต่ถ้าท่านต้องการทำวิปัสสนา ควบคู่สมาธิ ก็มาทางอานาปานสติ เพราะ ได้ทั้งสติ และสัมปชัญญะ

- การดู ขันธ์ห้าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มิได้พิจารณา จากจิต จิตเป็นตัวป้อนข้อมูล ให้ตัวสัมปชัญญะ ตัวสัมปชัญญะต่างหากคือ เป็นตัวเห็น ตัวรู่้

- สัมปชัญญะ ก็คือตน ก็คือนิพพานธาตุ นิพพานธาตุเป็นอนัตตา แต่ก็เป็นตน ตนก็เป็นอนัตตา

- เมื่อพระอรหันต์ ตายไป สิ่งที่เหลือก็คือ นิพพานธาตุ สิ่งที่ดับสูญก็คือ ขันธ์ห้า ส่วนปุถุชน ตาย ก็จะมีขันธ์ใหม่รองรับ

- นิพพานธาตุ เชื่อมกับ จิต ด้วย กิเลสสังโยชน์สิบ

- เลือกเอาระหว่าง จะฝึกสมาธิล้วนๆ หรือจะฝึกสามาธิ บวก กับสัมปชัญญะ

- ที่แสดงความคิดเห็นคงไม่มีใครโกรธผมนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2018, 17:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


:b16: :b16: :b16:

กำลังสนทนาอยู่ห้อง สนทนาธรรมทั่วไป

เมื่อเห็นคนใหม่ มาโพสต์ใหม่ที่ห้องสมาธิ จึงตามมาดู
และก็รู้สึกดี ที่การฝึกสมาธิคงไม่จางหายไปจากชาวพุทธได้โดยง่าย

แม้จะมีหลายสำนักที่เริ่มชูประเด็นขึ้นมาในทำนองที่ ไม่ต้องไปทำสมาธิ ก็ตาม

แต่เท่าที่ดู สมาธิ ยังคงเป็นหลักสำคัญที่ชาวพุทธส่วนมากยังคงเห็นความสำคัญ
และยังคงศึกษาปฏิบัติกันอยู่

เมื่อมีคนยังคงเดินตามมรรคอยู่ มรรคก็ยังคงมีอยู่ให้คนได้เดินตามกัน

:b1:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร