วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2019, 15:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 92 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2014, 18:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
wow I love these pics.

รูปภาพ
เฟสแพนด้าเป็นพ่อมึงเหรอ..ัส

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2014, 16:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
คิดว่าดีก็ทำไป


.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2014, 21:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว




รูปภาพ

รูปภาพ
เฟส แฉ...ความลับ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.พ. 2014, 09:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
Manager Online

รูปภาพ
wow i love these pics.

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


แก้ไขล่าสุดโดย SOAMUSA เมื่อ 09 ก.พ. 2014, 18:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2014, 18:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว



.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2014, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

เฟส แพนด้าเป็นพ่อฯ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.พ. 2014, 14:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ
แฉ...ความลับ

รูปภาพ
ชาย ไอติม

รูปภาพ
Siriwanna Jill

คลิ๊กฟังเพลง หนักแผ่นดิน
https://www.youtube.com/watch?v=C_MlfDL0q6s

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2014, 11:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

คนเก็บขยะยังมีสำนึก-เขียนป้ายเตือนอย่าหมิ่นเบื้องสูง ติดเต็มรถเข็นคู่ชีพ
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews ... 0000020860

รูปภาพ
เฟซChawalit Na Thalang

:b38: เรื่องอย่างนี้กินกันไม่ลงจริงๆ

หลังบ้านเราเป็นหมู่บ้านจัดสรร ที่นี้มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งรกร้าง ก็เป็นสุขาของคุณผู้ชายทั้งหลายที่ผ่านมา ก็เข้าไปยืนฉี่กันตามมุมที่เหมาะกับตนเอง ทีนี้พวกรถเข็น รถถีบแบบซาเล้งขายของกินต่างๆ เช่นก๋วยเตี๋ยว ผ่านมาก็แวะฉี่ .....คงคิดกันออกนะว่า มืออ่ะได้ล้างกันมั้ย แล้วมาหยิบของกินขาย.....มันเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้จริงๆ เราวิ่งวิ่งไปหลังบ้านจะซื้อของกิน ไปถึงเจอรถขายของจอดทิ้งไว้ มองๆ หาเจ้าของรถขายของกิน อ้าว ยืนฉี่อยู่ ..... :b28: แหวะ กินไม่ลง กลับเข้าบ้านคุ้ยหาของในตู้เย็นกินดีกว่า ขนมปังทาแยมก็ยังดีกว่าก๋วยเตี๋ยวมือเพิ่งจับ....มา

นี่อีก มีร้านขายสมตำน้ำตกอยู่แถวบ้าน ป้าที่ขายนั้นแกก็มีหลานเล็กๆ ที่ต้องเลี้ยง เราก็จะซื้อกิน มองออกไปนอกรั้วก็เห็นป้าแกกำลังล้างก้นให้หลานที่เพิ่งจะขรี้เสร็จอยู่ข้างรั้วบ้านของแก... มือของเรากำลังจะเปิดประตูรั้วออกไป ปิดประตูกลับทันที หันหลังกลับทันที :b28: .....แหวะ กลับมาทอดไข่กินกับข้าวดีกว่าสบายใจ

:b37: :b37: :b37: :b37: :b37:

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มี.ค. 2014, 19:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว




รูปภาพ
รูปภาพ
wow i love these pics.

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
มาวัดความเป็นเด็กบ้านนอกกันครับ!
ถ้าใครรู้จัก "ลูกเบร๋" (ภาษาถิ่นบ้านสตังค์) บ้านนอก50% เคยกิน ให้80% แต่ถ้ากินแล้วแลบลิ้นสีดำๆใส่เพื่อนด้วยความสนุกสนานล่ะก็ "คุณคือเด็กบ้านนอกพันธุ์แท้100%" ครับ แล้วที่บ้านคุณผู้ชมเรียกอะไรกันมั่งนิ? — กับ สตังค์ ภัตตาคารบ้านทุ่ง และ Vipasiri Hesketh

รูปภาพ
ฮู้จักกันบ่ครับ "บักหลอด" ผลไม้ที่ติดTop10รสเปรี้ยวที่สุดของเด็กอิสาน...ใครเคยทานขอสูตรน้ำจิ้มแหน่!! — กับ สตังค์ ภัตตาคารบ้านทุ่ง และ Vipasiri Hesketh ที่ ตลาดหนองหิน อ.วังสะพุง จ.เลย

รูปภาพ
"สาย" ภาษาใต้ "สาหร่ายขนนก"ภาษากลาง
คนใต้รู้จักดี ถ้าจะให้เข้าทีต้องกินคู่กับอะไรจ้ะ...??? — กับ สตังค์ ภัตตาคารบ้านทุ่ง และ Vipasiri Hesketh

รูปภาพ
"ดอกโดน/ลูกโดน"(ภาษาถิ่น)
ผักเหนาะขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้
ใครเคยกินมั่งจ๊ะ หรอยม้าย!! — กับ สตังค์ ภัตตาคารบ้านทุ่ง และ Vipasiri Hesketh

:b46: ภัตตาคารบ้านทุ่ง https://www.facebook.com/bantungshow

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 19:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องตลกระดับตำนาน
https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%8 ... ts&fref=ts

ชายคนหนึ่งได้ซื้อ หุ่นยนต์จับโกหก ที่จะตบหน้าทุกคนที่พูดโกหกต่อหน้ามัน
เขาได้ตัดสินใจทดลองกับลูกชายของเขาในเวลาอาหารเย็นของวันนั้น "วันนี้ไปไหนมาเหรอ?" เขาถาม "ไปโรงเรียนมาครับ" เด็กชายตอบ เพี๊ยะ.. หุ่นยนต์ตบหน้าเด็กชายทันที "จริงๆแล้วผมไปดูหนังที่บ้านเพื่อนครับ" เด็กชายสารภาพ ...

"หนังอะไร ?" ผู้เป็นพ่อถามต่อ "Toy story ครับ" เพี๊ยะ.. หุ่นยนต์ตบหน้าเด็กชายอีกครั้ง "หนังโป๊ครับ" เด็กชายสารภาพด้วยน้ำตาคลอ ผู้เป็นพ่อตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาล "อะไรกัน ! ตอนพ่ออายุเท่าลูก พ่อยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าหนังโป๊คืออะไร" เพี๊ยะ.. หุ่นยนต์ตบเข้าที่หน้าทันทีที่เขาพูดจบ

ฝ่ายแม่ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ก็หัวเราะชอบใจ "คิกๆๆ สมกับที่เป็นลูกชายคุณจริงๆ" เธอกล่าว เพี๊ยะ... หุ่นยนต์ตบเข้าที่หน้าเธอทันที
(via fanpage 3yack) refer: Beerboy

:b53: :b53: :b53: :b53: :b53:

สุภาพสตรีนางหนึ่งชื่อว่า แอ๊ปเปิ้ล อายุอานามก็ปาเข้าไป 30 กว่าแล้ว

แต่ยังโสดเลยลงประกาศหาชายในฝันทางหน้าหนังสือพิมพ์แต่มีข้อแม้ดังนี้

1. หากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันขอให้พูดจากันดี ๆ อย่าลงไม้ลงมือ

2. จะต้องไม่จากหล่อนไปไหน จะอยู่เคียงข้างกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน

3. ต้องเต็มร้อยในเรื่องบนเตียง

หลังจากลงประกาศอยู่หลายวันไม่มีใครมาติดต่อ

อีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา ขณะที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็มีคนมาเคาะประตู

พอหล่อนออกไปเปิดก็พบผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น แขนขาด้วน หน้าตาน่าสงสาร

แอ๊ปเปิ้ล..."มาหาใครคะ"

ชายพิการ..."ผมมาหาคุณแอ๊ปเปิ้ลครับ"

แอ๊ปเปิ้ล... "ดิฉันนี่แหละค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ"

ชายพิการ.. "คือ..ผมเห็นประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์

ผมก็เลยคิดว่าผมมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่คุณต้องการ"

แอ๊ปเปิ้ล... (งงเล็กน้อย) "คุณมีคุณสมบัติอะไรที่ว่าครบ"

ชายพิการ... "ข้อ 1 ผมไม่ตบตีคุณแน่ เพราะผมไม่มีมือไม่มีแขน และ

ข้อ 2 ผมไม่ทอดทิ้งคุณไปไหนเพราะผมไม่มีขา"....

แอ๊ปเปิ้ล.... "เอ่อ ... เอ่อ.. แล้วข้อ 3 ล่ะคะ" หล่อนถามด้วยความสงสัยเป็นที่สุด

ชายพิการ... "คุณครับ ผมไม่มีมีมือ ไม่มีแขน ไม่มีขา

:b53: :b53: :b53: :b53: :b53:




.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2014, 16:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว








:b27: น่ารักจริงๆ เสียงก็เพราะจับใจ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2014, 13:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


ลูกชายคนโตรับแล้ว! ก่อเหตุฆ่า “พ่อ-แม่-น้องชาย” เผยสาเหตุแค้นถูกแม่ดุด่า
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews ... 0000027726

ทุกท่านคงได้เสพข่าวที่น่าสลดใจกันแล้วว่า ลูกชายฆ่าพ่อแม่และน้อง ก็บ่งบอกให้รู้ว่า โทสะทำลายได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้าคนเราไม่มีสติทำให้มีโมหะเข้าครอบงำอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ขาดสติ ทำให้โลภะ โทสะ โมหะเกิดขึ้น และมีโมหะเกิดร่วมด้วยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มีแต่อกุศลเจริญเพราะขาดสติมีแต่โลภ โกรธ หลง โมหะครอบงำมีความโกรธเกลียดชังเพราะขาดสติ ขาดเมตตา เมื่อโมหะครอบงำก็ทำให้โลภะเจริญ อยากได้ในสิ่งที่ตนปรารถนาเมื่อไม่ได้ดั่งใจในสิ่งที่อยากได้ แต่กลับได้ในสิ่งที่ตนไม่อยากได้คือคำดุว่า ตักเตือนของพ่อแม่ โทสะก็เกิดขึ้น ความโกรธเครียดแค้นเกิดขึ้นเหมือนไฟ สามารถทำลายได้ทุกอย่าง ทำลายไม่ให้คนอื่นมีความสุข ทำลายคนอื่นไม่ให้มีชีวิตต่อไป สุดท้ายก็ย้อนทำลายอนาคตตนเอง

จิตของบุคคลที่มีโมหะเข้าครอบงำนั้น จะแยกไม่ได้ว่าสิ่งใดเป็นกุศลสิ่งใดเป็นอกุศล จะแยกไม่ออกว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แยกบุญแยกบาปไม่ได้ บาปบุญคุณโทษมองไม่เห็นแยกไม่ได้นั่นเอง เมื่อไม่มีสติก็เหมือนคนตาบอดที่ขาดคนจูงมือ หรือตาบอดสนิทใจบอดสนิทจากแสงสว่างคือความดี ความกตัญญูต่อพ่อแม่ก็นึกไม่ได้ ไม่ได้นึกคุณบุญคุณของพ่อแม่ ไม่ได้มีความเมตตาน้องที่เติบโตมาด้วยกัน รู้สึกอย่างเดียวว่าต้องกระทำเพื่อสนองกิเลสตนเอง กิเลสที่ฟุ้งขึ้นมาหนาแน่นจนสงบระงับไม่ได้ด้วยศีล สมาธิ ปัญญานั้นเพราะไม่เคยฝึกอบรมตนเองไว้เลย จึงกระทำบาปด้วยการวางแผน ด้วยการเตรียมการ ซึ่งระยะเวลาขั้นเตรียมก่อนการจะฆ่านี้ ไม่มีอะไรที่สามารถดึงการกระทำไว้ได้เลยเหมือนการเดินลำพังคนเดียวของคนตาบอดสนิท

คนที่ฝึกจิตตนเองด้วยความเมตตา รู้จักหวังดีรักใคร่ผู้อื่น ปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ จะฆ่าใครไม่ได้ อย่าว่าแต่ลงมือฆ่าคนเลย แม้แต่คิดจะฆ่าใคร ก็ยังไม่เคยคิด นั่นคือผลของการเป็นคนมีเมตตา จะไม่ทำลายตนเอง จะไม่ทำลายผู้่อื่น แม้แต่คิดก็ยังไม่เคยนั่นคือคนมีเมตตา

ถ้าใครไปถามน้องผู้ฆ่าคนนี้ ถามว่าถ้าย้อนเวลาได้จะทำอย่างนี้หรือไม่ เชื่อเถอะจะต้องตอบว่า ไม่ทำ
คนบางคนต้องรอให้เห็นโรงศพก่อนถึงจะหลั่งน้ำตา เวลาจะทำอะไรผิด ก็ขอให้ทุกคนมีสติไว้ค่ะ และคิดพิจารณาให้เลยจุดที่กำลังจะทำ คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นมาจากหลังจากการกระทำสิ่งต่างๆ ลงไป

ข่าวอย่างนี้สลดใจกันทุกๆ คน เป็นการบอกให้รู้ว่า เราควรหล่อเลี้ยงเยาวชนของเราด้วยความเมตตา
ฝึกเด็กให้รู้จักมีสติ มีศีล มีเมตตา รู้จักปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น และที่สำคัญ ควรจะปลูกศรัทธาให้เด็กเกิดขึ้นเพื่อที่เราจะโน้มจิตเด็กสู่ธรรมะของพระพุทธองค์ ไม่ใช่ให้แต่วัตถุ เลี้ยงด้วยอาหารให้เติบโตเท่านั้น

สลดใจจริงๆ สงสารน้องที่ทำลงไปคนนี้ ก็คงขอให้น้องมีชีวิตต่อไปนานเท่านาน เพราะหลังจากที่น้องเสียชีวิตไปแล้ว น้องจะต้องไปรับโทษต่อที่อเวจีมหานรก ซึ่งเป็นเวลาอีกนานแสนนานกว่าน้องจะพ้นจากอเวจีมหานรก และนรกขุมต่างพร้อมขุมบริวาร

ผู้ที่ตายไปแล้วนั้นก็น่าสงสาร แต่ดิฉันเห็นว่าน้องคนที่เป็นผู้ฆ่านั้นน่าสงสารที่สุดค่ะ

(ในคัมภีร์ปุคคลบัญญัติ น้องคนนี้คือ นิยตบุคคล เป็นบุคคลที่แน่นอนนั่นคือบุคคลที่กระทำอนันตริยกรรม ฆ่าบิดาและฆ่ามารดาหรือฆ่าคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว เป็นต้น ผลย่อมส่งให้ตกอบายภูมิแน่นอนในชาติต่อไปโดยไม่มีชาติอื่นมาคั่นได้ ไม่มีทางแก้ไขได้ อย่างไรเสียต้องตกนรกแน่นอนค่ะ)

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 08:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
:b44: :b44: :b44:

:b42: ขัอความบางตอนจากหนังสือ ปฏิจจสมุปปาททีปนี รจนาโดยพระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ


ผู้ที่กระทำทุจริตอันนำให้ไปสู่ทุคติภูมินั้น เพราะอาศัยอวิชชาเป็นเหตุพิเศษ และตัณหาเป็นเหตุสามัญ

ผู้ีที่กระทำสุจริตอันนำให้ไปสู่สุคติภูิมินั้น เพราะอาศัยตัณหาเป็นเหตุพิเศษ และมีอวิชชาเป็นเหตุสามัญ

:b53: อธิบายว่า ผู้ที่กระทำทุจริตต่างๆ นั้น ก็เนื่องมาจากว่า ผู้นั้นมองไม่เห็นโทษของทุจริต คือการกระทำทุจริต
ต่างๆ นี้ ไม่ได้นำความชื่นบานมาสู่ตน ไม่มีประโยชน์อันใด มีแต่จะเสียประโยชน์และ นำผลร้ายมาให้
เท่านั้น การมองไม่เห็นโทษต่างๆ เหล่านี้ก็ด้วยอำนาจของอวิชชาเป็นผู้ครอบงำปกปิดไว้ และตัณหาเป็น
ผู้สนับสนุนให้กระทำ

อุปมาเหมือนโคที่ถูกทรมานด้วยการเอาไฟเผา แล้วตีด้วยค้อน โคนั้นย่อมมีอาการดิ้นรนทุรนทุราย และ
มีความกระหายน้ำเป็นกำลัง เมื่อพบน้ำร้อนที่เขานำมาให้กิน ก็รีบดื่มกิน เมื่อได้ดื่มกินเข้าไปแล้ว ก็ยิ่งได้
รับความทรมานหนักขึ้นไปอีก เพราะน้ำร้อนได้ลวกปากและคอ แต่โคนั้นก็ต้องพยายามกินด้วยอำนาจแห่ง
ความร้อนกระวนกระวายกระหายน้ำนั้นเอง ข้อนี้ฉันใด ผู้ที่พยายามกระทำทุจริตอันเป็นเหตุนำให้ไปเกิด
ในทุคติภูมิ ด้วยอำนาจแห่งอวิชชาและตัณหาก็ฉันนั้น

:b51: ส่วนผู้ที่กระทำสุจริตต่างๆ กัน ก็เนื่องมาจากว่า ผู้นั้นกลัวต่อความทุกข์ ความลำบากที่จะได้รับในทุคติภูมิ
และปราถนา(ตัณหา)จะได้รับความสุขเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม ต่อไป จึงได้พยายามกระทำกุศลต่างๆ มี
ทาน ศีล ภาวนา อันเป็นการงานที่น่ายินดีนำความชื่นบานมาสู่ตน เป็นสิ่งที่มีประโยชน์นำผลดีมาให้
แต่ผู้นั้นก็ยังไม่เห็นโทษในวัฏฏทุกข์(อวิชชาปกปิด) ที่ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด หนีไม่พ้น

อุปมาเหมือนโคที่ถูกทรมานด้วยประการต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว มีความหิวกระหายน้ำ เมื่อพบน้ำเย็นที่เขานำ
มาให้ดื่ม ก็รีบดื่ม เมื่อได้ดื่มน้ำเย็นแล้วก็รู้สึกชุ่มชื่นบรรเทาความร้อนความกระหายไปได้ ข้อนี้ฉันใด
ผู้ที่พยายามกระทำสุจริตอันเป็นเหตุนำให้ไปเกิดในสุคติภูมิด้วยอำนาจแห่งตัณหาและอวิชชาก็ฉันนั้น

ความเป็นไปของภวจักรที่มีหัวหน้าเป็นผู้นำอยู่ข้างหน้า และข้างหลัง ได้แก่ อวิชชา และ ตัณหา
ซึ่งนำสัตว์ทั้งหลายวนเวียนไปในภูมิที่สูงบ้าง ต่ำบ้าง ไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ก็เปรียบเหมือนรถไฟที่มี
หัวจักร ๒ หัวอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง นำขบวนรถแล่นไต่ขึ้นเขาบ้างลงเขาบ้าง แล่นคดเคี้ยวไปตาม
ไหล่เขาบ้าง เมื่อเวลาที่รถขึ้นเขาก็ใช้หัวรถจักรที่อยู่ข้างตัณหาเป็นผู้นำ เมื่อเวลาที่จะลงจากเขา
ก็ใช้หัวรถจักรที่อยู่ข้างอวิชชาเป็นผู้ำนำ ผลัดเปลี่ยนกันมาดังนี้ ด้วยเหตุนี้ท่านฎีการจารย์จึงแสดงถึง
ความเป็นไปของวัฏฏมูลทั้ง ๒ เปรียบเทียบเหมือนกับรถไฟที่มีหัวรถ ๒ หัวว่า

โอคฺคจฺฉนฺโตว จุคฺคจฺฉํ ........ ทุสีโส อคฺคิโก รโถ
เอวํ ภวรโถ ยาติ .............. จิรํ สํสารอญฺชเส ฯ

แปลความว่า รถภวจักรที่มีหัว ๒ หัว คือ อวิชชาและตัณหา แล่นไปมาลงๆ ขึ้นๆ ในถนนวัฏฏสงสาร
คือลงสู่ทุคติภูมิบ้าง ขึ้นสู่สุคติภูมิบ้าง อยู่ตลอดกาลนานเหมือนกับรถไฟที่มีรถจักร ๒ หัว แล่นลง
บ้างขึ้นบ้างวนเวียนอยู่บนยอดเขาฉันนั้น

อนึ่งคำว่า สังสาระหรือสังสารวัฏ นี้ไม่ใช่เป็นการเกิดขึ้นสืบต่อกันของสัตว์บุคคลใดๆ แต่เป็นการเกิด
ขึ้นสืบต่อกันของ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อันได้แก่ ปฏิจจสมุปบาทธรรมนั้นเอง
ดังนั้น ท่านมหาพุทธโฆษาจารย์จึงแสดงไว้ในอัฉฐสาลินีอรรถกถาว่า

ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ ........... ธาตุอายตนาน จ
อพฺโพจฺฉินฺนํ วฏฺฺฏมานา ....... สํสาโรติ ปวุจฺจติ ฯ ......อัฏฐสาลินี หน้า ๑๕

แปลความว่า
การเกิดขึ้นเป็นไปอยู่ติดต่อกันไม่ขาดสายของ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เหล่านี้เรียกว่า สังสาระ

:b8: :b8: :b8:

.................................

อึ้ง!คดีสุดสลด "ทรพีฆ่ายกครัว" 3 ศพ สะท้อนภูมิคุ้มกันครอบครัวบกพร่อง - ทาสทุนนิยม
16 มีนาคม 2557 08:52 น.

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews ... 0000028917

นายวัฒน์ยังเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากฝากเตือน ให้ทุกคนคิดให้ดีก่อนที่จะลงมือทำอะไร อย่าใช้อารมณ์เพียงชั่ววูบเพราะสิ่งที่ทำไปไม่สามารถแก้ไขได้

................................

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุสลดครั้งใหญ่ที่เกิดจากความบกพร่องของระบบครอบครัว และระบบการศึกษา โดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลางในเมือง มีค่านิยมในการเลี้ยงลูกที่เน้นให้ลูกเรียนดี กวดวิชา เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ เชื่อมโยงกับการยึดวัตถุนิยม โดยพ่อแม่จะบอกว่าเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะให้รถยนต์เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของเด็กและพ่อแม่ ขณะเดียวกัน สังคมในมหาวิทยาลัยก็เน้นความฟุ้งเฟ้อ ใช้ของแบรนด์เนม นิสิตนักศึกษาทุกคนจะมีรถยนต์ เพราะสอบเข้าได้พ่อแม่จะให้รถเป็นของขวัญ ทำให้เกิดการแข่งขัน ประกอบกับเมื่อเด็กมีแฟน ก็ยิ่งต้องการรถยนต์เพื่อขับรับส่งแฟนตนเอง ยิ่งเป็นแรงกดดันให้นายวัฒน์ ก่อเหตุสลดใจ เพราะผิดหวัง

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนระบบการศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยก็ต้องทบทวนตนเอง โดยเฉพาะสภาพสังคมในมหาวิทยาลัยที่เด็กแข่งขันด้านวัตถุ การรับน้องที่นำนิสิตนักศึกษาปี 1 เที่ยวกลางคืน ดื่มแอลกอฮอล์ ถึงเวลาแล้วที่ทั้งครอบครัว และระบบการศึกษาต้องแก้ไขปัญหา โดยมหาวิทยาลัยควรจัดกิจกรรมให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้การช่วยเหลือสังคม ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องวัตถุ ขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลางต้องฉุกคิดใหม่ถึงวิธีการเลี้ยงดู และปฏิเสธค่านิยมการกวดวิชาตั้งแต่เด็ก และมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้แต่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งการแสดงความรักต่อลูกด้วยการให้สิ่งของแพงๆ เป็นต้น

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2014, 18:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


http://www.youtube.com/watch?v=PkW-xgYIXzQ#t=95

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 92 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร