วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ย. 2019, 00:39  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 664 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 45  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 21:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
ที่คุณกรัชกายพูด...ถูกทุกอย่างค่ะ...จริงๆแล้วคนไทยนี่
ถือว่าโชคดีที่สุดค่ะ....เรามีอะไรที่พร้อมทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นที่ท่องเที่ยว....อาหาร...ของทะเลสดๆ
วัดสวยๆ...แต่พูดไม่ถูกค่ะเพราะอะไร
เค้าถึงนำเรา! :b10: :b10:

เพราะความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครครับ :b32: :b32:

กระผมว่าเมืองไทยนี้สวยงามและน่าอยู่เสมอนะครับ...ถ้าเราอยู่อย่างที่พ่อของเราพร่ำสอนมาตลอด(อยู่อย่างพอเพียง) :b13:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 22:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


yahoo เขียน:
ทำมัยง่ะ... จะชวนไปลาดตระเวนหรือ...?? :b4: :b4: :b4:

เอาบ้องไปด้วยได้ป๊ะ... :b4: :b4: :b4:

ไม่ต้องเอามาครับ... :b32: :b32: (และอย่าเปิดเผยตัวจริงถ้าไม่จำเป็น :b21: )
ไม่เหมาะกับสถานที่ครับ...แวะไปบ้านของกระผมก่อนแล้วค่อยมากินของหวานที่โรงครัวครับ :b13: :b13:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 22:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:55
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


natdanai เขียน:
yahoo เขียน:
ทำมัยง่ะ... จะชวนไปลาดตระเวนหรือ...?? :b4: :b4: :b4:

เอาบ้องไปด้วยได้ป๊ะ... :b4: :b4: :b4:

ไม่ต้องเอามาครับ... :b32: :b32: (และอย่าเปิดเผยตัวจริงถ้าไม่จำเป็น :b21: )
ไม่เหมาะกับสถานที่ครับ...แวะไปบ้านของกระผมก่อนแล้วค่อยมากินของหวานที่โรงครัวครับ :b13: :b13:


:b10: :b10: :b10:

ก็ได้...

:b14: :b14: :b14:

...เชื่อเพื่อน...ก็ได้...ท่าจะดี... :b5: ท่าจะดี... :b5:
...เพื่อนชวนไปเที่ยวบ้าน...ไปดีกว่า...
...งั๊น...ให้รีบวิ่งไปเลยใช่ป่าว...

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 23:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




6380821.jpg
6380821.jpg [ 18.09 KiB | เปิดดู 3215 ครั้ง ]
ทายนิสัยจากการกินก๋วยเตี๋ยว

เส้นใหญ่

ถ้าคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ แสดงว่า คุณเป็นคนหนักแน่น ..

ทำอะไรทำจริงแบบไม่ดีไม่ได้ไม่เลิก แต่จะเป็นคนอ่อนไหวอะไรที่มากระทบกับความรู้สึก

จะครุ่นคิดและ วิเคราะห์หาที่มา และบางครั้งทำให้เครียด ไม่ค่อยพูด เงียบครึม ตรึกตรอง ทบทวน

รักเพื่อน รักสัตว์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและยังชอบแก้ปัญหาให้คนอื่นอีกด้วย

เสันหมี่

ถ้าคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ คุณเป็นคนเก็บตัว แต่เรียนเก่งชะมัด ใฝ่รู้ รักการอ่าน

ชอบค้นคว้าชนิดหนอนหนังสือเลยทีเดียว ร้านหนังสือตามห้างมักได้เงินจากคุณอย่างสม่ำเสมอ

โรเเมนติกอยู่คู่กับคุณ คุณเป็นคนปราณีตกับแฟน เอาใจใส่ทุกเรื่องทุกรายละเอียด

แต่แฟนของคุณอย่าลืมวันเกิดเชียว คุณจะงอนไปเลย แฟนคุณกว่าจะเดาอาการคุณออก

คุณก็งอนเรื่องใหม่ซะแล้ว

เส้นเล็ก

ถ้าคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก แสดงว่าคุณเป็นคนรวยอารมณ์ขัน เพื่อนฝูงมากมาย

มีมุขฮาตลกๆให้คนรอบข้างได้ขำเสมอ เป็นศูยน์รวมของเพื่อน ไม่ชอบคิดเล็กคิดน้อย

และแม้มีปัญหาเข้ามาในชีวิตคุณก็ยังยิ้มเสมอ แต่ค่อนข้างขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในบางครั้ง

ไม่กล้าชนปัญหาแต่ยิ้มกับปัญหา ค่อนข้างเจ้าชู้เสน่ห์แรงพอตัว

รักเพื่อนมากบางครั้งอาจลืมคนใกล้ตัวไปบ้าง

เส้นบะหมี่

ถ้าคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบโลดโผนผจญภัย

ท่องเที่ยวไปทุกที่ แต่จะมักไม่ค่อยโรแมนติก หากมีแฟน

แฟนของคุณจะต้องเข้าใจคุณเป็นอย่างมากมากๆ คุณมักมุ่งไปข้างหน้า

ไม่มองข้างหลัง มีความฝัน ค้นหา ท้าทาย แต่ไม่ชอบวางแผนชีวิต

คุณเป็นคนรักของครอบครัวและเพื่อนฝูง อีกทั้งคุณยังเป็นคนใจดี


เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ( หรือมาม่า )

ถ้าคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่กี่งสำเร็จนี้ คุณเป็นคนถือตัวชะมัด ไม่ชอบง้อใคร

ไม่ชอบขอใคร พึ่งพาตนเอง ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของคุณหรอก ชอบและรักเสียงเพลง

ละเมียดละมัยพอประมาณ เป็นคนฟุ่มเฟือย แต่ทำงานเก่ง การเรียนไม่เท่าไหร่ กิจกรรมเด่น

แต่ออกจะเจ้าอารมณ์ บางครั้งพาลไม่มีเหตุผลเอาดื้อๆ


เส้นขนมจีน ( ข้าวปุ้น )

ถ้าคุณชอบทานเส้นขนมจีน เขาว่าคุณเป็นคนขี้เหนียว แต่คุณบอกเพื่อนว่าคุณถูกสอนให้รู้จักใช้เงิน

คุณไม่ชอบซื้อของพร่ำเพรื่อ แต่ชอบซื้อของดี แพงไม่ว่า

ถ้าถูกใจคุณคุณสามารถเททั้งกระเป๋าแบบไม่สนใจใคร คุณขี้รำคาญคน

แต่ชอบช่วยเหลือสังคม อาชีพ ส.ส. น่าจะเหมาะกับคุณ คุณเป็นคนช่างเลือกแฟนต้องดูดีเสมอ

ถ้าไฮโซยิ่งดี มีสีหน่อยคุณจะภูมิใจมาก คุยทั้งวันไม่หยุด


เส้นสปาร์เก็ตตี้

ถ้าคุณชอบทาน เส้นสปาร์เก็ตตี้ คุณเป็นคนดุ น่าจะเป็นครูปกครอง

หรือเป็นตำรวจสายปราบปราม ทำงานด้านกฎหมายยิ่งดีใหญ่

ใครอย่ามาเอาเปรียบคุณเชียว คุณเอาเรื่องไม่เลิก แต่คุณไม่ชอบก้าวก่ายใคร

ไม่ชอบการเมือง ส่วนตัวคุณเป็นคนโอบอ้อมอารี แต่ไม่แสดงออก

เวลาน้ำท่วมไฟใหม้ที่ไหนไปดูซิ มีของที่คุณนำไปบริจาคเพียบ แต่คุณไม่ติดชื่อของคุณไปด้วยหรอก



ตำราทายแบบนี้ .. ใช้กับน้ำไม่ได้เลย ..

ถ้าราดหน้า .. ชอบเส้นใหญ่

ถ้าก๋วยเตี๋ยวแห้ง .. ชอบเส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นบะหมี่ ..

ต้องมีน้ำซุปแยก 1 ชามใหญ่ๆ เอาไว้ซดน้ำ .. :b16:

ส่วนก๋วยเตี๋ยวน้ำไม่ชอบทาน ..

มาม่าก็ชอบทาน ..

ขนมจีนน้ำยาก็ชอบ .. แต่ให้ทานทุกวันก็ไม่ไหว เบื่อตาย

สปาร์เก็ตตี้ก็ชอบ .. โดยเฉพาะ สปาร์เก็ตตี้ผัดกระเพรา ...

ไม่ก็ผัดขี้เมา .. ทำเอง .. ขอบอกว่าแซ่บบบ :b4:

สรุปแล้ว .. ท่าจะบ้ามั๊งเรา .. :b32:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 02:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




7341163.jpg
7341163.jpg [ 18.21 KiB | เปิดดู 3205 ครั้ง ]
ตือฮวนพะโล้

ส่วนผสม :

แป้งหมี่กึง 1 ถ้วย

เห็ดหอมแช่น้ำ 4 ดอก

เต้าหู้ขาวชนิดอ่อน 1 แผ่น

ฟองเต้าหู้ 1 แผ่น

ผงพะโล้ 1 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา

น้ำแช่เห็ดหอม 3-4 ถ้วย

น้ำ 1/2 ถ้วย

น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย




วิธีการทำ :

1. นวดแป้งหมี่กึงกับน้ำ

2. พันแป้งหมี่กึงกับไม้กลมยาว ใช้เชือกผูก พักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ดึงไม้ออก เป็นไส้หมู

3. ตัดเต้าหู้เป็นสี่ส่วน หักฟองเต้าหู้เป็นท่อนยาว 3 นิ้ว

4. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ทอดไส้ให้เหลือง ตักขึ้นใส่เห็ดหอมลงทอด พอหอมตักขึ้น ใส่เต้าหู้ ทอดพอเหลืองตักขึ้น ใส่ฟองเต้าหู้ลงทอด

5. ใส่น้ำแช่เห็ดหอมลงในหม้อ ใส่ผงพะโล้ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ใส่ไส้หมู เห็ดหอม เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ ยกขึ้นตั้งไฟต้มเคี่ยวประมาณ 30 นาที


คือไม่แน่ใจว่าสูตรเมนูนี้ กับสูตรที่เคยให้ไว้จะเหมือนกันหรือเปล่าค่ะ .. ลองทำดูนะคะ :b12:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 05:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31367
คำเตือน: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


natdanai เขียน:
bbby เขียน:
ที่คุณกรัชกายพูด...ถูกทุกอย่างค่ะ...จริงๆแล้วคนไทยนี่
ถือว่าโชคดีที่สุดค่ะ....เรามีอะไรที่พร้อมทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นที่ท่องเที่ยว....อาหาร...ของทะเลสดๆ
วัดสวยๆ...แต่พูดไม่ถูกค่ะเพราะอะไร
เค้าถึงนำเรา! :b10: :b10:

เพราะความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครครับ :b32: :b32:

กระผมว่าเมืองไทยนี้สวยงามและน่าอยู่เสมอนะครับ...ถ้าเราอยู่อย่างที่พ่อของเราพร่ำสอนมาตลอด(อยู่อย่างพอเพียง) :b13:


ขอคำจำกัดความคำว่า "พอเพียง" แค่ไหนถึงพอเพียง
และคำว่า เป็นอยู่ด้วย "อยู่อย่างพอเพียง" อยู่อย่างไร อยู่โดยรวมของประชากรทั้ง 63-64 ล้านคน
นะครับ มิใช่อยู่เพียงผู้เดียว เรียกว่า มองโดยองค์รวมของประชากรในประเทศ ทั้งทางด้าน สังคม
เศรษกิจ การปกครอง ฯลฯ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 07:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
ขอคำจำกัดความคำว่า "พอเพียง" แค่ไหนถึงพอเพียง
และคำว่า เป็นอยู่ด้วย "อยู่อย่างพอเพียง" อยู่อย่างไร อยู่โดยรวมของประชากรทั้ง 63-64 ล้านคน
นะครับ มิใช่อยู่เพียงผู้เดียว เรียกว่า มองโดยองค์รวมของประชากรในประเทศ ทั้งทางด้าน สังคม
เศรษกิจ การปกครอง ฯลฯ

เพียงแค่ พอ ครับ :b32: :b32:

ประชาชนจะซักกี่สิบล้าน ถ้าน้อมเอาคำสอนของพ่อเราเข้าไปในใจและถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต สังคม เศรษฐกิจ ก็จะเข้มแข็งอย่างแน่นอนครับ....ส่วนเรื่องของการปกครองนั้น...พูดไปจะทำให้ผิดกฏิกาของบอร์ดครับ.. :b32:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 08:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31367
คำเตือน: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
เพียงแค่ พอ ครับ

ประชาชนจะซักกี่สิบล้าน ถ้าน้อมเอาคำสอนของพ่อเราเข้าไปในใจและถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต สังคม เศรษฐกิจ ก็จะเข้มแข็งอย่างแน่นอนครับ....ส่วนเรื่องของการปกครองนั้น...พูดไปจะทำให้ผิดกฏิกาของบอร์ดครับ



ประชาชนในประเทศ ที่มีข้าวกินไม่ครบ 3 มื้อมีอีกเท่าไร ถามว่า เขาพอหรือยัง
ประชาชนในประเทศที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ต้องนอนตามข้างถนน ตามกองขยะ ฯลฯ อีกมีอีกเท่าไหร อย่างนี้พอหรือยัง
ประชากรในประเทศที่ไม่มีเสื้อผ้านุ่งห่มกันหนาวเมื่อถึงฤดูหนาว อยางนี้พอหรือยังครับ
ประชากรที่ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มีอีกเท่าไหร่ อย่างนี้พอหรือยัง
ฯลฯ
ประชากรในประเทศตกอยู่ในสภาพอย่างนั้นๆ สังคม เศรษกิจ เข้มแข็งหรือยัง
แล้วเกี่ยวกับผู้บริหารประเทศสูงสุดหรือไม่ ครับท่านประธาน :b16:


ไม่ต้องเครียดครับท่าน เพราะนั่นคือความจริง
ฟังเพลงดีกว่า

"พอหรือยัง"
http://www.sa.ku.ac.th/sakuoke/6011mid.html

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 11:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 19:25
โพสต์: 579

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มหาบัณฑิตเรา แดงเถือกทั้งตัว...............สาธุ สาธุ


:b8: :b8: :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 17:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
ประชาชนในประเทศ ที่มีข้าวกินไม่ครบ 3 มื้อมีอีกเท่าไร ถามว่า เขาพอหรือยัง
ประชาชนในประเทศที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ต้องนอนตามข้างถนน ตามกองขยะ ฯลฯ อีกมีอีกเท่าไหร อย่างนี้พอหรือยัง
ประชากรในประเทศที่ไม่มีเสื้อผ้านุ่งห่มกันหนาวเมื่อถึงฤดูหนาว อยางนี้พอหรือยังครับ
ประชากรที่ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มีอีกเท่าไหร่ อย่างนี้พอหรือยัง
ฯลฯ
ประชากรในประเทศตกอยู่ในสภาพอย่างนั้นๆ สังคม เศรษกิจ เข้มแข็งหรือยัง
แล้วเกี่ยวกับผู้บริหารประเทศสูงสุดหรือไม่ ครับท่านประธาน :b16:


ไม่ต้องเครียดครับท่าน เพราะนั่นคือความจริง

ความจริงก็คือประชาชนเหล่านั้นมิได้น้อมเอาพระราชดำรัสเข้ามาในใจ และไม่นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตครับ :b32:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 18:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www




300px-Sufficient-economy-chart01-1.jpg
300px-Sufficient-economy-chart01-1.jpg [ 11.5 KiB | เปิดดู 3054 ครั้ง ]
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน
ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517[1][2]
และพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540
(ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540)
เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศไทย
ให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์
และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ[3] ในทางการเมืองของไทยแล้ว...


ขออนุญาตนำข้อมูลเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาลง LINK ให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80% ... 2%E0%B8%87

ธรรมะสวัสดีค่ะ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 18:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ขออนุญาตนำคำสอนของท่านป.อ. ปยุตโต ที่ว่า

:b48: คนสมัยนี้มักจะแสวงหาความสุขจากวัตถุภายนอกมากเกินไป
ทำให้เป็นคนทุกข์ได้ง่ายสุขได้ยาก
ต้องพึ่งพิงวัตถุเสพบริโภคเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยไม่รู้จักจบ

:b48: คนเรามักจะมองด้านเดียวว่าความสุขของเรานี้
เราจะต้องค้นหาเพราะมันอยู่ข้างนอก
จนลืมไปว่าที่แท้ความสุขนั้นก็อยู่ภายในใจของเรานี่แหละ


หากใช้ชีวิตอย่าง "เพียงพอ" เพื่อความสุขที่ "พอเพียง"
ทุกคนน่าจะมีความสุขนะคะ


ธรรมะสวัสดีค่ะ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 19:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




kapikuaps5.jpg
kapikuaps5.jpg [ 58.94 KiB | เปิดดู 3000 ครั้ง ]
อาหารไทยโบราณ กะปิคั่วเป็นเครื่องจิ้มที่มีรสชาติเค็ม มัน หวาน
รับประทานกับผักสดหลายชนิด ได้แก่ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว
กะหล่ำปลี ปลีกล้วยตานี ขมิ้นขาว ยอดมะกอก ช่อมะม่วง ใบมะม่วง
มะม่วงขบเผาะ ชมพู่ มะเขือเทศ มะกอกฝรั่ง ลักษณะของผักสด
ผลไม้สด จะมีรสฝาด เปรี้ยว มัน และบางชนิดมีความกรอบ
ซึ่งเป็นการเพิ่มรสชาติกะปิคั่วได้เป็นอย่างดี

หลนกระปิคั่ว สูตร 1

ส่วนผสม :

โปรตีนเกษตรแช่น้ำจนพอง 1 ถ้วย

กะทิ 4 ถ้วย

กระปิเจ 1 ช้อนโต๊ะ

งาขาวคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ

กระชายปอกหั่นบางๆ 1/4 ถ้วย

รากและก้านผักชีหั่น 3-4 ต้น

ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1/4 ถ้วย

พริกชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง 15 เม็ด




วิธีการทำ :

โขลกกะปิ งาขาว กระชาย และรากผักชีเข้าด้วยกันตักขึ้นละลายน้ำกับกะทิ

ตั้งไฟ ใส่พริกชี้ฟ้า โปรตีนเกษตรสับละเอียดประมาณ 5 นาที จึงใส่ซีอิ้วและน้ำตาล คนให้ทั่วยกลง





กะปิคั่ว สูตร 2

ส่วนผสม

โปรตีนเกษตร 1/2 ถ้วยตวง

กะปิเจ 1 ช้อนโต๊ะ

พริกแห้ง 3 เม็ด

ตะไคร้หั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

กระชายหั่นฝอย 4 ช้อนโต๊ะ

ข่าหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนชา

งาขาวคั่วบด 1 ช้อนโต๊ะ

กะทิข้น 2 1/2 ถ้วยตวง

น้ำตาลปีบ 2 ช้อนชา

ซีอิ๊วขาวสูตร 1 2 ช้อนชา

พริกชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง



วิธีทำ

1.กรีดพริกแห้ง นำเมล็ดออก หั่นแช่น้ำพอนุ่มบีบให้สะเด็ดน้ำ

2.โขลกพริกให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ กระชาย ข่า รากผักชี

งาขาวคั่ว กะปิ โขลกจนละเอียด ใส่โปรตีนเกษตร ลงโขลกให้เข้ากัน

3.เคี่ยวกะทิด้วยไปอ่อนให้แตกมัน ตักน้ำพริกลงผัดกับกะทิ เร่งไฟขึ้นเล็กน้อย

ผัดจนน้ำมันลอยหน้า ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ ซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากัน

4.ตักใส่ภาชนะที่เป็นโถ โรยด้วยพริกชี้ฟ้า เขียว แดง เหลือง

หั่นแฉลบ รับประทานกับผักต่างๆ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณน้ำค่ะ....เราขอถามคำถามที่เชยๆหน่อยนุ่ะค่ะ
กะปิเจนี่เป็นยังไงค่ะ....ทำเองได้หรือปล่าวค่ะ
เพราะปกติเเล้วเราเป็นคนที่ทานกะปิไม่เป็นค่ะ
แต่เห็นรูปภาพแล้ว....มันช่างยั่วยวน ชวนให้น่ารับประทานซะจริงๆเลยค่ะ
เราคิดว่าถ้าเป็นกะปิเจนี่เราคงทานได้ค่ะ :b37: :b37:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 23:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว




4049860.jpg
4049860.jpg [ 13.89 KiB | เปิดดู 2956 ครั้ง ]
อิอิ ... นั่งแอบขำคุณเต้ ..

แต่เห็นรูปภาพแล้ว....มันช่างยั่วยวน ชวนให้น่ารับประทานซะจริงๆเลยค่ะ


กะปิเจนี่เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ ..

เป็นของสำคัญในการผสมเครื่องแกงต่างๆ ...

แล้วโดยเฉพาะน้ำพริกกะปินี่แซ่บบบบบบบบ .. อย่าบอกใครค่ะ ..

อร่อยกว่ากะปิกุ้งอีกค่ะ .. พูดจริงๆนะคะ .. เพราะน้ำทำทานมาแล้ว อร่อยมั่กๆ :b32:

จัดให้คุณเต้หลายสูตรเลยค่ะ .. ชอบสูตรไหน ... ลองทำดูค่ะ

การดับกลิ่นถั่วเหลืองจากโปรตีนเกษตรและวิธีทำอาหารอย่างง่าย

1. โดยการนำไปต้มน้ำร้อนให้เดือด จนขึ้นฟองสีขาวแล้วนำลง บีบฟองน้ำออก
ล้างด้วยน้ำเย็น บีบน้ำแห้ง แล้วนำไปประกอบอาหารได้
2. ทำตามข้อ 1. แล้ว โขลกพริกไทย รากผักชี เกลือป่น เหยาะปรุงรสด้วย
ซีอิ๊วขาว น้ำตาลเล็กน้อย แล้วทอดในน้ำมันอ่อนๆ จนเป็นสีเหลือง รับประทานได้
3. ตามข้อ 1. หั่นเป็นชิ้นบางๆ ปรุงรสแบบหมูเค็ม หรือหมูหวาน
นำลงคั่วน้ำมันพืชเล็กน้อย จนเป็นสีเหลือง ปรุงรสตามชอบ
4. ตามข้อ 1. ตามข้อ 2. ตุ๋นเก็บไว้รับประทานได้นาน
5. ตามข้อ 1. ข้อ 2. สับละเอียด ผัดใบกระเพรา

การทำกะปิเจ สูตร 1 และน้ำปลาเห็ด

1. ใช้เห็ดนางฟ้าเหี่ยวๆ ที่เหมาถูกมาจากตลาด ล้างน้ำให้สะอาด หมักเกลือในภาชนะเคลือบ
หรือสเตนเลส ทิ้งไว้ 5 วัน 7 วัน หรือ 1 เดือน ตามพอใจ (ถ้าใส่เกลือน้อยจะขึ้นรา)
2. นำเห็ดมาบีบ แยกน้ำใส่ภาชนะไว้ต่างหาก ตากเห็ดพอหมาดๆ ตำหรือบดละเอียดตามต้องการ
3. เคี่ยวน้ำตาลปีบจำนวนตามสมควรจนเป็นตังเม แบ่งส่วนหนึ่งมาปรุงรสโดยคลุกเคล้า
ให้เข้าพอดี ชิมรสจนพอใจ นำไปประกอบอาหารได้
4. ถ้าจะเก็บไว้กินนานๆ เอากะปิใส่ขวดโหลอัดแน่น ราดหน้าด้วยน้ำตังเม
ปิดฝาให้แน่น ทิ้งไว้หนึ่งเดือน หรือมากกว่า จึงนำมาประกอบอาหาร
( ถ้าจะให้สีของกะปิเจเหมือนกับสีกะปิที่ทำจากกุ้ง ให้ตำเห็ดหอมใส่ลงไปพอประมาณ)
5. ทำน้ำปลาจากน้ำเห็ดที่แยกไว้ โดยเคี่ยวน้ำตาลปีบเป็นตังเม จนไหม้
แล้วเติมน้ำสะอาดลงไป พอประมาณ ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำน้ำเห็ดลงต้มเดือดสักพัก
ยกลง พอเย็น บรรจุขวดแห้งสะอาด เก็บไว้ประกอบอาหาร

วิธีทำหมี่กึน

วิธีปรุง

เอาแป้งหมี่อย่างดี ใส่ลงไปในชามกะละมัง แล้วเจือน้ำลงพอสมควรค่อยๆ นวด
ไปจนเกาะกันกลม (กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) แล้วเอาน้ำใส่ลง ค่อยๆ ล้างเนื้อแป้ง ออกจนหมด
ล้างประมาณ 10 น้ำ เหลือแต่กาก แล้วเอาเกลือป่นเจือลงสัก 1 ช้อนโต๊ะ
แล้วขยำไปจนเหนียวเหมือนตังเม สังเกตว่าหมดรสเค็มแล้วก็ปั้นเป็นก้อนไว้
(ก้อนเล็ก ใหญ่เท่าใดตามชอบ นี่คือ หมี่กึน กากของแป้งหมี่นั่นเอง)
ปั้นเป็นก้อนแล้วเอาลงต้ม ให้สุก แล้วเอาขึ้นวางในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
เก็บไว้สำหรับปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์ และเครื่องในสัตว์ ได้แทบทุกอย่าง
ทำคราวหนึ่งจะเก็บไว้ได้ประมาณ 7 วัน (แต่ต้องหมั่นอุ่นไฟ อย่าให้บูด)
ส่วนเนื้อแป้งที่ล้างออกจากหมี่กึน เกรอะตากแดดทำเป็นแผ่นๆ ไว้ทำขนมได้
เครื่อง จันอับก็ทำด้วยแป้งนี้เอง


ส่วนผสม สูตร 2

1.กากถั่วเหลือง 1000 กรัม
2.กระเทียม 50 กรัม
3.รากผักชี 20 กรัม
4.พริกไทย 5 กรัม
5.เกลือป่น 100 กรัม
6.ซีอิ๊วดำ 10 กรัม

วิธีทำ

1.นำกากถั่วเหลืองที่เหลือจากทำน้ำเต้าหู้บีบน้ำถั่วเหลืองให้เเห้งสนิท

2.ใส่น้ำ3/4ในลังถึง นำผ้าขาวบางมาปูในลังถึง
แล้วนำกากถั่วเหลืองใส่บนผ้าขาวบางปิดฝานึ่ง1/2ชั่วโมง

3.นำถั่วเหลืองออกจากลังถึง ตั้งไฟในน้ำเดือด
นำใบตองเเห้งคลุมให้มิดถั่วเหลืองไม่ให้มีที่ว่างของอากาศทิ้งไว้ 3 วัน

4.หลังวันที่ 3 นำใบตองเเห้งออก แล้วตำกะเทียม รากผักชี พริกไทย
ให้ละเอียดนำส่วนผสมกับกากถั่วเหลืองแล้วใส่เกลือป่นคนให้ทั่ว

5.นำไปใส่กระทะตั้งไฟอ่อนคนกลับไปกลับมา เติมซีอิ๊วดำกลับไปมาพอแห้ง
แล้วนำมาบรรจุลงในขวดโหลที่นำไปต้มฆ่าเชื้อแล้ว ปิดฝาให้แน่น

หมายเหตุ

1.กะปิที่ทำจะให้อยู่ได้นานก็ต้องทำให้แห้ง เก็บไว้ในตู้เย็น
2.ขวดโหลควรฆ่าเชื้ออย่างน้อย 10-15 นาที
3.ปิดฉลาก บอกส่วนผสม วันผลิต


สูตรที่ 3

ส่วนผสม :

1. คัดเม็ดถั่วเหลืองแช่น้ำ 1 คืนล้างให้สะอาดต้มให้นิ่ม

2. เทใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ หมักทิ้งไว้ 7 คืน

3. นำมาโขลกหรือบดให้ละเอียด ตากแดด 2 วัน

4. นวดเป็นก้อนใหญ่ๆ นำไปหมักไว้ในโอ่งทิ้งไว้ 1 เดือน

5. นำออกมาตากแดด 2 วัน นวดใหม่ใส่เครื่องปรุง

6. เครื่องปรุงมี เกลือ, ข้าวคั่วผสมน้ำซอส(หากจำหน่าย)
หากรับประทานเองใส่แต่เกลือก็พอ หรือใส่แต่ซีอิ๊วก็ได้

7. ใส่ถุงพลาสติกแจกจ่ายได้เลย



กะปิเจสูตรเล็ก

1. คัดเมล็ดถั่วเหลือง แช่น้ำ 1 คืนล้างให้สะอาดต้มให้นิ่ม

2. เทใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำตั้งทิ้งไว้ 3 คืน

3. นำมาคลุกเคล้ากับเกลือ โขลกให้ละเอียด

4. ใส่เครื่องปรุงเช่น พริกไทย, ข้าวคั่ว


วิธีการทำ :

1. ปั่นหรือใส่แบบพิมพ์เป็นแผ่นๆ ตากแดดให้แห้งไว้ย่าง, ทอด รับประทานได้

2. ห่อใบตองเหมือนหมกปลาแดก หมกหรือนึ่ง เอาข้าวเหนียวจิ้มรับประทานได้

3. ใส่กระทะตั้งไฟคั่วไฟอ่อนๆจนเป็นกะปิแห้ง เก็บใส่ขวดโหลไว้ ใส่น้ำพริก หรือใส่แกงได้

4. ใส่กะปิในกระทะ ใส่ตระไคร้, หัวหอม, หัวข่า เป็นกะปิหลน แทนเต้าเจี้ยวหลนได้

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 664 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 45  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร