วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2019, 09:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 455 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 31  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 01:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2009, 16:48
โพสต์: 15

ที่อยู่: หอพัก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
การกินเจเพื่อเป็นการละเว้นจากหนี้เวรกรรม และยังเป็นอาหารที่ธรรมชาติที่สุดสำหรับมนุษย์
สัตว์กินเนื้อมักถูกออกแบบมาให้ฟันแหลมและมีกงเล็บในการหาเหยื่อ
สัตว์กินพืชมักฟันเรียบปราศจากเขี้ยวเล็บ ท่านล่ะเป็นแบบไหน
มนุษย์มักใช้สมองและกำลังทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่าและยกตัวเองว่าปราศเปรื่อง
แต่มนุษย์ก็ไม่อาจชนะธรรมชาติได้ หวังว่าเนื้อหาภายในจะมีประโยชน์สะท้อนถึงจิตศรัทธา
ที่ถูกบดบังให้บังเกิด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 05:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
ปัจจุบันนี้ อาหารเจมีหลากหลาย
แค่ได้ฟังชื่อ ก็น้ำลายไหลแล้ว
ขอให้ทุกท่าน ที่ทานเจ สุขภาพแข็งแรงนะครับ
:b8: :b8: :b8:

"จงคิดก่อนทำ"

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 06:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คนกินเจนี่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งเลยนะครับ
โดยเฉพาะว่าไม่ได้กินเพราะอามิส แต่กินเพราะเข้าไปรู้เห้นความจริงว่า
สัตวืทั้งหลายในวัฏฏะสงสารนี้ มีญาติเรา
บรรดาพ่อแม่พี่น้องในชาติก่อนๆของเรา
แม้แต่พ่อแม่พี่น้องที่จากไปในชาตินี้ก็อาจจะกลายมาเป็นหมูเก็ดเป็ดไก่
ที่เรากำลังกินอยู่ ก็มีความเป็นไปได้

ตลอดจนมีพระเถรานุเถระ แม้กระทั้งพระพุทธเจ้าในอนาคต
ก็ล้วนเวียนว่ายอยู่ด้วยกันทั้งหมด ผลัดกันกิน ผลัดกันฆ่า

ตอนผมกินเจ ผมร่วง ผิวชา ปากชา ชาตามร่างกาย ปากแห้ง แตกง่าย
ความคิดความอ่านอะไรก้ตื้อๆตันๆจนเห็นได้ชัด
แต่พอหยุดกินแล้วหันมาบริโภคตามปกติเพียงสองสามวัน อาการทั้งลายก้หายไป

ทราบภายหลังว่าการกินเจนี้เป็นศิลปะพอสมควร ต้องมีองค์ความรู้พอสมควร
คือต้องปราณีตในการกิน กินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เลย
จะกลายเป้นการเบียดเบียนตนเอง

กล่าวคือต้องรู้ว่าจะเอาอะไรมาชดเชยสารอาหารที่ขาดไปจากการกินเนื้อสัตว์
และยังต้องรู้ว่าอะไรที่ไม่ควรกิน

ผมสังเกตุว่าคนที่เลี้ยงอัตภาพด้วยการกินเจนี้ คงมีวาสนาพอสมควร
เพราะการกินเจเป้นวัตรนี้ แม้จะมีความตั้งใจก็ยังทำได้ยาก
เพราะอาจจะอยู่ในบริบทที่หากินยาก ทำเองก็ไม่ไหว
:b8:

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 07:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


เวลาเราไปซื้อน้ำเต้าหู้ บางทีทิ้งไว้สายๆ ทานไม่ได้ก็มี บางทีน้ำก็ใสหนองแหนง บางเจ้าก็ใส่นมข้นผสมลงไป บางเจ้าก็ใส่แป้งถั่วเหลืองผสมลงไป ขาดรสชาติไปหมด

ส่วนผสม
1. ถั่วเหลืองสำหรับทำน้ำเต้าหู้ ที่ควรนำมาใช้ ให้ซื้อแบบเม็ด อย่าซื้อแบบซีก ความเข้มข้นของถั่วเหลืองจะแตกต่างกัน

2. ถั่วลิสงเม็ดเล็ก

อัตตราส่วนผสม
ถั่วเหลืองเม็ด 1 ขีด ( 100 กรัม ) ต่อ ถั่วลิสงเม็ดเล็ก 50 ครึ่งขีด ( 50 กรัม ) นำมาแช่น้ำรวมกัน ประมาณ 2ชม. ถ้าต้องการกากถั่วเหลืองกับกากถั่วลิสงไว้ทำขนมต่อ ให้ขยี้เปลือกถั่วทั้งสองชนิด เปลือกทิ้งไป เอาแต่เนื้อถั่วไปปั่นรวมกัน

วิธีทำ
1.นำถั่วทั้งสองชิ้นใส่โถปั่น ต่อน้ำ 1000 ซีซี ถ้าคนไม่ชอบเข้มข้น จะเพิ่มปริมาณน้ำไปอีกก็ได้
2. ใช้ผ้าขาวบางกรอกกาก บีบกากให้หมดน้ำ

3. นำน้ำเต้าหู้ที่คั้นกากามาแล้วตั้งเตาไฟให้เดือดก่อน พอเดือดแล้ว ใช้ไฟอ่อนสุด ตั้งไฟเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีฝ้าของน้ำเต้าหู้ลอยขึ้นมา ถือว่านำมาทานได้แล้ว สูตรนี้ น้ำเต้าหู้จะสีเหมือนนมสด สีไม่เหมือนน้ำเต้าหู้แบบท้องตลาด กลิ่นก็หอมเหมือนนมสด ชอบหวาน ชอบเค็ม ให้มาเติมใส่ข้างนอก อย่าใส่ลงไปในหม้อ น้ำเต้าหู้ที่ต้มไว้จะเก็บไว้ได้นาน ยิ่งเคี่ยวได้นานเท่าไหร่ น้ำเต้าหู้ยิ่งมีรสชาติเข้มข้น

สำหรับกากถั่วที่นำมาแยกไว้ ให้นำไปใส่กระทะเทปล่อน ตั้งไฟอ่อนๆ คั่วไปเรื่อยๆ พอเริ่มแห้ง ให้ใส่เกลือเล็กน้อย น้ำตาลทรายเล็กน้อย คั่วไปจนเหลือง แห้งสนิท เมื่อนำมาทานจะหวานๆ เค็มๆ มันๆ ที่เคี้ยวแล้วมันๆ เพราะมีส่วนผสมของถั่วลิสงอยู่ หรือจะนำไปผสมกับถั่วเหลืองเสี้ยวทำถั่วกวนก็ได้

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 07:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


วิธีทำต้มจับฉ่ายแบบรสชาติเข้มข้น ผักไม่เละเกินไป น้ำไม่เยอะเกินไป
วิธีทำ
1. นำผักทุกอย่างเช่น กระหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง หัวไชเท้า แครอท ผักอะไรก็ได้ที่ชอบทาน นำมาหั่น แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด สงใส่ตระกร้า ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. นำหม้อตั้งไฟ ใส่งาขาวคั่วให้เหลือง ใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่เครื่องพะโล้ อบเชยให้ทุบให้แตก อย่าใส่ทั้งดุ้น กลิ่นจะไม่หอม ผงพะโล้ ใส่นิดหน่อยพอหอม อย่าใส่มากนะคะ มันจะฉุนเกินไป รากผักชี ถ้าหาได้ง่าย ให้ใส่เยอะๆ ผักทุกชนิดที่เตรียมไว้ นำมาผัดรวมกัน ใส่เกลือ ใส่นิดเดียวก่อน ถ้าไม่เค็มค่อยเติมใหม่ทีหลัง ใส่น้ำตาลทราย ถ้าชอบให้ออกเผ็ดนิดๆ ทุบพริกไทยเม็ด ( น้ำซุปจะหอม )หรือพริกขี้หนูบุบพอแตก ( คนที่ชอบทานเผ็ดมาก ) ใส่ลงไปด้วยค่ะ ผัดผักพอสลบ เติมน้ำไปทีละน้อย อย่าใส่น้ำมาก เพราะเดี๋ยวน้ำผักจะออกมาอีก ใส่น้ำมันงาลงไปนิดหน่อย เพื่อน้ำต้มผักเป็นเงาๆน่าทาน และหอมน้ำมันงาด้วยค่ะ

ส่วนเต้าหู้ ถ้าเป็นไปได้ ใช้เต้าหู้อ่อน นำมาหั่นก่อน แล้วก็นำไปทอด เวลาทำก็นำมาผัดรวมกับเครื่องพะโล้ แต่ถ้าไม่ใส่ ก็ทำตามขั้นตอนที่บอกไปแล้วน่ะค่ะ

ปิดฝา ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวไปเรื่อยๆ ยิ่งค้างคืนได้ ยิ่งอร่อยมากๆค่ะ นำมาทานเล่นได้ :b4:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 07:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


คามินธรรม เขียน:
คนกินเจนี่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งเลยนะครับ
โดยเฉพาะว่าไม่ได้กินเพราะอามิส แต่กินเพราะเข้าไปรู้เห้นความจริงว่า
สัตวืทั้งหลายในวัฏฏะสงสารนี้ มีญาติเรา
บรรดาพ่อแม่พี่น้องในชาติก่อนๆของเรา
แม้แต่พ่อแม่พี่น้องที่จากไปในชาตินี้ก็อาจจะกลายมาเป็นหมูเก็ดเป็ดไก่
ที่เรากำลังกินอยู่ ก็มีความเป็นไปได้

ตลอดจนมีพระเถรานุเถระ แม้กระทั้งพระพุทธเจ้าในอนาคต
ก็ล้วนเวียนว่ายอยู่ด้วยกันทั้งหมด ผลัดกันกิน ผลัดกันฆ่า

ตอนผมกินเจ ผมร่วง ผิวชา ปากชา ชาตามร่างกาย ปากแห้ง แตกง่าย
ความคิดความอ่านอะไรก้ตื้อๆตันๆจนเห็นได้ชัด
แต่พอหยุดกินแล้วหันมาบริโภคตามปกติเพียงสองสามวัน อาการทั้งลายก้หายไป

ทราบภายหลังว่าการกินเจนี้เป็นศิลปะพอสมควร ต้องมีองค์ความรู้พอสมควร
คือต้องปราณีตในการกิน กินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เลย
จะกลายเป้นการเบียดเบียนตนเอง

กล่าวคือต้องรู้ว่าจะเอาอะไรมาชดเชยสารอาหารที่ขาดไปจากการกินเนื้อสัตว์
และยังต้องรู้ว่าอะไรที่ไม่ควรกิน

ผมสังเกตุว่าคนที่เลี้ยงอัตภาพด้วยการกินเจนี้ คงมีวาสนาพอสมควร
เพราะการกินเจเป้นวัตรนี้ แม้จะมีความตั้งใจก็ยังทำได้ยาก
เพราะอาจจะอยู่ในบริบทที่หากินยาก ทำเองก็ไม่ไหว
:b8:


อนุโมทนาด้วยค่ะคุณคามิน :b8:
ทานประจำค่ะ ยิ่งทานได้ตลอดไปนี่ ผิวจะใสมากๆ แต่ทีนี้มีปัญหาว่า เมื่อทานประจำแล้ว ประสาทสัมผัสไวขึ้น ทำให้อยู่กับคนหมู่มากไม่ได้ ทำให้ต้องเลิกทานค่ะ ทุกวันนี้ยังทานอยู่ ก็ตามสะดวกค่ะ

เอาไว้เปิดร้านอาหารเจเมื่อไหร่ จะส่งการ์ดเชิญคุณคามินคนแรกเลยค่ะ :b32:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 12:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณคามินธรรม อาจจะทานสารอาหารไม่ครบน่ะครับ เลยเกิดอาการที่เล่ามา
ผมกินเจ มา 7 ปี แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ แถมสุขภาพยังดีขึ้นด้วย เมื่อก่อนขี้โรคมากๆ ครับ
แต่โชคดีหน่อยที่แถวที่พักมีร้านอาหารเจ เลยไม่ค่อยได้ทำเอง พอกลับบ้านแม่ก็ทำอาหารเจให้ทาน
ก็เลยรู้สึกว่ามันเหมือนกิจวัตรประจำวันทั่วไป ไม่รู้สึกว่าหาทานลำบาก บางครั้งก็หัดทำเองบ้าง 555
แต่รสชาติก็พอทานได้ ผมเองก็ไม่ได้เคร่งมาก บางครั้งก็ยังทานนมอยู่ แต่จะเน้นที่ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย และก็ไม่ทานผักฉุน 5 อย่างคือ กระเทียม หัวหอม กระเทียมโทน กุ้ยช่าย และใบยาสูบ(ห้ามสูบบุหรี่)
ตอนที่เริ่มทานเจ ได้ประมาณ 1 ปี ลองหันกลับไปทานเนื้อสัตว์ ตอนนั้นจำได้ว่า ทานปลาทอด
ปรากฏว่า อ้วก เลยครับ รู้สึกถึงความคาวมาก แถมยังท้องเสียอีก เหมือนร่างกายไม่รับเลย
ขนาดไข่เจียว ยังรู้สึกถึงความคาวเลย
จากนั้นก็เลยคิดว่า คงกลับมาทานเนื้อสัตว์ไม่ได้แล้ว ก็เลยทานเจ มาตลอด

ตั้งแต่ทานเจ มา ก็รู้สึกว่า ใจเย็นขึ้นนะครับ ดูสงบ สำรวมขึ้น (อันนี้เพื่อนบอกมาน่ะครับ)
มันเหมือนมีจิตเมตตาเกิดขึ้นเองเลย ไปตลาดสด เห็นเขาหั่นเนื้อ ฆ่าปลา แทบไม่อยากมองเลย
สงสารอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้เพื่อนๆ ผมหลายคน เห็นผมทานเจ ก็ลองหันมาทานเจดูก็มี
บางคนทานเล่นๆ ตอนนี้ทานมาเป็นปีเลยก็มี บางคนก็หันมาทานมังสวิรัติ ก็มี กลายเป็นว่าในกลุ่มเพื่อนๆ
ผมตอนนี้ ไม่มีใครทานเนื้อสัตว์เลย 5555 สงสัยอยู่ใกล้ตัวต้นแบบ มันก็เลยออสโมซิส ถึงกันครับ อิอิอิ

ใครที่ทานเจ ก็ศึกษาดูด้วยนะครับ จะได้หาสารอาหารที่มาแทนเนื้อสัตว์ได้ ผักต้องทานให้ครบ 5 สี นะครับ อย่าทานแต่อาหารแบบเดิมๆ ซ้ำๆ บางคนเข้าใจว่าการทานเจ คือการทานผักอย่างเดียว นั้นผิดมหันต์เลย ถ้าทานแต่ผักอย่างเดียว ขาดสารอาหารแน่นอนครับ ก็เหมือนกับคนที่ทานแต่เนื้อสัตว์อย่างเดียว และไม่ทานผักเลย ก็ทำให้ขาดสารอาหาร ขาดวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็นได้เหมือนกัน
พวกถั่วต่างๆ เนี่ย แทนเนื้อสัตว์ได้ เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ก็แทนเนื้อสัตว์ได้ครับ ส่วนใครที่ผมร่วง คงต้องทานงาด้วยนะครับ แต่ถ้าใครเป็นมังสวิรัต ก็ทานไข่ได้ ในไข่จะมีวิตามิน ที่ช่วยลดอาการผมร่วงได้นะครับ

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 12:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


เสียนชาฟั่น(อาหารเจจีนแคระ)


วิธีทำเครื่องปรุง
ผักชีฝรั่ง(ประมาณ20ใบ) ใบโหระพา
งาขาว2ช.ต .......ถั่วลิสงคั่ว2ช.ต ......พริกไทย1ช.ต......-เกลือ1ช.ช
-น้ำ-น้ำตาลทรายขาว1ช.ช*
นำส่วนผสมทุกอย่างไปปั่น....ใส่น้ำแค่พอให้เครื่องปั่น...ปั่นได้นำ้ไม่ ต้องเยอะมาก..
ปั่นให้ละเอียดมากๆ
วิธีทำผัก
เต้าหู้แข็ง-ผักกวางตุ้ง-ถั่วฝักยาว-หัวไชโป๊วชนิดหวาน-ถั่วลิสงคั่ว(ไม่ต้องป่น)
นำผักทุกอย่าง....มาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ...คือชิ้นเล็กมากๆ...แต่ไม่ต้องถึงกับละเอียด
ถ้าทานคนเดียวก็นำไปผัดรวมกันได้
แต่ถ้าทำเยอะ...ก็ให้แยกกันผัด...คือผัดทีละอย่าง...แล้วแยกไว้อย่างละจาน
เหมือนเราทำัผักสลัดนะค่ะ
เวลาทานถ้าชอบน้ำข้นๆก็ตักเครื่องปรุงที่ทำไว้เยอะๆหน่อย
ถ้าชอบแบบไม่ข้นก็ตักซัก2ช้อน.....แล้วก็ใส่น้ำร้อนลงไป
เหมือนที่เค้าทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำนะค่ะ.....แล้วก็นำไปใส่ในถ้วยผัก...
ที่เราผัดไว้....แล้วถ้าจะใส่ข้าวด้วยก็ได้ค่ะ.....อร่อยมากๆเลยค่ะ! :b32: :b32:
สำหรับเครื่องปรุงนั้น...ทำเยอะๆก็ได้ค่ะเก็บใว้ได้1อาทิตย์ค่ะ
กลิ่นจะออกมาแบบน้ำสมุนไพร....ผักชีฝรั่งใส่เยอะกว่าใบโหระพา....ทำออกมาแล้วจะเป็นสีเขียวของผักกลิ่นหอมมากๆค่ะ! :b38:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 18:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ลองทำ น้ำพริกอ่องเจ
ตามที่คุณ walaiporn แนะนำสูตรมา ขอบอกว่าอร่อยมั่ก ครับ เพื่อนๆ กินกันเกลี้ยงเลย

ปล. กะทะไหม้อีกแล้วครับ เพราะยังไม่ซื้อกะทะใหม่ :b12:

ปล2. k bbby อยู่มาเลเซีย อากาศเป็นยังไงบ้างครับ แล้วสบายดีไหมอ่ะครับ.

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณอมิตาพุทธ...คงจะทำแค่ถ้วยเล็กๆใช่หรือปล่าวค่ะ :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 18:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำถ้วยใหญ่เหมือนกันนะครับ แต่ว่ากินกันตั้ง 5 คนแหน่ะ
ผมเป็นคนทำนะ ได้กินนิดเดียวเอง เพื่อนๆ ผมรุมกิน ยังกะโดนปอบประทับร่าง แหน่ะ 555
แต่เพื่อนๆ บอกว่าอร่อยนะครับ ก็เลยกินกันหมดเกลี้ยงเลย

แล้วคุณ bbby ลองทำดูสักเมนู หรือยังครับ อยู่มาเลเซีย หาวัตถุดิบ หาเครื่องปรุงได้หรือเปล่าครับ. :b12:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 19:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


เราทำแล้วค่ะ....แต่ไม่อยากจะเล่าให้ใครฟังเลย :b3:
แป้งหมี่กึนที่เรานำมาทำเนื้อสัตว์เจ....คุณวลัยพรบอกให้ใช้แป้งหมี่อย่างดี
เราก็เลยใช้แป้งเค๊กทำ....ผลออกมาคือล้างไปล้างมา....เหลือแป้งนิดเดียวเองค่ะ
เลยอดทานแกงเขียวหวานเจ....ต้องรอพรุ่งนี้จะำดูอีกที
ส่วนเต้าหู้....เราผัดแห้งไว้ 2 ขวดกาแฟใหญ่
จะเก็บเอาไว้ทำปลาเค็มเจ....รอสูตรคุณวลัยพรก่อนค่ะ(อ้อลืมบอกเราใช้แป้ง1กิโลค่ะ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 19:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


อมิตาพุทธ เขียน:
วันนี้ลองทำ น้ำพริกอ่องเจ
ตามที่คุณ walaiporn แนะนำสูตรมา ขอบอกว่าอร่อยมั่ก ครับ เพื่อนๆ กินกันเกลี้ยงเลย

ปล. กะทะไหม้อีกแล้วครับ เพราะยังไม่ซื้อกะทะใหม่ :b12:

ปล2. k bbby อยู่มาเลเซีย อากาศเป็นยังไงบ้างครับ แล้วสบายดีไหมอ่ะครับ.


บอกแล้ว การันตีเองคร่า :b4:
คือสูตรนี้คิดเองค่ะ ถ้าเป็นที่ร้านเจ เขาจะไม่มานั่งรวนเต้าหู้ให้แห้งหรอกค่ะ เขาจะแค่สับๆเต้าหู้ให้ละเอียด แล้วนำไปผัดเลย ทั้งโรงเจ ทั้งร้านเจ ส่วนมากจะทำเหมือนๆกัน ในหนังสือตำราอาหารเจ ก็เขียนไว้เหมือนๆกัน

แสดงว่าชอบอาหารรสจัดจ้าน งั้นคั่วกลิ้งเจดีไม๊คะ :b32:

ก็ทำคล้ายๆกันค่ะ

เต้าหู้อ่อนมายีให้ละเอียด นำไปรวนให้แห้ง
นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน ใส่พริกแกงเผ็ดใต้เจ เติมกะปิเจลงไปอีกนิดหน่อย ผัดน้ำพริกให้ขึ้นเงา เติมน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ชิมรสตามชอบ ใส่เต้าหู้ที่เตรียมไว้ ผัดให้เข้ากัน เสร็จแล้ว ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย ใส่พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าก็ได้ ( หั่นแฉลบเตรียมไว้แล้ว )

ขอบอกว่า อร่อยมั่กๆๆค่ะ :b32:

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
เราทำแล้วค่ะ....แต่ไม่อยากจะเล่าให้ใครฟังเลย :b3:
แป้งหมี่กึนที่เรานำมาทำเนื้อสัตว์เจ....คุณวลัยพรบอกให้ใช้แป้งหมี่อย่างดี
เราก็เลยใช้แป้งเค๊กทำ....ผลออกมาคือล้างไปล้างมา....เหลือแป้งนิดเดียวเองค่ะ
เลยอดทานแกงเขียวหวานเจ....ต้องรอพรุ่งนี้จะำดูอีกที
ส่วนเต้าหู้....เราผัดแห้งไว้ 2 ขวดกาแฟใหญ่
จะเก็บเอาไว้ทำปลาเค็มเจ....รอสูตรคุณวลัยพรก่อนค่ะ(อ้อลืมบอกเราใช้แป้ง1กิโลค่ะ)


แป้งเค้ก ใช้ไม่ได้ค่ะ :b1:

ลืมไปว่า แป้งสาลีมีหลายชนิด เดี๋ยวค้นตำราตอนที่ไปเรียนเบเกอร์รี่ให้ค่ะ วันนั้น พอดีอาจารย์รู้ว่าทานเจประจำ ท่านเลยสอนวิธีทำ และส่วนผสมให้ค่ะ สนใจขนมปังเจไหม อร่อยมั่กๆค่ะ :b32:

ลองใหม่ค่ะ แต่บอกก่อนว่า ล้างแป้งแล้ว แป้งจะเหลือนิดเดียวเองค่ะ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 19:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
เราทำแล้วค่ะ....แต่ไม่อยากจะเล่าให้ใครฟังเลย :b3:
แป้งหมี่กึนที่เรานำมาทำเนื้อสัตว์เจ....คุณวลัยพรบอกให้ใช้แป้งหมี่อย่างดี
เราก็เลยใช้แป้งเค๊กทำ....ผลออกมาคือล้างไปล้างมา....เหลือแป้งนิดเดียวเองค่ะ
เลยอดทานแกงเขียวหวานเจ....ต้องรอพรุ่งนี้จะำดูอีกที
ส่วนเต้าหู้....เราผัดแห้งไว้ 2 ขวดกาแฟใหญ่
จะเก็บเอาไว้ทำปลาเค็มเจ....รอสูตรคุณวลัยพรก่อนค่ะ(อ้อลืมบอกเราใช้แป้ง1กิโลค่ะ)


โอ้โห .. 2 ขวดใหญ่เลยหรือคะ สนใจลาบเจไม๊คะ ทำไม่ยากค่ะ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 455 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 31  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร