วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 16:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2009, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ คุณป่าอ้อ คุณปลายฟ้า...ค่ะ และกัลยาณมิตรทุกๆท่าน
ขอขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลและรูปดอกไม้สวยๆชอบทุกดอกเลยค่ะ
ตอนนี้ยังสะสมไม่ได้ ถ้าได้กลับไปอยู่เมืองไทย จะปลูกทุกชนิดเลยค่ะ
ตอนนี้ขอสะสมข้อมูล และรูปภาพก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะ :b41: :b41: :b53: :b41: :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2009, 22:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดอกเทียนนกแก้ว

ดอกไม้บางพันธ์ซึ่งธรรมชาติสร้างสรรค์มาพิเศษให้มีรูปลักษณ์แปลกตา ทั้งรูปทรง สีสันและคุณสมบัติอื่นๆ
มีมากมายหลายชนิด ทั้งนี้จะนำมาให้เพื่อนๆได้รู้จัก เฉพาะที่เจริญเติบโตในเมืองเรา หรือนำมาปลูกในบ้านเราได้
รูปภาพ

ดอกเทียนนกแก้ว
พบที่ จากดอยหลวงเชียงดาว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Impatiens psittaciana Hook.f.
ลักษณะลำต้น : ไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี สูง 30-150 ซม.
ลำต้นกลวงและเป็นข้อปล้อง แตกกิ่งก้านมากมาย
ลำต้นอ่อนสีม่วงอมแดงและอวบน้ำ ลำต้นแก่สีเขียวอ่อนสลับสีเขียวแก่
ลักษณะใบ : ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียนรอบลำต้นเป็นเกลียว
รูปใบหอก หรือรูปไข่กว้าง กว้าง 2-4 ซม.
ยาว 4-6 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก
เป็นหนามแหลมสั้น โคนใบมน ผิวใบเรียบ
รูปภาพ
ลักษณะดอก :
ออกดอกเดี่ยวตามก้านใบและปลายยอดดอกมีรูปร่างคล้ายนกแก้ว
กำลังกางปีกบินดูสวยงามสะดุดตาขนาดดอก 2-3 ซม.
ดอกสีม่วงแกมแดงและขาวหรือสีชมพูเข้มแกมแดงและขาว
กลางดอกมีแต้มสีเหลืองดอกเป็นรูปหลอดกว้าง
ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน
สีชมพูอมขาวและมีจุดประสีม่วงแดง
กลีบบนรูปขอบขนานมีขนาดยาวที่สุด
ปลายกลีบแยกลึกเป็น 2 แฉก กลีบข้าง 2 กลีบแผ่เป็นปีกแคบ
กลีบล่างแผ่เป็นปีกกว้าง ปลายกลีบเว้าเป็น 2 พู
รูปภาพ
เกสรตัวผู้มัดรวมกันลักษณะม้วนงอ
กลีบรองกลีบดอกเป็นรูปถ้วยปากบาน
ส่วนโค้งเป็นถุง มีงวงน้ำหวานขนาดสั้นอยู่ท้ายสุด
บริเวณที่ติดกับก้านดอกพองออกเป็นปีกโค้งกลม ๆ 2 ปีก
ก้านดอกยาวได้ถึง 6 ซม
ออกดอกในราวเดือนส.ค. - ต้นเดือน ธ.ค.

ลักษณะผล : เป็นฝักยาวรูปกระสวย มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก
แหล่งที่พบในไทย : เป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่ง พบขึ้นตามใต้ร่มเงาไม้ใหญ่
ในป่าดิบเขาหรือบริเวณโขดหินปูนที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล
ตั้งแต่ 1,500-1,800 เมตร ปัจจุบันมีรายงานการพบเฉพาะ
บนดอยเชียงดาวจ.เชียงใหม่ เท่านั้น
แหล่งกำเนิดและแพร่กระจาย : ประเทศไทย

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2009, 22:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

โสกระย้า (Amherstia nobillis)

โสกระย้า อโศกระย้า หรือ โสกสายความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้
ถึงกับได้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen of Flowering Trees
ถูกพบครั้งแรกในพม่าโดยเลดี้ Sarah Amherst ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์
ที่เก็บและศึกษาพรรณไม้ในเอเชียของช่วงต้นศตวรรษที่ 19
เนื่องจากเป็นต้นไม้พื้นเมืองของพม่า จึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า Pride of Burma

โสกระย้าไม่ค่อยหาชมได้ง่ายนักในบ้านเรา ต้นที่ถ่ายมานี้เป็นหนึ่งในสองต้นของวัดเจดีย์หลวงที่เชียงใหม่
โสกระย้าเป็นไม้ต้น สูง 12- 25 เมตร แตกกิ่งอ่อนเป็นชุด ห้อยย้อย ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว
โคนใบกลม ปลายใบเรียวแหลม
ดอกช่อ แบบช่อกระจะ เป็นช่อย้อยที่ปลายกิ่งยาว 50- 80 ซม.
กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีส้มแดง กลีบบนมีแต้มรูปตัว V สีเหลือง
ผล เป็นฝักแห้งแตก รูปขอบขนาน ขอบด้านบนหนา มี 4- 6 เมล็ด
ออกดอกเดือน มกราคม- กุมภาพันธ์
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง


รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 03 พ.ย. 2009, 22:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2009, 22:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พวงแก้วกุดั่น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clematis subpeltata
วงศ์ : Ranunculaceae
ชื่ออื่น ๆ : พวงแก้วกุดั่น, จางน้อย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
พวงแก้วกุดั่นเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีกลิ่นหอม พวงแก้วกุดั่นเป็นไม้เถาขนาดเล็ก เนื้อแข็งลำต้นและกิ่งเป็นร่อง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามใบเป็นรูปไข่ กว้าง 5-12 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนเว้ารูปหัวใจขอบใบเรียบ ช่อดอกยาว 10-15ซม. ดอกเรียงเป็นคู่ห่าง ๆ กัน ก้านดอกยาว 6-7ซม. กลีบเลี้ยงติดที่โคนก้านดอกมี 4 กลีบ รูปขอบขนานกว้าง 1ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม.
เมื่อบานจะม้วนออกด้านนอกสีม่วงคล้ำ ไม่มีกลีบดอก มีเกสรตัวผู้จำนวนมากสีขาวกระจุกอยู่กลางดอก
เรียงเป็นสองวง วงนอกมีก้านยาว วงในมีก้านสั้น ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน ดอกบานในช่วงฤดูหนาว

ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด การปลูกลงกระถางควรปักไม้ หรือหลักสูง 1 เมตร
ไว้ให้พวงแก้วกุดั่นเลื้อย และจับยอดให้เลื้อยพันให้สม่ำเสมอกัน
ถ้าหลักต่ำจะทำให้ยอดเลื้อยพันทึบมากดอกจะร่วงได้ง่าย

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ทิวลิป King Bhumibol

ดอกทิวลิปซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ใช้ชื่อว่า "คิง ภูมิพล"
เป็นดอกทิวลิปซึ่งค้นพบจากการพัฒนาสายพันธุ์ โดยนายกลาส คูไดค์ เกษตรกรชาวฮอลแลนด์

ในหลวง"ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ"คิง ภูมิพล"
แก่นายกลาส คูไดค์ เกษตรกรชาวดัตช์ เจ้าของบริษัท FA.P. Koeddiik & Zn
ซึ่งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แก่ดอกทิวลิปสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบ

สำหรับดอกทิวลิป "King Bhumibol" มีสีเหลืองนวลทั้งดอก
ความสูงของดอกและก้านรวม 45 ซ.ม. ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จากดอกทิวลิป Prince Claus
ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากดอกทิวลิป สายพันธุ์ Judith Leyster ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีมากสายพันธุ์หนึ่ง
ในบรรดาสายพันธุ์ดอกทิวลิปของเนเธอร์แลนด์และได้รับพระราชทานชื่อจาก Prince Claus
พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ แห่งเนเธอร์แลนด์

นายคูไดค์มีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย เนื่องจากบุตรชายเดินทางมาประเทศไทย
เพื่อเป็นอาสาสมัครสอนคอมพิวเตอร์ให้แก่คนไทยในชนบททางภาคเหนือ ช่วงปี 2549-2550
และต่อมาได้สมรสกับผู้หญิงไทยด้วย

นายคูไดค์ได้รับแรงบันดาลใจ
ในการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อดอกทิวลิป "King Bhumibol"
มาจากความประทับใจ ในความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ในช่วงการจัดงานเฉลิมฉลอง
ในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ที่มา : ข่าวสดรายวัน วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 19:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ดอกปทุมมา หรือสยามทิวลิป (Siam Tulip)

ดอกปทุมมามีรูปทรงสง่าและมีสีสันสวยงาม เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น
จนได้รับการส่งเสริมให้เป็นไม้ตัดดอกและเก็บหัวพันธุ์เพื่อส่งไปขายยังต่างประเทศ
เป็นที่ประทับใจและชื่นชอบของชาวต่างประเทศจนได้สมญาว่า สยามทิวลิป (Siam Tulip)
สยามทิวลิป (ปทุมมา) เป็นดอกไม้ไทยที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้จัก
ขณะที่ชาวต่างชาติกลับชื่นชมอย่างมาก และปัจจุบันเกษตรกรไทยได้พัฒนาดอกไม้ชนิดนี้
จนกลายเป็นดอกไม้ส่งออกไปต่างประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากกล้วยไม้

ปทุมมา เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีลำต้นสะสมอาหารอยู่ใต้ดินแบบเหง้า
มีการเจริญเติบโตทางลำต้นและให้ดอกในช่วงฤดูฝนราวเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน
จากนั้นจะทิ้งใบจนหมดแล้วพักตัวอยู่ในดินตลอดช่วงฤดูหนาว
ราวเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
เมื่อถึงฤดูฝนก็จะเจริญเติบโตออกดอกอีกครั้ง
รูปภาพ

สยามทิวลิป (ปทุมมา) : : สวนอุบลรัตน์ บ้านทุ่งยาว ตำบลป่าป้อง
อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการปลูกทุ่งดอกปทุมมา ในพื้นที่ 30 ไร่
ปทุมมาตัดดอกสีขาว เตรียมเข้าสู่การประมูลในตลาดประมูลของเนเธอร์แลนด์
รูปภาพ

ปทุมมา จัดเป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับขิงและข่า
อยู่ในสกุล Curcuma มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศอินโดจีน พม่า และไทย
สำหรับในประเทศไทยจะพบเห็นปทุมมาได้แทบทุกภาคของประเทศ
โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จะมีความหลากหลายของสายพันธุ์มากที่สุด
ไม้ในสกุลนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
กลุ่มปทุมมา พบได้ทั่วไปในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตามเขตชายแดนไทย-ลาว และตามเขตชายแดนไทย-เขมร
ส่วนใหญ่มักพบอยู่ตามทุ่งหญ้าที่โล่งแจ้งบริเวณชายป่าเบญจพรรณ
หรือบริเวณชั้นล่างของป่าเต็งรัง
รูปภาพ

ลักษณะช่อดอกในกลุ่มปทุมมาจะแทงช่อดอกออกมาจากส่วนกลางของลำต้นเทียม
ก้านช่อดอกยาวตรง ดอกจริงมีสีม่วงหรือสีม่วงอ่อน
ไม้ในกลุ่มนี้มีหลายชนิดที่สามารถนำมาผลิตเป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง
และไม้ประดับแปลง เช่น ปทุมมา บัวสวรรค์ บัวลายปราจีน บัวลายลาว
เทพรำลึก ทับทิมสยาม ช่อมรกต และปทุมรัตน์ เป็นต้น
รูปภาพ

กลุ่มกระเจียว กลุ่มนี้มีอยู่หลายชนิด พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชนิดที่พบขึ้นในที่โล่งแจ้ง
มักจะมีลักษณะใบหนา มีขนมาก ส่วนพวกที่พบขึ้นในป่าชื้น มักจะมีลักษณะใบบาง
ลักษณะของช่อดอกจะเป็นทรงกระบอก อาจแทงช่อดอกขึ้นมาจากเหง้าโดยตรง
หรือออกจากทางด้านข้างของลำต้นเทียม
ดอกจริงมีสีขาวหรือเหลือง หลายชนิดในกลุ่มนี้ สามารถผลิตเป็นไม้ตัดดอกไม้กระถางได้เช่นกัน
ที่สำคัญได้แก่ บัวชั้น กระเจียวส้มพลอยไพลิน พลอยทักษิณ และพลอยชมพู เป็นต้น
รูปภาพ

ดร.อนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
ปัจจุบันเกษตรกรไทยสามารถเพาะพันธุ์ปทุมมาได้กว่า 20 สายพันธุ์
และสามารถ ส่งออกได้ถึงปีละ 2-36 ล้านหัวต่อปี คิดเป็นมูลค่าถึง 30-40 ล้านบาท
ชาวต่างชาติ มีความพยายามนำปทุมมาซึ่งเป็นพืชของไทยไปจดสิทธิบัตร
เลยอยากให้คนไทยได้ตระหนักและหวงแหนปทุมมา อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของไทย

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 17:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดอกพระจันทร์' (Moonflower)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Pisonia grandis R.Br.
ชื่อวงศ์: NYCTAGINACEAE
ชื่อสามัญ:Lettuce Tree
ชื่อท้องถิ่น: ดอกไม้จีนสด บานดึก ดอกพระจันทร์ แสงนวลจันทร์
รูปภาพ
ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้ต้นมีขนาดกลาง
ลักษณะของใบคล้ายใบยาสูบ สีเหลืองอ่อนอมเขียว
ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15 เซนติเมตร
ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ริมขอบใบหยัก
แสงจันทร์เป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดดเพียงรำไร
ต้องการน้ำและความชื้นในประมาณปานกลาง
ปลูกขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย แสงจันทร์
นอกจากจะใช้ไม้ประดับชนิดใดแล้ว
ใบของมันยังสามารถใช้เป็นอาหารได้
เช่น ใช้เป็นผักทำห่อหมกได้
ประโยชน์: ใบใช้เป็นผักทำห่อหมกได้
การขยายพันธุ์: การปักชำ
รูปภาพ

“ดอกพระจันทร์” ชื่อที่แสนจะโรแมนติกนี้
บางคนอาจจะเรียกว่า ดอกชมจันทร์
หรือบางท้องที่อาจจะเรียกว่า ดอกบานดึก
เนื่องจากดอกจะบานในช่วงหัวค่ำ
หรือประมาณทุ่มสองทุ่มเป็นต้นไป ประมาณช่วงพระจันทร์ขึ้น
และจะเหี่ยวเฉายามรุ่งเช้า

ดอกพระจันทร์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้
และแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขต ร้อนของอเมริกา
ประเทศออสเตรเลีย และในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย
รูปภาพ
พืชในสกุลนี้มีประมาณ 650 ชนิด
หลายชนิดเป็นไม้ประดับที่รู้จักกันดีคือ มอร์นิ่งกลอรี่ หรือผักบุ้งฝรั่ง
และบางชนิดเราก็รู้จักกันดีอย่างคุ้นเคยเสียด้วย แต่ ไม่นึกว่ามันจะเป็นพวกเดียวกัน
ก็ชื่อมันไม่ได้โรแมนติกเหมือนดอกพระจันทร์นี่นา... นั่นก็คือ ผักบุ้ง และมันเทศ นั่นเอง
แต่ถ้าหากพินิจพิจารณาดูดี ๆ แล้วมันก็คล้ายกันทั้งดอกทั้งใบ...

สำหรับการปลูก ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยแนะนำว่า
ต้นดอกพระจันทร์ สามารถ ขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิดที่มีความร่วนซุย
พื้นที่ปลูกต้องระบายน้ำดี เจริญเติบโตได้ดีในสภาพกลางแจ้ง
การปลูกอาจจะยกแปลงขึ้นคล้ายกับแปลงผักทั่วไปเพื่อป้องกันน้ำขัง
รูปภาพ
วิธีปลูกให้ขุดหลุมลึก 20-30 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัม/หลุม
จากนั้นจึงนำต้นกล้าลงปลูก โดยระยะปลูกที่เหมาะสม
คือระหว่างต้น 40-50 ซม. ระหว่างแถว 70-100 ซม.
รูปภาพ
ช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูกควรให้น้ำวันละ 2 ครั้งคือ
ตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อต้นสามารถตั้งตัวได้แล้ว จึงให้น้ำวันละครั้ง
เมื่อต้นดอกพระจันทร์เริ่มแตกยอดอ่อนควรทำค้าง เพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้น
โดยทำค้างเหมือนกับ ค้างถั่วฝักยาวก็ได้ หรือจะทำแบบซุ้มก็ได้
มันจะออกดอกหลังปลูกประมาณ 2-3 เดือน
รูปภาพ
ต้นดอกพระจันทร์มีดอกสีขาวสวยสดงดงาม จะบานในตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม
ในต่างประเทศเช่น อเมริกา และทางยุโรป เขาจะปลูกเป็นไม้ประดับ
แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่นภาคใต้ และภาคอีสาน
เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหาร โดยนำดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย
หรือ นำมาลวกเพื่อจิ้มน้ำพริกรับประทาน แกงส้มก็อร่อยหวานมากเลย
รูปภาพ
ผลจากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของดอกพระจันทร์พบว่า
เป็นผักที่มีไขมันต่ำมาก และมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ
เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส
และยังประกอบไปด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 บี3 โปรตีน เป็นต้น
รูปภาพ

"ดอกไม้จีนสด" หรือ "มูนไลท์"
ครั้งแรกที่บ้านไร่ปวริศ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อไม่นานมานี่เอง
เป็นพืชเลื้อย ล้มลุก ในตระกูลขจร ลำเถากลม ตรง ผิวเรียบสีม่วงคล้ำ เลื้อยได้หลายเมตร

ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเวียนสลับ ตามเถา ก้านใบสีม่วงคล้ำ ยาว 4-6 ซม.รูปทรงของใบเป็นรูปหัวใจ
โคนใบเว้าลึก กว้าง 5-7 ซม. ยาว 6-8 ซม.ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมมีติ่งเล็กน้อย

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อมีดอกย่อย 2-3 ดอก แต่ละดอกมีกลีบเลี้ยงสีม่วง 5 แฉก
ดอกบานโคนเชื่อมติดเป็นหลอดยาว ปลายบานเป็นทรงกลมเหมือนรูปแตร กว้าง 4-8 ซม.
สีขาวอมเหลือง ดอกจะบานในช่วงบ่าย

ผล รูปทรงสามเหลี่ยม ผลแก่แห้งสีม่วงดำ คนจีนใช้ดอกและราก ซึ่งมีรสหวานมาทำยาขับปัสสาวะ
รักษาอาการบวมน้ำ ต่อมน้ำลายอักเสบ ดีซ่าน ตับอักเสบ และแก้ปวดฟัน


ดอกเดย์ลิลี่ (Day Lily) ... ดอกไม้จีน(แห้ง)..กิมจำเช่า
รูปภาพ
"กิมจำเช่า " หรือเจ้าดอกไม้จีนแห้งนี้แท้จริงแล้วก็คือ ดอกตูมของดอกเดย์ลิลี่ (Day Lily)
นำมาตากแห้งนั่นเอง
ว่ากันว่าหากรับประทานดอกไม้จีนแล้วจะช่วยให้มีจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส
ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ เกสรของดอกไม้จีน นี้มีสรรพคุณในการ ช่วยบำรุงประสาท
บำรุงเลือดและเพิ่มการคัดหลั่งของฮอร์โมน ทำให้ร่างกายของเรา กระปรี้กระเปร่าได้
ส่วนที่นำมาใช้ได้ก็คือ ดอกและรากของมัน
โดยรากจะใช้ประกอบอาหาร ส่วน รากนั้นเป็นส่วนที่มีพิษแต่คนที่รู้จักใช้จะสามารถใช้เป็นยาได้
รูปภาพ
แกงจืดดอกไม้จีนแห้ง
สารที่พบก็ได้แก่พวก แคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก
โพแทสเซียมและวิตามินต่างๆ อีกมาก
มีคำแนะนำว่าสำหรับคนที่ ตับต้องทำงานหนัก
สามารถใช้ดอกไม้จีนนี้ไปทำอาหารรับประทาน เป็นโภชนาบำบัด ได้ด้วย
รูปภาพ
ดอกไม้จีนแห้งคนจีน เรียกว่า "กิมจำเช่า"
อุดมไปด้วย แคลเซียม และวิตามินต่างๆ
เกสรของดอกไม้จีน มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงประสาท
ทำให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติ ซึ่งช่วยให้ง่วงและนอนหลับสบาย
นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มการคัดหลั่งของฮอร์โมนเมลาโตนิน (melatonin)
ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิชีวิตให้ร่างกาย
รูปภาพรูปภาพ
ดอกไม้จีนแห้งนำไปชงเป็นชา จิบก่อนนอน จึงช่วยในการนอนหลับ
การต้มชาทำได้ง่ายๆเพียงใช้ดอกไม้จีนแห้ง 15 กรัม ต้มในน้ำ 1 ถ้วย
เติมน้ำตาลกรวดนิดหน่อยดื่มเป็นชาตอนหัวค่ำ ก่อนเข้านอน
ก็จะหลับสบายและตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ด้วยอารมณ์ที่สดชื่นแจ่มใส

ดอกไม้จีนแห้ง เป็นดอกไม้เมืองหนาว ที่สามารถปรับตัว
เข้ากับอากาศร้อนของกรุงเทพมหานครของเราได้
หากนำไปปลูกก็ควรจะหาที่ร่มรำไร แต่ก็ต้องได้แดดครึ่งวันเช้า จะดีที่สุด
เพราะไม้ดอกก็จำเป็นต้องได้แดด สามารถปลูกในกระถางได้ด้วย
ที่สำคัญดินควรจะเป็นดินร่วนซุยผสมมะพร้าวสับ เพื่อให้ดินโปร่ง
อัตราส่วน ดิน 1 ส่วน มะพร้าวสับ 3 ส่วน ก็ได้
ชอบน้ำปานกลางสามารถขยายพันธ์ด้วยการแยกหน่อไปปลูกครับ


ข้อควรระวัง
ดอกเดย์ลิลี่ (Day Lily) หรือ ดอกไม้จีนแห้ง
ดอกที่บานและส่วนรากมีพิษ จึงไม่ควรกิน
เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้
ก่อนนำดอกไม้จีนมาประกอบอาหาร ควรล้างให้สะอาดก่อน
เพราะในกระบวนการผลิตมีการใช้สารพวกกำมะถัน เพื่อฟอกสี
หรือป้องกันแมลงและรา จึงอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ หรือหอบหืดได้


ความแตกต่าง
ดอกไม้จีนสด....
รูปภาพ
ตูมมากจะเขียว..เริ่มบานดอกจะขาวนวลเหลือง
ใช้ดอกสดทำอาอาหาร..เก็บแห้งไม่ได้
เป็นไม้เลื้อย....ออกดอกทั้งปี

ดอกไม้จีนแห้ง....
รูปภาพ
เก็บดอกตูมสีเหลืองอมส้มมาตากแห้งเก็บไว้ได้...
ดอกบานพิษจากเกสรทานไม่ได้...เป็นพืชมีหัวใต้ดิน..ตระกูลลิลลี่...เป็นไม้เมืองหนาวค่ะ

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 08 พ.ย. 2009, 19:14, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 19:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบคุณมากค่ะ คุณป่าอ้อ :b8:
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ :b1:
ทั้งสวยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย และจิตใจ :b27: :b20:
แล้วจะไม่ให้ชอบได้อย่างไร :b27:
ขอจินตนาการก่อนก็แล้วกัน :b6: :b12:
สวัสดีค่ะ :b53: :b53: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2009, 20:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 17:51
โพสต์: 189

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
สิ่งที่ชื่นชอบ: วรรณกรรม
ชื่อเล่น: ป้าโคม่า
อายุ: 54

 ข้อมูลส่วนตัว




kk_dn29.jpg
kk_dn29.jpg [ 93.9 KiB | เปิดดู 25373 ครั้ง ]
:b35: :b35: :b35:

.....................................................
รูปภาพ
"จิตที่ให้ย่อมเป็นจิตที่ดี ... จิตที่มีแต่ประชดประชันนั้น ... หาควรแก่การอบอรมสั่งสอนธรรมผู้ใดไม่"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 12:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
สวัสดีค่ะ คุณป้าCOMA ,คุณป่าอ้อ และกัลยาณมิตรทุกๆท่าน
รูปน่ารักจังเลยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 21:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"ราชาวดี" เป็นยอดมาลี ของพระราชา
สีขาว สวยสด งามงด โสภา
ใครเห็น พึงตา และต้องพึงใจ"
ราชาวดีตามศัพท์แปลว่า ของที่มีขึ้นสำหรับพระราชา
เดิมเป็นชื่อเรียกการลงยาเครื่องทองให้เป็นสีฟ้าว่าลงยาราชาวดี
เป็นการลงยาเครื่องใช้ของพระราชาเท่านั้น
ใช้ลงเฉพาะเครื่องใช้ที่เป็นเงินหรือทอง ถือเป็นของสูงไม่ใช่ของคนสามัญทั่วไป

สำหรับต้นราชาวดีนั้น แม้จะมีค่าเทียบได้กับเครื่องทองลงยาสีฟ้าสำหรับพระราชา
แต่คนธรรมดาสามัญอย่างพวกเราก็มีสิทธิ์ชื่นชม กับคุณลักษณะพิเศษของไม้หอมชนิดนี้ได้ทั่วกัน
ราชาวดีมี 3 ชนิด ทั้งสามชนิดจัดอยู่ในวงศ์ BUDDLEJACEAE

ราชาวดีป่า
ชื่อ อื่น - พวงกระรอกขาว,พวงกระรอกเขมร,ไค้หางหมา, หางกระรอกเขมร
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Buddleja paniculata Wall.
วงศ์ : BUDDLEJACEAE
ถิ่นกำเนิด : เอเซียเขตร้อน
ราชาวดีป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Buddleja asiatica
รูปภาพ

ราชาวดีป่า เป็นต้นไม้โบราณของไทย
มีดอกสีขาวที่พบมากในป่าทางภาคเหนือของประเทศไทย
ถิ่นกำเนิดเป็นการสันนิษฐานว่ามาจากประเทศจีน
แต่มีนักพฤกษศาสตร์บางกลุ่มบอกว่า น่าจะมาจากอินเดียมากกว่าในถิ่นอื่น
เป็นพันธุ์ไม้สกุลเดียวกับราชาวดีป่าที่พบในประเทศไทยทางภาคเหนือ
แต่ของป่าของไทยมีกลิ่นต่างกัน และหอมอ่อนๆ เท่านั้น
เพราะ มีลักษณะที่คล้ายพันธุ์ไม้ที่เกิดในอินเดียอยู่หลายชนิด

ราชาวดีเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว
ใบมนสอบไปทางปลาย ขอบใบหยัก ผิวใบสากสีเขียวด้านๆ เส้นใบนูน เด่นชัดทางด้านล่าง
ออกดอกเป็นช่อตามปลายยอด ลักษณะเป็นช่อกลมๆ โตประมาณนิ้วมือ
และยาวประมาณ 10-15 ซม. และง่ามใบ มีกลิ่นหอมแรง ส่งกลิ่นในเวลาเช้าๆ

ลักษณะโดยทั่วไป
ราชาวดีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ตั้งแต่ 5-10 เมตร
ตาม กิ่งก้านมีขนละเอียดปกคลุมอยู่ เป็นต้นไม้ที่มีใบเป็นพุ่มโปร่ง ลำต้น และกิ่งก้านอ่อนลู่ลมได้ง่าย
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกใบเป็นคู่เรียงสลับกันไปลักษณะใบมน ขอบใบหยัก
สำหรับดอกมีสีขาวนั้นดอกขนาดเล็ก มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อช่อหนึ่งๆ
ยาวประมาณ 6-8 ซม. ออกดอกเป็นระยะๆ ตลอดปี

การปลูกเลี้ยง
• ราชาวดีเป็นไม้กลางแจ้งต้องการแสงแดดจัด
ถ้าปลูกในที่ร่ม และในที่ชื้นแฉะตลอดเวลาอาจทำให้ตายได้
• ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนมีความชุ่มชื้นในดินสูง
ต้นไม้โบราณของไทยเเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตร
แตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้
ออกดอกเดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม
ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปี
ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่ ตื่นขึ้นมารู้ว่าหอมมาก

:b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41:

ราชาวดีสีขาว,ราชาวดีสีม่วง
ราชาวดีสีขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Buddleja paniculata
(ชื่อสามัญ butterfly bush)
รูปภาพ

ราชาวดีสีม่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ Buddleja davidii
(ชื่อสามัญ butterfly bush; summer lilac; orange eye)
รูปภาพ

วงศ์ : BUDDLEJACEAE
ชื่อสามัญ : Summer Lilac
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Buddleja davidii.,Franch
ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดีย
เป็นไม้มาจากอินเดียตอนเหนือมีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย
เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พุ่มโปร่งดอกไม่หอมแต่สวยดีเหมือนกัน
ดอกจะออกติดกันแน่นเป็นช่อตั้ง ตามยอดหรือตามง่ามกิ่ง
ดอกมีสีม่วง/ขาว แต่วงในดอกจะเป็นสีแดงหรือส้มเข้มๆ เวลาดูรวมๆ ก็จะเป็นสีม่วงอมแดง
ออกดอกได้ตลอดปี ชอบแดดจัด หนาวจัด
รูปภาพ

การขยายพันธุ์ ง่ายมากๆ เร็วด้วย แค่หักกิ่งปักชำไว้อาทิตย์เดียว ก็งอกรากโตเอา..โตเอา
มันจึงเป็นเหตุที่บอกได้ว่า ราคาไม่แพง

ประโยชน์ของราชาวดี

ยังไม่พบคุณสมบัติทางสมุนไพรอย่างเป็นทางการของราชาวดี แต่เชื่อแน่นอนว่า ตามหมอชีวกโกมารภัทว่า
ไม่มีพืชนิดใดที่ไม่เป็นยา ราชาวดีคงมีคุณสมบัติทางสมุนไพรด้วยแน่นอน โดยเฉพาะกลิ่นหอมแรงนั้น
ย่อมมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งอาจใช้ในการรักษาแบบกลิ่นบำบัด (aroma therapy)
อันเป็นการแพทย์แบบ ทางเลือกที่กำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ทั่วโลกในขณะนี้

ราชาวดี ในฐานะ ไม้หอม อาจปลูกลงดินในบริเวณบ้าน หรือข้างทางเดิน
ก็จะให้กลิ่นหอมตลอดวันได้ตลอดทั้งปี ก็อาจปลูกในกระถางได้โดยง่าย เพราะราชาวดีเป็นต้นไม้
ที่ปลูกง่ายและแข็งแรงทนทานมากที่สุด ออกดอกได้ง่ายและตลอดเวลา ยิ่งกว่าต้นไม้ดอกชนิดอื่น
หากกิ่งเริ่มแก่หรือทรงพุ่มใหญ่โตเกินไปก็ตัดแต่งได้ตามสมควร ราชาวดีจะแตกกิ่งก้าน สาขา
และให้ดอกได้ต่อเนื่องโดยไม่เสียเวลาพักตัวเลย โรคและแมลงก็ไม่เป็นปัญหา
ผู้เขียนปลูกราชาวดีมาหลายปี ไม่เคยพบปัญหาจากโรคแมลงเลย
และไม่เคยพบว่าราชาวดีขาดดอกเลย (ยกเว้นช่วงตัดแต่งกิ่ง)

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 13 พ.ย. 2009, 22:48, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 22:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

บุหงาบาหลี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citharexylum spinosum. L.
ชื่อวงศ์ : Verbenaceae หรือ Labiatac (Lamiaceac)
ชื่อสามัญ : Common lime
ชื่อพื้นเมือง : บุหงาบาหลี
ถิ่นกำเนิด : หมู่เกาะบาร์บาโดส

เป็นไม้พุ่มขนาดกลางเป็นทรงกระบอก และมีการแตกกิ่งก้านสาขามากบริเวณโคนต้น
รูปภาพ

ลักษณะดอกเหมือนราชาวดี ออกดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมเหมือนมะลิตลอดวัน (หอมมากช่วงเย็นถึงเช้า)
รูปภาพ

การขยายพันธุ์ : การตอน กิ่งค่อนข้างเปราะ ต้องระวังกิ่งหักภายหลังการตอน
การปักชำ นิยมปักชำกิ่งที่มียอดอ่อน

ข้อแนะนำ : บุหงา ส่าหรีเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความต้องการน้ำไม่มากแต่ต้องการบ่อยครั้ง
เมื่อปลูกไปหลายๆ ปีควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ๆ สักครั้งหนึ่ง จะช่วยให้ขนาดของใบและดอกดีขึ้นการ
สังเกตว่า ปริมาณน้ำที่ต้นบุหงาส่าหรีได้รับเพียงพอหรือไม่
สังเกตได้จากสีของใบจะมีสีค่อนข้างเหลือง แสดงว่าขาดน้ำ
บุหงาส่าหรีมักมีการออกดอกบริเวณที่เป็นกิ่งอ่อน

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ย. 2009, 18:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
tongue แวะมาทักทายท่าน จขกท. ค่ะ
รูปภาพช่างงดงาม เนื้อหามีสาระประโยชน์เป็นอย่างยิ่งค่ะ ขออนุโมทนานะคะ :b8:

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2009, 21:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




ans596642.jpg
ans596642.jpg [ 93.86 KiB | เปิดดู 25190 ครั้ง ]
พิศนาบุปผามาลีหอม
พวงพยอมชูช่อล่อให้หลง
หมู่ภมรเวียนว่อนร่อนบินลง
ท่ามกลางดงพวงผกาน่าเชยชม

ไม้หลากพันธุ์หลากสีคลี่กลีบสวย
ลมระรวยโชยชื่นรื่นสุขสม
หอมจรุงฟุ้งไกลใคร่ดอมดม
เล่ห์รักจมอวลกลิ่นรินฤดี

กลิ่นมาลีกำจายคล้ายหญิงงาม
กระฉ่อนนามลือไกลในศักดิ์ศรี
รูปก็งามนามเพราะพร้อมความดี
ดั่งมาลีหอมหวลอวลกลิ่นไกล

มวลกวีเปรียบชายคล้ายภมร
กลิ่นกำจรโชยหอมย่อมตอมไต่
เพียงถวิลดมดอมล้อมมาลัย
สุขสมใจบินจรไม่ย้อนมา

นารีงามไม้ดอกออกสดใส
ช่างวิไลเฉิดฉันท์กันนักหนา
คือบทกลอนเสนาะเพราะอุรา
ด้วยหวังกล้าชิดเชยเผยดวงมาลย์

บทกวีสีสันผันอักษร
เป็นบทกลอนชมมาลีที่หอมหวาน
ถักทอถ้อยร้อยรสพจมาน
ซึ้งซาบซ่านหวานล้ำพร่ำพรรณนา........

ที่มา ผู้แต่ง กันนาเทวี

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 09:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2007, 17:49
โพสต์: 1721

ที่อยู่: สุโขทัยธานี

 ข้อมูลส่วนตัว




คำอธิบาย: ดอกบัวสวย ได้มาจาก วัดสังฆทาน นนทบุรี
DSC_4133-1-11.jpg
DSC_4133-1-11.jpg [ 120.23 KiB | เปิดดู 25147 ครั้ง ]
cool
ธรรมะสวัสดีค่ะ ไม่เคยเข้ามาหมวดนี้เสียที รูปดอกไม้สวยๆเยอะเลยนะคะ ของดุสิตธานีก็มีหลายภาพค่ะ ล้วนบุกป่าผ่าดง(เว่อไป) ถ่ายเองมากับมือเลยค่ะ เอาเป็นว่าหากว่างๆ จะมาโพสจอยด้วยนะคะ แต่ของดุสิตธานี อาจจะออกแนวอาร์ตๆ คงไม่รำคาญตากันนะเจ้าค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย ดุสิตธานี เมื่อ 22 พ.ย. 2009, 09:39, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร