วันเวลาปัจจุบัน 18 ส.ค. 2019, 18:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

สาธุครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ต.ค. 2009, 20:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




A1743857713.jpg
A1743857713.jpg [ 50.24 KiB | เปิดดู 8401 ครั้ง ]
ตำนาน"ดอกกุหลาบ"

ช่วงหน้างานหรือเทศกาลอะไรก็ตาม ดอกไม้ที่นิยมนำมาเป็นไม้ประดับมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นดอกกุหลาบ ไม้ดอกชนิดนี้จัดเป็นราชินีของมวลดอกไม้ก็ว่าได้ เรื่องราวของกุหลาบมีให้อ่านให้ค้นคว้ากันไม่รู้จบ เมื่อเริ่มตั้งต้นเขียนเรื่องกุหลาบจนใจจริงๆว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดีเพราะ เรื่องกุหลาบมีเยอะมาก

แทบไม่น่าเชื่อว่า กำเนิดของกุหลาบมีเฉพาะในแถบบริเวณภาคกลางของทวีปเอเซีย เหนือเส้นศูนย์สูตรของโลก แพร่ขยายพันธุ์ไปซีกโลกเหนือ เช่นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง ขั้วโลก แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดตามธรรมชาติ

ประวัติของกุหลาบมีเรื่องเล่ามากมาย ตั้งแต่ กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรด์จีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปี อียิปต์ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายชาวโรมัน ชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำยา

จากหลักฐานจากฟอสซิล เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการพิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปี มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบปัจจุบัน มนุษย์นำกุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย จาก 200 สายพันธุ์ในปัจจุบันพบว่าเกิดมาจากกุหลาบพันธุ์ดั้งเดิม 1-8 สายพันธุ์เท่านั้น

การรวบรวมสายพันธุ์กุหลาบไว้ได้มากที่สุดจนหลงเหลือมาในปัจจุบัน นี้ได้ต้องยกย่องความดีให้พระนางโจเซฟีน มเหษีที่รักยิ่งของจักดิ์พรรดิ์นโปเลียนแห่งฝรั่งเศส พระนางโจเซฟีนมีความฝันที่พระองค์ตั้งใจมั่นอย่างหลงไหลเป็นอย่างยิ่งว่า พระองค์จะเก็บรวบรวมพันธุ์กุหลาบที่มีอยู่ทั่วโลกมารวมไว้ในสวนกุหลาบของ พระองค์ให้ได้ ความฝันนี้ถ้าเป็นสมัยนี้คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเป็นจริง แต่ความฝันของพระองคืในสมัยนั้นเป็นสิ่งที่เกือบจะทำไม่ได้เลย เพราะฝรั่งเศสช่วงนั้นทำสงคราม การติดต่อสื่อสารกับประเทศต่างๆเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ความประสงค์ของพระองค์สัมฤทธ์ผลสำเร็จเกือบ 100 % ด้วยความพยายามและความช่วยเหลือจาก Andre Dupont ที่ค้นคว้าเรื่องราวของกุหลาบให้ มี Pierre-Joseph Redoute คอยบันทึกและวาดรูปดอกกุหลาบที่นำมาปลูก มี Thomas Blaikie ออกแบบพื้นที่ภายในสวน และได้ตั้งชื่อสวนนี้ว่า Malmaison นับเป็นสวนกุหลาบที่รวบรวมพันธุ์กุหลาบมากที่สุดของโลกเป็นแห่งแรกคือมี 250 ชนิด แต่น่าเสียดายที่ Malmaison สวนกุหลาบแห่งนี้ไม่เหลือซากให้เห็นเนื่องจากถูกทำลายลงไปในระหว่างสงครามค . ศ 1870-71 กุหลาบบางส่วนของสวนนี้ถูกนำไปปลูกใหม่ที่ La Roseraie de l ' Hay-les-Rose ในกรุงปารีส

อย่างไรก็ตามชื่อ Malmaison ก็เป็นนามที่ติดปากคนไปทั่วโลก ชื่อนี้ถูกนำไปตั้งชื่อสถานที่ต่างๆมากมาย สำหรับสวนกุหลาบใหญ่ๆของโลกทั่วไปต่างระลึกถึงการอุทิศตนเองของพระนางโจเซ ฟิน ที่ได้ทรงพยายามที่จะรวบรวมพันธุ์กุหลาบไว้ให้ได้มากที่สุดมาแต่แรก อย่างน้อยก็มีเรื่องราวของกุหลาบให้ได้ศึกษาหาความรู้จากภาพวาดของ Pierre-Joseph Redoute ที่ปัจจุบันถูกนำมาพิมพ์ขายเกลื่อนไปหมดในหลายรูปแบบ เป็นงานที่อมตะของโลกทีเดียว

ส่วนกุหลาบในเมืองไทยนั้นเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา
กุหลาบ มาจากคำว่า " คุล " ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า " สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ " เข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินเดียมีคำว่า " คุล " แปลว่า " ดอกไม้ " และคำว่า " คุลาพ " หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น " กุหลาบ " ส่วนคำว่า "Rose" มาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก ดังนั้นกุหลาบพันปีหรือกุหลาบป่าไทยก็คือต้น Rhodo นั่นเอง

ตำนาน "ดอกกุหลาบ"

เรื่องแรก..
เป็นเรื่องเล่าตามบันทึกของศาสนาคริสต์ จารึกโดย "เซนต์แอมโบรส" ว่า กุหลาบถูกส่งลงมาจากสวรรค์ พร้อมกับหนามอันแหลมคม เพื่อเตือนให้มนุษย์ระลึกถึงความเจ็บปวด ที่เกิดจาก ความประพฤติผิดของตน เมื่อครั้งที่ อาดัมมนุษย์ผู้ชายคนแรกของโลก พลาดพลั้งทำตัวให้เปื้อนบาป แต่พระเจ้ายังได้มอบความงาม และความหอมของกุหลาบ เพื่อให้มนุษย์พึงระลึกว่าชีวิตยังมีความหวัง และสามารถถ่ายถอนบาปนำไปสู่ชีวิตที่งดงามหอมหวานได้เช่นกัน

เรื่องที่ 2
เล่าถึง...สีแดงของดอกกุหลาบว่า เดิมทีกุหลาบมีสีขาวบริสุทธิ์เพียงสีเดียว แต่เมื่อ อีฟ หญิงสาวคนแรกของโลกไปจุมพิต ดอกกุหลาบเข้า จึงทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง บางกระแสเล่าว่า อีฟเป็นคนตั้งชื่อดอกไม้ที่เธอโปรดปรานชนิดนี้ว่า... "Rose" และกุหลาบเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่ออดัมกับอีฟถูกไล่ออกจาก สวนอีเดน สื่อความหมายถึง การที่มนุษย์เอาบาปไปแปดเปื้อนสีขาว บริสุทธิ์ของดอกไม้ ให้เปลี่ยนเป็นสีแดงแห่งกิเลส และตัณหา

เรื่องที่ 3
กล่าวว่า กุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ"คลอริส" บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ และมีเทพอีก สามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับ แสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมา เพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทาน น้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ ซึ่งมีกลิ่นหอม และทรงเสน่ห์นี้ว่า... "Rosa" จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก "กุหลาบ" จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ ของความเงียบ และความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง

ตำนานชาวกรีก
มีตำนานเล่าถึงกำเนิดของดอกกุหลาบ ตามความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าของกรีก ด้วยเช่นกันว่า เมื่อครั้งที่ เทวีแห่งความรักนามว่า... " อโฟรไดท์ " (venus) ถือกำเนิดขึ้นจากท้องทะเล กุหลาบก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จากฟองคลื่นขาวสะอาดที่สาดซัดมาต้อนรับ การเกิดของอโฟรไดท์ กุหลาบทุกดอกยังคงมีสีขาวบริสุทธิ์ เหมือนตอนที่ถือกำเนิดขึ้นมา จนกระทั่งวันหนึ่ง อาโดนิสชู้รักคนหนึ่ง ของอโฟรไดท์ได้รับบาดเจ็บ จนถึงแก่ความตายในการล่าหมูป่า กุหลาบแดงจึงมีขึ้นมาในโลก สีแดงของกุหลาบเกิดจาก เลือดของชายหนุ่มที่หยดลงไปโดนกุหลาบที่อยู่ใกล้ บ้างก็เล่าว่า ระหว่างที่อโฟรไดท์เร่งรีบจะไปช่วยชายคนรักเกิดโดนหนามกุหลาบ เกี่ยวและเลือดที่รินไหลทำให้กุหลาบกลายเป็นสีแดง และนั่นคือที่มาของกุหลาบแดงที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรัก

ตำนานชาวโรมัน
กล่าวถึงตำนานของดอกกุหลาบว่า คิวปิดลูกชายของวีนัส เป็นผู้ทำเหล้าองุ่นหกรดดอกกุหลาบหลายดอก กุหลาบเหล่านั้นจึงมีสีแดง ส่วนหนามที่แหลมคมของกุหลาบเกิดขึ้นจากความ โกรธเคืองในขณะที่คิวปิดกำลังชื่นชมความหอมของดอกกุหลาบ กลับ โดนผึ้งต่อย คิวปิดจึงควักธนูมายิงใส่พุ่มกุหลาบทำให้กุหลาบมีหนามที่แหลมคม

ตำนานชาวเปอร์เซีย
มีตำนานเล่าขานถึงกำเนิดของกุหลาบแดงไว้เกี่ยวกับเจ้านกไนติงเกลตัวแรกของโลกมีความปรารถนา
ที่จะกล่อมราตรีกาลให้หวานชื่น ด้วยเสียงอันไพเราะของมัน แต่ด้วยกลัวว่าจะเผลอหลับ เจ้านกไนติงเกล จึงปักอกของตัวเองลงที่หนามกุหลาบ ทำให้มันสามารถทำได้ดังที่ตั้งใจไว้ เลือดของเจ้านกไนติงเกลที่หยาดหยดจึงทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง

ตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย
กุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ"
และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ"
ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก
กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ
ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์
กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า

กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง หอมรื่นชื่นชมสอง
นึกกระทงใส่พานทอง หยิบรอจมูกเจ้าเนืองนอง
สังวาสก่ำเก้า บ่ายหน้าเบือนเสีย.....

สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทย
บทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา เทพธิดาแห่งกุหลาบ

จอมเทพสุ เทษณ์เป็นเทพผู้ใหญ่บนสรวงสวรรค์ เป็นทุกข์อยู่ด้วยความลุ่มหลงเทพธิดามัทนา
แม้จิตระรถผู้สารถีคู่บารมีจะนำรูปของเทพเทวีผู้เลอโฉมหลายต่อหลายองค์มา ถวายให้เลือกชม
สุเทษณ์ก็มิสนใจไยดี จิตระรถจึงนำมายาวินวิทยาธรมาเฝ้า สุเทษณ์ให้มายาวินใช้เวทมนตร์เรียก
นางมัทนามาหา เมื่อมาแล้วนางมัทนาก็เหม่อลอยมิมีสติสมบูรณ์เพราะตกอยู่ในฤทธิ์มนตรา
สุเทษณ์มิต้องการได้นางด้วยวิธีเยี่ยงนั้น จึงให้มายาวินคลายมนตร์ แต่ครั้นได้สติแล้ว
นางมัทนาก็ปฏิเสธว่ามิมีจิตเสน่หาตอบด้วยมิว่าสุเทษณ์จะเกี้ยวพาและรำพันรัก
อย่างไร สุเทษณ์โกรธนักจึงจะสาปมัทนาให้ไปเกิดในโลกมนุษย์

มัทนาขอให้นางได้ไปเกิดเป็นดอกไม้มีกลิ่นหอมเพื่อให้มีประโยชน์บ้าง สุเทษณ์จึงสาปมัทนาให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบที่งามทั้งกลิ่นทั้งรูป และมีแต่เฉพาะบนสวรรค์ยังไม่เคยมีบนโลกมนุษย์ โดยที่ในทุกๆ 1 เดือน นางมัทนาจะกลายร่างเป็นคนได้ชั่ว 1 วัน 1 คืน ในเฉพาะวันเพ็ญของแต่ละเดือนเท่านั้น และถ้านางมีความรักเมื่อใด นางก็จะมิต้องคืนรูปเป็นกุหลาบอีก แต่นางจะได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความรักจนมิอาจทนอยู่ได้ และเมือนั้นถ้านางอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ตนจึงจะงดโทษทัณฑ์นี้ให้แก่นาง

นางมัทนาไปจุติเป็นกุหลาบงามอยู่ในป่าหิมะวัน บรรดาศิษย์ของฤษีนามกาละทรรศินมาพบเข้าจึงนำความไปบอกพระอาจารย์ กาละทรรศินจึงให้ขุดไปปลูกในบริเวณอาศรมของตน ในขณะที่จะทำการขุดก็มีเสียงผู้หญิงร้อง กาละทรรศินเล็งญาณดูก็รู้ว่าเป็นเทพธิดามาจุติ จึงได้เอ่ยเชิญและสัญญาว่าจะคอยดูแลปกป้องสืบไป เมื่อนั้นการจึงสำเร็จด้วยดี

วันเพ็ญในเดือนหนึ่งท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งหัสตินาปุระได้เสด็จออกล่าสัตว์ ในป่าหิมะวันและได้แวะมาพักที่อาศรมพระฤๅษี ครั้นได้เห็นนางมัทนาในโฉมของนารีผู้งดงามก็ถึงกับตะลึงและตกหลุมรัก จนถึงกับรับสั่งให้มหาดเล็กปลูกพลับพลาพักแรมไว้ใกล้อาศรมนั้นทันที

ท้าวชัยเสนรำพันถึงความรักลึกซึ้งที่มีต่อนางมัทนา ครั้นเมื่อนางมัทนาออกมาที่ลานหน้าอาศรมก็มิเห็นผู้ใด ด้วยเพราะท้าวชัยเสนหลบไปแฝงอยู่หลังกอไม้ นางมัทนาได้พรรณาถึงความรักที่เกิดขึ้นในใจอย่างท่วมท้น ท้าวชัยเสนได้สดับฟังทุกถ้อยความจึงเผยตัวออกมาทั้งสองจึงกล่าวถึงความ รู้สึกอันล้ำลึกในใจที่ตรงกันจนเข้าใจในรักที่มีต่อกัน จากค่ำคืนถึงยามรุ่งอรุณ ท้าวชัยเสนจึงทรงประกาศหมั้นและคำสัญญารัก ณ ริมฝั่งลำธารใกล้อาศรมนั้น

เมื่อมีความรักแล้ว นางมัทนาก็ยังคงรูปเป็นนารีผู้งดงาม มิต้องกลายรูปเป็นกุหลาบอีก ท้าวชัยเสนได้ทูลขอนางมัทนา พระฤษีก็ยกให้โดยให้จัดพิธีบูชาทวยเทพและพิธีวิวาหมงคลในป่านั้นเสียก่อน

ท้าวชัยเสนเสด็จกลับวังหลายเพลาแล้วแต่ก็มิได้เสด็จไปยังพระตำหนักข้างใน ด้วยว่ายังทรงประทับอยู่แต่ในอุทยาน พระนางจัณฑี มเหสีให้นางกำนัลมาสืบดูจนรู้ว่าพระสวามีนำสาวชาวป่ามาด้วย จึงตามมาพบท้าวชัยเสนกำลังอยู่กับนางมัทนาพอดี เมื่อพระนางจัณฑีเจรจาค่อนขอดดูหมิ่นนางมัทนา ท้าวชัยเสนก็กริ้วและทรงดุด่าว่าเป็นมเหสีผู้ริษยา

พระนางจัณฑีแค้นใจนัก ให้คนไปทูลฟ้องพระบิดาผู้เป็นเจ้าแห่งมคธนครให้ยกทัพมาทำศึกกับท้าวชัยเสน จากนั้นก็คบคิดกับนางค่อมอราลีและวิทูรพราหมณ์หมอเสน่ห์ ทำอุบายกลั่นแกล้งนางมัทนาโดยส่งหนังสือไปทูลท้าวชัยเสนว่านางมัทนาป่วย ครั้นเมื่อท้าวชัยเสนรีบเสด็จกลับมาเยี่ยมนางมัทนา ก็กลับพบหมอพราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่ใกล้ๆต้นกุหลาบ วิทูรกับนางเกศินีข้าหลวงของนางจัณฑีจึงทูลใส่ความว่านางมัทนาให้ทำเสน่ห์ เพื่อให้ได้ร่วมชื่นชูสมสู่กับศุภางค์ ท้าวชัยเสนกริ้วนัก รับสั่งให้ศุภางค์ประหารนางมัทนาแต่ศุภางค์ไม่ยอม ท้าวชัยเสนจึงสั่งประหารทั้งคู่

พระนางจัณฑีได้ช่องรีบเข้ามาทูลว่าตนจะอาสาออกไปห้ามศึกพระบิดาซึ่งคงเข้าใจ ผิดว่านางกับท้าวชัยเสนนั้นบาดหมางกัน แต่ท้าวชัยเสนตรัสว่าทรงรู้ทันอุบายของนางที่คิดก่อศึกแล้วจะห้ามศึกเอง พระองค์จะขอออกทำศึกอีกคราแล้วตัดหัวกษัตริย์มคธพ่อตาเอามาให้นางผู้ขบถต่อ สวามีตนเอง

ขณะตั้งค่ายรบอยู่ที่นอกเมือง วิทูรพรหมณ์เฒ่าได้มาขอเข้าเฝ้าท้าวชัยเสนเพื่อสารภาพความทั้งปวงว่าพระนาง จัณฑีเป็นผู้วางแผนการร้าย ซึ่งในที่สุดแล้วตนสำนึกผิดและละอายต่อบาปที่เป้นเหตุให้คนบริสุทธิ์ต้องได้ รับโทษประหาร ท้าวชัยเสนทราบความจริงแล้วคั่งแค้นจนดำริจะแทงตนเองให้ตาย แต่อำมาตย์นันทิวรรธนะเข้าห้ามไว้ทันและสารภาพว่าในคืนเกิดเหตุนั้นตนละเมิด คำสั่ง มิได้ประหารศุภางค์และนางมัทนา หากแต่ได้ปล่อยเข้าป่าไป ซึ่งนางมัทนานั้นได้โสมะทัตศิษญ์เอกของฤษีกาละทรรศินนำพากลับสู่อาศรมเดิม แต่ศุภางค์นั้นแฝงกลับเข้าไปร่วมกับกองทัพแล้วออกต่อสู้กับข้าสึกจนตัวตาย ท้าวชัยเสนจึงรับสั่งให้ประหารท้าวมคธที่ถูกจับมาเป็นเชลยไว้ก่อนหน้านั้น แล้ว ส่วนพระนางจัณฑีมเหสีนั้นทรงให้เนรเทศออกนอกพระนคร ด้วยทรงเห็นว่าอันนารีผู้มีใจมุ่งร้ายต่อผู้เป็นสามีก็คงต้องแพ้ภัยตนเอง มิอาจอยู่เป็นสุขได้นานแน่

ฝ่ายนางมัทนานั้นได้ทำพิธีบูชาเทพและวอนขอร้องให้สุเทษณ์จอมเทพช่วยนางด้วย สุเทษณ์นั้นก็ยินดีจะแก้คำสาปและรับนางเป็นมเหสี แต่นางมัทนาก็ยังคงปฏิเสธและว่าอันนารีจะมีสองสามีได้อย่างไร สุเทษณ์เห็นว่านางมัทนายังคงปฏิเสธความรักของตนจึงกริ้วนักสาปส่งให้นางมัท นาเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล มิอาจกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อีกต่อไป

เมื่อท้าวชัยเสนตามมาถึงในป่า นางปริยัมวะทาที่ตามมาปรนนิบัติดูแลนางมัทนาด้วยก็ทูลเล่าความทั้งสิ้นให้ ทรงทราบ ท้าวชัยเสนจึงร้องร่ำให้ด้วยความอาลัยรักแล้วขอให้พระฤษีช่วย โดยใช้มนตราและกล่าวเชิญนางมัทนาให้ยินยอมกลับเข้าไปยังเวียงวังกับตนอีกครา

เมื่อพระฤษีทำพิธีแล้ว ท้าวชัยเสนก็รำพันถึงความหลงผิดและความรักที่มีต่อนางมัทนาให้ต้นกุหลาบได้ รับรู้ จากนั้นจึงสามารถขุดต้นกุหลาบได้สำเร็จ ท้าวชัยเสนได้นำต้นกุหลาบขึ้นวอทองเพื่อนำกลับไปปลูกในอุทยาน และขอให้ฤๅษีกาละทรรศินให้พรวิเศษว่ากุหลาบจะยังคงงดงามมิโรยราตราบจนกว่า ตัวพระองค์เองจะสิ้นอายุขัย พระฤษีก็อวยพรให้ดังใจ และประสิทธิประสาทพรให้กุหลาบนั้นดำรงอยู่คู่โลกนี้มิมีสูญพันธ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ดอกที่กลิ่นอันหอมหวานสามารถช่วยดับทุกข์ในใจคนและดล บันดาลให้จิตใจเบิกบานเป็นสุขได้ ชาย-หญิงเมื่อมีรักก็จักใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญญลักษณ์แห่งความรักแท้สืบต่อไป

กุหลาบขาว กับ กุหลาบแดง สีไหนเกิดก่อน ?
มีหลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน
ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง
นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า

สีกุหลาบสื่อความหมาย
ในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก ดอกกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ และของกำนัลของวันนี้ ดังนั้นเวลาที่คิดจะให้ดอกกุหลาบแก่ใครสักคน เราก็น่าจะรู้ความหมายของสีอันเป็นสื่อความหมายของดอกกุหลาบไว้บ้างก็น่าจะ ดี ซึ่งก็จะมีความดังนี้

สีแดง...สื่อความหมายถึง ความรักและความปราถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ

สีชมพู...สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

สีขาว...สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง

สีเหลือง...สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ

สีขาวและแดง...สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

กุหลาบตูม...สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย

ช่อกุหลาบสื่อความหมาย
จำนวนดอกกุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน
และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน
เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้

จำนวนดอกกุหลาบ....

1.. รักแรกพบ

2.. แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน

3.. ฉันรักเธอ

7.. คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์

9.. เราสองคนจะรักกันตลอดไป

10.. คุณเป็นคนที่ดีเลิศ

11.. คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน

12.. ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว

13.. เพื่อนแท้เสมอ

15.. ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ

20.. ฉันมีความจริงใจต่อเธอ

21.. ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ

36.. ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน

40.. ความรักของฉันเป็นรักแท้

99.. ฉันรักเธอจนวันตาย

100.. ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ

101.. ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

108.. คุณจะแต่งงานกับฉันไหม

999.. ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย


ป่าอ้อ..พักเล่าเรื่อง...ไปสอบก่อนนะค่ะ.. tongue [/color]

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 03 ต.ค. 2009, 21:48, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2009, 14:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




P5232517-1.jpg
P5232517-1.jpg [ 42.24 KiB | เปิดดู 9716 ครั้ง ]
หงส์เหินขาว

ดอกเข้าพรรษา

ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน เป็นพืชในวงศ์ขิง
เป็น ไม้ดอกเมืองร้อน เกิดในป่าร้อนชื้น พบในประเทศไทย พม่า เวียดนาม
ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ หรือตามชายป่า

รูปภาพ

มี ชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น กล้วยจ๊ะก่า (ตาก), กล้วยจ๊ะก่าหลวง (ลำพูน), กล้วยเครือคำ (เชียงใหม่), ก้ามปู (พิษณุโลก), ขมิ้นผี หรือกระทือลิง (ภาคกลาง), ว่านดอกเหลือง (เลย), ดอกเข้าพรรษา(สระบุรี) เป็นต้นดอกเข้าพรรษา (ดอกหงส์เหิน)

รูปภาพ

หนึ่ง ปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ดอกเข้าพรรษา” ในท้องที่ อ.พระพุทธบาท พบ ๒ สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาวหรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน

ลักษณะดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกบอบบาง มีก้านเกสรยาว มีดอกหลายสี ทั้งเหลือง เหลืองทองอมส้ม ขาว และสีชมพูอมม่วง รูปร่างคล้ายนกบินจึงนิยมเรียก “หงส์เหิน”

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ ก็แปลกใจ ว่ามีต้นไม้ชื่อ เข้าพรรษาด้วยเหรอนี่ พอได้เจอของจริง
ก็ชอบเลยค่ะ สวยหวาน สะดุดสายตามากจริงๆ


รูปภาพ

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 04 ต.ค. 2009, 23:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2009, 16:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




flower.JPG
flower.JPG [ 96.88 KiB | เปิดดู 20859 ครั้ง ]
ดอกออกพรรษา..
เป็นไม้ดิน...สายพันธ์เดียวกับกล้วยไม้ดิน หรือดอกคล้ายดอกเข้าพรรษา(หงส์เหิรแดง)
ความแตกต่างอยู่ที่สีดอกเป็นสีชมพูอมม่วง ปลายเกสรเป็นสีเหลืองเหมือนกัน
แตกหน่อและมีหัวอยู่ใต้ดิน..ลักษณะเดียวกับดอกกระเจียว
ออกดอกช่วงปลายฝน..ต้นหนาว..หรือช่วงออกพรรษา...เพราะชอบอากาศเย็นนั้นเอง ค่ะ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 05 ต.ค. 2009, 00:41, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2009, 20:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

รออ่านอยู่นะครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2009, 22:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




25jikko_0308.jpg
25jikko_0308.jpg [ 220.06 KiB | เปิดดู 8340 ครั้ง ]
วังบัวบาน

ดอกบัวบานบ้านป่าพาใจฝัน รับตะวันวันใหม่สดใสเหลือ
ไร้จริตจริยามาปนเปือ ช่างงามเหลือเมื่อชม้ายมองมา
ไม่เคยบูดไม่เคยบึ้งมืนตึงให้ ยิ้มละไมแสนละมุลอุ่นนักหนา

เพียงคิดถึงยังซึ้งตรึงอุรา ใจคงบ้าถ้าวันใดไม่ได้เจอ
คำทักทายถามไถ่จากใจซื่อ ซึ่งก็คือมีห่วงใยให้เสมอ
คือทุกสิ่งจริงใจที่ได้เจอ ใช่พล่ามเพ้อหากจริงจังจากขั้วใจ

เปรียบเสน่ห์ความงามคนบ้านป่า ซึ้งอุราเย้ายวนชวนหลงใหล
มิเคยคิดเคลือบแคลงแฝงเลศนัย หากจิตใจพิศุทธิ์ดุจเพชรพราว
เธอดั่งเพชรน้ำหนึ่งแห่งบึงกว้าง งามเพลินพิศเบ่งบานระรานใจ

เนตรสดใสดุจเดือนเพ็ญที่เด่นพราว กังวานราวกังสดาลหวานเสียงนวล
ไร้ที่จะเปรียบประดุจสุดเอ่ยอ้าง งามทุกอย่างเพริศพริ้งเจ้ามิ่งขวัญ
ให้เป็นหนึ่งซึ้งใจใคร่คร่ำครวญ แสนรัญจวนหัวใจใฝ่คะนึง
ดอกบัวบานวังนี้มีค่าเหลือ ทุกคราเมื่อห่างไกลให้คิดถึง
ห่างเพียงกายหากอุรายังตราตรึง ยังแอบซึ้งตรึงใจไม่ลืมเลือน

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 05 ต.ค. 2009, 00:34, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 00:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




gs017.gif
gs017.gif [ 178.26 KiB | เปิดดู 8334 ครั้ง ]
ไม้มงคลที่เหมาะสำหรับแต่ละวันเกิดมีอะไรบ้าง
วันอาทิตย์

คน เกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนข้างจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย

คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว

ไม้ มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มีดังนี้

* โป๊ยเซียน จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
* โกศล เป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
* จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง
* ชบา ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส
* ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
* กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

วันจันทร์

คน เกิดวันจันทร์ เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั่วไป พูดจาไพเราะอ่อนหวาน กิริยานุ่มนวล แต่ยามโมโหแล้วมักจะปากร้าย ส่วนใหญ่มักจะกำพร้าพ่อหรือแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ญาติพี่น้องก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ เป็นคนอ่อนแอ เจ้าน้ำตา ช่างเอาใจผู้อื่นและก็ชอบให้ผู้อื่นเอาใจด้วยเช่นกัน มีความละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน เป็นคนเจ้าสำราญ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีน้ำใจ ชอบความหรูหราคบเพื่อนสูงศักดิ์ เป็นผู้มีความรู้ดี มีสติปัญญาดี ใฝ่รู้ มักไม่ตกอับเนื่องจากมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์อยู่เสมอ

คน เกิดวันจันทร์ควรลดความวิตกกังวลลงบ้าง ให้ระวังการคบคนไม่ดีจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ หรือเสียโอกาสในการก้าวหน้า และให้ระวังการใช้จ่าย อย่าตามใจตัวเอง

ไม้ มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์ ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้

* วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น
* วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
* โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
* มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะลิซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
* ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก
* มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย
* กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
* โป๊ยเซียน ควรเลือกปลูกที่ดอกสีขาว หรือสีเหลือง โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
* จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
* พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต
* แก้ว คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว
* มะละกอ มะยม เชื่อว่าสามารถป้องกันความถ่อย ถ้อยความ และผีร้าย แต่บางตำราว่าจะทำให้ผู้คนนิยมชมชอบ
* ชะพลู ปลูกไว้เพื่อเสริมสิริมงคล แก่คนเกิดวันจันทร์
* บัวบก กระถิน ท่านว่าสามารถป้องกันเสนียดจัญไร

วันอังคาร

คน เกิดวันอังคาร ในวัยเด็กจะไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะไปเติบโตโดยคนอื่นเลี้ยงดู ชีวิตมักจะขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากเป็นคนใช้เงินมือเติบ ควรอยู่ไกลถิ่นบ้านเกิดจึงจะก้าวไกลดี อุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าวเพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อน มีความอดทนสูง เป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกาย ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต

คน เกิดวันอังคารควรระวังเรื่องใจร้อนจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีความตั้งใจในการทำการงาน ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดให้ดี

ไม้ มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร สีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูกควรเป็นสีใดสีหนึ่งนี้ ไม้ประดับที่เป็นสิริมงคล ได้แก่

* กุหลาบ ควรปลูกที่ดอกสีแดง หรือชมพู เพื่อก่อให้เกิดความเป็นมงคล เกิดความสุขความสบายใจ และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
* โป๊ยเซียน เลือกที่ดอกสีแดงหรือชมพู จะช่วยให้มีความโชคดีในชีวิตเสมอ
* อัญชัน เป็นไม้ประดับที่ให้คุณกับคนเกิดวันอังคารทางด้านความเป็นสิริมงคล
* โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
* เข็ม ควรเป็นเข็มแดงหรือชมพู ปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดความอ่านที่ดี ให้คุณโดยทั่วไปด้วย
* ชบา ที่ถูกโฉลกต้องเป็นชบาสีแดงหรือชมพู ให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค
* พญายอ หากคนวันอังคารปลูกเลี้ยงไว้ท่านว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์

วันพุธ

คน วันพุธ มักมีโรคประจำตัว นอกจากจะพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้แล้วมักจะต้องเกื้อหนุนญาติพี่น้องด้วย ชีวิตไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ มักคบหาเพื่อนอายุมากหรือฐานะหน้าที่สูงกว่า เป็นคนฝักใฝ่เรื่องของศาสนา ถ้าบวชจะเด่นดังในวงการศาสนา ทำงานอื่นจะรุ่งโรจน์ได้กว่าทางค้าขาย อุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ดูเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ เอาแต่สบาย แต่ความจริงไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขี้ใจน้อย หูเบา ชอบให้คนเอาใจ ทำอะไรไม่ค่อยคิดให้ถ้วนถี่ สะเพร่า คนเกิดวันพุธควรระมัดระวังเรื่องใจอ่อนใจง่ายเชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไป

วันพุธ (กลางคืน)
วัน พุธกลางคืนหรือวันราหู คนเกิดวันนี้จะเป็นคนดื้อรัน ไม่ฟังใคร ไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขตัวเอง มักเชื่อคนผิดๆ คนไม่จริงใจ แต่กับคนใกล้ชิดที่จริงใจกลับไม่เชื่อฟัง ฐานะลุ่มๆ ดอนๆ มีหลักทรัพย์แต่ไม่มีเงินทองพอใช้จ่าย มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจสูง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เหมาะกับการประกอบอาชีพครูสอนศีลธรรม หรือวิชาช่างจึงจะดี จะตั้งตัวได้เมื่ออายุมากแล้ว

ไม้ มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืน จะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน และควรเลือกที่มีดอกสีเหลือง ซึ่งเป็นสีต้องโฉลก

* กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
* วาสนา ชื่อก็เป็นสิริมงคลอยู่แล้ว หากปลูกร่วมกับต้นกวนอิมจะเหมาะสมอย่างยิ่ง ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
* พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต
* โป๊ยเซียน ควรเป็นโป๊ยเซียนที่มีดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกกว่าสีอื่น ๆ โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
* มะละกอ กล้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใด จะให้ผู้ปลูกร่มเย็นเป็นสุขกายสบายใจ
* ราชพฤกษ์หรือคูน เป็นไม้ที่ให้ความสดใสแก่บ้าน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
* กุหลาบ หากเป็นสีเหลืองจะดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ จะทำให้ประสบกับความสุขสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน
* โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
* ชบา ควรเลือกปลูกชบาที่ดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกที่สุด

วันพฤหัสบดี

คน เกิดวันพฤหัสบดี จะมีรูปร่างสง่างามทั้งชายและหญิง มีสติปัญญาดีฉลาดหลักแหลมเป็นเลิศ มีความละเอียดลึกซึ้ง ทำงานประณีต สนใจใฝ่หาความรู้สม่ำเสมอ พูดจาฉะฉานมีหลักการ เชื่อในความคิดของตัวเองจนไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่น โกรธง่ายหายเร็ว เมื่อโต้เถียงกับใครอยากเป็นฝ่ายถูกแต่ไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์ เพียงแค่อยากชนะเท่านั้น มีความมุ่งมั่น และตั้งใจสูง ตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง มีความทะเยอทะยาน ต้องการทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะ จะวางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรอคอยอย่างใจเย็น

ชะตา ชีวิตจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้อยคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ควรเป็นไม้ดอกสีขาวจึงจะต้องโฉลก

* มะลิ ถือเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
* จำปี เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งของผู้เกิดวันพฤหัสบดี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
* ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก
* พุด ไม่ว่าจะเป็นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ็ ทั้งสิ้น แต่ควรเป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว
* กุหลาบ ควรเป็นดอกสีขาว หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
* แก้ว ท่านว่าปลูกแล้วจะส่งผลให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว

วันศุกร์

คน เกิดวันศุกร์ มักมีบุคลิกดี มีปากเป็นเอก คือพูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง วัยเยาว์มักอาภัพมีญาติก็เหมือนไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะกำพร้าบิดาตั้งแต่เล็ก เป็นคนรักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวแต่แต่งไม่ขึ้นนัก มักนิยมของงามของหรูหราโอ่อ่า แต่เป็นไปในทางสมถะ เป็นคนขี้น้อยใจ จิตใจดี ใสซื่อ ไม่เคยคิดแค้นใคร ชอบพูดจาอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เมื่อโกรธแล้วปากร้ายพูดให้คนเกลียดได้ มีความรู้ความสามารถโดดเด่น รักเพื่อนฝูง มีน้ำใจเมตตากรุณา ทำคุณคนไม่ขึ้น ไม่ทะเยอทะยาน ชอบชีวิตสุขสงบ มั่นคง ปลอดภัย ไม่นิยมเสี่ยงโชค

ชะตา ชีวิตมักถูกคนรอบข้างเบียดเบียนพึ่งพาอาศัย แต่ตัวเองก็ยินดีช่วย ต้องทำงานที่ใช้พรสวรรค์จะได้ดีกว่าทางที่เล่าเรียนมา จะอาภัพคู่ครอง เป็นคนเจ้าชู้หมกมุ่นในโลกีย์ โดยทั่วไปมักไม่ตกยาก เพราะมีความรู้ดีและมีผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูอยู่เสมอ ให้ระวังเรื่องความใจอ่อน และไม่ควรวางใจใครง่ายๆ

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันศุกร์ มีดังนี้

* กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบแดง หรือชมพู หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
* อัญชัน นั้นให้คุณด้านการประสบความสำเร็จในชีวิต
* เข็ม หากปลูกเข็มไม่ว่าจะสีแดงหรือชมพูไว้ในบ้าน จะทำให้ชีวิตก้าวหน้าไปด้วยดี
* ชบา เป็นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันศุกร์ จะสีแดงหรือชมพูก็ดีทั้งสิ้น
* โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
* โป๊ยเซียน ควรปลูกที่ดอกสีแดงหรือชมพู โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

วันเสาร์

คน วันเสาร์ เป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ใจนักเลงกล้าได้กล้าเสีย ใจกล้า บ้าบิ่น พูดจานุ่มนวลไม่เป็น พูดเสียงแข็ง ไม่มีหางเสียง หรือพูดน้อย มีครอบครัวใหญ่ มีญาติมากพี่น้องมาก มีความสุขุมรอบคอบ คิดถี่ถ้วนมากจนเป็นคนใจโลเลไม่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีเพื่อนมากหลากหลายประเภทเพราะเป็นคนถึงไหนถึงกัน มีความอดทนดีแต่กไม่ชอบสิ่งซ้ำซาก เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบแสวงหาอะไรใหม่ ๆ และเป็นคนดื้อเงียบ ถือทิฐิ มีเลห์เหลี่ยมพอสมควร บางครั้งสนใจเรื่องตนเองมากไบจนเหมือนเห็นแก่ตัว

ชะตา ชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด มักมีคู่มากแต่ไม่ใช่คู่แท้ ควรระวังเรื่องเพื่อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ และหากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้าง ลดความห้าวหาญลงบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันเสาร์ มีดังนี้

* วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น
* วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
* มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
* กวนอิม เป็นไม้ที่ชื่อเป็นสิริมงคล ดังนั้นนอกจะเป็นมงคลแก่ผู้เกิดวันเสาร์แล้วยังส่งผลถึงบุคคลอื่นในครอบครัว ด้วย เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
* ชมพู่ จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
* จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันเสาร์อย่างยิ่ง
* มะละกอ
* ฝรั่ง
* ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
* มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"


แก้ไขล่าสุดโดย ปลายฟ้า...ค่ะ เมื่อ 06 ต.ค. 2009, 19:31, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2009, 13:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 22:31
โพสต์: 16

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เข้ามาตรงนี้แล้วสดชื่นจัง....

.....................................................
รูปภาพ"..ทุกๆ วันเป็นการเริ่มต้นใหม่..และเป็นโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งผิดพลาดในวันวาน..เสมอ.."
"Every day is a new start and a chance to make right what went wrong yesterday."


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2009, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว




DSCF0040.JPG
DSCF0040.JPG [ 51.71 KiB | เปิดดู 8327 ครั้ง ]
DSCF0045.JPG
DSCF0045.JPG [ 56.54 KiB | เปิดดู 8319 ครั้ง ]
:b8: :b8: :b8:

ดอกนี้ก็มีเสน่ห์ครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2009, 23:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
ชวนชมซ้อน..โชคอลังการ ไม้ไทยโกอินเตอร์

ชวนชม
เป็นพรรณไม้ที่มีสีสันของดอกสวยงามสะดุดตา มีรูปทรงของต้นและกิ่งก้านที่สวยงามและอ่อนช้อยนุ่มนวล เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งจนได้รับสมญาว่า Desert Rose หรือ "กุหลาบทะเลทราย" นอกจากนี้ชวนชมยังเป็นชื่อที่มีความไพเราะเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนไทย แม้แต่ชาวจีนซึ่งเรียกชวนชมว่า "ปู้กุ้ยฮวย" หรือ ดอกไม้แห่งความร่ำรวยก็ยังมีความหมายไปในทางสิริมงคลเช่นกัน

ชวนชมมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาค้นพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ P. Forskal ทางภาคตะวันออกของทวีปแอฟริกาแถบประเทศแทนซาเนียและเคนย่าราวปี พ.ศ. 2305 แต่กลุ่มนักพฤกษศาสตร์ในสมัยนั้นเชื่อว่าไม้ดอกที่พบเป็นเพียงลั่นทมพันธุ์ใหม่ และในราวปี พ.ศ. 2357 นายโจเซฟ ออกัสต์ ซูลตส์ ( Josef August Schultes ) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชวนชมกับลั่นทม จนเป็นที่ยอมรับว่า ชวนชมคือดอกไม้ชนิดใหม่

สำหรับในประเทศไทย ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีผู้นำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใด แต่จากหลักฐานพอสันนิษฐานได้ว่า มีการนำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 70 ปีแล้ว โดยผ่านทางราชสำนักหลังการเสด็จประพาสต่างประเทศ เพราะมีการพบเห็นชวนชมปลูกอยู่ในเขตพระราชวังและวังเจ้านายทั่วไป จากการสืบค้นของ อาจารย์วิชัย อภัยสุวรรณ (ผู้เขียนหนังสือ "ไม้ดอกและประวัติไม้ดอกเมืองไทย") ทราบว่า อย่างน้อยที่สุดคนไทยรู้จักเล่นชวนชมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ได้ทรงนำพันธุ์ชวนชมเข้าไปปลูกในพระตำหนักลักษมีวิลาศ แต่ไม่มีผู้ใดทราบว่าทรงนำต้นชวนชมมาจากแหล่งใด แต่ที่ปรากฏแน่ชัดคือ พระองค์ประทานชื่อดอกไม้นี้ว่า "ชวนชม"

ชวนชม
ชื่อสามัญImpala Lily Adenium
ชื่อวิทยาศาสตร์ Adenium obesum. ตระกูล APOCYNACEAEั
ลักษณะทั่วไป
ชวนชมเป็นพรรณไม้ยืนต้นอวบน้ำขนาดเล็กลำต้นมีความสูงประมาณ1-3เมตร
ลำต้นอวบน้ำผิวเปลือกสีเขียวปนขาวผิวเรียบเป็นมันลำต้นมียางลำต้นบิดงอไปตามจังหวะ
แตกกิ่งก้านสาขาน้อยรูปทรงโปร่งใบแตกออกตามปลายของกิ่งก้านใบมนรีปลายใบมนโคนใบสอบเรียว
กลางใบมีเส้นสีขาวมองได้ชัด ตัวใบแข็งผิวเป็นมันเรียบมีีสีเขียวดอกออกตรงปลายยอดของก้านดอก
เป็นรูปแตรมีกลีบดอก 5 กลีบ มีสีชมพูโคนกลีบดอกมีฐานรองดอกเป็นแฉกเล็ก ๆ สีเขียว
ดอกบานมีความกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ5 เซนติเมตร

การเป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นชวนชมไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดการชวนชม นิยมชมชอบ
เพราะชวนชมเป็นไม้มงคลนาม และยังทำให้เกิดแสน่ห์แห่งการดึงดูดตา ดูดใจ ชวนมองยิ่งนัก
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
เพื่อ เป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นชวนชมไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

ชวนชมเป็นพืชที่มีเนื้อเยื่ออ่อน เปลือกของลำต้นบาง ต้นและกิ่งก้านกลมมียางใส
จัดเป็นพืชในวงศ์ Apocynaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับลั่นทม
พืชในวงศ์นี้มีมากมายถึง 300 สกุลและมากกว่า 1,300 ชนิด มีทั้งไม้ล้มลุก ไม้เลื้อย ไม้พุ่มและไม้ยืนต้น
มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในป่าเขตร้อน
สำหรับชวนชมถูกจัดอยู่ในสกุล Adenium obesum มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา มีหลายชื่อ เช่น
Pink Bignonia , Mock Azalea , Desert Rose , Impala Lily , Kudu Lily และ Sabi Star
ลำต้น เป็นไม้เนื้ออ่อน อวบน้ำ ต้นและกิ่งเป็นลำกลม ผิวค่อนข้างเรียบสีเขียวอมเทา เปลือกบาง
แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ ส่วนโคนของลำต้นพองออกมีขนาดรูปทรงใหญ่เล็กแตกต่างกันไปเรียกว่า
" โขด " มีไว้สำหรับเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลของต้นโขดของชวนชมคือรากที่ใช้สะสมอาหาร
เช่นเดียวกับ เผือก มัน หรือพืชที่มีหัวทั่วไป มีลักษณะบวมออกเป็นหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน
หรือโผล่ขึ้นเหนือดินมีรูปทรงแตกต่างกันไป
ชวนชมซ้อน..(ชวนชมซาอุฯ) ไม้ไทยโกอินเตอร์
รูปภาพ

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 09 ต.ค. 2009, 23:21, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 10:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ต.ค. 2009, 04:39
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b45: :b45: :b45: ขอบคุณดอกไม้สวย ๆ และความรู้ค่ะ ^^


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ต.ค. 2009, 17:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

ขอบคุณป่าอ้อครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 17:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

โมกลา...โมกพวง
โมก....เป็นไม้มงคลโมก หรือ โมกข หมายถึง ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
ดังนั้น คนโบราณจึงเชื่อว่า หากปลูกต้นโมกเอาไว้ภายในบ้าน ก็จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์สะอาด
มีแต่ความสุขกายสุขใจ ปลอดภัย และรอดพ้นจากสิ่งอันจะนำความทุกข์ร้อน มาสู่คนในครอบครัว
ดอกของต้นโมกนั้น มีสีขาวสะอาด มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน
นอกจากจะให้ความสบายตาแล้ว ยังให้ความสบายใจอีกด้วย

บางคนเรียก ต้นโมก ว่า ต้นไม้พุทธรักษา เพราะว่า คนโบราณเชื่อกันว่า ต้นโมกนั้น
สามารถปกป้องคุ้มครอง ผู้เป็นเจ้าของให้ปลอดภัยจากศัตรู หรือสิ่งชั่วร้าย

โมก เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง มีหลายชนิด เช่น โมกลา โมกด่าง โมกซ้อน โมกพวง
เปลือกลำต้นสีค่อนข้างเข้ม มีจุดสีน้ำตาลอ่อนประตลอดลำต้น
ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็ก สีเขียวเป็นมัน ก้านใบสั้น
ออกดอกเป็นช่อขนาดเล็ก สีขาว กลิ่นหอม โคนกลีบดอกเชื่อมกันเล็กน้อย
กลีบดอก 5 กลีบ ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ตามปลายกิ่ง ช่อละ 5-7 ดอก
กลิ่นหอมเวลาเย็นและกลางคืน ปลูกได้ในแดดรำไรถึงแดดจัด
และเป็นไม้ที่ชอบน้ำ ปลูกชายน้ำหรือแช่กระถางในจานรองหล่อน้ำก็ได้
มักนิยมตัดแต่งเป็นทรงพุ่ม แต่หากปล่อยทรงอิสระต้นจะสูงได้ถึง 250 เซนติเมตร

รูปภาพ

เคล็ดปฏิบัติ
ควรลงมือปลูกต้นโมกในวันเสาร์ เพราะคนโบราณเชื่อว่า
ต้นไม้ที่ปลูกเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล ให้แก่บ้านควรจะปลูกในวันเสาร์ ต้นไม้จึงจะเจริญงอกงามดี
และมีอิทธิฤทธิ์ตามคุณของไม้ ซึ่งจะช่วยปกป้องคุ้มครองคุณ และครอบครัว
คุณควรจะปลูกต้นโมก ไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จึงจะเหมาะ

ตอน…อภิเษกหัสไชย ของสุนทรภู่ ตอนหนึ่งจาก…พระอภัมณี

ไปตามทาง หว่างเนิน เพลินประพาส
บ้างผลิดอก ออกช่อ อรชร
เข้าป่าสูง ฝูงนก วิหคร้อง
หอมดอกโมก โศกสุกรม ทั้งยมโดย
พนมมาศ ไม้งอก ซอกสิงขร
หอมเกสร เสาวคนธ์ ที่หล่นโรย
เสียงแซ่ซ้อง ลิงค่างครวญ ครางโหย
พระพายโชย ชื่นใจ ทั้งไพร่นาย....

รูปภาพ

ต้นโมกนี้..ป่าอ้อชอบที่สุด..ที่บ้านมีอยู่หลายต้น ใกล้ศาลาชายน้ำ...เวลาไปนั่งเล่นจะหอมมาก
และก็ทนค่ะ..น้ำท่วมประจำยังไม่ตายเลยค่ะ...หลังบ้านเป็นแม่น้ำนครชัยศรี...
อยู่ใกล้ๆ วัดดอนหวายค่ะ..ที่นี้จะน้ำท่วมประจำ :b55: :b55:

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แก้ไขล่าสุดโดย ป่าอ้อ เมื่อ 08 ต.ค. 2009, 18:59, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 18:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
โมกหลวง..ดอกจะคล้ายลีลาวดี


โมกหลวง
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Holarrhena antidysenterica Wal. Ex A.DC
อยู่ในวงศ์ apocynaceae
มีชื่อตามท้องถิ่นต่างๆดังนี้ โมกใหญ่(กลาง) พุด(กาญจนบุรี) พุทธรักษา(เพชรบุรี)
มูกมันน้อย มูกมันหลวง มูกหลวง โมกเขา โมกทุ่ง(เหนือ) ยางพุด(เลย) หนามเนื้อ(เงี้ยว/พายัพ)

โมกหลวง เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 8 *** 15 เมตร เปลือกเรียบ ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว
ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆตรงกันข้าม ใบมีรูปไข่ ปลายใบมนกว้าง 6-10 เซนติเมตร ยาว10-16 เซนติเมตร
ผิวใบสีเขียวแกมเหลือง ใต้ใบมีขนนุ่ม ส่วนช่อดอกก็มีขน โคนกลีบดอกติดกันเป็นหลอด
ปลายกลีบแผ่ออกเป็น 5 แฉก ดอกสีขาวเป็นช่อเล็กๆมีกลิ่นหอม

รูปภาพ

ผล เป็นฝักออกเป็นสองฝักคู่ กว้าง 6-7 มิลลิเมตร ยาว 20-30 เซนติเมตร
เมื่อแก่จัดจะแตกเป็นสองซีก ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด ยาวประมาณ 15 มิลลิเมตร
และมีขนสีนวลติดเป็นกระจุกที่ปลายเมล็ด ดังนั้นเมื่อแตกออกก็จะปลิวตามลมเป็นจำนวนมาก

ส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
คือ เปลือกต้น ซึ่งเปลือกที่มีคุณภาพดีต้องเก็บจากต้นที่มีอายุ 8-12 ปี และต้องไม่มีเนื้อไม้ติดมา
โดยเปลือกจะมีแอลคาลอยด์หลายชนิดคือโคเนสไซน์ เคอร์ไชน์ , เคอร์ชิไชน์ และอื่นๆ
ซึ่งถ้ามีอาการท้องเสียแบบบิดก็สามารถจะใช้เปลือกโมกหลวง เพื่อดูแลตนเองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ได้
โดยการนำเปลือกต้นโมกหลวงมาครึ่งกำมือ (6 -10 กรัม)
ผสมกับผลมะตูมแห้งอย่างละเท่าๆกัน รวมกับเปลือก รากทับทิมอีกครึ่งส่วน ตำให้เป็นผง
ผสมกับน้ำผึ้งทำเป็นลูกกลอนรับประทานครั้งละ 1-2 กรัม (ของยาที่ผสมแล้ว)
หรือต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง
เมื่อรับประทานแล้วอาการดีขึ้นให้รับประทานต่อจนกว่าจะหาย
แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์ใกล้บ้าน

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 18:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2009, 15:57
โพสต์: 188

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
โมกแดง...
โมกแดงหรือ WRIGHTIA DUBIA SPRENG อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE
เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูง 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม
รูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมเป็นติ่งยาว โคนมน
หลังใบเป็นมัน ท้องใบเรียบเห็นเส้นใบชัดเจน ใบดกและหนาแน่นดี
รูปภาพ
ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 3-5 ดอก
ดอกเป็นสีส้มอมชมพู หรือสีแดง มีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน
บริเวณโคนเป็นรูปกรวย มีเกสรตัวผู้ 5 อัน อยู่ด้านใน ดอกบานเต็มที่กลีบดอกจะบิด
บางชนิดพันธุ์ดอกจะมีกลิ่นหอมแปลกๆ คล้ายกลิ่นนมเปรี้ยว หรือ กลิ่นสาเหล้า

เวลามีดอกดกจะดูสวยงามมาก ดอกออกได้ เรื่อยๆ ผล เป็นฝักคู่ โคนฝักติดกัน
พอแก่แห้งจะแตกอ้าออก เห็นเมล็ดเป็นเส้น มีขนสีขาวเป็นพู่คล้ายปุยนุ่น
ที่ปลายสามารถปลิวตามลมได้ไกลไปตกที่ใดถ้าเมล็ดยังไม่ฝ่อ
เมื่อได้น้ำจากธรรมชาติ จะแตกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาเองได้
ซึ่งอาจเป็นไม้กลายพันธุ์ ดอกและต้นจะมีลักษณะแตกต่างไปจากพันธุ์เดิมได้

ขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ดและตอน เหมาะจะปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้าน
หรือปลูกเป็นไม้สมุนไพรเพื่อใช้ประโยชน์ทางยาตามที่กล่าวข้างต้น
ลักษณะเป็นไม้ชอบแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง
ดังนั้น บริเวณ ที่ปลูกต้องเป็นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึง หลังปลูกช่วงแรกต้องรดน้ำเช้าเย็น
พร้อมบำรุงปุ๋ยขี้วัวหรือขี้ควายแห้งกลบฝังดินรอบโคนต้น 10 วันครั้ง
เมื่อต้นตั้งตัวได้และเคยดินปล่อยให้อยู่เองได้
รูปภาพ
ในตำรายาแผนไทยระบุว่า
เปลือก เนื้อไม้ต้มน้ำดื่มช่วยป้องกันได้
ไม้ดอก ไม้ประดับบางชนิดนอกจากจะมีดอกสวยงาม มีกลิ่นหอมเป็นเสน่ห์แล้ว
ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรด้วย เพียงแต่คนทั่วไปไม่ทราบ
ซึ่งต้น โมกแดง ก็ถูกจัดอยู่ในจำพวกมีดอกสวย และมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรด้วย
เปลือกต้น กับ เนื้อไม้ของ โมกแดง
สามารถนำไปผสมกันปรุงเป็นยาขับระบบหมุนเวียนของเส้นโลหิตฝอยในร่างกายได้ดี ไม่แตกง่ายๆ
(ส่วนใหญ่ใช้ต้มดื่มโดยกะจำนวนเท่าๆกันพอประมาณ) เส้นโลหิตฝอยเราจะพบเห็นบริเวณปลายจมูก
เป็นเส้นแดงๆชัดเจนในบางคนบางทีพบที่หลังเท้า คนที่ผิวขาวจะดูง่าย

.....................................................
รูปภาพรูปภาพ
"สันติภาพมิได้เกิดจากสภาวะนิ่งเฉย หากแต่เกิดจากความเข้าใจ"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร