วันเวลาปัจจุบัน 25 มิ.ย. 2019, 15:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2008, 11:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2005, 04:18
โพสต์: 1867


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

โพธิญาณพฤกษา
พันธุ์ไม้ที่พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ประทับตรัสรู้


ต้นโพธิ์ (ต้นอัสสัตถะ)


ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ โคตมพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 28 พระนามว่า พระโคตมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรประพฤติทุกรกิริยาอยู่ 6 ปี จึงได้ประทับตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ควงไม้อัสสัตถะ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

“ต้นอัสสัตถะ” หรือ “ต้นอัสสัตถพฤกษ์” นั้น รู้จักกันดีในชื่อของ ต้นโพ, ต้นโพธิใบ, ต้นโพธิ์ หรือต้นพระศรีมหาโพธิ์ ชาวลังกาเรียกว่า Bohd tree และชาวอินเดียเรียกว่า Pipal

นับได้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในพระพุทธประวัติอีกชนิดหนึ่ง เพราะเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร ในระหว่างบำเพ็ญพรตเพื่อค้นหาพระสัจธรรมนั้น ได้ทรงเลือกนั่งประทับที่โคนต้นโพธิ์จนกระทั่งพระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาน คือ อริยสัจ 4 อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เมื่อวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6


แม้พระองค์จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ยังต้องทรงใช้พลังจิตรบกับพวกมาร (การเอาชนะกิเลสฝ่ายต่ำ) ก็โดยประทับอยู่ใต้โคนต้นโพธิ์อีกเช่นกัน เพราะต้นโพธิ์มีร่มเงาเหมาะแก่การพักพิงและบำเพ็ญพรตเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันต้นโพธิ์ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย แต่ว่าไม่ใช่ต้นเดิมแต่ครั้งพุทธกาล เป็นต้นที่แตกหน่อมาจากต้นเดิม และกล่าวกันว่า ต้นโพธิ์ที่พระพุทธองค์ประทับเพื่อรวบรวมพระหฤทัยให้บรรลุถึงสัจธรรมนั้น ได้ถูกประชาชนผู้มีมิจฉาทิฏฐิ และคนนอกศาสนาโค่นทำลายไปแล้ว แต่ด้วยบุญญาภินิหารเมื่อได้นำน้ำนมโคไปรดที่ราก จึงมีแขนงแตกขึ้นมาและมีชีวิตอยู่มาอีกนานก็ตายไปอีก แล้วกลับแตกหน่อขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต้นที่เหลืออยู่ในปัจจุบันนับว่าเป็นช่วงที่สี่แล้ว

ประวัติของต้นโพธิ์ทั้ง 4 มีดังนี้

ต้นโพธิ์ต้นแรก เป็นสหชาติเกิดขึ้นพร้อมกับวันที่พระโพธิสัตว์ประสูติ ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า สหชาติมี 7 ประการ คือ กาฬุทายีอำมาตย์, ฉันนะ, อานนท์พุทธอนุชา, พระนางพิมพา, ม้ากัณฑกะ, ขุมทรัพย์ 4 มุมเมือง และต้นอัสสัตถพฤกษ์ (ต้นโพธิ์)

ต้นโพธิ์นี้จะผุดขึ้นมาเองจากพื้นเป็นปาฏิหาริย์ หรือจะมีคนมาปลูกในวันนั้นพอดีก็สุดจะทราบได้ เป็นพันธุ์ไม้ที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงประทับตรัสรู้ พระองค์ได้รับการถวายหญ้า 8 กำ จากโสตถิยะพราหมณ์ เพื่อปูเป็นที่ประทับเมื่อใกล้รุ่งของวันเพ็ญ เดือน 6 จึงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว มีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ต้นโพธิ์ต้นนี้มีอายุมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 2 พระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ชาวพุทธผู้ยิ่งใหญ่ ทรงเคารพรักต้นโพธิ์เป็นอย่างยิ่ง จะเสด็จไปนมัสการต้นโพธิ์อยู่ตลอดเช้าเย็น พระมเหสีองค์ที่ 4 ของพระเจ้าอโศกมหาราช คือ พระนางติษยรักษิต (มหิสุนทรี) ไม่พอพระทัยที่พระเจ้าอโศกฯ เอาใจใส่ต้นโพธิ์มากเกินไป จึงได้ให้คนเอายาพิษเพื่อทำลายต้นโพธิ์

บางแห่งบอกว่า พระนางเอาเงี่ยงกระเบนมีพิษมาทิ่มรากต้นโพธิ์ จนต้นโพธิ์ตาย เมื่อพระเจ้าอโศกฯ ทรงทราบ ถึงกับทรงวิสัญญีภาพล้มสลบลง เสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ให้คนนำเอาน้ำนมโค 100 หม้อ ไปรดที่บริเวณรากของต้นโพธิ์ทุกวัน และพระองค์เองก็ทรงคุกเข่าที่ต้นโพธิ์นี้ พร้อมกับตั้งสัตยาธิษฐานขอให้มีหน่องอก ก็เกิดอัศจรรย์มีหน่อโพธิ์งอกขึ้นมา พระองค์จึงสั่งให้ก่อกำแพงล้อมรอบเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับต้นโพธิ์อีก แล้วพระองค์ได้นำมาปลูกเป็นต้นที่ 2 รวมอายุของต้นโพธิ์ต้นแรกประมาณ 352 ปี

ต้นโพธิ์ต้นที่ 2 มีอายุยืนมาจนกระทั่งกษัตริย์ชาวฮินดูแห่งแคว้นเบงกอล ใจทมิฬหินชาติ นามว่า พระเจ้าสาสังการ ได้มาพบกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ ก็ไม่พอพระทัยเนื่องเพราะพระองค์นับถือฮินดู จึงได้ให้คนทำลายต้นพระศรีมหาโพธิ์ และทำลายพระพุทธรูปในวิหารทั้งหมด แต่อำมาตย์ชาวพุทธไม่กล้าทำลายพระพุทธรูป จึงได้ใช้วิธีเอาแผ่นอิฐมาก่อเป็นกำแพงกำบังพระพุทธรูปไว้อย่างมิดชิด พร้อมกับตั้งประทีปโคมไฟบูชาไว้ภายในกำแพงที่กั้นปิดไว้ ภายหลังพระเจ้าสาสังกาได้รับผลกรรมเกิดแผลพุพองทั่วร่าง อาเจียนเป็นพระโลหิต และสิ้นพระชนม์อย่างอนาถ รวมอายุต้นโพธิ์ต้นที่ 2 ได้ 871 ปี ถึง 891 ปี

ต้นโพธิ์ต้นที่ 3 หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าปูรณวรมา กษัตริย์ชาวพุทธแห่งแคว้นมคธ ได้มาพบเห็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ล้มเช่นนั้น ก็เสียพระทัย จึงรับสั่งให้ทหารพร้อมด้วยชาวบ้านร่วมกันไปรีดน้ำนมโคได้ 1,000 ตัว ครั้นได้น้ำนมมาแล้ว พระองค์จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานรดน้ำนมนั้นลงตรงบริเวณหลุมต้นโพธิ์ต้นเก่าโดยรอบว่า ถ้ามาตรแม้นหน่อแห่งต้นโพธิ์ยังไม่งอกขึ้นตราบใด ข้าพเจ้าก็จักไม่ยอมจากไปจากสถานที่นี้โดยตราบนั้น ข้าพเจ้าขอยอมถวายชีวิตเพื่อบูชาอุทิศต่อพระศรีมหาโพธิ์ตลอดชั่วลมปราณ

ด้วยสัจจวาจากิริยาธิษฐานของพระองค์นี้นี่แล หน่อน้อยที่ 3 ของต้นโพธิ์ก็งอกขึ้นมาอย่างอัศจรรย์ พระองค์เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นหน่อน้อยงอกขึ้นมา ก็เกิดปีติโสมนัส จึงจัดการสร้างกำแพงล้อมต้นโพธิ์นั้นไว้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูเข้ามาทำลายได้อีกต่อไป ต้นโพธิ์ต้นที่ 3 นี้มีอายุยืนนานมากประมาณ 1,258 ถึง 1,278 ปี ก็ถูกพายุพัดโค่นล้มตาย

ต้นโพธิ์ต้นที่ 4 ในปี พ.ศ. 2423 ท่านนายพลเซอร์คันนิ่งแฮม ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนามาก ได้ขุดค้นพบพุทธสถานหลายแห่ง จนทำให้พระพุทธศาสนาเป็นที่รู้จักของชาวอินเดีย หลังจากลืมเลือนไปแล้วกว่า 800 ปี ได้เดินทางไปที่พุทธคยา พบกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ล้มอยู่ แต่ได้พบหน่อโพธิ์งอกอยู่ที่ใต้ต้นเดิม 2 หน่อ หน่อหนึ่งสูง 6 นิ้ว ได้ปลูกไว้ที่บริเวณต้นเดิม อีกหน่อหนึ่งสูง 4 นิ้ว แยกไปปลูกไว้ในที่ไม่ไกลจากต้นเดิมทางด้านทิศเหนือ ห่างกัน 250 ฟุต

ท่านนายพลเข้าใจว่าสถานที่ท่านนำต้นโพธิ์ต้นหลังไปปลูกนั้น เป็นสถานที่ที่พระตถาคตเสด็จประทับยืนทอดพระเนตรจ้องดูต้นโพธิ์ที่พระองค์ประทับตรัสรู้ตลอด 7 วัน ที่พวกเรานิยมเรียกกันว่า อนิมิสเจดีย์ แต่ความเห็นนี้ไม่ตรงตามพระบาลีและคนส่วนมากเข้าใจกัน เพราะตามพระบาลีนั้นกล่าวไว้ว่า อนิมิสเจดีย์อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นโพธิ์ อายุต้นโพธิ์ต้นนี้นับจากเริ่มปลูก ระหว่างปี พ.ศ. 2423-2550 รวมอายุได้ 127 ปี

รูปภาพ

รูปภาพ

ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้อธิบายเรื่องของต้นโพธิ์นี้ว่า “ต้นโพธิ์ตรัสรู้ที่เป็นหน่อของต้นเดิมที่คยา ได้ปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาล (ปลูกจากเมล็ด) ที่ประตูวัดพระเชตวัน โดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการตามความปรารภของอนาถบิณฑิกเศรษฐี และเรียกชื่อว่า อานันทโพธิ หลังพุทธกาลในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระนางสังฆมิตตาเถรี ได้นำกิ่งด้านขวาของต้นมหาโพธิที่คยานั้นไปมอบแด่พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงปลูกไว้ ณ เมืองอนุราธปุระ ในลังกาทวีป ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

ในประเทศไทยสมัยราชวงศ์จักรี พระสมณทูตไทยในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้นำหน่อพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระ มา 6 ต้น ในปี พ.ศ. 2357 โปรดให้ปลูกไว้ที่เมืองนครศรีธรรมราช 2 ต้น นอกนั้นปลูกที่วัดมหาธาตุ วัดสุทัศน์ วัดสระเกศ และที่เมืองกลันตัน แห่งละ 1 ต้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยได้พันธุ์ต้นมหาโพธิจากคยาโดยตรงครั้งแรก ได้ปลูกไว้ ณ วัดเบญจมบพิตร และวัดอัษฎางคนิมิตร”


ต้นโพธิ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Ficus religiosa L.” อยู่ในวงศ์ Moraceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ผลัดใบ แต่จะผลิใบใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว สูงประมาณ 20-30 เมตร มีเรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลม ลำต้นเป็นพูพอนเกลี้ยงเกลา มีรากอากาศ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจปลายใบเป็นติ่งแหลม ใบอ่อนสีเขียวอ่อนๆ พอแก่จัดใกล้ร่วงจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ผิวใบเกลี้ยงและเป็นมัน เนื้อใบค่อนข้างหนา ก้านใบเล็ก ดอกเล็กจำนวนมากอยู่บนฐานรองดอก ผลมีรูปร่างกลม สีชมพูอมม่วง พอแก่สีแดงคล้ำ ติดอยู่ตอนปลายๆ กิ่ง ขยายพันธุ์โดยเมล็ด และปักชำ

สรรพคุณด้านพืชสมุนไพรของต้นโพธิ์มีมากมายหลากหลาย อาทิ เปลือกใช้แก้เจ็บคอ แก้ปวดฟัน และรากฟันเป็นหนอง สมานแผล ห้ามเลือด แก้โรคหนองใน แผลเปื่อย กล้ามเนื้อช้ำบวม โรคผิวหนัง และใช้เป็นยาระบาย, รากใช้รักษาโรคเหงือกและโรคเก๊าต์, ผลใช้เป็นยาระบาย ช่วยย่อยอาหาร แก้กระหาย แก้โรคหัวใจ โรคหืด และช่วยขับพิษ, เมล็ดช่วยลดไข้ และแก้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ใบใช้รักษาโรคคางทูม โรคท้องผูก ท้องร่วง ส่วนยางใช้รักษาโรคหูด ริดสีดวงทวาร

ต้นโพธิ์นับว่าเป็นพืชที่มีอายุยืนมากชนิดหนึ่ง แต่เนื่องจากมีกิ่งก้านแยกสาขาออกจากลำต้นมาก จึงทำให้เกิดเชื้อราที่อาศัยความชุ่มชื้นจากน้ำฝนที่ขังอยู่ตามง่ามกิ่ง แผ่ขยายเข้าทำลายเนื้อไม้จนเราจะเห็นได้ว่าต้นโพธิ์ใหญ่ๆ มักเป็นโพรง ถ้าเป็นอย่างรุนแรงอาจทำให้ต้นโพธิ์ตายได้เหมือนกัน แต่โดยนิสัยการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต ก็ได้ช่วยสร้างให้โพธิ์มีผลมากและมีรสชาดที่นกชอบกิน เมื่อนกไปเกาะและถ่ายมูลที่ไหน เมล็ดก็จะงอกเป็นต้นเจริญงอกงามได้ทันที และบางทีก็จะแทงกระโดงจากรากที่ยังสดอยู่ ดังเช่นที่กล่าวอ้างจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับอยู่นั้นได้เช่นกัน ในบ้านเรานิยมปลูกโพธิ์ไว้ตามวัดวาอาราม และมีมากทีเดียวที่นำต้นอ่อนมาจากอินเดียและลังกา ตามวาระและโอกาสต่างๆ กัน มาปลูกไว้เป็นที่ระลึกไว้ตามวัดและสถานที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ

ปัจจุบัน ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดปราจีนบุรี

รูปภาพ
“ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ณ พุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ซึ่งยืนต้นอยู่เหนือพระแท่นวัชรอาสน์ ในปัจจุบันนับเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ หน่อหรือต้นที่ 4
โดยได้ชื่อว่าเป็นต้นโพธิ์ที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธ


:b8: รวบรวมและเรียบเรียงมาจาก...
(1) ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤษภาคม 2548 10:45 น.
(2) http://www.watthaibuddhagaya.com/


:b44: ประวัติ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ทั้ง ๔ ต้น ณ พุทธคยา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39333

:b39: พุทธสังเวชนียสถาน
: สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 04:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุด้วยครับท่านเวปมาสเตอร์ smiley smiley smiley

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


แก้ไขล่าสุดโดย วรานนท์ เมื่อ 25 พ.ค. 2010, 04:18, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2019, 10:31 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1708

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร