วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2021, 11:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2021, 14:55 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2017, 11:14
โพสต์: 55

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชื่อเต็มของท่านคือ บุดดันดะ อูเตชะนียะ ซึ่งคนทั่วไปมักนิยมเรียกท่านว่า หลวงปู่อูเตชะนียะ ท่านเกิดในตระกูลชาวพุทธ อาชีพทำนา เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2459 บิดาชื่อ อูเชวยี มารดาชื่อ ดอตินไมย บิดาของท่านถึงแก่กรรมเมื่อท่านอายุได้ 9 ปี ชื่อเดิมของท่านคือ หม่องตวิ่น ถิ่นกำเนิดคือ บ้านยวากะเล เมืองแล่ปะตัน จังหวัดปะโก แล้วไปเติบโตที่ เมืองฮันดาดะ จังหวัดปะโก ท่านมีพี่น้องอีก 4 คน ปัจจุบันเสียชีวิตหมดแล้ว ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 ในวัยเด็กมารดาของท่านไม่ค่อยจะมีโอกาสในการบำเพ็ญกุศลในพระพุทธศาสนา เพราะต้องรับภาระหนักในการเลี้ยงดูบุตรถึง 5 คน

เมื่ออายุ 14 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตามประเพณี ที่วัดพะหุเทวะนิมิตะเจตราม โดยมีพระอาจารย์ อู เวสวนะ เป็นผู้บวชให้ ที่บ้านยวากะเล จังหวัดปะโก เป็นเวลา 3 ปี ท่านได้เกิดธรรมสังเวช จึงขออนุญาตมารดา เพื่อบวชเป็นสามเณรต่อไป

อายุ 20 ปี ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดอิงกะปู เมืองอิงกะปู จังหวัดอิรวดี โดยมีพระอุปัชฌาย์ชื่อว่า อู วิจิตตะ และมีพระอาจารย์อูจาริตะ เป็นผู้สอนเรื่องพระธรรมวินัย ปาฏิโมกข์ และสังคหะ (อภิธรรม) จากนั้นได้ไปเรียนภาษาบาลีที่เมืองมัณฑะเล จังหวัดมัณฑะเล เป็นเวลา 3 ปี จนจบ

อายุ 36 ปี หลังจากบวชได้ 16 พรรษา หลวงปู่ได้เริ่มเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับอาจารย์อูชาคระ โดยฝึกหายใจเข้าออกแรงๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อทดลองดูแล้วไม่ถูกกับจริตนิสัยของท่าน และไม่เกิดปัญญา ท่านเรียนอยู่ได้ไม่นาน จึงได้เสาะแสวงหาอาจารย์ท่านอื่น จนได้พบกับท่านพระอาจารย์ญาณส่ากี ซึ่งนับเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงและคุณธรรมสูง และได้ให้ความเมตตาแก่หลวงปู่อย่างมาก ท่านเป็นที่เคารพนับถืออย่างมากของผู้คนทั่วไปในเวลานั้น สำนักของท่านอยู่ที่เมืองมะยางโก จังหวัดย่างกุ้ง หลวงปู่อูเตชนียะ ได้ฝึกหัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และพำนักอยู่ที่นี่เป็นเวลา 6 ปี ท่านกล่าวว่า “การปฏิบัติธรรมของท่านดีที่สุดเมื่อตอนอายุ 36 ปี คือในช่วงระยะเวลาแรกของปฏิบัติภาวนาของท่าน โดยท่านเน้นการปฏิบัติในการพิจารณาธาตุ 4 เป็นหลัก”

เมื่ออายุ 42 ปี ท่านได้กราบลาพระอาจารย์ญาณส่ากี เพื่อไปตั้งวัดด้วยตนเอง ในที่แห่งหนึ่งเขตเมืองมะยางโกเช่นกัน โดยตั้งชื่อวัดว่า วัดพุทธวาที และเริ่มสอนวิปัสสนากรรมฐานแก่พระภิกษุ สามเณร และศรัทธาญาติโยม ทั้งภายในและนอกประเทศ

เมื่อายุได้ 78 ปี ในปี พ.ศ. 2537 หลวงปู่ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นตำแหน่งอัครมหากัมมัฏฐานาจริยะ (อาจารย์สอนกรรมฐานสูงสุด) จากคณะสงฆ์ประจำประเทศเมียนมาร์ และได้ย้ายไปยังเมืองหังสะตะ ทำหน้าที่สอนศิษยานุศิษย์ในด้านปริยัติธรรม เป็นเวลานานพอสมควร

สายวิปัสสนากรรมฐาน นับแต่ปรมาจารย์สูงสุด และแรงบันดาลใจที่ทำให้หลวงปู่ปฏิบัติจนเกิดความแตกฉานในอรรถธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2021, 14:58 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2017, 11:14
โพสต์: 55

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แผนภูมิแสดงพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน

ด้านบนเป็นแผนภูมิพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่สำคัญที่ผ่านมาในประเทศพม่า ซึ่งพระอาจารย์เลดีสยาดอ ท่านมีลูกศิษย์คือ ท่านอู บะขิ่น ซึ่งเป็นฆราวาส (อู แปลว่านาย เป็นข้าราชการตวจสอบเงินแผ่นดิน) และท่านสะยาเตะ โดยท่านอู บะขิ่น สอนกรรมฐานให้ท่านอาจารย์โคเอนก้า ส่วนพระอาจารย์ญานะส่ากี (ลูกศิษย์ท่านสะยาเตะ) เป็นผู้สอนกรรมฐานให้แก่ หลวงปู่อูเตชนียะ เป็นเวลา 6 ปี ณ เมืองย่างกุ้ง

จากแผนภูมิด้านบน ประกอบกับเผยแพร่พระพุทธศาสนาจวบจนปัจจุบัน ถ้าเรามาพิจารณากันดูให้ดี ก็นับว่าน่าเคารพศรัทธา ชื่นชมในปรมาจารย์สูงสุดของสายกรรมฐานนี้ ผมหมายถึง พระอาจารย์เลดีสยาดอ เพราะท่านคงเป็นผู้มีสติปัญญาลึกล้ำ เป็นผู้มองการไกล ทำให้การเผยแพร่ศาสนาจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งฝ่ายคฤหัสถ์ และบรรพชิต ได้กว้างไกลทั่วโลก ขนาบไปในทั้งสองทิศ และเป็นอย่างมีประสิทธิภาพมาก

ในครั้งหนึ่ง มีฆราวาสชื่อว่า สยาโยเล ได้แต่งหนังสือชื่อว่า ฐิฐะธรรมะ ซึ่งเป็นหนังสือว่าด้วยวิธิปฏิบัติวิปัสสนาญาณทางลัด และได้มีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง นำเอาหนังสือเล่มนี้ไปพิมพ์แจกจ่าย เมื่อท่านญานะส่ากีได้รับ ก็นำเอาวิธีการเหล่านี้ ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ได้ผลปรากฏว่า สามารถเห็นสภาวะธรรมอย่างรวดเร็ว (สภาวะเกิด- ดับ ภายใน 10 นาที) โดยเพ่งไปที่กระหม่อม แล้วพิจารณาธาตุ ดิน- น้ำ- ลม- ไฟ- กลาปะ (กลาปะ เป็นสภาวะของธาตุทั้ง 4 รวมกัน มีอาการคล้ายขนลุก) จึงมีการเรียกประชุม และประกาศแก่บรรดาศิษยานุศิษย์ ทั้งหลายว่า ให้พากันปฏิบัติตามแนวทางนี้ 7 วัน และย้ำว่า ต่อไปนี้จะสั่งสอนลูกศิษย์ให้ปฏิบัติในทางวิปัสสนากรรมฐานในแนวนี้อย่างเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีอุบาสิกาอีกท่านหนึ่ง ชื่อว่า อู หล้า ฉุ่ย อยู่ที่ภูมิลำเนาจังหวัดระปูต้า เมื่อปฏิบัติตามแนวทางนี้แล้ว ก็ได้รู้เห็นธรรมเช่นเดียวกัน

เมื่อหลวงปู่อูเตชนียะ อายุย่างเข้า 36 ปี ขณะนั้นท่านบวชได้ 16 พรรษา ท่านมีลูกศิษย์ชื่อว่า มะตินจี่ (มะ แปลว่า นาง) ช่วงเวลานั้น นางมะตินจี่ มีครอบครัว และมีบุตรสาว ได้ปฏิบัติธรรม และได้เห็นสภาวะธรรม การเกิด-ดับ จึงได้ดำริออกจากกามคุณ และทางโลก จึงปรึกษากับสามีว่า ต่อแต่นี้ ขอให้อยู่กินกับแบบฉันท์พี่น้อง หรือฉันท์เพื่อน ซึ่งทางด้านสามีของนางก็เป็นคนมีจิตใจดี และมีความเข้าใจเห็นด้วยกับคำขอของนางผู้นี้ จึงอนุโมทนาและแสดงมุฑิตาจิตแก่นาง หลังจากนั้น นางมะตินจี่จึงออกปฏิบัติธรรมโดยมีการสร้างบ้านหลังเล็กๆ ในบริเวณบ้านเพื่อความสดวกต่อการปฏิบัติธรรม โดยมีลูกสาวคอยอุปัฎฐาก

นางมะตินจี่ ได้นำสภาวะธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติ มาเล่าถวายแก่หลวงปู่ ซึ่งในช่วงเวลานั้น หลวงปู่ยังไม่เข้าใจสิ่งที่นางนำมาเล่า แต่เมื่อนำมาเทียบเคียงกับพระอภิธรรมแล้วก็พบว่าตรงกับสิ่งที่ว่าไว้ในพระอภิธรรม ทำให้หลวงปู่ทราบว่าศิษย์ผู้นี้ถึงธรรมแล้ว เป็นผลให้หลวงปู่เกิดธรรมสังเวชที่ลูกศิษย์ตนมีความสามารถเห็นธรรมซึ่งท่านเองยังไม่เห็น ท่านจึงได้เร่งความเพียร จนได้เห็นสภาวธรรมเช่นกัน หลังจากนั้นท่านก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะไม่ลาสิกขาตลอดชีวิต ถวายตัวเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า และจะตั้งใจสั่งสอนผู้อื่นให้ได้รู้ธรรม เห็นธรรมเช่นกัน ซึ่งหลวงปู่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจอบรมธรรมะปฏิบัติแก่ศิษยานุศิษย์ ด้วยความเมตตายิ่งมาตลอดชั่วชีวิตของท่าน

ในครั้งหนึ่งได้นำภาพหลวงปู่อูเตชนียะ ซึ่งได้ถ่ายเอาไว้ในคราวที่ท่านมาเมืองไทยครั้งก่อน ไปให้ครูบาอาจารย์ท่านผู้มีความรู้มากผู้หนึ่งดู พอท่านหยิบภาพหลวงปู่ไปดู ท่านได้พูดขึ้นว่า “อ๋อ คงเป็นเพราะเหตุนี้กระมัง ที่มีผู้กล่าวว่า ต่อไปพระพุทธศาสนาจะไปเจริญรุ่งเรืองอยู่ในประเทศพม่า”

ฝากเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ เอาไว้เป็นอนุสสติแก่ทุกท่าน เผื่อในภายภาคหน้า จะมีคนรู้จัก หรือกล่าวขานถึงครูบาอาจารย์ที่น่าเคารพศรัทธาในสายประเทศพม่า ก่อนที่เรื่องราวต่างๆ จะเลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา...

CR. ไม่ทราบชื่อ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร