วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2018, 12:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2018, 12:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.พ. 2015, 15:40
โพสต์: 56

แนวปฏิบัติ: ไม่เจาะจงรูปแบบ
งานอดิเรก: ปั่นจักรยาน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ท่านแม่ครูนราวรรณ กุลธรชุติภาส
สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต
ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง


ปณามคาถาน้อมรำลึกถึง “คุณแม่ชีนราวรรณ กุลธรชุติภาส” ผู้ก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต ผู้ซึ่งเหล่าบรรดาศิษย์พร้อมใจกันกล่าวเรียกขานถึงท่านด้วยความเคารพเทิดทูนอย่างสูงว่า “ท่านแม่ครู” สำหรับเหล่าศิษย์แล้ว ความหมายของคำคำนี้แสดงออกถึงความรู้สึกเคารพเทิดทูนบูชาพระคุณท่านไว้เหนือเศียรเกล้า เพราะท่านคือ ครูผู้ชี้แนะสั่งสอนธรรม และท่านก็เปรียบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิดทางธรรม

ท่านแม่ครูเป็นชาวตรังโดยกำเนิด ท่านเป็นบุตรสาวคนโตของคุณพ่อซื่อท่ง แซ่แต้ และคุณแม่นาลกี้ เหรียญเซี้ยงฉิน ท่านถือกำเนิดในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2491 ท่านมีน้องอีก 4 ท่านคือ นายบุญลือ กุลธรชุติภาส นายสมชาย กุลธรชุติภาส นางเพียรเพ็ญ วงศ์วร และนายสรสิทธิ์ สิทธิชัย ตามลำดับ ท่านแม่ครูสนใจและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ท่านสังเกตเห็นถึงความไม่เที่ยงของชีวิตตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ แม้กาลเวลาผ่านไป ความสนใจและความศรัทธาในพระพุทธศาสนาในวัยเด็กของท่านก็มิได้เปลี่ยนแปลงไป ท่านยิ่งพัฒนาความรู้ความเข้าใจในสาระแห่งชีวิตมากขึ้นเป็นลำดับ จนเกิดความตั้งมั่นในพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา

ครั้นเมื่อท่านอายุได้ 34 ปี ในปี พ.ศ.2525 ท่านตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะหันหลังให้กับวิถีชีวิตทางโลก ในขณะนั้นท่านทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ที่กรุงเทพฯ ลักษณะงานของท่านทำให้ท่านเห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต เห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยเหตุนั้นท่านจึงเลือกที่จะหันหน้าเข้าสู่วิถีชีวิตทางธรรม โดยเข้าถือบวชครองสมณเพศ เป็นแม่ชีนราวรรณ กุลธรชุติภาส โดยมี พระอาจารย์สว่าง แห่งวัดนันทิการาม จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้บวชให้

ในปี พ.ศ.2526 ท่านแม่ครูได้เจอท่านพระอาจารย์ใหญ่ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาเถระ ธัมมาจริยะ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ ท่านแม่ครูเล่าสภาวะที่ท่านเห็นให้ท่านพระอาจารย์ใหญ่ฟัง ท่านพระอาจารย์ใหญ่จึงบอกว่า นั่นเป็นสภาวะของความเป็นอนัตตา ทำให้ท่านแม่ครูเข้าใจในสภาวะที่ปรากฏ หลังจากนั้นท่านแม่ครูก็ติดตามท่านพระอาจารย์ใหญ่ ขณะที่ได้ติดตามพระอาจารย์ใหญ่ ท่านได้รับการอบรมสั่งสอนในภาคปฏิบัติจากท่านพระอาจารย์ใหญ่จนกระทั่งแตกฉานในธรรม และได้รับการรับรองจากท่านพระอาจารย์ใหญ่ว่าเป็นผู้มีปัญญา สามารถเข้าถึงสภาวธรรมอย่างละเอียด จนท่านพระอาจารย์ใหญ่ไว้วางใจมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของท่าน ในงานด้านการเผยแผ่การปฏิบัติธรรมแก่เหล่าโยคีนักปฏิบัติในขณะนั้น
รูปภาพ

ท่านพระอาจารย์ใหญ่ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาเถระ ธัมมาจริยะ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ
ณ วัดภัททันตะอาสภาราม ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

ซึ่งปรากฏต่อมาในภายหลัง เมื่อท่านแม่ครูได้มาก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต ที่จังหวัดตรัง ท่านพระอาจารย์ใหญ่ก็ได้กล่าวรับรองให้ท่านแม่ครูเป็นวิปัสสนาจารย์หลักแห่งแดนภาคใต้ และหากโยคีศิษย์ของท่านพระอาจารย์ใหญ่ทางภาคใต้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปวิเวกอาศรม จังหวัดชลบุรี ก็สามารถส่งอารมณ์กับแม่ชีนราวรรณ ที่จังหวัดตรังได้

ท่านแม่ครูเป็นผู้ที่มีความกตัญญูต่อบ้านเกิด ท่านปรารถนาที่จะนำแก่นธรรมที่ได้เรียนรู้จากท่านพระอาจารย์ใหญ่ในด้านการปฏิบัติวิปัสสนามาเผยแผ่ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างแก่ผู้ที่สนใจแสวงหาธรรม จึงกลับมาตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตขึ้น ที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ในช่วงปี พ.ศ.2528-2529 ท่านแม่ครูได้ทำการก่อตั้งสำนักบนที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของครอบครัวกุลธรชุติภาสทั้งหมด 12 ไร่ แวดล้อมด้วยประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่

ช่วงบุกเบิกของการก่อตั้งสำนักในปี พ.ศ.2528 นั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องอาศัยศรัทธาอันตั้งมั่น จิตใจที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคนานาประการ อันได้แก่อาหารการกิน ความเป็นอยู่ ที่พักอาศัยและความปลอดภัยของโยคี แต่ท่านแม่ครูก็มุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของท่าน โดยเน้นการพึ่งพาตนเอง แล้วในที่สุดการก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตได้บรรลุผล โดยเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2529 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของท่านแม่ครู

ในยุคบุกเบิกนั้น ผู้บุกเบิกร่วมก่อตั้งสำนักทั้งสี่ท่านล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงสมัยนั้นยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งสี่ท่านจึงต้องอยู่กันตามธรรมชาติ พื้นที่ 12 ไร่ในขณะนั้น ส่วนใหญ่เป็นทุ่งโล่งเต็มไปด้วยหญ้าคา มีเพียงต้นยางต้นเล็กๆ ที่เพิ่งมาปลูกเป็นแถวเป็นแนว จึงยังไม่สามารถให้ร่มเงาแก่นักปฏิบัติได้ ท่านแม่ครูและคณะต้องอาศัยปฏิบัติธรรมกันในเรือนพักชั่วคราว โดยช่วยกันสร้างเป็นโรงเรือนเพิงหมาแหงน เพื่อหลบร้อนกันแดดกันฝนในช่วงกลางวันและกันน้ำค้างในช่วงกลางคืน

ในยามค่ำคืนก็อาศัยแสงสว่างจากตะเกียงเจ้าพายุ ถนนอันเป็นทางเข้าสำนักอยู่ในสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ในฤดูฝนถนนก็เป็นโคลนตม รถยนต์ผ่านไม่ได้ การเข้าออกเพื่อขนเสบียงจึงเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ชุดสีขาวของแม่ชีและโยคีนักปฏิบัติก็มักเลอะคราบโคลนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีความยากลำบากสักเพียงใด คณะของท่านแม่ครูก็มิได้ย่อท้อต่ออุปสรรค หากแต่ยังพากเพียรมุ่งปฏิบัติธรรมกันอย่างเต็มกำลัง โดยท่านแม่ครูได้พัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมเกร็ดความรู้และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อโยคีจักได้เข้าใจและเข้าถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อความดับทุกข์ได้

ต่อมา ได้มีการพัฒนาเป็นลำดับ เริ่มจากการก่อสร้างกุฏิที่พัก กุฏิหลังแรกอันเป็นประวัติศาสตร์ของสำนักสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 ด้วยความศรัทธาของนายบุญลือและนางศิริวรรณ กุลธรชุติภาส ปัจจุบันคือกุฎิหมายเลข 18 หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการสร้างอาคารสถานที่เพิ่มเติม มีการพัฒนาเรื่อยมา โดยมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง โยคีในยุคนั้นจะมีความใกล้ชิดกัน ช่วยเหลือกันในการปฏิบัติธรรม และเจริญสติตลอดเวลา เพราะต้องอาศัยการทำงานไปด้วย ปฏิบัติไปด้วย โดยการฝึกอิริยาบถย่อยจากการทำงาน ในยุคนั้นนักปฏิบัติส่วนใหญ่มักจะเป็นแม่ชีหรือเป็นผู้หญิง และมีวาสนาได้ใกล้ชิดท่านแม่ครู

ต่อมาในปี พ.ศ.2539 พระอาจารย์ประเสริฐ ฐานงฺกโร ได้เข้ามาที่สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต โดยท่านแม่ครูเป็นผู้ถวายความรู้ด้านวิปัสสนากรรมฐานให้กับพระอาจารย์ ต่อมาพระอาจารย์เป็นผู้ทำหน้าที่สืบทอดการสอนและเผยแผ่ธรรมะให้แก่โยคีผู้สนใจในธรรม และท่านก็ยังเป็นพระวิปัสสนาจารย์แห่งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตสืบต่อมาจวบจนทุกวันนี้

ท่านแม่ครูตั้งปณิธานมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือโยคี โดยเฉพาะผู้หญิง ให้มีโอกาสเข้าถึงธรรมอันสูงสุดในพระพุทธศาสนา ท่านอุทิศตนด้วยความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือแรงกายของท่าน เพื่อให้สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติอันเป็นไปเพื่อความดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง และด้วยปณิธานของท่านที่มุ่งหวังจะเป็น “ผู้ให้” แก่โยคีผู้แสวงหาธรรมทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจนท่านก็เมตตาให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกัน สำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตจึงไม่เคยมีตู้รับการบริจาคใดๆ ขอเพียงโยคีตั้งใจปฏิบัติธรรมอันเป็นไปเพื่อความดับทุกข์ถวายแก่ท่านเป็นปฏิบัติบูชาเท่านั้น ท่านแม่ครูอุทิศตนเพื่อเผยแผ่ธรรมะตลอดมา จวบจนวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2550 ท่านได้ละสังขารด้วยวัย 59 ปี

ท่านแม่ครูเมตตาก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิตขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมให้แก่โยคีผู้แสวงหาธรรม จักได้มีโอกาสเข้าถึงธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คณะศิษย์ขอน้อมสำนึกและระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านแม่ครู ผู้ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์แห่งธรรม และเป็นต้นแบบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิดในทางธรรมของเหล่าศิษย์ทุกคน

อนึ่ง ด้วยความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์ ทางคณะศิษย์จึงได้มีโอกาสร่วมมือร่วมใจกันจัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรม ศาลานราวรรณรำลึก เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการรำลึกถึงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณของท่านแม่ครู และจะมีการจัดงานสมโภชศาลานราวรรณรำลึกขึ้นในวันที่ 2-9 กรกฎาคม พ.ศ.2559 เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปีแห่งการก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต และเพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณของท่านแม่ครู

คณะศิษยานุศิษย์
10 มิถุนายน 2559

รูปภาพ

รูปภาพ
พระอาจารย์ประเสริฐ ฐานงฺกโร
พระวิปัสสนาจารย์แห่งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต
ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
บันทึกภาพ ณ อาคารปฏิบัติธรรม ศาลานราวรรณรำลึก


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหาประวัติมาจาก ::
หนังสือบทสวดมนต์พิธี งานสมโภชศาลานราวรรณรำลึก
และครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งสำนักวิปัสสนาพัฒนาทางจิต


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ต.ค. 2018, 10:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.พ. 2015, 15:40
โพสต์: 56

แนวปฏิบัติ: ไม่เจาะจงรูปแบบ
งานอดิเรก: ปั่นจักรยาน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




11380_resize.jpg
11380_resize.jpg [ 103.61 KiB | เปิดดู 58 ครั้ง ]
รู้อยู่ในความว่างจะเห็นว่าใจรู้กับความว่างแยกเป็นคนละส่วน ถ้าเข้าถึงบรรยากาศของความว่าง ใจรู้กับความว่างเป็นส่วนเดียวกัน ให้ใช้บรรยากาศของความว่างรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ
มิติธรรม ท่านแม่ครูนราวรรณ กุลธรชุติภาส
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร