วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2018, 11:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 12 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2018, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


ประชาสัมพันธ์บอกบุญ
ขอเชิญร่วมสร้างกุฏิสงฆ์และเสนาสนะอื่นๆ ที่วัดป่าไทรย้อย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากกุฏิเก่าหลายหลังชำรุดยังไม่มีปัจจัยมาใช้ซ่อมแซม และในหน้าฝนพอฝนตกลงมาน้ำจะท่วมขังบางพื้นที่ที่ตั้งกุฏิหลังเก่า และทางวัดมีความประสงค์จะสร้างกุฏิใหม่เพิ่มอีก และเสนาสนะอื่นๆ เช่น อุโบสถก็ยังสร้างไม่เสร็จ เทปูนได้แค่ฐาน เพราะขาดปัจจัยมาสร้างตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเณรน้อย ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์เก่าในสมัยนั้น พระพุทธรูปก็ยังไม่ได้หล่อ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปก็ยังสร้างไม่เสร็จ เทปูนได้แค่ฐานและเสา เพราะขาดปัจจัยตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเณรน้อยเป็นเจ้าอาวาสเหมือนกัน และศาลาธรรมสังเวชซึ่งใช้เป็นที่สวดพระอภิธรรมสำหรับงานฌาปนกิจศพก็ยังสร้างไม่เสร็จเพราะขาดปัจจัย แต่ตอนนี้ทางวัดป่าไทรย้อยต้องการสร้างกุฏิสงฆ์เพิ่มเติมใหม่ จึงขอเชิญชวนท่านทั้งหลายร่วมทำบุญสร้างกุฏิสงฆ์ หรือจะจัดเป็นผ้าป่า หรือกฐินนำไปร่วมทำบุญสร้างกุฏิสงฆ์ที่วัดป่าไทรย้อยก็ได้ หรือว่าท่านใดพอจะมีกำลังทรัพย์เป็นเจ้าภาพเดี่ยวสร้างกุฏิสงฆ์เองก็ได้ ถ้าท่านใดสนใจร่วมทำบุญสร้างกุฏิสงฆ์ ติดต่อพระไชยะเชฐ์ โทร.0924849959 หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารด้านล่างนี้

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาลาดพร้าว 101 บัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี : ไชยะเชฐ์ ยิ้มนิรันร์
เลขที่บัญชี 6391015871

แผนที่
https://goo.gl/maps/H3crjYb93yn


รูปด้านล่างเป็นกุฏิเก่าที่ชำรุดและมีน้ำท่วมขังในหน้าฝน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


แก้ไขล่าสุดโดย human เมื่อ 29 ก.ย. 2018, 22:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2018, 19:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปที่ 1เป็นที่ๆจะสร้างพระอุโบสถแต่ขาดปัจจัยได้แต่เทคานและเสา
รูปที่ 2 เป็นที่ๆ จะสร้างวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปแต่ขาดปัจจัยได้แต่เทคานและเสา
รูปที่ 3 อาตมาไม่ทราบว่าจะเป็นห้องน้ำหรือเปล่า แต่ว่าเก่าและชำรุด
รูปที่ 4-5 เป็นกุฏิที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วมีภิกษุจำวัดอยู่

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2018, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปที่ 1 เป็นพื้นที่ๆ จะสร้างกุฏิหลังใหม่แต่ในหน้าฝนพอฝนตกลงมาน้ำจะท่วมขัง
รูปที่ 2 ศาลาธรรมสังเวชที่ยังสร้างไม่เสร็จ
รูปที่ 3-4 เป็นกุฏิของเจ้าอาวาสองค์เก่า

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2018, 19:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


ห้องน้ำห้องส้วม ประตูห้องน้ำหลายห้องกลอนประตูหลุดหรือมือจับหลุด

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2018, 19:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปที่ 1-3 ศาลาการเปรียญ
รูปที่ 4-5 โรงครัว

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ย. 2018, 19:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปที่ 1 ศาลาสร้างใหม่
รูปที่ 2 ศาลาประชาคม
รูปที่ 3 เมรุเผาศพ
รูปที่ 4 แท้งค์น้ำหมู่บ้าน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ย. 2018, 19:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปอื่นๆ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2018, 19:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


ประวัติหลวงพ่อเณรน้อย วัดป่าไทรย้อย ปราจีนบุรี

"หลวงพ่อเณร" คือ สามเณรที่ถูกเรียกว่าหลวงพ่อ ด้วยเหตุที่ว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นเณรแต่มากด้วยบารมี คนจึงเรียก "หลวงพ่อเณร" ซึ่งมีอยู่เกือบทุกภูมิภาค หากขึ้นไปทางเหนือ หลวงพ่อเณรที่เลื่องชื่อมากที่สุด คือ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร วัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ จ.เชียงราย เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทย พม่า ลาว และจีน
นอกจากนี้แล้ว ยังมีหลวงพ่ออีกหลายรูป ที่เป็นหลวงพ่อทั้งๆ ที่ยังเป็นเณร แม้ว่าอายุครบบวชพระ และถูกตั้งเป็นเจ้าอาวาสแล้ว แต่คนยังเรียกว่าหลวงพ่อเณรอยู่ดี เช่น หลวงพ่อเณร วัดแหลมสมอ ต.เขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ หลวงพ่อเณร วัดทุ่งเศรษฐี ถนนบางนา-ตราด กทม. พระปลัดนิสิต ฐานสมฺปนฺโน (หลวงพ่อเณร) วัดซับน้อย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ พระครูปลัดบุญลือ ชยากโร (หลวงพ่อเณรน้อย) วัดป่าไทรย้อย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รวมทั้ง พระราชพิพัฒน์โกศล เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามราชวรวิหาร บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. แม้ว่าจะเป็น ท่านเจ้าคุณ แล้ว แต่ลูกศิษย์ก็ยังเรียก "หลวงพ่อเณร"
"อาตมาภาพเคยถูกจับ เพราะโยมชอบมาขอหวย อาตมาให้ไปส่งๆ โดยไม่ได้มีญาณวิเศษอะไร แต่ดันไปตรงกับเลขท้ายของหวยรัฐบาล ใครมาก็ให้เรื่อยไป จนกระทั่งถูกตำรวจจับข้อหาให้หวย ที่ สน.วัดพระยาไกร โดย พ.ต.อ.วิน เพชรการ หลังจากคุมขัง ๒-๓ ชั่วโมง ก็ถูกปล่อยตัวออกมา เพราะยังเป็นเยาวชนอยู่ ขณะเดียวกัน ไม่ได้ตั้งข้อหาให้หวย จากนั้นก็ถูกส่งไปอยู่ที่วัดอินทรประชาราม อ.บ้านนา จ.นครนายก ก็ยังมิวายคนตามไปขอเลขกันอีก ขอไปขอมาจากที่เรียกว่า เณรโกศล ก็กลับกลายเป็นเรียก หลวงพ่อเณร ทั้งๆ ที่อาตมามีอายุเพียง ๑๔ ปีเท่านั้น และก็เรียกมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะเป็นเจ้าคุณชั้นราชแล้วก็ตาม เกือบ ๒๐ ปีของการเป็นพระราชาคณะชั้นราช มีลูกศิษย์เรียกว่า เจ้าคุณเพียงไม่ถึง ๒๐ ครั้ง ส่วนใหญ่จะเรียวกว่า หลวงพ่อเณร" นี่คือคำบอกเล่าของ หลวงพ่อเณร

หลวงพ่อเณร บอกว่า เมื่อได้รับถวายปัจจัยจากญาติโยม เพื่อสร้างศาสนสถานอะไรก็ตาม พระหรือวัดต้องรับดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้องยึดโครงการหลักให้เสร็จก่อน เมื่อญาติโยมเห็นก็เกิดความศรัทธา และความศรัทธานี่แหละเป็นสิ่งสำคัญของพระ ที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้
ทั้งนี้ จะระลึกถึงคำสอนของ หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทานฯ อยู่เสมอๆ ว่า ทุกคนนั้นมีบารมี แต่การใช้บารมีเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมนั้นขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พระต้องยึดเป็นหลักปฏิบัติ เพื่อสร้างศรัทธาจากญาติโยม มีอยู่ ๓ ประการ คือ

๑.การครองตน คือ มีความประพฤติ และปฏิบัติตน ประกอบไปด้วยคุณธรรม ควรแก่การยกย่อง สร้างตัวเองให้เป็น ๒.การครองคน คือ มีความสามารถในการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น สามารถจูงใจให้เกิดการยอมรับ และให้ความร่วมมือ และ ๓.การครองงาน คือ การมีความสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ และงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดี อะไรควรทำก่อนหลัง
"การปฏิสันทานสนทนากับญาติโยม ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมิใช่น้อย โดยต้องยึดหลัก ๔ ประการที่ที่ว่า ๑.ต้องตั้งใจสนทนา ช่วยได้หรือไม่ได้ ต้องรับฟังไว้ก่อน ๒.เจรจาไพเราะ เพราะคำพูดเปรียบเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ๓.ปะเหมาะเอื้อเฟื้อ และ ๔.ช่วยเหลือตามควร ตามที่ช่วยได้ ไม่ใช่ตั้งท่าปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดคุยอะไรเลย" หลวงพ่อเณร กล่าว
ทุกวันนี้ แม้ว่าหลวงพ่อเณรไม่ได้ให้หวยเหมือนเมื่อครั้งที่ยังเป็นเณรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมิวายมีคนมาหาตัวเลขจากหลวงพ่อเณรเสมอๆ ทุกครั้งที่ถึงวันฉลองครบรอบวันเกิด ทั้งอายุปีเกิด อายุพรรษา จะถูกนำไปตีเป็นเลขเด็ดเสมอ

ขณะเดียวกัน หากมีกิจนิมนต์ ต้องใช้รถไปงานปลุกเสกวัตถุมงคล หรือไปรับนิมนต์ให้ไปฉันเช้าหรือเพล ญาติโยมก็จะนำทะเบียนรถไปซื้อหวยเสมอ ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับพระเกจิอาจารย์อื่นๆ ที่ลูกศิษย์เอาตัวเลขที่เกี่ยวข้องไปตีเป็นหวย
แม้ว่าหลวงพ่อเณรจะเลิกให้หวยแล้ว แต่มีคาถาบทหนึ่ง ที่หลวงพ่อเณรบอกและยืนยันว่า "คาถาหัวใจเศรษฐีถ้าท่องได้ และทำตามได้ ไม่ต้องเล่นหวยรวยกันได้ทุกคน รวยกันถ้วนหน้า"
คาถาที่ว่า สั้นๆ ๔ ตัว คือ "อุ อา กะ สะ" ทั้งนี้ หลวงพ่อเณรอธิบายให้ฟังว่า คาถาเศรษฐีที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน และมีปราชญ์สรุปไว้เป็นคำย่อว่า
"อุ อา กะ สะ" นั้น แต่ละตัวมีความหมาย คือ อุ มาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา คือ พร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร ในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือจำง่ายๆ ว่า ขยันหา
อา มาจากคำว่า อารักขสัมปทา คือ การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ได้มาโดยชอบธรรม หรือจำง่ายๆ ว่า ขยันเก็บ
กะ มาจากคำว่า กัลยาณมิตตา คือ การคบหาสมาคมกับคนดีมีคุณธรรม มีน้ำใจ และเป็นเพื่อนที่ไม่พาไปผลาญทรัพย์ หรือจำง่ายๆว่า เลือกคบ
และ สะ มาจากคำว่า สมชีวิตา คือ การใช้จ่ายอย่างประหยัดพอเพียง ใช้ชีวิตสมถะ ไม่ฟุ่มเฟือย สรุปแล้ว ๔ คำจำง่ายๆ คือ "ขยันหา ขยันเก็บ เลือกคบ เลือกใช้"

ชาติภูมิหลวงพ่อเณร
โกศล สิริพรหมคุณ เป็นชื่อและสกุลเดิมของ พระราชพิพัฒน์โกศล เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามราชวรวิหาร หรือ หลวงพ่อเณร อายุ ๕๙ ปี พรรษา ๓๙ เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๔๙๓ ณ ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของ นายมังกร นางทองสุข ทั้งนี้ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๖ ในราชทินนาม พระราชพิพัฒน์โกศล
บรรพชาเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ณ วัดดอนยานนาวา เขตยานนาวา กทม. โดยมี พระครูกัลยาณวิสุทธิ์ อดีตเจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ณ วัดอินประชาราม ต.บ้านพร้าว อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยมี สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปณฺณสิริมหาเถร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กทม. เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมวรนายก (สมบูรณ์ จนฺทกเถร) วัดอุดมธานี จ.นครนายก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระธรรมเสนานี (กลม กมลเถร) วัดพระเชตุพนฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
วิทยฐานะ พ.ศ.๒๕๐๗ สำเสร็จชั้น ม.๓ จาก โรงเรียนบาลีสาธิต มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดพระเชตุพนฯ กทม. พ.ศ.๒๕๓๑ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.๒๕๒๘ ได้รับปริญาญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์) จาก มหาวิทยาลัยแวสเตอร์แปซิฟิก เมืองฮอโนลูลู รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา และ พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาสังคมศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เรื่อง / ภาพ "ไตรเทพ ไกรงู"


----------------------------
ที่มา:คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2008/10/09/x ... _id=225064
ที่มา https://palungjit.org/threads/หลวงพ่อเณร-เป็น-หลวงพ่อตั้งแต่ยังเป็นเณร.152702/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2018, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


10 อานิสงส์สร้างกุฎีวิหาร

......ในกาลครั้งนั้น สมเด็จพระบรมศาสดา เสด็จประทับอยู่ ณ ลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม พระองค์เที่ยว
โปรดเวไนยสัตว์ให้ได้มรรค ๔ ผล ๔ ในครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสาร ได้ครองราชสมบัติที่กรุงราชคฤห์ก็มี
จิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า แล้วก่อสร้างกุฎีวิหารในพระราชอุทยานเวฬุวัน สวนป่าไม้ไผ่ ให้
เป็นวัดแรกในพุทธศาสนาถวายแก่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าพร้อมกับภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป พร้อมกับถวาย
ภัตตาหารเป็นสังฆทานสมเด็จพระบรมศาสดา พร้อมกับภิกษุสงฆ์เสร็จภัตตากิจแล้ว พระเจ้าพิมพิสาร
ทูลถามว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญสาธุชนทั้งหลายมีใจศรัทธา ปสันนาการ เลื่อมใสมาก่อสร้างกุฎี
วิหารถวายเป็นสังฆทานนั้น จะได้ผลานิสงส์เป็นประการใด ขอให้พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนา
ให้ข้าพุทธเจ้า พร้อมบริษัททั้งหลายให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า องค์สมเด็จพระบรมศาสดา
ทรงแสดงพระธรรมเทศนาว่า ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภาร บุคคลผู้ใดมีจิตศรัทธาเลื่อมใสพระ
รัตนตรัยแล้วก่อสร้างกุฎีวิหารศาลาคูหาน้อยใหญ่ ถวายเป็นทาน จะประกอบด้วยผลอานิสงส์มาก เป็น
อเนกประการนับได้ถึง ๔๐ กัลป์

พระองค์ทรงนำอดีตนิทานมาเทศนาต่อไปว่า อดีต ในอดีตกาลล่วงมา
แล้ว พระพุทธเจ้ายังมิได้อุบัติบังเกิดในโลกยังศูนย์เหล่าอยู่สิ้นกาลช้านานในระหว่างนั้นพระปัจเจกโพธิ
เจ้าทั้งหลายก็ได้บังเกิดตรัสรู้ในโลกนี้ เมื่อพระปัจเจกโพธิเจ้าก็อาศัยในป่าหิมพานต์ อยู่มาวันหนึ่งมี
ความปรารถนาเพื่อจะมาใกล้หมู่บ้านอันเป็นว่านแคว้นกาสิกราชมาอาศัยอยู่ในราวป่าแห่งหนึ่งแถบใกล้
บ้านนั้นมีนายช้างคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านนั้น ก็ไปป่ากับลูกชายของตน เพื่อจะตัดไม้มาขายกินเลี้ยงชีพ
ตามเคย ก็แลเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พ่อลูกสองคนก็เข้าไปใกล้น้อมกายถวาย
นมัสการแล้ว ทูลถามว่าข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าจะไปไหน จึงมาอยู่ในสถานที่นี้ พระปัจเจกโพธิจึงตอบว่า
ดูกรอาวุโส บัดนี้จวนจะเข้าพรรษาแล้ว อาตมาเที่ยวแสวงหากุฏีวิหาร ที่จะจำพรรษา นายช่างก็อาราธนา
ให้อยู่จำพรรษาในที่นี้พระปัจเจกโพธิ ทรงรับด้วยการดุษณียภาพสองคนพ่อลูกก็ดีใจ จึงขออาราธนา
พระผู้เป็นเจ้าเข้าไปสู่เรือน ถวายบิณฑบาตทานแก่พระปัจเจกโพธิสองคนพ่อลูกก็เที่ยวตัดไม้แก่นมาทำ
สร้างกุฎีวิหารที่ริมสระโบกขรณีใหญ่ และทำที่จงกรมเสร็จแล้วขออาราธนา พระผู้เป็นเจ้าจงอยู่ให้เป็น
สุขเถิดพระเจ้าข้า

ครั้นพระปัจเจกโพธิได้รับนิมนต์แล้ว สองคนพ่อลูกตั้งปฏิธานความปรารถนา ขอให้
ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์ยากไร้เข็ญใจ และขอให้ข้าพเจ้าทั้งสองนี้ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพผู้ประเสริฐองค์
หนึ่งเถิด พระปัจเจกโพธิก็รับอนุโมทนาซึ่งบุญ นายช่างสองคนพ่อลูกอยู่จนสิ้นอายุขัยแล้วก็ทำกาลกริริ
ยาตายไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานทองเป็นที่รองรับ และเทพอัปสรแวดล้อมเป็นบริวาร
เสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์สิ้นกาลช้านานจุติจากสวรรค์นั้นแล้วก็ไปบังเกิดเป็นราชบุตรของ
พระเจ้าสุโรธิบรมกษัตริย์ในเมืองมิถิลามหานคร ทรงพระนามว่ามหาปนาทกุมาร ๆ เจริญวัยขึ้นได้
เสวยราชสมบัติ เป็นพระยาจักรพรรดิราช ด้วยอานิสงส์ที่ได้สร้างกุฎีวิหารถวายเป็นทานแก่
พระปัจเจกโพธิ ครั้นตายจากชาติเป็นพระยามหาปนาทแล้ว ก็เวียนว่ายตายเกิดในมนุษย์สมบัติสวรรค์
สมบัติ แล้วก็มาเกิดเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ ๘๐ โกฎิอยู่ในภัททิยนคร ชื่อว่า ภัททชิ ก็ได้ปราสาท ๓ หลัง อยู่
ใน ๓ ฤดู ครั้นเจริญวัยได้บวชในศาสนาสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในศาสนาของตถาคตดังนี้แล ส่วน
เทพบุตรองค์พ่อนั้น ยังเสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์ช้านานจนถึงศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ลงมาตรัส
สัพพัญญู เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในมนุษย์โลก ได้จุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ พระอัครมเหสีสมเด็จ
พระเจ้ากรุงเกตุมวดี ทรงพระนามว่าสังขกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วก็ขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงพระนาม
ว่าสมเด็จพระเจ้าสังขจักรบรมกษัตริย์ มีทวีปน้อยใหญ่เป็นบริวาร พระองค์จึงได้สละราชสมบัติบ้าน
เมืองออกไปบรรพชา ในสำนักพระศรีอริยเมตไตรย์ กับทั้งบริวาร ๑ โกฎิ ก็ได้ถึงอรหันต์ได้เป็นอัคร
สาวกเบื้องขวา ทรงพระนามอโสกเถระ ก็ด้วยอานิสงส์ได้สร้างกุฎีให้เป็นทานนั้นแล อันเป็นบุญให้ถึง
ความสุข ๓ ประการ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ

ที่มา
http://www.84000.org/anisong/10.html


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2018, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ




หลวงปู่นาค วัดป่าไทรย้อย จ.ปราจีนบุรี

หลวงปู่นาค ถือว่าเป็นพระเกจิอีกรูปหนึ่งที่อายุร้อยกว่าปี ปัจจุบันนับว่าหายากที่จะบวชตั้งแต่เป็นเณรใฝศึกษาจนร้อยกว่าปี หลวงปู่นาคเดิมบวชเป็นเณรที่วัดเกาะจันทร์ จ.ฉะเทริงเทรา ถิ่นกำเนิดเป็นคนฉะเทริงเทราตั้งแต่กำเนิด ขณะที่บวชอยู่วัดเกาะจันทร์ หลวงปู่นาคนับว่าเป็นพระเกจิที่ไม่หยุดนิ่ง เดินสายร่ำเรียนวิชากับเกจิยุคนั้นมาหลายต่อ หลายนับ อาทิ หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา อื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่หลวงปู่นาคท่านชื่นชมและยกย่องก็จะเป็น หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ที่ท่านเคารพและนับถือที่สุด สมัยนั้นเป็นที่รู้กันดีว่า หลวงพ่ออี๋ไม่ให้ใครใกล้ชิดง่าย ๆ แต่เป็นที่รู้ของชาวบ้านแถวสัตหีบ ว่าพระองค์นี้แน่จริง ไม่อย่างนั้นหลวงพ่ออี๋ไม่สอนใครง่าย ๆแล้วท่านยอมและสอนวิชาให้หลวงปู่นาคได้อย่างไร

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน สมัยนั้นยากมาก ที่จะเข้าไปใกล้ชิด และจะให้หลวงพ่ออี๋สอนวิชาให้ เพราะว่ายุคนั้น ต้องยอมรับว่า หลวงพ่ออี๋เป็นเกจิที่โด่งดังระดับประเทศก็ว่าได้ โดยเฉพาะปลัดขลิกของท่านที่รู้จักกันดี เกจิหลายต่อหลายรูป จากเหนือจรดใต้ ต้องผิดหวังเมื่อเอื้อนเอ่ยวาจาฝากตัวเป็นศิษย์ ในตอนนั้นกว่าหลวงปู่นาค จะได้มาเรียนวิชาได้ โดนหลวงพ่ออี๋ลองวิชาเรียกว่าได้ซะ หมดเปลือก แต่ที่กล่าวขานและยอมรับว่าเป็นศิษย์ ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องแกะปลัดขลิกด้วยมือเปล่า เรื่องมีอยู่ว่าวันนึง หลวงปู่นาคก็เดินทางไปหาหลวงปู่นาคเช่นเคย พอได้จังหวะหลวงปู่นาคได้เอื้อนเอ่ยถามหลวงพ่ออี๋ว่า จะให้ฉันมาจำพรรษากับหลวงพ่อได้หรือยัง ฉันอย่างเรียนวิชากับหลวงพ่อจะตายอยู่แล้ว หลวงพ่ออี๋ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วก็หยิบไม้เขยตายมาหนึ่งท่อน ที่วางอยู่ข้าง ๆ โยนให้แล้วบอกว่า ไหนลองเขามือแกะปลัดขลิกให้ดูหน่อย ถ้าทำได้ก็มาจำพรรษาด้วยกันเลย พูดจบท่านก็หัวเราะ หลวงปู่นาคได้ยินอย่างนั้นก็ไม่อยู่เฉย รีบหยิบไม้เขยตายกำด้ยยสองมือเปล่า พร้อมเป่า ไม่นานจากนั้นหลวงปู่นาคก็แบบมือออกมา ให้หลวงพ่ออี๋ดูถึ่งกับอึ้งกันทั้งกุฎิ จากไม้เขยตายตรง ๆ หนึ่งท่อน กลายเป็นปลิกขลิกตัวเล็ก 5 ตัว ผู้เขียนได้ฟั่งเรื่องเล่ายังขนลุก จากนั้นหลวงปู่นาคก็ได้จำพรรษาและเรียนวิชากับหลวงพ่ออี๋ถึง 8 ปี ก่อนกลับมาจำพรรษาที่วัดเกาะจันทร์เหมือนเดิม เรื่องนี้ยังเป็นที่ติดปากของชาวบ้านตลอดมา และยังเป็นที่รู้จักชื่อเสียงของหลวงปู่นาคตลอดมา

เสกเสร็จแม่พิมพ์แตก
ก็ยังเป็นเรื่องอัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ ที่เกิดขึ้นระหว่างพิธีพุทธาภิเษกรุ่นแรกของท่านในเมื่อก่อนเริ่มพิธี หลวงปู่ให้นำแม่พิมพ์ใส่เข้าไปในลังวัตถุมงคลด้วย เสกเอาฤกษ์เอาชัย เสกเสร็จค่อยทำลาย จากนั้นเรื่องไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้นหลังจากพิธีผ่านไปอย่างราบรื่น ลูกศิษย์ลูกหาก็ช่วยกันเก็บของ และก็นำแม่พิมพ์ออกมาทำลายพอเปิดลังมาก็พบกับความประหลาดใจ ไม่รู้จะมองหน้าใคร หันไปมองหน้ากันเอง งง ๆ แม่พิมพ์เกิดร้อยร้าวฝ่าไปบนเหรียญ ก่อนหน้านี้เห็นกันทุกคน ในวันนั้นผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ขนลุกครับ เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องติดอกติดใจของลูกศิษย์ ที่ไปร่วมพิธีพุทธาพิเษกว่า นั่นเป็นเพราะว่าจิตหลวงปู่ที่แข็ง? หรือว่าเป็นเพราะเหล็กที่ทำแม่พิมพ์เกิดการชำรุดและลั่นร้าวในเวลานั้นเอง

หลวงปู่นาค กิติปัญโญ วัดป่าไทรย้อย จ.ปราจีนบุรี ยอดตำนาน มหามนต์ 103 ปี โดยทางวัดป่าไทรย้อยได้มีดำริในการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรกหลวงปู่นาคขึ้นเป็น ครั้งแรก มีรายละเอียดการจัดสร้างดังนี้

1.เหรียญรุ่นแรกเนื้อเงิน จัดสร้างเพียง 99 เหรียญ
2.เหรียญรุ่นแรกเนื้ออัลปาก้า จัดสร้างเพียง 999 เหรียญ
3.เหรียญรุ่นแรกเนื้อทองระฆัง จัดสร้างเพียง 1999 เหรียญ

จัดสร้างที่น้อยมากๆ โดยในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นเหรียญที่เกิดประสบการณ์กับผู้บูชาโดยมี
เรื่องบอกเล่า
จากสาธุชนศิษย์หลวงปู่นาค ดังนี้
รอด!!! เพราะเหรียญรุ่นแรก
ก็ ยังเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อีกเรื่องนึงก็ว่าได้ ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เคารพหลวงปู่คนนึงในพื้นที่ปราจีนบุรี ขณะที่ขับรถส่งมันเข้าตลาดไททุกวัน ในช่วงเวลาตีสามของเช่นเคย โดยเป็นเรื่องปกติที่ต้องไปส่งมัน แต่วันที่เกิดเหตุนั้นได้มีการควบกะแทนเพื่อนในรอบแรกผ่านไปด้วยดีไม่มีอะไร เกิดขึ้น รอบที่สองเกิดหลับใน รถตกไปในไร่ชนต้นไม้ใหญ่ คนขับไม่แน่ใจว่ารถคว่ำด้วยหรือเปล่า เพราะสภาพรถยับเยินมาก รถเละเทะจนดูไม่ออก เบาะหลังมาติดเบาะหน้าเบาะทางซ้ายมาติดเบาะทางด้านขวา กระโปรงหน้ากับหลังเกือบติดกันเลย ห่างกันไม่ถึงเมตรเว้นไว้ให้คนขับหน่อยเดียว คนขับไม่น่ารอดแต่ด้วยบุญกุศลที่พอมีอยู่บ้าง กับบุญฤกษ์ และอิทธิฤทธิ์ของเหรียญรุ่นแรกหลวงปู่นาคที่ห้อยคออยู่ ทำให้เชื่อว่า รอด!!! เพราะเหรียญรุ่นแรก
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่เกิดจากเหรียญรุ่นแรกที่สาธุชนศิษย์หลวงปู่นาคได้กลับมาบอกเล่ากันที่วัด

ที่มา
http://www.g-pra.com/auctionc/view.php?aid=14397240
http://www.nongwatpramai.com/product.de ... th_4358108
http://www.guaranteepra.com/webboard/sh ... &No=264178


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2018, 09:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
Eric99 และครอบครัว กองทุนรวมเอรากอน ผลิตภัณฑ์เรจิน่า ร่วมสร้างกุฏิสงฆ์และเสนาสนะอื่นๆ ที่วัดป่าไทรย้อย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในวันที่ 27 กันยายน 2561


ขอให้ท่านทั้งหลายที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้จงเจริญในธรรม จงเจริญด้วยอายุ วรรณ สุข พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ คิดสื่งใด กระทำสิ่งใด ที่ประกอบชอบด้วยธรรม ขอให้สำเร็จสมหวังตามความปรารถนาทุกคนทุกท่านเทอญ.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2018, 19:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2006, 12:37
โพสต์: 235

อายุ: 48
ที่อยู่: 291 วัดบึงทองหลาง ซ.ลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ ฯ 10240

 ข้อมูลส่วนตัว


09 อานิสงส์สร้างศาลาโรงธรรม

...อนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้สร้างอารามเชตวันมหาวิหารถวายแก่ พระศาสดา และสาวกทั้งหลาย
อยู่มาวันหนึ่งพระสาวกก็ปรารภกันว่าอนาถปิณฑิกเศรษฐี มีจิตศรัทธา
สร้างวัดวาอารามทั้งหลายถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้า กับทั้งเป็นผู้เลี้ยงคุ้มครองรักษาพระศาสดาจะ
เป็นประโยชน์อย่างไรหนอ สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ทรงทราบโดยพระญาณของพระองค์แล้วเสด็จมา ใน
ที่พระสงฆ์ประชุมนั้น แล้วทรงถามดูกรภิกษุทั้งหลายได้ประชุมกันด้วยเรื่องอะไร ภิกษุมีพระอานนท์
เป็นต้น ก็กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ปรึกษากันด้วยเรื่องอนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้ก่อสร้าง
อาคามถวายพระพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ จะได้อานิสงส์แก่ท่านอย่างไรพระพุทธเจ้าข้า

องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนาว่า ในกาลครั้งหนึ่งมีพระเจ้าสุทัสน์ได้เสวยราชสมบัติเป็น
กษัตริย์ในเมืองสุทัสน์นคร ในครั้งศาสนาของพระพุทธเจ้าปิยทัสสีได้สร้างอารามเป็นทานแก่พระพุทธ
เจ้าปิยทัสสี แล้วตั้งปณิธาน ความปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิด เมื่อ
สิ้นชีพตามอายุขัยแล้วก็ได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต เสวยสมบัติทิพย์มีนางฟ้าเทพอัปสรแสนหนึ่งเป็น
บริวาร มีวิมานทองสูง ๔๕ โยชน์ มีอายุยืนนานได้พันปีทิพย์ ครั้นจุติก็มาเกิดเป็นบุตรพยากาวิตะ
กษัตริย์ ในเมืองเสถะนคร ชื่อว่ารามวัตติกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วได้ดาบกายสิทธิ์ มีวชิราเพชรช้างแก้ว
ม้าแก้ว วัวแก้ว ปราสาทแก้ว เกิดขึ้นด้วยบุญกุศลราศี ที่ได้ก่อสร้างอารามศาลาให้เป็นทาน ครั้นได้ละ
จากอัตตภาพนั้น ก็ได้เสริมสร้างบารมีจนมาเกิดเป็นองค์พระตถาคตในกาลบัดนี้เมื่อพระบรมศาสดาได้
แสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้วเหล่าภิกษุทั้งหลายก็ได้สำเร็จพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระ
อนาคามีและพระอรหันตปฏิสัมภิทาญาณ

ที่มา
http://www.84000.org/anisong/09.html


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 12 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร