วันเวลาปัจจุบัน 07 มี.ค. 2021, 06:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2020, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4064


 ข้อมูลส่วนตัว


...ธรรมะเป็นประโยชน์กับจิตใจมาก
"ถ้าไม่มีธรรมะ ใจจะไม่มีที่พึ่ง"
เวลาเกิดความทุกข์
จะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

.แทนที่จะดับความทุกข์
กลับสร้างความทุกข์เพิ่มมากขึ้น
"เพราะความหลง ไม่รู้วิธีการดับทุกข์ที่แท้จริง"

. แทนที่จะ..ระงับเหตุของความทุกข์
กลับไปเสริมเหตุของความทุกข์
ความทุกข์ก็เลยเพิ่มมากขึ้น
เช่นเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็อยากจะหาย
"ยิ่งอยากจะหาย"..ก็ยิ่งทุกข์ใหญ่

.เพราะ..ความทุกข์ใจ เกิดจาก
"ความอยาก..ให้โรคภัยไข้เจ็บหาย"
อยากไม่ให้ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วย

.แต่ไม่เคยศึกษาความจริงของร่างกายว่า
"มีความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา"
เป็นเงาตามตัว

.
ร่างกายของทุกคนมีโรคติดตามมา
๓ ชนิดด้วยกัน คือ
๑. เป็นแล้วหายเอง จะรักษาหรือไม่รักษาก็หาย
๒. เป็นแล้วถ้ารักษาก็หาย ถ้าไม่รักษาก็ไม่หาย
๓. เป็นแล้วรักษาก็ไม่หาย ไม่รักษาก็ไม่หาย

."เป็นความจริง เป็นสัจธรรม"
ที่พวกเรามองไม่เห็น หรือไม่ยอมมองกัน
เวลาเกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย
ก็.."อยาก"..จะให้หายอย่างเดียว.
..............................
จุลธรรมนำใจ 30 กัณฑ์ 444
ธรรมะบนเขา 15/8/2555
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี











.#เรื่อง..#ของมีอยู่เหมือนไม่มี..

อันว่าของมีอยู่เหมือนไม่มี ท่านว่าไว้๔อย่างคือ.
มีโคนม๑ มีโคถึก๑ ไปฝากไว้ให้เขาเลี้ยง
มีภรรยาเอาไปฝากในตระกูลปู่๑ มีเงินให้เขายืม๑
""ของ๔อย่างนี้นั้นมีเหมือนไม่มี..นั่นเป็นของภายนอก
ตั้งหลักสูตรไว้ให้เราคิด เทียบเข้ามาในตัวของเรานี้
ตัวของเราที่ว่าเป็นเราเป็นของๆเรา เรานั้นเป็นจริงหรือไม่จะเหมือนกับของสี่อย่างที่ว่ามีเหมือนไม่มีอย่างไร"
คนเราเกิดมาเป็นหญิงเป็นชายแล้ว ก็ถือกันไปว่าเป็นของเราเป็นของๆเรา แท้จริงเป็นของสูญเปล่า สมกับที่พระพุทธเจ้า ตรัสว่าเป็น..อนัตตา"ทั้งนั้น ที่ว่าเป็นหญิง เป็นชายก็เป็นเพียงชื่อสมมุติ ให้รู้ในวงแคบๆเท่านั้น เช่นคำที่เรียกว่า คนก็ดี ว่าหญิง ว่าชายก็ดี จะรู้กันก็แต่มนุษย์ชาติของเราเท่านั้นสัตว์เหล่าอื่นเขาหารู้ด้วยพวกเราไม่ เขาจะเห็นพวกเราเป็นอะไรก็ไม่ทราบ เหตุนั้นโดยมากเขาจึงพากันกลัวพวกเรา ดั่งพวกเราที่กลัวสัตว์บางพวกที่ไม่เคยเห็นฉะนั้น .ดั่งที่เคยได้อธิบายให้ฟังแล้วว่า ตัวคนเรานี้เมื่อสิ่ง๔อย่าง คือทั้งธาตุ๔ ประกอบควบคุมกันเข้าแล้ว ก็เป็นรูปเป็นตัวขึ้นมา สิ่งทั้ง๔ สลายตัวออกจากกันแล้ว รูปก็ไม่มีธาตุ๔เหมือนเดิม ถึงกระนั้นเมื่อได้รูปตัวอันนี้มาแล้วก็รับเลี้ยงดูปกปักรัก
ษา ทะนุถนอมด้วยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ด้วยความหลงไม่รู้เท่าเข้าใจตามความเป็นจริง เป็นเหตุให้มี..อุปาทาน" เข้าไปถือมั่นว่าเป็นเรา นั่นเป็นของของเรา แต่รูปตัวนั้นก็หารับรู้กับเราไม่ ว่าเราหลงยึดถือเอามันเป็นของตัว..เรื่องรูปตัวเองที่เป็น..อนัตตา"นี้ ถ้าเราวางจิตของเราให้เป็นกลาง อย่าได้นึกถึงรูปตัวนี้เป็นของเรา..แล้วหันมาตั้ง..สติ "พิจารณาให้เป็นธรรม" จะเห็นได้ง่ายและชัดเจนเลยที่เดียว

("ธรรมมะเทศนา..ของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี")
ณ.วัดเจริญสมณกิจ จ.ภูเก็ต วันที่9สิงหาคม พศ.2509"
""วันอบรมพิเศษ"สาธุๆอนุโมทนามิ..












ภาวนา อย่าเปลี่ยนคำบริกรรมบ่อยๆ

"..อย่าเปลี่ยนคำบริกรรมบ่อย ๆ เดี๋ยวเปลี่ยนเอาคำนั้นว่าจะดี เดี๋ยวเปลี่ยนเอาคำนี้ว่าจะดี อย่างนี้จะเป็นความเหลวไหลโยกคลอน ไม่มีความสัตย์ความจริง.."

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน








"การหัดตาย ก็คือการปล่อยใจ
จากสิ่งทั้งหลาย ก่อนที่จะถูกความตาย
บังคับให้ปล่อย"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ








"กรรมดี หรือชั่ว ถ้าได้ทำลงไปแล้ว
ถึงแม้คนอื่น จะไม่รู้เรื่องที่เราทำ
ตัวเรานั้นแหละ รู้ตัวเองดีที่สุด

ถึงจะโกหก คนทั้งโลกได้
แต่เราจะโกหกความจริงไม่ได้
ปากคนเรา พูดจริงพูดเท็จได้
แต่จิตไม่เคยบอกเท็จ ในเรื่องกรรม

พอตายไปแล้ว ยมบาลไม่ต้องถามให้ยาก
จิตเราที่บันทึกกรรมดีชั่ว จะอธิบายบอกเล่า
ให้ฟังเอง"

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม










"ผู้ปฏิบัตินั้นใครทำเรา เราให้อภัยไป
ไม่ผูกเวรผูกกรรม ขอให้ต่างอยู่เย็นเป็นสุข
รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
ทำอย่างนี้ รักษาบุญไว้ในใจ บุญก็รักษาใจเรา
ให้ไม่ดุร้าย จิตใจก็สม่ำเสมอ เบิกบานด้วยบุญกุศล
ไม่อ่อนแอท้อแท้ จากหนุ่มตราบเฒ่าชรา"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ










"วันหนึ่งๆ เราควรอ่านตัวเองเสมอว่า
วันนี้ได้มีความผิดพลาดไปในทางใดบ้าง
มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ตัวของเราอย่างไรบ้าง
หรือมีความเจ็บช้ำจิตใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง

เฉพาะอย่างยิ่ง คือครอบครัวหรือไม่
หรือคนอื่นใดบ้าง ที่การกระทำของเรานี้
เป็นการกระทบกระเทือนแก่บุคคลเหล่านั้น
เราต้องคิดเสมอ

แม้คนอื่นไม่ทราบ ไม่เห็นก็ตาม แต่การกระทำนั้น
เป็นการกระเทือนตนเอง หรือไม่ การกระเทือนตนเอง
ก็คือ ความเสียหายสำหรับตน นี่เราก็ควรคิด
ที่ท่านเรียกว่าหัดคิด หัดอ่าน อ่านตัวเอง คิดตัวเอง
และแก้ไขตัวเองไปโดยลำดับ"

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน












บุญกุศลนี้. จะเกิดขึ้นได้. ก็อาศัย. ความไม่โลภ. ไม่โกรธ. ไม่หลง. เป็นมูลเหตุ.

ท่านพ่อลี ธัมมธโร








#เราอย่าไปตำหนิว่าบ่มีอำนาจบ่มีวาสนา

โอ๊ย อย่าไปว่าจังซั่น มันอยู่ที่ตัวของพวกเราทุกคน ที่จะทำให้เกิดขึ้น ทำให้มีขึ้นนั่นแหละ

#จึงให้พากันพยายามเอาชนะตนได้จึงถือว่ามีอำนาจมากที่สุด

เอาชนะกิเลสในตัวของแต่ละคนๆ ในหัวใจของแต่ละหัวใจนี้ได้ นี่เรียกว่าเป็นผู้มีอำนาจ

จาก หนังสือ ธรรมะของพ่อ หลวงพ่อคูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง จังหวัดอุดรธานี (2557: 54)










เวลา. จมลงไป. ในนรก. ไม่เห็น. กิเลส. มันมาช่วย.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน







เห็นพวงมาลัยนี่ไหม สวยงามนะ..
#แต่สู้ฝึกใจให้สวยงามไม่ได้

นางวิสาขาฝึกใจให้สวยงาม
2 อสงไขย งามไม่มีเหี่ยวแห้ง

หลวงปู่ทุย ฉันทกโร•


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร