วันเวลาปัจจุบัน 21 ม.ค. 2021, 03:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2020, 05:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4020


 ข้อมูลส่วนตัว


...”ความอยาก”
นี้ไม่ได้ตายไปกับเวลาที่จิตเข้าสมาธิ

.เวลาจิตเข้าสมาธินี้เป็นเหมือนหินทับหญ้า
หินไปทับหญ้าเอาไว้ชั่วคราว
ช่วงที่มีหินทับหญ้าอยู่ หญ้าก็
เจริญงอกงามไม่ได้ ก็เหมือนหญ้าตายไป

.แต่พอยกหินออกไป
ต่อมาทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง พอได้น้ำฝน
ได้น้ำอะไร เดี๋ยวมันก็งอกขึ้นมาใหม่ได้

.”ความอยากก็เหมือนกัน”
ความอยากที่ถูกกำลังของสติ
คุมเอาไว้ หยุดไว้นี้..เป็นเหมือนตายชั่วคราว
แต่ไม่ได้ตายแบบถาวร
“เพราะรากมันยังติดอยู่ในใจอยู่”

.พอออกจากสมาธิมา พอได้รับรูปเสียงกลิ่นรส
พอได้คิดถึงรูปเสียงกลิ่นรส ก็เหมือนได้น้ำ
ทำให้ความอยากนี่โผล่ขึ้นมาทันที

.พวกที่มาปฏิบัติธรรมนี้เห็นไหม
พอกลับบ้านออกไปนี้ โอ๊ย ..ความอยากดู
อยากฟังอะไร ไม่รู้มาจากไหน เต็มไปหมด

.เวลาอยู่วัดนี่หายไปหมด
“เพราะรู้ว่า เสพไม่ได้”มันก็เลยไม่กล้าออกมา
แต่พอกลับบ้านนี่สิ รู้ว่าเสพได้แล้ว
ทีนี้มันมากัน ..”เข้ามาเป็นฝูงเลย”
ไอ้นั่นก็อยากจะดู ไอ้นี่ก็อยากจะฟัง เต็มไปหมด

.นี่..สติหรือสมาธินี้
ยังไม่สามารถทำลายความอยากได้
ต้อง..”ใช้ปัญญา”.
.......................................
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 3/1/2563
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









"...ใครประมาทคุณพ่อคุณแม่ คนนี้จม จะหาความเจริญไม่ได้นะ จะไปอยู่ที่ไหนก็ไปเถอะ ถ้าลงได้ประมาทพ่อแม่แล้ว เป็นอันว่าไม่มีนรกหลุมไหนจะเอาไว้ไม่อยู่ ขาดสะบั้นไปเลย ให้จำให้ดีคำนี้

โทษหนักมากที่สุด คุณมากที่สุดคือพ่อแม่ของเรา ท่านจึงยกพ่อกับแม่เทียบเป็นพระอรหันต์ทั้งองค์เทียวนะ เฉพาะกับลูกน่ะ พ่อแม่เป็นอรหันต์ของลูก คุณก็เหลือโลกเหลือสงสารกับลูก โทษก็เหมือนกัน...

เพราะฉะนั้นเราทุกคนอย่าไปเย่อหยิ่งจองหองกับพ่อกับแม่เป็นอันขาดนะ ถ้าไม่อยากจมนรกทั้งเป็น ให้พากันสำรวมระวัง ยกไว้เสมอ อย่าดื้ออย่าดึงอย่าฝ่าฝืนพ่อแม่... "

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน










#ทำบุญวันพระได้บุญมากกว่าธรรมดาใช่ไหม

หลวงปู่ไดโนเสาร์ (หลวงปู่หา สุภโร)
วัดสักกะวัน อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

เหตุเกิดที่ศาลาหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล ขณะหลวงปู่กำลังจะลงมือฉัน ก็มีโยมท่านหนึ่งถือภัตตาหารเดินมาทำทีจะถวายท่าน

หลวงปู่ ; มาจากไหนหล่ะคุณ

โยม ; มาจากเมืองกาฬสินธุ์เจ้าค่ะ วันนี้วันพระโยมขับรถออกมาจากตัวเมืองพึ่งมาถึงเจ้าค่ะ

หลวงปู่ ; อือ อนุโมทนานะ

โยม ; เจ้าค่ะหลวงปู่ เออ....หลวงปู่เจ้าขา ทำบุญวันพระได้บุญมากกว่าทำบุญวันธรรมดาใช่ไหมเจ้าค่ะ เห็นเขาว่าอย่างนั้น

หลวงปู่ ; หือ คุณกินข้าววันปกติ อิ่มเท่าวันเสาร์-อาทิตย์ไหมหล่ะ

โยม ; ก็อิ่มเท่ากันเจ้าค่ะ

หลวงปู่ ; เออ...จะวันธรรมดาหรือวันเสาร์-อาทิตย์ กินข้าวมันก็อิ่มเท่ากัน จะวันพระหรือวันเณร ทำบุญก็ได้เท่ากัน เคยได้ยินไหม "พระผีหลอก แม่ออกวันศีล" (คนจะคิดถึงพระก็เพราะความหวาดกลัวต่อภัยเช่น มีเคราะห์ ดวงไม่ดี หมอดู โดนผีหลอก ท่านอุปมาเหมือนโยมที่ชอบทำความดีในวันพระหรือวันสำคัญ ผู้เขียน) ทำความดีอย่าเลือกวัน อย่าเลือกเวลา โอกาสสถานที่ ทำความดีทำได้ทุกวัน ทำได้ทุกโอกาสเวลา อย่าไปคิดว่าค่อยทำวันพระ ถ้าคุณตายก่อนวันพระคุณจะได้ทำหรือเปล่า ถ้าคุณมัวแต่รอโอกาสเวลา คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเวลานั้นจะมีแก่เรา กินข้าวคุณยังกินทุกวัน ความดีทำไมไม่ทำทุกวัน มัวแต่รอวันนั้นวันนี้ วันพระค่อยทำวันนี้คุณทำอะไร อาทิตย์หน้าค่อยทำ อาทิตย์หน้าคุณทำอะไร เดือนหน้าค่อยทำ เดือนนี้คุณทำอะไร ปีหน้าค่อยทำ ปีนี้คุณทำอะไร ชาติหน้าค่อยทำ ชาตินี้คุณทำอะไร อย่ามัวรอโอกาสเวลา เราไม่รู้เราจะตายวันตายพรุ่ง เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีแก่เราหรือไม่ แต่ทีสำคัญเรามีวันนี้ มีเดี๋ยวนี้ อย่าปล่อยลมหายใจทิ้งเสียเปล่านะ ทำความดี คิดสิ่งดี พูดคำดี ทำได้ทุกที่ทุกเวลา อย่ามัวรอโอกาสเวลาเข้าใจนะ....

หลวงปู่หา สุภโร











"ทำบุญสูงๆ"

ผู้ถาม : "หลวงพ่อเจ้าขา ได้ยินคนโบราณผู้เฒ่าผู้แก่พูดเสมอว่า หากจะได้ผลานิสงส์สูงๆ นั้น เราจำเป็นจะต้องทำบุญจากที่สูงๆ เช่น ช่อฟ้า กระเบื้องมุงหลังคา เป็นต้น ถ้าหากว่าเราทำกับของต่ำๆ เช่น เทพื้นปูน โบกพื้นวัด เราจะได้อานิสงส์ต่ำๆ ไม่ทราบว่าโบราณสอนมาอย่างนี้จะได้หรือเปล่า...ขอหลวงพ่อชี้แนะด้วยเถิดเจ้าค่ะ?"

หลวงพ่อ : "ใช้ได้...ใช้ได้สิ ทำไมใช้ไม่ได้ล่ะ ถ้าเขาต้องการสูง ก็ทำบุญสูงๆใช่ไหม เวลาตายเขาจะต้องไปเกิดเป็นจิ้งจก ลงต่ำไม่ได้...(หัวเราะ) เกาะเพดานกับอกไก่ เกิดเป็นนกก็เกาะช่อฟ้า แต่ความจริงโบราณที่พูดมาน่ะ โบราณโง่มั้ง โบราณนี่ไม่ใช่ฉลาดทุกคนนะ...ก็มีโง่ ถ้าอยู่บ้านไม่มีเสาจะอยู่ได้ไหม ถ้ามีเสามีทุกอย่างแต่ไม่มีแผ่นดินล่ะ ก็ไม่ได้อีกใช่ไหม ต้องทำทุกอย่าง"

ผู้ถาม : "ก็ต้องมาเทปูนวัดท่าซุง"

หลวงพ่อ : "เทพื้นคอนกรีตซะ บ้านไม่ทรุด ทรัพย์ไม่ทรุด รวยตลอด รวยขึ้นไม่มีลง"

ผู้ถาม : "รวยขึ้นด้วยหรือครับ และก็วงเล็บต้องชาตินี้ด้วยหรือเปล่าครับ?"

หลวงพ่อ : "ชาตินี้...เอาชาติไหนล่ะ"

ผู้ถาม : "งั้นถ้าหากจะได้ชาตินี้ ต้องไปวัดท่าซุง"

หลวงพ่อ : "ใช่ๆ อย่าไปเทวัดนะ...(หัวเราะ) พวกจะเทวัดเสียแล้ว วัดไหนก็ได้เหมือนกันล่ะนะ ที่ไหนก็ได้"

จาก : หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม๙ หน้าที่๒๐-๒๑ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน










ถ้าหัวใจเรามันสกปรก
มันยุ่ง มันเหยิง
มันวุ่น มันวาย
ธรรมะจะเข้าสู่หัวใจเราไม่ได้

โอวาทธรรม
หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต








ขณะใดที่เราวิ่งไปตามโลก
เราจะมองไม่เห็นโลกได้ถนัดนั้น
เราจำเป็นต้องหยุดวิ่งเสียก่อน
แล้วเราจึงจะมองเห็นโลกได้ชัดเจน
เมื่อโลกหมุนและเราก็หมุนด้วยอย่างนี้
จะมองเห็นกันอย่างไร

ท่านพ่อลี ธัมมธโร










.
"รักตัวเอง ต้องแก้จิตใจตัวเอง"

" .. ใครละเป็นผู้รู้ "ใจดวงเดียวนั่นแหล่ะเป็นผู้รู้" ไม่ใช่ผู้อื่น ไมใช่ของที่มีขายซื้อได้ ของเหล่านี้หาซื้อไม่ได้ ไม่ว่าในประเทศหรือนอกประเทศ เป็นสิ่งที่ผู้อยากได้ต้องประพฤติปฏิบัติเอา

"ต้องบำรุงเหตุเอา ต้องพากเพียรเอา" จะไปคอย เอาชาติใด ภพใด "หรือจะไปคอยพระศรีอาริยะเมตตรัย เมื่อไรละท่านจึงจะลงมา" ตายสักล้านชาติก็ยังไม่ถึง ถ้าพูดถืงตำนานท่าน

ฉะนั้น "เราจะเอาอย่างไรก็เอาเสียในระยะนี้" ถ้าหากเราพากเพียรด้นคิดพินิจพิจารณา ค้นคว้าเอาในชาติป้จจุบัน "จะได้ไปก่อนท่านที่สำเร็จอนาคามีในครั้งพุทธกาล" พวกนั้นยังตกค้างอยู่ไม่น้อย หลายกัป

"นี่เรามาเกิดเป็นมนุษย์นับว่ามีโชคมาก" ถ้าได้พินิจพิจารณาแก้จิตใจให้ดีได้ไปก่อนท่านเหล่านั้น "ท่านเหล่านั้นยังค้างอยู่ในพรหมโลก ในสุทธาวาสมหาพรหม"

แต่ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าได้อะไรไม่ได้อะไรบางคน "ให้แก้เอาเสีย หากสงสารตนเอง เมตตาตัวเอง รักตัวเอง ต้องแก้จิตใจตัวเอง" ถ้าไม่แก้ปล่อยให้มันอำอยู่ อย่างนั้น "ก็เหมือนทำลายตนเองนั่นแหล่ะ" .. "

"วีระปฏิปทา มหาวีโร"
หลวงปู่ศรี มหาวีโร










" นรกมีนะ นรกมีอยู่แล้ว
ตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่ว่าตำรวจ
ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าเจ้านาย
ไม่ว่าราษฎร ไม่ว่าใคร
ถ้าทำผิดแล้วตกนรกได้ทั้งนั้น

นรกไม่ได้ลำเอียงใครนะ
เผาได้ทั้งนั้นเหมือนไฟ
เอ้า เข้าไปซีไฟ ใครจะว่า
นี้ตำรวจ นี้ทหาร นี้ข้าราชการ
แล้วเข้าไปว่าไฟไม่ร้อนมีไหม
ไหม้แหลกหมดนั่นแหละ
ไฟไม่ลำเอียงนะ

อันนี้ก็เหมือนกัน เราอย่า
เข้าใจว่านรกมันกลัวคนชั่ว
นะ นรกชอบเผาที่สุดก็คือ
เผาคนชั่ว คนดีไม่ได้เผาแหละ

เพราะคนดี
ไม่ได้ไปตกนรกนี่นะ "

โอวาทธรรม
หลวงตาพระมหาบัว
ญาณสัมปันโน









#อย่าพากันรื่นเริงบันเทิงจนเกินไป

ให้มองดูสกลกาย ความแก่ ความเฒ่า ความชรา ความจะแตก ความจะทำลายนั้นจะไม่ทำลายที่ไหน นอกจากจะแตกทำลายในตัวของเรา จะตายในตัวของเรา

รีบเร่งหาคุณงามความดี เวลานี้ตะวันยังไม่อัสดง คือตัวของเรายังไม่ตาย ให้รีบเดินตามพระตถาคตเจ้าไปเดี๋ยวนี้ พวกท่านทั้งหลายจะปลอดภัย ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ จะไม่กลุ้มรุมเผาลนท่านทั้งหลายอีกต่อไป เช่นอย่างเราตถาคตนี้

#เราตถาคตนี้เกิดสุดท้ายในครั้งเดียวเท่านั้น

เราได้ตัดขาดจากมิตรจากสหาย คือความเกิด ความแก่ ความตาย ความกังวลทั้งหลายแล้ว จะไม่ต้องมาสู่โลกซึ่งเป็นโลกหมุนตัวเป็นเกลียวอีกต่อไป นี้เป็นธรรมที่ประกาศให้เราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ทราบ และตื่นตัวไม่ให้มัวเมาประมาท

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี
เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕









#เคยดูใจไหม

เคยแต่งใจไหม เคยรักษาใจไหม
ใจมันตายไม่เป็น อาหารใจไม่ได้ซื้อ
แค่ดูลมหายใจเข้าออก นั่นล่ะ ทำบุญ.

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญโญ









เราเกิดมา. แบบโลกเขาเกิดกัน. แต่เราจะปฏิบัติธรรม. และตาย. แบบธรรมครองใจ.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน







อุเบกขาธรรม. เป็นเครื่องอยู่. ของใจ. ไม่ทุกข์. กับใครทั้งนั้น.

หลวงปู่ขันตี ญานวโร









จิตที่รับการฝึกอบรมดีแล้ว. ไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหน. มองไปทางไหน. ด้วยจิตที่งาม และมีปัญญา. ก็มีความสุขทั้งนั้น

พระอาจารย์ฌอน ชยสาโร








#การอยู่ป่า

ถ้าจิตคิดเป็นเรื่องโลกเรื่องสงสาร เรื่องวุ่นวายต่างๆ ก็เท่ากับอยู่ป่าธรรมดา เหมือนกระรอก กระแต ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไร

#อยู่ในบ้าน

ถ้าคิดอรรถคิดธรรม ก็ยังดีกว่า มันสำคัญอยู่ที่ใจ ที่คิดถูกหรือผิด

#การพิจารณา

เมื่อพิจารณาร่างกาย ก็เอาให้แหลกลงไปโดยลำดับ ดูตั้งแต่ข้างบนลงไปข้างล่าง ข้างล่างขึ้นมาข้างบน ดูภายใน ดูภายนอก ดูให้ตลอดทั่วถึง มันมีอะไรบ้างอยู่ภายในนี้

#ที่ท่านว่ากรรมฐานห้าคืออะไร?

คือ “เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ” ไปถึงนั่นท่านหยุดเสีย เพราะว่า “ตโจ” คือ หนัง หุ้มห่อไปหมดแล้วในร่างกาย คนเราไม่มีหนัง ดูกันไม่ได้เลย

ไม่ว่าสัตว์ ไม่ว่าบุคคล เมื่อถลกหนังออกแล้วดูไม่ได้เลย ว่าเป็นหญิง เป็นชายที่ไหน ดูไม่ได้ นี่! มันครอบแล้ว ท่านจึงไม่ได้บอกต่อไป

#เมื่อขยายออกไปท่านก็ว่าไปถึงอาการ๓๒

เอ้า ให้ดูไป อาการไหนก็ดูเถิดเป็นสัจธรรมทั้งนั้น เพื่อจะรื้อถอนกิเลสออกจากใจ ให้พิจารณาจนมีความชำนิชำนาญ แล้วดูอันไหน มันก็เป็นความจริงไปหมด ไม่ตื่นเต้น ไม่ตกใจ ไม่หวั่นไหว จิตใจก็ปราศจากอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น เป็นลำดับๆ จะว่ายังไงอีกล่ะ!

#เมื่อมันปล่อยวางภาระออกมาด้วยการพินิจพิจารณาแล้ว #ทำไมจิตจะไม่เบา

จิตจะฟุ้งซ่านไปไหน ฟุ้งซ่านก็ฟุ้งซ่านด้วยความหลง เมื่อรู้แล้วจะฟุ้งซ่านไปทำไม หาความฟุ้งซ่านไม่มี มีแต่ความสงบตัวเข้าไปเรื่อยๆ ทำไมจิตจะไม่เย็นไม่สบาย เย็นสบายอยู่ภายในจิตใจเท่านั้น

ถ้าจิตสงบตัวได้ ไม่วุ่นวายส่ายแส่ คนเราต้องมีความสุข เท่าที่โลกมีความทุกข์ร้อนตลอดมา ไม่มีวันพักผ่อนหย่อนใจได้บ้าง ก็เพราะจิตไม่ได้สงบตัวจากความคิดปรุงต่างๆ บ้างเลยนั่นเอง

#หลวงตามหาบัว #ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
พุทธะ ธรรมะ สังฆะ เป็นโอสถ









#ชีวิตของคนเรา
ทำหน้าที่เหมือนเทียนไข
เมื่อจุดแล้วก็มีหน้าที่ดับอย่างเดียว
แต่..จะดับช้าดับเร็วก็สุดแล้วแต่
อุปสรรคของแต่ละคน แต่เมื่อ
เทียนนั้นให้แสงสว่างแล้ว เราจะ
ใช้แสงสว่างนั้นอย่างไร ก่อนจะดับ

#โอวาทธรรมหลวงปู่ดุลย์_อตุโล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร