วันเวลาปัจจุบัน 24 ต.ค. 2020, 10:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 เม.ย. 2020, 13:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บริจาค สละให้, เสียสละ, สละออกไปจากตัว, การสละให้หมดความเห็นแก่ตัว หรือ อย่างมิให้มีความเห็นแก่ตน โดยมุ่งเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เพื่อความดีงาม หรือเพื่อการก้าวสูงขึ้นไปในธรรม เช่น
ธนบริจาค (การสละทรัพย์)
ชีวิตบริจาค (การสละชีวิต)
กามสุขบริจาค (การสละกามสุข)
อกุศลบริจาค (การสละละอกุศล) ,
บัดนี้ มักหมายเฉพาะการร่วมให้หรือการสละเพื่อการบุญอย่างเป็นพิธี

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 06 เม.ย. 2020, 10:22, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 เม.ย. 2020, 13:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บารมี คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง, บารมีที่พระโพธิสัตว์ต้องบำเพ็ญให้ครบบริบูรณ์ จึงจะบรรลุโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า มี ๑๐ คือ

๑. ทาน การให้ การเสียสละเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์สรรพสัตว์

๒. ศีล ความประพฤติถูกต้อง สุจริต

๓. เนกขัมมะ ความปลีกออกจากกามได้ ไม่เห็นแก่การเสพบำเรอ, การออกบวช

๔. ปัญญา ความรอบรู้ เข้าถึงความจริง รู้จักคิดพิจารณาแก้ไขปัญหา และดำเนินการจัดการต่างๆ ให้สำเร็จ

๕. วิริยะ ความเพียรแกล้วกล้า บากบั่นทำการ ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่

๖. ขันติ ความอดทน ควบคุมตนอยู่ได้ในธรรม ในเหตุผล และในแนวทางเพื่อจุดหมายอันชอบ ไม่ยอมลุอำนาจกิเลส

๗. สัจจะ ความจริง ซื่อสัตย์ จริงใจ จริงจัง

๘. อธิษฐาน ความตั้งใจมั่น ตั้งจุดหมายไว้ดีงามชัดเจนและมุ่งไปเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

๙. เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี คิดเกื้อกูลหวังให้สรรพสัตว์อยู่ดีมีความสุข

๑๐. อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง อยู่ในธรรม เรียบสงบสม่ำเสมอ ไม่เอนเอียง ไม่หวั่นไหวไปด้วยความยินดียินร้ายชอบชัง หรือแรงเย้ายวนยั่วยุใดๆ


บารมี ๑๐ นั้น จะบริบูรณ์ต่อเมื่อพระโพธิสัตว์บำเพ็ญแต่ละบารมีครบสามขั้นหรือสามระดับ จึงแบ่งบารมีเป็น ๓ ระดับ คือ

๑. บารมี คือ คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด ขั้นต้น

๒. อุปบารมี คือ คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด ขั้นจวนสูงสุด

๓. ปรมัตถบารมี คือ คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด ขั้นสูงสุด

เกณฑ์ ในการแบ่งระดับของบารมีนั้น มีหลายแง่หลายด้าน ขอยกเกณฑ์อย่างง่ายมาให้รู้พอเข้าใจ เช่น ในข้อทาน
สละทรัพย์ภายนอกทุกอย่างได้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นทานบารมี
สละอวัยวะ เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นทานอุปบารมี
สละชีวิต เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นทานปรมัตถบารมี

บารมีในแต่ละชั้นมี ๑๐ จึงแยกเป็น บารมี ๑๐ (ทศบารมี) อุปบารมี ๑๐ (ทศอุปบารมี) และปรมัตถบารมี ๑๐ (ทศปรมัตถบารมี) รวมทั้งสิ้น เป็นบารมี ๓๐ เรียกเป็นคำศัพท์ว่า สมดึงสบารมี (หรือ สมติงสบารมี) แปลว่า บารมีสามสิบถ้วน หรือบารมีครบเต็มสามสิบ แต่ในภาษาไทย บางทีเรียกสืบๆ กันมาว่า "บารมี ๓๐ ทัศ"

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 เม.ย. 2020, 13:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้จะบริจาคร่างกาย, บริจาคดวงตา,บริจาคอวัยวะ

ที่ลิงค์สภากาชาดไทย รพ.จุฬา

https://www.redcross.or.th/donate/


บริจาคร่างกาย 4 เดือนส่งบัตรถึงกะไดบ้าน

รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2020, 18:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ด้านหน้าบัตร ส่วนด้านหลังเป็น คำแนะนำ เมื่อผู้อุทิศร่างกายถึงแก่กรรมให้ญาติปฏิบัติ 4 ข้อ

รูปภาพ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2020, 17:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยามโรคระบาด จะแลเห็นผู้มีทรัพย์ได้ทำตามหลักธรรมข้อทาน คือให้ข้าวปลาอาหารกับผู้ที่ขัดสนจนทรัพย์ทั่วๆไป

ตย.

รูปภาพ

อ้างคำพูด:
การบริจาคสิ่งของที่เกิดขึ้นเป็นโรงทานญาติธรรม วัดป่าพระยิ้ม ที่เตรียมถุงยังชีพมาบริจาคให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำนวนกว่า 1,000 ชุด พร้อมมีการแจกบัตรคิวก่อนเข้ารับสิ่งของ


ทาน เป็นข้อต้นในชุด ทาน ศีล ภาวนา นี่คือคำสอนของพระพุทธศาสนา
ถ้าสังคมไม่มีการให้ไม่มีการแบ่งปันแล้ว ? :b1: ผู้ขัดสนอดอยากก็เข้าแย่งชิงประหัตประหาร ก็กระทบถึงขอสองคือศีลด้วยคงวุ่นวายยากสงบสุข

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2020, 18:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เพื่อให้เห็นข้อธรรมกว้างขึ้น ดูหลักสักเล็กน้อย

บุญกิริยา หรือบุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการ คือ

๑. ทาน การให้ การสละ การเผื่อแผ่แบ่งปัน เป็นการให้เพื่ออนุเคราะห์ เช่น ช่วยเหลือผู้ยากไร้ตกทุกข์ขาดแคลนบ้าง
ให้เพื่อสงเคราะห์ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ สมานไมตรี แสดงน้ำใจ สร้างสามัคคีบ้าง
ให้เพื่อบูชาคุณความดี เพื่อยกย่องส่งเสริมสนับสนุนคนดีบ้าง
เป็นการให้ในด้านทรัพย์สินสิ่งของ ปัจจัยเครื่องใช้ยังชีพ วัตถุอุปกรณ์ต่างๆ ก็มี
ให้ความรู้ศิลปวิทยาการ ให้คำแนะนำสั่งสอน บอกแนวทางดำเนินชีวิต หรือให้ธรรม ก็มี
ให้ความมีส่วนร่วมในการบำเพ็ญกิจที่ดีงาม ก็มี ตลอดจนให้อภัยที่เรียกว่าอภัยทาน

๒. ศีล ความประพฤติดีงาม และการหาเลี้ยงชีพในทางสุจริต ความมีระเบียบวินัย และมีกิริยามารยาทงดงาม เฉพาะอย่างยิ่ง เน้นศีลในระดับการไม่เบียดเบียน หรือการอยู่ร่วมกันด้วยดีโดยสงบสุขในสังคม

ศีลที่เน้นในระดับนี้ ก็คือ ศีล ๕ ได้แก่ การไม่ประทุษร้ายต่อชีวิต และร่างกาย การไม่ละเมิดกรรมสิทธิ์กัน การไม่ละเมิดต่อของรัก ไม่ประทุษร้ายจิตใจลบหลู่เกียรติทำลายตระกูลวงศ์ของกันและกัน การไม่หักรานลิดรอนผลประโยชน์กันด้วยวิธีประทุษร้ายทางวาจา และการไม่ซ้ำเติมตนเองด้วยสิ่งเสพติด ซึ่งทำให้เสื่อมทรามเสียสติสัมปชัญญะ ที่เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งป้องกันจากความผิดพลาดเสียหายและคุ้มตัวไว้ในคุณความดี

นอกจากนี้ อาจฝึกตนเพิ่มขึ้นในด้านการงดเว้นสิ่งหรูหราฟุ่มเฟือยบำรุงบำรุงบำเรอปรนเปรอความสุขต่างๆและหัดให้เป็นอยู่ง่ายๆ มีชีวิตเป็นอิสระจากวัตถุมากขึ้น ด้วยการรักษาอุโบสถ ถือศีล ๘ ตลอดจนศีล ๑๐ ตามโอกาส หรืออาจปฏิบัติในทางบวก เช่น ขวนขวายช่วยเหลือรับใช้ร่วมมือและบริการต่างๆ (ไวยาวัจกรรม)

๓. ภาวนา การฝึกปรือจิตและปัญญา คือพัฒนาฝึกอบรมจิตใจให้เจริญขึ้นด้วยคุณธรรมต่างๆ ให้เข้มแข็งมั่นคงหนักแน่น และให้มีปัญญารู้เท่าทันสังขาร พูดอย่างสมัยใหม่ว่า รู้เท่าทันโลกและชีวิต หรือมีโลกทัศน์และชีวทัศน์ที่ถูกต้อง

ภาวนามัยในที่นี้ ก็คือสมาธิ และปัญญา ในไตรสิกขา พูดเต็มว่า สมาธิภาวนา หรือจิตตภาวนา และปัญญาภาวนานั่นเอง แต่ไม่ย้ำเน้นแต่ละอย่างให้เด่นนัก จึงผ่อนเอามารวมจัดเข้าเป็นหัวข้อเดียวกัน มีความหมายคลุมตั้งแต่สัมมาวายามะ ให้เพียรละกิเลส เพียรอบรมปลูกฝังกุศลธรรมในหมวดสมาธิ จนมาถึงการมีสัมมาทิฏฐิ และความดำริชอบ ในหมวดปัญญา โดยเน้นเมตตาภาวนา อันเป็นที่มาของความสุขทั้งในตนเองและในสังคม

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2020, 09:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ครอบครัวบริจาคอวัยวะเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มแล้วมีรถซึ่งวิ่งตามหลังมาเหยียบซ้ำ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.63 ที่ จ.เพชรบูรณ์
โดยอวัยวะที่ได้สามารถนำไปช่วยชีวิตบุคคลอื่นได้ถึง 5 ชีวิต (ดวงตาสองข้าง ไตสองข้าง หัวใจ) ผู้เป็นพ่อเผยภูมิใจ ลูกได้สร้างบุญกุศลต่อชีวิตมนุษย์ได้อีก


รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2020, 20:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
สาวใหญ่บึงกาฬอุบัติเหตุสมองตาย ครอบครัวบริจาคอวัยวะ ช่วยได้ 4 ชีวิต

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบึงกาฬ ว่า มีผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน ในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย สมองตาย ครอบครัวของผู้ป่วยประสงค์จะบริจาคอวัยวะให้กับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีการผ่าตัดนำอวัยวะส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบึงกาฬ โดยมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสภากาชาดไทยเดินทางมาผ่าตัดเอาอวัยวะ
ทั้งนี้คณะแพทย์ได้ใช้เวลาผ่าตัดอวัยวะประมาณ 2 ชั่วโมง

หลังจากการผ่าตัดเสร็จคณะแพทย์ พยาบาล ที่ร่วมกันทำพิธีขอขมา และยืนคารวะผู้ป่วย ก่อนจะนำอวัยวะ ตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งสภากาชาดไทย นำไปผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายอื่นต่อไป

ถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ และขอกุศลที่ผู้เสียชีวิตได้บริจาคอวัยวะในครั้งนี้จงนำไปสู่ภพภูมิที่ดี


https://www.thairath.co.th/media/Dtbezn ... YGxP6.webp

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2020, 13:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
นายอาทิตย์ อายุ 35 ปี ได้ขี่รถจักรยานยนต์ชนสุนัขรถได้ล้ม ส่วนตัวลูกชายศีรษะกระแทกพื้น จนเสียชีวิต ต่อมาทางแม่ตกลงที่จะบริจาคอวัยวะของลูกชาย ในส่วนที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ สามารถที่จะบริจาคอวัยวะที่สำคัญ ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจ หัวใจ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในด้านเครื่องมือ และความพร้อมของผู้ที่จะรับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ จึงได้เพียงด้วงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ซึ่งก็สามารถนำไปช่วยเหลือบุคคลอื่นได้อีกถึง 4 ชีวิต


https://scontent.fbkk5-2.fna.fbcdn.net/ ... e=5F7CB3D2

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2020, 23:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
คือเข้าใจไหมว่าพระพุทธเจ้ามองตาอันใสซื่อของทุกคน
และบอกทุกคนอย่างจริงใจว่าทุกคนไม่มีใครมีตัวตนเลย
ไม่ว่าบนโลกไหนภพภูมิไหนมีแต่ความหลงเข้าใจผิดว่ามี
จนกว่าจะฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจตัวเองตามปกติ
นึกออกไหมคะเวลาที่ใครเขาจะทำอะไรมาเชียร์ให้คุณทำด้วย
เขาจะหาวิธีโฆษณาจนคุณเชื่อแล้วสั่งให้คุณทำแบบนั้นจะได้ดีแบบนี้
คุณเชื่อเลยว่าแแล้วก็รีบกุลีกุจอทำตามไม่เคยระลึกได้สักทีนึงว่า ไม่มีเรา มีแต่ความอยาก...ได้555
ดูความวิจิตรพิศดารของกรรมที่ทำสิส่งไปเกิดได้ทุกที่แล้วก็คิดว่าต้องเอาตัวตนไปทำบารมีให้มีบริวารมากๆ
ไม่เข้าใจเหรอพระพุทธเจ้าเคยทำมาทั้งหมดแล้วและรู้ว่าหลงผิดยึดอะไรบ้างอันนี้แหละต้องทำความเข้าใจค่ะ
เพราะทุกคนไม่รู้ความจริงว่าตัวเองไม่มีตัวตนจริงๆมีแต่อัตตาพาด้นเดาทำก็โรสมาบอกว่าเดาไม่ได้ให้ฟังก่อน
เพราะเวลาที่เราไปร่วมทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดกับคนหมู่มากคือร่วมกรรมกับเขาไปแล้วโดยไม่รู้ว่าหลงผิด
คิดดูสิแต่ละคนมีตัวตนเห่อตามๆกันไปทำอะไรบ้างนั่นน่ะทุกคนเลยไม่ฟังให้เข้าใจต่อยอดปัญญาไปเรื่อยๆ
ปัญญารู้ถูกตัวทุกชาติที่ได้ไตร่ตรองว่าตัวของเราไม่มีแล้วมันกำลังมีอะไรปรากฏให้รู้ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้ต่อไป
นิพพานเป็นอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวที่ต้องพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกชาติเพราะเราเป็นสาวกค่ะ
สาวกแปลว่าผู้ที่ฟังคำสอนเข้าใจเกิดปัญญาเป็นของตนเองคนเดียวยกปัญญาให้คนอื่นไม่ได้ทำได้แค่บอกค่ะ
https://youtu.be/bNE0ctzB3rQ
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2020, 18:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
คือเข้าใจไหมว่าพระพุทธเจ้ามองตาอันใสซื่อของทุกคน
และบอกทุกคนอย่างจริงใจว่าทุกคนไม่มีใครมีตัวตนเลย
ไม่ว่าบนโลกไหนภพภูมิไหนมีแต่ความหลงเข้าใจผิดว่ามี
จนกว่าจะฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจตัวเองตามปกติ
นึกออกไหมคะเวลาที่ใครเขาจะทำอะไรมาเชียร์ให้คุณทำด้วย
เขาจะหาวิธีโฆษณาจนคุณเชื่อแล้วสั่งให้คุณทำแบบนั้นจะได้ดีแบบนี้
คุณเชื่อเลยว่าแแล้วก็รีบกุลีกุจอทำตามไม่เคยระลึกได้สักทีนึงว่า ไม่มีเรา มีแต่ความอยาก...ได้555
ดูความวิจิตรพิศดารของกรรมที่ทำสิส่งไปเกิดได้ทุกที่แล้วก็คิดว่าต้องเอาตัวตนไปทำบารมีให้มีบริวารมากๆ
ไม่เข้าใจเหรอพระพุทธเจ้าเคยทำมาทั้งหมดแล้วและรู้ว่าหลงผิดยึดอะไรบ้างอันนี้แหละต้องทำความเข้าใจค่ะ
เพราะทุกคนไม่รู้ความจริงว่าตัวเองไม่มีตัวตนจริงๆมีแต่อัตตาพาด้นเดาทำก็โรสมาบอกว่าเดาไม่ได้ให้ฟังก่อน
เพราะเวลาที่เราไปร่วมทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดกับคนหมู่มากคือร่วมกรรมกับเขาไปแล้วโดยไม่รู้ว่าหลงผิด
คิดดูสิแต่ละคนมีตัวตนเห่อตามๆกันไปทำอะไรบ้างนั่นน่ะทุกคนเลยไม่ฟังให้เข้าใจต่อยอดปัญญาไปเรื่อยๆ
ปัญญารู้ถูกตัวทุกชาติที่ได้ไตร่ตรองว่าตัวของเราไม่มีแล้วมันกำลังมีอะไรปรากฏให้รู้ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้ต่อไป
นิพพานเป็นอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวที่ต้องพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกชาติเพราะเราเป็นสาวกค่ะ
สาวกแปลว่าผู้ที่ฟังคำสอนเข้าใจเกิดปัญญาเป็นของตนเองคนเดียวยกปัญญาให้คนอื่นไม่ได้ทำได้แค่บอกค่ะ
https://youtu.be/bNE0ctzB3rQ
:b12:
:b4: :b4:



ฟังซ่านได้ใจจริงๆพับผ่าเถอะ :b32:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 11:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คือเข้าใจไหมว่าพระพุทธเจ้ามองตาอันใสซื่อของทุกคน
และบอกทุกคนอย่างจริงใจว่าทุกคนไม่มีใครมีตัวตนเลย
ไม่ว่าบนโลกไหนภพภูมิไหนมีแต่ความหลงเข้าใจผิดว่ามี
จนกว่าจะฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจตัวเองตามปกติ
นึกออกไหมคะเวลาที่ใครเขาจะทำอะไรมาเชียร์ให้คุณทำด้วย
เขาจะหาวิธีโฆษณาจนคุณเชื่อแล้วสั่งให้คุณทำแบบนั้นจะได้ดีแบบนี้
คุณเชื่อเลยว่าแแล้วก็รีบกุลีกุจอทำตามไม่เคยระลึกได้สักทีนึงว่า ไม่มีเรา มีแต่ความอยาก...ได้555
ดูความวิจิตรพิศดารของกรรมที่ทำสิส่งไปเกิดได้ทุกที่แล้วก็คิดว่าต้องเอาตัวตนไปทำบารมีให้มีบริวารมากๆ
ไม่เข้าใจเหรอพระพุทธเจ้าเคยทำมาทั้งหมดแล้วและรู้ว่าหลงผิดยึดอะไรบ้างอันนี้แหละต้องทำความเข้าใจค่ะ
เพราะทุกคนไม่รู้ความจริงว่าตัวเองไม่มีตัวตนจริงๆมีแต่อัตตาพาด้นเดาทำก็โรสมาบอกว่าเดาไม่ได้ให้ฟังก่อน
เพราะเวลาที่เราไปร่วมทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดกับคนหมู่มากคือร่วมกรรมกับเขาไปแล้วโดยไม่รู้ว่าหลงผิด
คิดดูสิแต่ละคนมีตัวตนเห่อตามๆกันไปทำอะไรบ้างนั่นน่ะทุกคนเลยไม่ฟังให้เข้าใจต่อยอดปัญญาไปเรื่อยๆ
ปัญญารู้ถูกตัวทุกชาติที่ได้ไตร่ตรองว่าตัวของเราไม่มีแล้วมันกำลังมีอะไรปรากฏให้รู้ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้ต่อไป
นิพพานเป็นอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวที่ต้องพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกชาติเพราะเราเป็นสาวกค่ะ
สาวกแปลว่าผู้ที่ฟังคำสอนเข้าใจเกิดปัญญาเป็นของตนเองคนเดียวยกปัญญาให้คนอื่นไม่ได้ทำได้แค่บอกค่ะ
https://youtu.be/bNE0ctzB3rQ
:b12:
:b4: :b4:



ฟังซ่านได้ใจจริงๆพับผ่าเถอะ :b32:

:b12:
ไม่ยอมรับความจริงว่ามีไม่รู้
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคิดเองไม่ได้
บอกว่าต้องอาศัยฟังคนที่รู้บอก
ว่าอะไรถูกอะไรผิดบอกยังไงก็ไม่รู้
เพราะการบอกต้องเข้าใจตอนที่กำลังฟัง
แล้วที่มาอ่านคำที่คนอื่นเขียนจะมีปัญญาเท่าคนเขียนเหรอ
อยากมีปัญญาเป็นของตัวเองต้องเริ่มใช้หูฟังทุกวันศึกษาความจริงตรงจริง
ไม่ใช่มาอ่านสิ่งที่คนอื่นเขียนแล้วก็แต่งเติมใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปตามกิเลสของตัวเอง
มันเข้าใจเองไม่ได้แม้แต่คำเดียวเนี่ยบอกละเอียดมากเลยไม่มีเราเนี่ย...เป็นปัญญาตรัสรู้ของตถาคต
ตถาคตบอกว่าเดี๋ยวนี้ตัวตนเราไม่มี...เอออออเอิ่มมมม...555...ปัญญาตัวเองไม่มีก็เห็นๆอยู่ว่ามีตัวไม่ใช่เหรอ
https://youtu.be/tbL6_CEV28w
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2020, 11:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คือเข้าใจไหมว่าพระพุทธเจ้ามองตาอันใสซื่อของทุกคน
และบอกทุกคนอย่างจริงใจว่าทุกคนไม่มีใครมีตัวตนเลย
ไม่ว่าบนโลกไหนภพภูมิไหนมีแต่ความหลงเข้าใจผิดว่ามี
จนกว่าจะฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจตัวเองตามปกติ
นึกออกไหมคะเวลาที่ใครเขาจะทำอะไรมาเชียร์ให้คุณทำด้วย
เขาจะหาวิธีโฆษณาจนคุณเชื่อแล้วสั่งให้คุณทำแบบนั้นจะได้ดีแบบนี้
คุณเชื่อเลยว่าแแล้วก็รีบกุลีกุจอทำตามไม่เคยระลึกได้สักทีนึงว่า ไม่มีเรา มีแต่ความอยาก...ได้555
ดูความวิจิตรพิศดารของกรรมที่ทำสิส่งไปเกิดได้ทุกที่แล้วก็คิดว่าต้องเอาตัวตนไปทำบารมีให้มีบริวารมากๆ
ไม่เข้าใจเหรอพระพุทธเจ้าเคยทำมาทั้งหมดแล้วและรู้ว่าหลงผิดยึดอะไรบ้างอันนี้แหละต้องทำความเข้าใจค่ะ
เพราะทุกคนไม่รู้ความจริงว่าตัวเองไม่มีตัวตนจริงๆมีแต่อัตตาพาด้นเดาทำก็โรสมาบอกว่าเดาไม่ได้ให้ฟังก่อน
เพราะเวลาที่เราไปร่วมทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดกับคนหมู่มากคือร่วมกรรมกับเขาไปแล้วโดยไม่รู้ว่าหลงผิด
คิดดูสิแต่ละคนมีตัวตนเห่อตามๆกันไปทำอะไรบ้างนั่นน่ะทุกคนเลยไม่ฟังให้เข้าใจต่อยอดปัญญาไปเรื่อยๆ
ปัญญารู้ถูกตัวทุกชาติที่ได้ไตร่ตรองว่าตัวของเราไม่มีแล้วมันกำลังมีอะไรปรากฏให้รู้ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้ต่อไป
นิพพานเป็นอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวที่ต้องพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกชาติเพราะเราเป็นสาวกค่ะ
สาวกแปลว่าผู้ที่ฟังคำสอนเข้าใจเกิดปัญญาเป็นของตนเองคนเดียวยกปัญญาให้คนอื่นไม่ได้ทำได้แค่บอกค่ะ
https://youtu.be/bNE0ctzB3rQ
:b12:
:b4: :b4:



ฟังซ่านได้ใจจริงๆพับผ่าเถอะ :b32:

:b12:
ไม่ยอมรับความจริงว่ามีไม่รู้
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคิดเองไม่ได้
บอกว่าต้องอาศัยฟังคนที่รู้บอก

ว่าอะไรถูกอะไรผิดบอกยังไงก็ไม่รู้
เพราะการบอกต้องเข้าใจตอนที่กำลังฟัง
แล้วที่มาอ่านคำที่คนอื่นเขียนจะมีปัญญาเท่าคนเขียนเหรอ
อยากมีปัญญาเป็นของตัวเองต้องเริ่มใช้หูฟังทุกวันศึกษาความจริงตรงจริง
ไม่ใช่มาอ่านสิ่งที่คนอื่นเขียนแล้วก็แต่งเติมใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปตามกิเลสของตัวเอง
มันเข้าใจเองไม่ได้แม้แต่คำเดียวเนี่ยบอกละเอียดมากเลยไม่มีเราเนี่ย...เป็นปัญญาตรัสรู้ของตถาคต
ตถาคตบอกว่าเดี๋ยวนี้ตัวตนเราไม่มี...เอออออเอิ่มมมม...555...ปัญญาตัวเองไม่มีก็เห็นๆอยู่ว่ามีตัวไม่ใช่เหรอ
https://youtu.be/tbL6_CEV28w
:b12:
:b4: :b4:


อ้างคำพูด:
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคิดเองไม่ได้


คิกๆๆ แล้วที่คุณโรสพร่ำเพ้ออยู่นั่นน่า คิดเองหรือใครคิดให้ ตอบ

1. มีคนคิดให้

2. คิดเพ้อเจ้อเอง

ตอบข้อไหน

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2020, 08:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คือเข้าใจไหมว่าพระพุทธเจ้ามองตาอันใสซื่อของทุกคน
และบอกทุกคนอย่างจริงใจว่าทุกคนไม่มีใครมีตัวตนเลย
ไม่ว่าบนโลกไหนภพภูมิไหนมีแต่ความหลงเข้าใจผิดว่ามี
จนกว่าจะฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจตัวเองตามปกติ
นึกออกไหมคะเวลาที่ใครเขาจะทำอะไรมาเชียร์ให้คุณทำด้วย
เขาจะหาวิธีโฆษณาจนคุณเชื่อแล้วสั่งให้คุณทำแบบนั้นจะได้ดีแบบนี้
คุณเชื่อเลยว่าแแล้วก็รีบกุลีกุจอทำตามไม่เคยระลึกได้สักทีนึงว่า ไม่มีเรา มีแต่ความอยาก...ได้555
ดูความวิจิตรพิศดารของกรรมที่ทำสิส่งไปเกิดได้ทุกที่แล้วก็คิดว่าต้องเอาตัวตนไปทำบารมีให้มีบริวารมากๆ
ไม่เข้าใจเหรอพระพุทธเจ้าเคยทำมาทั้งหมดแล้วและรู้ว่าหลงผิดยึดอะไรบ้างอันนี้แหละต้องทำความเข้าใจค่ะ
เพราะทุกคนไม่รู้ความจริงว่าตัวเองไม่มีตัวตนจริงๆมีแต่อัตตาพาด้นเดาทำก็โรสมาบอกว่าเดาไม่ได้ให้ฟังก่อน
เพราะเวลาที่เราไปร่วมทำอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดกับคนหมู่มากคือร่วมกรรมกับเขาไปแล้วโดยไม่รู้ว่าหลงผิด
คิดดูสิแต่ละคนมีตัวตนเห่อตามๆกันไปทำอะไรบ้างนั่นน่ะทุกคนเลยไม่ฟังให้เข้าใจต่อยอดปัญญาไปเรื่อยๆ
ปัญญารู้ถูกตัวทุกชาติที่ได้ไตร่ตรองว่าตัวของเราไม่มีแล้วมันกำลังมีอะไรปรากฏให้รู้ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้ต่อไป
นิพพานเป็นอะไรที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียวที่ต้องพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกชาติเพราะเราเป็นสาวกค่ะ
สาวกแปลว่าผู้ที่ฟังคำสอนเข้าใจเกิดปัญญาเป็นของตนเองคนเดียวยกปัญญาให้คนอื่นไม่ได้ทำได้แค่บอกค่ะ
https://youtu.be/bNE0ctzB3rQ
:b12:
:b4: :b4:



ฟังซ่านได้ใจจริงๆพับผ่าเถอะ :b32:

:b12:
ไม่ยอมรับความจริงว่ามีไม่รู้
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคิดเองไม่ได้
บอกว่าต้องอาศัยฟังคนที่รู้บอก

ว่าอะไรถูกอะไรผิดบอกยังไงก็ไม่รู้
เพราะการบอกต้องเข้าใจตอนที่กำลังฟัง
แล้วที่มาอ่านคำที่คนอื่นเขียนจะมีปัญญาเท่าคนเขียนเหรอ
อยากมีปัญญาเป็นของตัวเองต้องเริ่มใช้หูฟังทุกวันศึกษาความจริงตรงจริง
ไม่ใช่มาอ่านสิ่งที่คนอื่นเขียนแล้วก็แต่งเติมใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปตามกิเลสของตัวเอง
มันเข้าใจเองไม่ได้แม้แต่คำเดียวเนี่ยบอกละเอียดมากเลยไม่มีเราเนี่ย...เป็นปัญญาตรัสรู้ของตถาคต
ตถาคตบอกว่าเดี๋ยวนี้ตัวตนเราไม่มี...เอออออเอิ่มมมม...555...ปัญญาตัวเองไม่มีก็เห็นๆอยู่ว่ามีตัวไม่ใช่เหรอ
https://youtu.be/tbL6_CEV28w
:b12:
:b4: :b4:


อ้างคำพูด:
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคิดเองไม่ได้


คิกๆๆ แล้วที่คุณโรสพร่ำเพ้ออยู่นั่นน่า คิดเองหรือใครคิดให้ ตอบ

1. มีคนคิดให้

2. คิดเพ้อเจ้อเอง

ตอบข้อไหน

:b32:
ไม่มีคำตอบที่ถูกเลยค่ะ...ที่ถูกคือได้ยินได้ฟังใครพูดก็ตามรู้ว่าใครพูดคำสัจจะของตถาคตค่ะ
ที่อ่านพระไตรปิฏกอยู่คือคำสัจจะของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ไม่ได้เขียนเองค่ะ
แต่ตัวเองน่ะไปอ่านไปคิดตามคำที่มีคนเขียนบันทึกไว้ปัญญาไม่มีอ่านจนตายก็ไม่รู้
อ่านไปท่องไปจำได้แล้วก็คิดจะเอาไปทำไม่คิดไตร่ตรองให้ละเอียดทุกๆคำคือNOW
ที่เขียนไว้เป็นบันทึกการตรัสรู้ความจริงของพระพุทธเจ้าแล้วทรงแสดงธรรมแล้วมีผู้เข้าใจความจริงตาม
บรรลุตามเข้าใจความจริงจนมีความคิดเห็นตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและเข้าถึงสัจจะตามพระองค์
บรรลุตามขณะกำลังเข้าใจแล้วรู้สึกตัวทันทีมีปัญญารู้ความจริงตามปัญญาที่เคยเข้าใจคำที่เคยได้ฟังมาแล้ว
ไม่ได้ทำ เข้าใจคำนี้ไหม ไม่ได้ทำ ที่ทำน่ะทำตัวตนไปคาดคั้นจะทำให้เป็นเหมือนที่ตถาคตกล่าวว่ามีคนทำไว้
เพราะพระพุทธเจ้าอธิบายว่าใครทำแบบไหนยึดติดอย่างไรไปเกิดที่ไหนบ้างคือมันมีคนทำอยู่ก่อนแล้วจร้า
ไม่ใช่เพิ่งอยากจะมาเร่งรีบทำตอนมาอ่านตำราแล้วเลือกเอาตรงที่ชอบๆไปทำมันก็จะไปสู่ที่ชอบที่ชอบทำไง
รู้มั๊ยว่าปัญญามีไม่พอถึงยังเกิดอยู่มันทำมาทุกอย่างแล้วทุกชาติรู้ป่ะที่ยังเกิดอยู่เพราะไม่ทำปัญญาตามลำดับ
คือปัญญาแรกตามที่พระพุทธเจ้าบอกไว้คือ1.สุตมยปัญญาใช้หูทำค่ะคริคริคริถ้าไม่ฟัง=ไม่มีปัญญาใหม่เพิ่ม
เพราะฉะนั้นเวลาที่ปัญญาลำดับที่1ไม่พอเหมือนกระโดดจะเด็ดมะม่วงกระโดดไปเถอะยังไงก็ไม่ได้กินนะคะ
นิพพานเอาไม้สอยไม่ได้แต่เป็นการพึ่งการฟังแล้วคิดไตร่ตรองจนกว่าเข้าถึงความจริงตามลำดับของปัญญา
ถ้าไม่ฟังให้เกิดปัญญาลำดับแรกล้นไปลำดับ2ฟังต่อไปอีกเพิ่มจนล้นไปถึงปัญญาลำดับ3ฟังอีกจนถึงนิพพาน
เข้าใจไหมว่ามันมีขีดบอกระดับต่างๆไว้หมดคนที่บรรลุถึงขีดสูงสุดคือนิพพานส่วนใหญ่ไม่ได้ทำฌานจิตค่ะ
การทำฌานจิตขณะที่ยังเป็นปุถุชนทำให้ตัวเองคิดว่าตัวตนเก่งวิเศษกว่าคนอื่นคือไม่รู้ว่าโง่หนักกว่าคนปกติ
จากการฟังและไตร่ตรองทุกวันทำให้เห็นพฤติกรรมที่ตัวตนของตนเองและของคนอื่นว่าอ๋อทำแบบนี้มาน่ะเอง
ถูกกิเลสตัวเองและกิเลสคนอื่นสะกดให้หลงทำอะไรบ้างไม่รู้สึกตัวหรอกมีกิเลสด้วยกันดูไม่ออกพอฟังรู้ทันที
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2020, 09:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ลองคิดดูนะพอพระพุทธเจ้าสอนว่าธัมมะคืออะไร
ตอบได้ไหมถ้าพระพุทธเจ้าไม่อธิบายให้เข้าใจ
ทุกๆวันทรงอธิบายให้คนและเทวดาฟังถึง45ปี
ฟังบ้างเถอะไม่รู้ว่าชาติไหนจะได้เกิดมาเป็นคน
ไม่ใช่จะได้เกิดมาแล้วเจอคำสอนแล้วจะได้ยินนะ
หรือแม้ถึงจะได้ยินก็ไม่สนใจฟังเอาแต่ต่อว่าคนพูด
เหตุคือไม่ทำเหตุในการจงใจตั้งใจเพียรพิจารณาฟัง
ก็ไม่สนใจฟังหรอกค่ะเหตุที่จะพาไปทำมันเยอะแยะ
https://youtu.be/UI1mzqX178Q
:b12:
:b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร