วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.พ. 2020, 17:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3688


 ข้อมูลส่วนตัว


"ขอให้ท่านทั้งหลายสำเร็จตามที่ท่านปรารถนาทุกประการตามที่ท่านสาธุไว้ สาธุแปลว่าดีแล้ว สำเร็จแล้ว...

การที่ท่านได้มาร่วมกันทำบุญนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ธรรมะมีอุปการะมาก 2 อย่างคือ สติ ความระลึกได้ และสัมปะชัญญะ ความรู้ตัว

ธรรมะครั้งสุดท้าย ที่พระพุทธองค์ทรงได้แสดงไว้คือ อัปปมาโณ ความไม่ประมาท หรือความไม่มัวเมา ซึ่งก็คือความไม่ขาดสติ สัมปะชัญญะ.."

พระโอวาทธรรม
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก












“คนเราทุกวันนี้ ถ้าเป็นคนที่มีธรรม จะคิด จะพูด จะทำอะไรก็เป็นธรรม แต่ถ้าเป็นคนไม่มีธรรม เอาเรื่องโลกมาคิด มาพูด มาทำ ก็มีแต่โลกทั้งนั้น ให้เราทั้งหลายช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เห็นการกระทำอะไรที่ไม่ดีให้ช่วยกันบอกสอนแก้ไขให้ถูกให้ควร อย่าปล่อยให้คนทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อย่าพึ่งเชื่อในสิ่งที่อาตมาพูดว่าดี ว่าถูก ว่าควรแล้ว ให้นำไปไตร่ตรองดูเสียก่อน หากพิจารณาว่าดี ว่าถูก ว่าควร แล้วจึงค่อยเชื่อ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ พ่อแม่ครูจารย์ก็เคยเตือนให้พึง ระวังเรื่องอายตนะ ๖ กาย ใจ ตา หู จมูก และลิ้น ไม่ให้นำสิ่งไม่ดีเข้ามา ให้คะลำ ภาษาอีสาน คะลำ หมายถึง หลีกเลี่ยง อย่าเอาสิ่งไม่ดีเข้ามาในตัว หากรู้ว่าไม่ดีให้หลีกหนีให้ไกล”

ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑
คำสอนหลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ










#อย่าไปสนใจ

"คิดถึงกาลสถานที่
หรือบุคคลใดๆ ว่า
เป็นภัยและเป็นคุณ
ให้เสียเวลาและล่าช้า
ไปเปล่า โดยไม่เกิด
ประโยชน์อะไร
ยิ่งกว่าการคิดเรื่อง
กิเลสกับธรรมซึ่งมีอยู่ที่ใจ.."

#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต












วินัยกับศีลก็คืออันเดียวกันนั่นเอง แต่ทางพระเรียกว่าศีล
วินัยก็เป็นระเบียบที่ต้องรักษาไว้นะ ไม่อย่างนั้นมันก็คงเลวร้ายไปหมด
ถึงจะเรียนมาสูงขนาดไหนก็ตาม ถ้าความประพฤติไม่ดีแล้ว ไม่มีใครชอบนะ
ความดีต้องทำเอาเองนะ วันไหนก็ต้องทำ

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๘









ศีลธรรม คุ้มครองผู้ปฏิบัติ

"งามไม่มีร่วงโรย คืองามด้วยศีลด้วยธรรม งามในโลกนี้แล้ว ใจผู้งามด้วยธรรม ยังงามในโลกหน้า คือสุคโต ไปก็ดี...อยู่ก็ดี... เพราะอำนาจของศีลธรรม คุ้มครองรักษาผู้ปฏิบัติธรรม"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี









#ธรรมะ_หรือ_ธัมโม

"ต้องเรียนเอามาจากธรรมชาติ
เห็นความเกิด ความแปรปรวน
ของสังขารประกอบด้วยไตรลักษณ์
เป็นนักปฏิบัติกรรมฐานอย่าเชื่อหมอ
มากนัก ให้เชื่อธรรม เชื่อกรรม เชื่อ
ผลของกรรมจึงจะดี ธรรมะทั้งหมด
ชี้เข้าที่กายกับจิต เพราะกายกับจิต
นั่นแหละเป็นคัมภีร์เดิม เป็นคัมภีร์
ธรรมที่แท้จริง ภูเขา ทะเล สายน้ำ
แผ่นดิน แผ่นฟ้า เห็นไปดูไปก็ไม่มี
ความหมาย ให้เห็นแต่ชาติทุกข์
ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณทุกข์
เท่านั้นแล.."

#พระครูวินัยธร [มั่น ภูริทตฺโต]​
วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ. สกลนคร
[พ.ศ. ๒๔๑๓ - ๒๔๙๒]​
#จากหนังสือ_ท่านพ่อลี_ธมฺมธโร
#พระอริยเจ้าผู้มีพลังจิตแก่กล้า













บางคนให้ทานได้อย่างเดียว แต่เป็นทานขั้นสูง ให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ให้ด้วยจิตว่างโดยไม่หวังอะไรตอบแทน บางคนเจริญสติภาวนา ได้ในขั้นต้น ทำทานไม่เป็น รักษาศีลได้บ้างไม่ได้บ้าง

คนมีหลายจำพวก หลายจริต เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่เรารู้ว่าเราเป็นเรา

เราเป็นเราในที่นี้ คือ เราอยากมีความสงบสุข ความสงบสุข สบายใจ ก็ไม่ได้เกิดที่ไหนได้เลย นอกจากที่ใจ จะทำให้ใจมันเย็นได้ ก็ต้องรู้จักปล่อยวาง ละ รู้จักให้อภัยกัน

อย่างเช่น เมื่อถูกยุงกัด แทนที่จะตบมัน เพราะโกรธที่มาทำให้เราเจ็บ คนที่ให้ทานเป็นก็น้อมนำว่า ยุงมันหิว ให้มันกินเลือดนิดเดียว ยอมทนเจ็บ อภัยให้มัน คือรู้จักให้อภัยทานแบบคนทำทานเป็น คนที่รักษาศีลเป็น เค้าก็จะรู้ว่า ถ้าตบมันเป็นปาณาติปาต เค้าก็จะไม่ทำ คนที่เจริญสติเป็น อาจจะให้อภัยได้โดยการน้อมนำว่า เรามีจิตที่เจริญแล้ว ย่อมมีความยับยั้ง มีความเมตตาต่อสัตว์ที่ไม่มีโอกาสได้เจริญสติ อภัยทานให้ เหล่านี้เป็นการชำระความโกรธ ด้วยธรรมข้ออภัยทาน

เมื่อเห็นคนที่ให้ทานไม่เป็น เช่น วิทยาทาน ไม่ยอมสอนการบ้านเพื่อน ทั้งๆที่ไม่ได้เสียอะไรเลย คนที่ทำทานเป็นก็ควรมีอภัยทาน ให้อภัยเค้า เพราะถ้าเค้ารู้จักให้ทาน เค้าคงไม่ทำแบบนี้ เราก็สอนซะเองเลย

เมื่อคนที่ทำทานเป็น พูดเรื่องศีล แต่พูดถูกๆผิดๆ เพราะเขาเพิ่งจะหัดรักษาศีล คนที่รักษาเป็นแล้ว ย่อมมีความเมตตาว่า เราจะไม่โต้ตอบด้วยคำพูดที่ส่อเสียด เพราะเราเป็นผู้ที่รักษาศีลเป็นแล้ว ย่อมให้อภัยแก่ผู้ที่รักษาศีลไม่เป็น จะช่วยเมตตา แนะนำตามภูมิของเรา

คนที่เจริญสติเป็นแล้ว เห็นความไม่พอใจเกิดได้แล้ว สามารถระงับความไม่พอใจที่เกิดขึ้น หากมีผู้ใดแสดงออกทาง กาย วาจา ใจ ให้ความไม่พอใจเกิดขึ้น เราจะระงับใจว่า เพราะเขาไม่มีสติ เจริญสติไม่เป็น ไม่สามารถยับยั้งการพูด การแสดงออก ไม่สามารถดูแลจิตใจตัวเองได้ เราย่อมให้อภัยทานแก่ผู้ที่ปฏิบัติได้น้อยกว่าด้วยความเมตตา ผู้มีสติปัญญามากกว่า ย่อมหาความสงบสุขให้แก่ใจ ด้วยอภัยทาน

ดังนั้นผู้ที่มีปัญญาแล้ว ย่อมอย่าให้ความโกรธ อย่าให้กิเลสควบคุมจิตใจ หากมีการพลั้งเผลอ เราก็ให้อภัยตัวเอง ยกโทษให้ตัวเอง เอาความผิดครั้งนี้ไปปรับปรุง ด้วยว่ากำลังสติยังน้อย ไม่ต่อเนื่อง รู้จักดูแลไม่ให้จิตเจือด้วยความทุกข์ ด้วยกิเลส โดยอภัยทาน

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป










#ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี้

"ให้เร่งทำบุญให้กับตนเอง
ไว้มาก ๆ​ พอตายไปแล้ว
จะไม่มีโอกาส ได้ทำบุญ
แบบนี้อีกนะ​ ตายไปแล้วก็
ไปเสวยบุญ เสวยบาป​ ที่
ตนเอง ได้ทำเอาไว้สมัยที่
ยังมีชีวิตอยู่​ ฅนทำดี ก็ได้
เสวยบุญ​ มีสุขคติเป็นที่พึ่ง
มีสวรรค์ พรหมโลกเป็นที่อยู่
หรืออย่างน้อย ก็ได้มาเกิด"
#เป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา
"ฅนทำชั่ว ก็ได้เสวยบาป
มีทุคติความทุกข์ เป็นที่ตั้ง
มีอบายภูมิทั้ง ๔ คือ นรก เปรต
อสูรกาย​ เดรัจฉานภูมิเป็นสถาน
ที่อยู่อาศัย​ หนักเบา ขึ้นอยู่กับ.."
#บาปกรรมที่ตนเองได้กระทำมา

#หลวงปู่ชอบ_ฐานสโม











#ผู้มีปัญญา
ไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงแล้วตามมา
ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
#ผู้มีปัญญา
ได้เห็นในธรรมซึ่งเป็นปัจจุบัน
ควรเจริญความเห็นนั้นไว้เนืองๆ
ควรรีบทำเสีย..
#ผู้มีปัญญา
ซึ่งมีธรรมเป็นเครื่องอยู่
มีความเพียรแยกกิเลสให้หมดไป
จะไม่เกียจคร้าน..
#ขยันหมั่นเพียรทั้งกลางวันและกลางคืน

#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต











พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทุกพระองค์ แก้กิเลสทุกประเภทด้วยสติปัญญาทั้งนั้น มิได้แก้ด้วยอะไรอื่นนอกจากนี้เลย จึงไม่ทราบยกย่องอะไรว่าเป็นเอกยิ่งกว่าสติปัญญานี้ไป ธรรมนอกนั้นก็มิได้ประมาทว่าไม่ดี หากแต่เป็นเครื่องช่วยส่งเสริมกำลัง เช่นเดียวกับเสบียงอาหารในการรบสงครามฉะนั้น ส่วนผู้รบกับเครื่องมือในการรบนั้นสำคัญ ผู้รบในที่นี้หมายถึงความมุ่งมั่นปั้นมืออย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ถอยทัพกลับมาเกิดตายให้กิเลสหัวเราะเยาะอีก
.
เครื่องมือชิ้นเอกคือ สติปัญญาทุกขั้น ต้องติดแนบกับตัวอย่าให้ห่างจากใจ จิตติดอยู่ตรงไหนจงพิจารณาเข้าไปไม่ต้องกลัวตาย เพราะความเพียรกล้าเพื่อรื้อภพชาติออกจากใจ เมื่อถึงคราวตายก็ขอให้ตายอย่างมีชัย อย่าตายแบบผู้พ่ายแพ้จะช้ำใจไปนาน จงเพียรต่อสู้จนวัฏสงสารได้ร้างเมืองเพราะไม่มีใครมาเกิด ลองดูซิเมืองวัฏสงสารจะร้างไปไม่มีสัตว์โลกผู้ยังมีความหลงมาเกิดอีกจริง ๆ หรือ ทำไมการทำความเพียรเพียงเล็กน้อยกลัวแต่วัฏฏะจะร้าง กลัวจะไม่ได้กลับมาเกิดตายอีก และทำไมจึงคอยแต่จะเที่ยวจับจองภพชาติอยู่ทุกขณะจิตที่คิดทั้งที่ยังไม่ตาย ความย่อหย่อนต่อความเพียรนี่แหละ คือความขยันต่อการเกิดตาย และเป็นลักษณะจับจองภพชาติไม่ให้บกพร่องจากใจ ใจจึงมิได้บกพร่องจากทุกข์ตลอดมา
.
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
คัดจากหนังสือ ประวัติท่านพระอาจารย์ มั่น ภูริทัตตเถระ
โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน












"..เมื่อภาวนาจิตรวมลงถ้ามันไม่อิ่มจิตจะไม่ถอนออกจะนานขนาดไหนก็ต้องปล่อยไปเพราะจะไปบังคับมันไม่ได้เหมือนกับเรากินข้าวกำลังอร่อยจะให้หยุดกินก็ไม่ได้ก็ต้องกินให้มันอิ่ม

คนที่ภาวนาได้จะเกิดปิติสุขใครจะมาว่ามาด่าให้ก็ไม่ไปทุกข์กับคำเขา เปรียบคือเศรษฐีมีเงินฝากร้อยล้านแล้วมีคนมาด่าว่าบักขี้ทุกข์ขี้ยากเขากะบ่ทุกข์นำเพราะเขาบ่ได้แบบที่เขาว่านี้ละ รสธรรมชนะรสอื่นทั้งปวง

คนมุ่งหวังมาบวชแล้วกะให้ตั้งใจภาวนาบ่แม่นบวชมานับตั้งแต่วันสิลาสึกมันกะบ่ได้หยัง เปรียบคือผัวเมียนี้ละอยู่นำกันมาสิบยี่สิบปีกะคิดหาตั้งแต่ข้อเสียกันมันกะสิอยู่นำกันได้จังใด๋

คนที่มานอนวัดปฎิบัติภาวนากะอย่ามาปรุงมาแต่งอย่างอื่นบ่แม่นมานอนวัดแต่ใจไปบ้านหาลูกหาผัวหาเมียผู้มีหมากะไปหาหมาบางคนกะคิดไปนำงานแบบนั่นมันบ่แม่นภาวนามันมานั่งหลับตาเฮ็ดงาน คั่นมันคิดไปแต่บ้านหลาย

กะบอกใจเจ้าของว่ากูสิไปหามึงอยู่ว่าซั่นเด้อ มานอนวัดเจ็ดมื้อกลับไปบ้านกะให้ปฎิบัติภาวนาให้มันต่อเนื่องบ่แม่นกลับไปบ้านแล้วหยุดเลยมันสิบ่ได้ประโยชน์หยังเปรียบคือเฮากินข้าวคำหนึ่งเดินออกไปเฮ็ดงานแล้วกลับมานั่งกินข้าวต่ออีกคำหนึ่งแล้วกะไปเฮ็ดงานมันเลยบ่ต่อเนื่อง.."
.

โอวาทธรรมหลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต อ.หนองแสง จ.อุดรธานี











ธรรมชาติของดีทั้งหลายย่อมเกิดมาแต่ของไม่ดีมีอุปมาดั่งดอกปทุมชาติ
อันสวยๆงามๆก็เกิดขึ้นมาจากโคลนตมอันเป็นของสกปรกปฏิกูล น่าเกลียด
แต่ว่าดอกบัวนั้นเมื่อขึ้นพ้นโคดมแล้วย่อมเป็นสิ่งที่สะอาดเป็นที่ทัดทรง
ของพระราชาอุปราชอำมาตย์และเสนาบดีเป็นต้นและดอกบัวนั้นมิได้กลับคืนไปยังโคลนตมนั้นเลย

โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต











สมบัติในโลก มันไม่ใช่ของใคร มันเป็นของทุกคน ขึ้นอยู่กับวาสนาของใคร จะได้ตอนไหน
อย่าพูดว่าไม่มี ถ้าถึงเวลาของเราแล้ว ทุกคนก็จะได้แน่นอน
มะม่วงกว่ามันจะสุกทั้งลูก แล้วจึงหล่นลงจากต้น ถึงเวลานั้น ก็สามารถเก็บมากินได้
บารมี ที่เราสร้างไว้แต่หนหลัง มันก็ต้องมี แต่บางคนนั้น มันยังไม่ถึงเวลา เท่านั้นเอง

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงฺคโล











ความคิดมันก็คิดได้ทั้งนั้นน่ะ ใช่มั้ย
คิดดีก็ได้ คิดร้ายก็ได้ ไม่งั้นมันไม่มาถึงป่านนี้

แม้จะบังคับความคิดไม่ได้
แต่เราเลือกที่จะคิดได้

คิดด่าก็ด่าได้ แต่ไม่คิดจะด่าก็ได้
แล้วทำไมจะต้องไปคิดในสิ่งที่ไม่ดี
ทำไมจะต้องไปคิดในสิ่งเลวร้าย
มันเป็นทุกข์เป็นโทษแก่จิตใจ

สบายสบาย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ลืมเสียเถิดความหลัง
สร้างปัจจุบันให้ดี

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล
วัดอนาลโยทิพยาราม จ.พะเยา











...การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างนี้
ก่อนจะได้ธรรมนี้
"ต้องสละสิ่งที่เป็นกิเลส
ให้มันออกไปจากใจให้หมด"

.
เหมือนจะกินกาแฟถ้วยใหม่
ถ้ามีกาแฟเก่าติดอยู่ในถ้วยนี้
ต้องเททิ้งไปให้หมด
เอาไปล้างน้ำให้มันสะอาด
จะได้เอากาแฟร้อนๆ
กาแฟหอมๆ ถ้วยใหม่ใส่เข้าไป

.
ถ้าไปผสมกับกาแฟเก่าที่มันเย็นชืด
กาแฟใหม่ร้อนยังไง เทเข้าไป
มันก็ไม่ร้อนเสียแล้ว ไม่น่าดื่ม
ไม่น่ารับประทานเสียแล้ว

.
การที่จะ..เอาธรรมะเข้าสู่ใจนี้
"ต้องเอากิเลสออกไปให้หมด"
ไม่อย่างนั้นมันไม่มีที่ใส่.. เข้าใจไหม.

..........................................
.
ธรรมะสดๆร้อนๆเล่ม2 หน้า114
ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









"ความตายกระชากเราไปได้ทุกวันเวลา เรารู้ได้อย่างไรว่าเรายังมีเวลาพอที่จะผลัดวันประกันพรุ่งต่อไปอีกได้ การเกิดเป็นมนุษย์ในประเทศอันสมควร เช่น เมืองไทย เป็นเรื่องยากมาก การฉวยโอกาสปฏิบัติธรรมตั้งแต่ตอนนี้ จะไม่ฉลาดกว่าหรือ"

พระอาจารย์ชยสาโร
สำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา









มงคล ๓๘ ประการ

มงคลที่ ๒๙ การได้เห็นสมณะ

กิจที่ควรทำเพื่อให้เกิดประโยชน์จากการเห็นสมณะ
๑. ต้องเข้าไปหา หมายถึง หมั่นเข้าใกล้และเห็นคุณค่าในการเห็นสมณะ พยายามเข้าไปหาท่านเสมอเพื่อรับการถ่ายทอดคุณธรรม
๒. ต้องเข้าไปบำรุง หมายถึง เข้าไปช่วยทำกิจของท่าน เช่น ปัดกวาดเช็ดถูกุฏิ จัดหาปัจจัย ๔ ไปถวาย
๓. ตามฟัง หมายถึง ตั้งใจฟังคำสั่งสอนของท่านด้วยความตั้งใจจดจ่อ และด้วยความเคารพ
๔. ตามระลึกถึงท่าน หมายถึง เมื่อได้พบและฟังคำสอนของท่านแล้ว ก็ตามระลึกถึงคำสอน ทั้งกิริยามารยาทของท่าน นำคำสั่งสอนของท่านมาไตร่ตรองพิจารณาอยู่เสมอ
๕. ตามดูตามเห็น หมายถึง ดูท่านด้วยตาเนื้อของเรา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาอย่างหนึ่ง และตามดูท่านด้วยความคิดและปัญญาทางธรรม ให้เห็นตัวสมณธรรมของท่านอีกอย่างหนึ่ง
++อานิสงส์ของการเห็นสมณะ++
๑. ทำให้ได้สติ ฉุกคิดถึงบุญกุศล
๒. ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดีตามท่าน
๓. ทำให้ตาแจ่มใสดุจแก้วมณี
๔. ทำให้เป็นผู้ไม่ประมาท
๕. ชื่อว่าได้บูชาพระรัตนตรัยอย่างยิ่ง
๖. ทำให้ได้สมบัติ ๓ คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติและนิพพานสมบัติ โดยง่าย
๗. ทำให้บรรลุมรรคผลโดยง่าย
กราบนอบน้อมอาจาริยาบูชาครูบาอาจารย์

หลวงตาศิริ อินฺทสิริ วัดถ้ำผาแดงนิมิต ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น











ให้ใช้อัตตภาพนี้ไปในทางดีทางชอบ

อัตตภาพ คือ ร่างกายของเรานี้
มันก็นอนทับดิน ส่วนดินมันก็เป็นดิน
ส่วนน้ำ..มันก็เป็นน้ำ ส่วนลม ส่วนไฟ
มันก็เป็นลม เป็นไฟ ของเก่ามัน
ครั้นพ้นแล้วก็กลับมาถือเอาดิน เอาน้ำ
ของเก่าอีกเท่านั้นแหละ
แล้วก็มาใช้ดิน น้ำ ไฟ ลม นี่แหละครบบริบูรณ์
เอามาใช้ในทางดีทางชอบ
ก็เป็นเหตุให้ได้สำเร็จมรรคผลพระนิพพาน

พระพุทธเจ้าสร้างบารมีก็อาศัยดินอันนี้แหละ
ประเทศ*อันสมควรอันนี้แหละ
สาวกจะไปพระนิพพานตามพระพุทธองค์ก็อาศัยอัตตภาพนี้
ครั้นไม่อาศัยอัตตภาพนี้ มีแต่ดวงจิตหรือมีแต่ร่างซื่อๆ
ก็ไม่สำเร็จอะไรหมดทั้งนั้นเหมือนกันทั้งนั้น
(ประเทศ ท่านหมายเอา สกนธ์กายตัวเรานี้)

พวกเทพยดาได้ชมวิมาน ชมความสุขอยู่ตลอดชีวิต
ชมบุญ ชมกุศล ก็ทำเอามาแต่เมืองมนุษย์
ครั้นจุติแล้วก็ได้ไปเสวยบุญกุศลของตน
ครั้นหมดบุญแล้วก็ลงมาเมืองมนุษย์
มาสร้างอีกแล้วแต่จะสร้างเอา..
อันชอบบุญก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเอาบุญ
อันชอบบาป..ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเอาบาป
เหมือนพระเทวทัตนั่น ต่างคนต่างไปอย่างนั้น

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู











“ที่แกทำ ๆ ไปน่ะ มันสูญเปล่า ชีวิตจะมีค่าก็ตอนไหว้พระ สวดมนต์ ภาวนาเท่านั้น”

เงินทอง ทรัพย์สมบัติที่หากันมาก็แค่ “หาอยู่ หากิน” เลี้ยงอัตภาพร่างกายเท่านั้น พอหมดลมแล้วก็หมดกัน เอาติดตัวไปไม่ได้ ไม่เหมือนการภาวนาเพื่อพัฒนายกระดับจิตใจให้มันกินลึกไปข้างในและเอาติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปได้

สมบัติทางโลก จะมากมายและวิจิตรประณีตขนาดไหน มันก็เป็นแค่ “สมบัติน้ำแข็ง” อยู่ดีเพราะมันจะค่อยๆ ละลายเรากำมันไว้ได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น

หลวงปู่เคยเล่าว่า

“เด็กทารกทั่วไปเกิดมาก็กำมือมา บ่งบอกการเกิดมาพร้อมกับความยึดมั่นถือมั่น”

พวกเราลองพิจารณาดูเถิด สุดท้ายตอนตายทุกคนก็ต้องแบมือหมด แม้น้ำที่คนเขามารดน้ำศพก็ยังกำเอาไว้ไม่อยู่เลย

อาหารที่สุดแสนประณีตก็ได้แค่อิ่ม บ้านที่เป็นดุจคฤหาสน์ก็แค่ที่พักอาศัยหลับนอนไปคืนหนึ่งๆ มนุษย์สร้างสมมุติที่ซับซ้อนหรอกตัวเองเสียจนหลงลืมความจริงพื้นฐานของชีวิต

“สมบัติน้ำแข็ง”

คือข้อที่ควรคิดคำนึงเพื่อเตือนจิตเตือนใจตนเองไว้เสมอ ๆ เพื่อให้ตระหนักว่ากิจกรรมชีวิตอันใดที่เราควรทุ่มเท กิจกรรมชีวิตอันใดที่ทำเพียงแค่พอเป็นเครื่องอาศัย

” เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ให้พากันปฏิบัติ ”

โอวาทธรรมหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ














"วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป อายุและวัยของเราก็ชื่อว่าก้าวเคียงกันไปกับวัน คืน เดือน ปีด้วย ในรอบของคืนหนึ่งและวันหนึ่งควรถือเป็นเวลาสำคัญ เพื่อคิดบัญชีของตัวสักหนึ่งเวลา คือการบำเพ็ญความดีเพื่อเป็นชิ้นเป็นอันของตัวบ้าง ได้แก่แบ่งเวลาไว้อบรมจิตตภาวนา เพื่อรู้วิถีทางเดินของชีวิตจิตใจ ทางที่ดีควรตั้งความสัตย์กำหนดเวลาบังคับตนบ้าง เพื่อไม่ให้จิตหาเรื่องออกตัว เพราะจิตขั้นเริ่มแรกแห่งการอบรม รู้สึกจะมีเรื่องมากทั้ง ๆ ที่ไม่มีเรื่อง เช่นเดียวกับเราบังคับเด็กให้ทำงาน โดยมากเด็กชอบออกตัวเพื่อหลบงานเสมอ ถ้าผู้ใหญ่เผลอเด็กก็หาทางหลีกงานไปได้ ถ้าถูกบังคับเข้าจริง ๆ จนหาทางหลบหลีกไม่ได้ เด็กก็ยอมทำงานให้ตามคำสั่ง

จิตขั้นเริ่มแรกก็รู้สึกจะเป็นเช่นนั้น ถ้าสติไม่บังคับและความสัตย์ไม่บีบตัวจริง ๆ จิตอาจหาทางออกได้ อย่างหนึ่งไม่ยอมทำงาน คือ การภาวนา อย่างหนึ่งยอมทำงานแต่ไม่จดจ่อกับงาน พอให้เสียเวลาโดยไม่ได้ผล ฉะนั้น การตั้งกฎเกณฑ์และตั้งสติบังคับใจ จึงเป็นกิจที่ควรทำอย่างยิ่ง สำหรับผู้มุ่งความก้าวหน้าทางด้านจิตตภาวนา จนกว่าจิตจะมีความเคยชินต่อกฎเกณฑ์ เคยชินต่อตัวเอง และปรากฏผลขึ้นมาบ้างแล้ว จากนั้นจิตจะมุ่งทำงานในหน้าที่ของตัวไปเอง แม้จะมีธุระมากน้อยก็ไม่ยอมลดละ พอถึงเวลาอันควร จิตจะปล่อยวางและย้อนกลับเข้ามาหางานภายในทันที โดยไม่ต้องบังคับขู่เข็ญดังที่เคยเป็นมา"

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๘












โลกเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดปัญหาที่เข้ามาคือบทเรียน มารทั้งหลายคือครูของเรา เมื่อคุณปฏิบัติสูงๆขึ้นไป ปัญหามันก็จะสูงขึ้นไปด้วย ปัญญาคุณแค่อนุบาลปัญหามันก็อนุบาล บทเรียนก็อนุบาล ครูก็ครูสอนอนุบาล แต่เมื่อคุณเรียนปริญญา ปัญญาระดับปริญญา ปัญหามันก็ต้องปริญญา บทเรียนก็บทเรียนปริญญา ครูก็ครูสอนปริญญา คุณเรียนปริญาจะเอาข้อสอบเด็กน้อยอนุบาลมาสอบคุณมันจะสมกับภูมิปัญญาคุณหรือ

ปฏิบัติเพื่อแสวงหาปัญญา เมื่อปัญญาเราสูงขึ้น ปัญหามันก็สูงขึ้น บทเรียนมันก็ยากขึ้น มารมันก็เก่งขึ้น คุณสอบตกจะหาว่าครูออกข้อสอบยากหรือ หรือจะโทษว่าตนเองเตรียมตัวสอบไม่ดี

คุณเอ้ยโลกมันสอนเรา บางทีก็สนุกสำราญ บางทีก็เศร้าโศก บางทีก็ทารุณโหดร้าย คุณต้องได้เรียนทุกบท คุณจะบอกว่าไม่ชอบวิชานี้ไม่เรียนมันไม่ได้

เราชอบสุขเราเกลียดทุกข์ แต่เราก็ต้องเรียนทั้งสองอย่าง เมื่อคุณผ่านการสอบหนึ่งครั้ง คุณก็จะพัฒนาไปอีกขั้นบทเรียนบางบทมันอาจจะแพงไปสักหน่อยต้องแลกมาด้วยเงินทอง อวัยวะหรือแม้แต่ชีวิต แต่คุณอย่าลืมนะวิชาดีราคามันต้องแพง โลกสอนให้คุณรู้จักโลกในทุกรูปแบบทุกรสชาติ คุณจะได้เบื่อโลกหน่ายโลกอย่างแท้จริง นิพพานของคุณก็จะเป็นนิพพานจริงๆ อย่าพึ่งลาออกจากโรงเรียนกลางคันก็แล้วกัน

คุณเชื่อเถอะว่าถนนเส้นนี้ผู้ปฏิบัติล้วนผ่านมาแล้วทุกคน ท่านเหล่านั้นก็เคยทุกข์อย่างคุณท่านยังผ่านไปได้ ให้เชื่อมั่นในคุณพระพุทธเจ้าพระธรรมคำสั่งสอนและพระอริยะสงฆ์ที่ท่านผ่านไปก่อน ให้เชื่อว่าท่านเหล่านั้นไม่หลอกเราแน่ เข้าใจนะ

หลวงปู่หา สุภโร
วัดภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Rosarin และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร