วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.พ. 2020, 08:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2019, 10:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พูดหลักๆ มี 3 เรื่อง 1. กรมศิลป์ซ่อมยอดพระธาตุแล้วสนิมขึ้น 2. เรื่องสร้างศูนย์จำหน่ายของที่ระลึกในที่ดินของวัดเป็นสัญลักษณ์มัสยิด 3. ทุบวัดกัลยาฯ


.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2019, 13:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คคห.นี้อยู่ที่ แต่เอามารวมไว้นี่เพราะเข้ากันได้


viewtopic.php?f=1&t=58363&p=454915#p454915


นี่ความคิดคุณโรส

อ้างคำพูด:
Rosarin

คิดให้มันตรง และถูกทีละทางนะคะ
ตถาคตตรัสรู้ความจริงของโลกแต่ละ1ทาง
ที่แต่ละ1ทางเกิดได้ทีละ 1 ขณะตรง 1 ทาง ตรงทางที่กำลังมีเดี๋ยวนี้
และรู้ตรงตามได้ตอนที่โลกแต่ละ 1 ทางมีที่กายใจตัวเองจิตไม่เกิดนอกรูปกายเลย
:b32:
1ทางตา เห็นสีดับที่กลางตาดำที่จักขุปสาทะดับจึงส่งต่อมโนทวารวิถีไปดับในหทยวัตถุในหัวใจ

2ทางหู ได้ยินเสียงที่กลางหูที่โสตประสาทะในหูดับจึงส่งต่อมโนทวารวิถีไปดับในหทยวัตถุในหัวใจ

3ทางจมูก ดมกลิ่นที่กลางจมูกที่ฆานะประสาทะในจมูกจึงส่งต่อมโนทวารวิถีไปดับในหทยวัตถุในหัวใจ

4ทางลิ้น รู้รสที่กลางลิ้นที่ชิวหาปสาทะดับจึงส่งต่อมโนทวารวิถีไปที่หทยวัตถุดับแว๊บหายเข้าไปในใจโน่น

5ทางกาย รับสัมผัสที่อวัยวะต่างๆทั่วกายที่กายปสาทะดับจึงส่งต่อไปดับที่หทยวัตถุดับหายเข้าไปในใจ

6ทางใจ คิดนึกถึงสิ่งที่กระทบทั่วกายใจผ่านมโนทวารวิถีส่งต่อไปดับในหทยวัตถุทุกอย่างดับทีละ1ในใจค่ะ

สรุปแต่ละทางมันดับหายไปในหทยวัตถุหมดเลยมีอะไรให้เห็นข้างนอกที่ไม่อยู่ที่กายตัวเองไหมทีละ1ทาง

คราวนี้ตอบได้ยังว่า ที่ขยันสร้างวัตถุนอกกาย มันมีจริงๆ ไหมตามคำสอนนั่นน่ะค๊ะะะ...หลงวัตถุมากมั๊ยยยย



ตอบว่า นั่นคือยกนั่นนี่มาแล้วผสมกับทิฏฐิของตัว ทิฏฐิคือความเห็น มาผสมกับความเห็นของตัว เห็นถูกก็สัมมาทิฏฐิ เห็นผิดเข้าใจผิดก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ

ถามต่ออีกว่า คุณโรสเป็นสัมมาทิฏฐิหรือเป็นมิจฉาทิฏฐิ ตอบอย่างไม่ลังเลว่า เป็นมิฉจาทิฏฐิ 2 ล้าน % :b32:


:b12:
ทิฏฐินั่นล่ะคือความคิดเห็น/ไม่รู้จักคิด
มันอยู่ที่ตัวหนังสือหรือตัวคนตอบสิ
รู้ไหมว่าทิฏฐิและมานะถือดีอวดดี
เป็นความคิดเห็นไม่ใช่สัจจะค่ะ
:b32:
คิดอะไรตามที่ใจอยากคิดและ
คิดตามตัวอักษรเข้าใจผิดก็ได้
พออ่านคำว่าปฏิบัติก็คิดว่าทำใช่ไหม
เคยแปลให้ตรงกับคำสอนภาษาบาลีไหม
:b32:
สติเป็นภาษาบาลี
คนไทยเอามาแปลเพี๊ยน
คำสอนคิดถูกตัวตนต้องตรงปัจจุบัน
สติแปลว่าระลึกตามคำสอนได้ตรงสัจจะถูกตัวตนเดี๋ยวนี้
ที่กำลังคิดอะไรอะไรอยู่เดี๋ยวนี้คิดอะไรเกินสัจจะอยู่แปลว่ามีทิฏฐิ
ไม่เคยระลึกตามคำสอนได้แปลว่ากำลังขาดสติเป็นอกุศลจิตแบบมีมิจฉาทิฏฐิอยู่ค่ะ
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ม.ค. 2020, 18:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
รองผู้ว่าฯ ชุมพร นำชาวพุทธกว่า 500 คนตักบาตรบนสะพานไม้เคี่ยม


รูปภาพ

https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A ... tn__=H-R&c[0]=AT0HJe28O_NObLvWS-U8TrzdombG18dWW5X8o-D2fPPJsFU5BrbjJJwPtcGuCsYhQDAm1OEZPxWQ1Czg7SB6FcFWGMEnin84MvUAaWrfcWHtC2Yrxx29hCGn-QoSlpig8HsEirHwFxXZqzL438J1UKFwSPRN0rFTr3TvNsPg9t01wC61MQizM1SWHmw

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2020, 20:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโรสเห็นแล้วคิดยังไง

รูปภาพ


https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2727936180632403&set=a.456405334452177&type=3&fref=mentions&__xts__[0]=68.ARAFYMkcA8Mj80sEMcMN1ep514OW1szpxOPAEk_0eWTt2sqHfY3b-1a2DG2ZKHUTH787ud0guxyluE-JilaxfJ4jw9K28vBXpoya9c93o4MESb-URIJK4kMeHaKeCq_682loNBcS3oKps324e_472Qb1HtC2AG9mQX_d6SzoSYHd9955J31-v3Vrejf5nIIxIP6she3xrFXl4sg2o8ly7IX9MBSUdRsYVrRhd_y9bV_T0Wti-UcMpwnWW4h5hWxREm4&__tn__=K-R

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2020, 18:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พูดอ้างอิงบ่อยๆ แต่ไม่มีตัวอย่าง ได้ตัวอย่างแล้ว คนโพสต์ ก็ออกแนวๆเดียวกับคุณโรสนั่น :b1:

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

รูปภาพ


อ้างคำพูด:
นิมิตของพระศาสดาในการกำหนดเขตสีมา หรือจุดนัดพบเพื่อทำสังฆกรรม (สวดปาติโมกข์เป็นต้น) ขอบเขตสีมาแต่กำหนดให้เป็นโยชน์ (16 กม.) เมื่อกำหนดเขตสีมาแล้วการอยู่ร่วมกันก็ต้องมีกฎเกณฑ์ที่พระศาดากำหนดคือการลงปาติโมกข์ (4 รูปขึ้นไปต้องสวดทบทวน) ทุกๆกึ่งเดือน เมื่อมีนัดหมายก็ต้องกำหนดจุดนัดพบกันเช่น ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น เชิงเขาลูกนี้ หรือที่ก้อนหินใหญ่โน่น... นั่นคือ "นิมิต" ของพระศาสดา

แล้วดันเอาไปฝังดิน เขตสีมาเดียวกันมันถึงยังไม่ไปทางเดียวกัน หลงทางกันไปเรื่อย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2020, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ให้ดูความหมายคำว่า "บุญ"

บุญ เครื่องชำระสันดาน, ความดี, กรรมดี, ความประพฤติชอบทางกาย วาจา และใจ, กุศลธรรม, ความสุข, กุศลธรรม. ที่กล่าวมานั้น เป็นความหมายทั่วไปโดยสรุป

ต่อนี้พึงทราบคำอธิบายละเอียดขึ้น เริ่มแต่ความหมายตามรูปศัพท์ว่า "กรรมที่ชำระสันดานของผู้กระทำให้สะอาด"

"สภาวะอันทำให้เกิดความน่าบูชา"

"การกระทำอันทำให้เต็มอิ่มสมน้ำใจ"

ความดี, กรรมที่ดีงามเป็นประโยชน์, ความประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ,

กุศล (มักหมายถึงโลกิยกุศลหรือความดีที่ยังกอปรด้วยอุปธิ คือ เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรารถนากันในหมู่ชาวโลก เช่น โภคสมบัติ)

บางทีหมายถึงผลของการประกอบกุศล หรือ ผลบุญนั่นเอง เช่น ในพุทธพจน์ (ที.ปา.11/33/62) ว่า "ภิกษุทั้งหลาย เพราะการสมาทานกุศลธรรมทั้งหลายเป็นเหตุ บุญนี้ ย่อมเจริญเพิ่มพูนอย่างนี้" และมีพุทธพจน์ (ขุ.อิติ.25/200/240) ตรัสไว้ด้วยว่า "ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย อย่าได้กลัวต่อบุญเลย คำว่า บุญนี้ เป็นชื่อของความสุข" (บุญ ในพุทธพจน์ ทรงเน้นที่การเจริญเมตตาจิต)

พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้ศึกษาบุญ "ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย" (ขุ.อิติ.25/200/241; 238/270) คือ ฝึกปฏิบัติหัดทำให้ชีวิตเจริญงอกงามขึ้นในความดี และสมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติที่ดี

ในการทำบุญ ไม่พึงละเลยพื้นฐานที่ตรงตามสภาพความเป็นจริงของชีวิต ให้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมเจริญงอกงามหนุนกันขึ้นไปสู่ความดีงามที่สมบูรณ์ เช่น พึงระลึกถึงพุทธพจน์ (สํ.ส.15/146/46) ที่ว่า "ชนเหล่าใด ปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน (รวมทั้งจัดเรือข้ามฟาก) จัดบริการน้ำดื่ม และบึงบ่อสระน้ำ ให้ที่พักอาศัย บุญของชนเหล่านั้น ย่อมเจริญงอกงาม ทั้งคืนทั้งวัน ตลอดทุกเวลา, ชนเหล่านั้น ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นผู้เดินทางสวรรค์"

คัมภีร์ทั้งหลายกล่าวถึงบุญกรรมที่ชาวบ้านควรร่วมกันทำไว้เป็นอ้นมาก เช่น (ชา.อ.1/299) การปรับปรุงซ่อมแซมถนนหนทาง สร้างสะพาน ขุดสระน้ำ สร้างศาลาที่พักและที่ประชุม ปลูกสวนปลูกป่า ให้ทาน รักษาศีล

พระพุทธเจ้าตรัสประมวลหลักการทำบุญที่พึงศึกษาไว้ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๓ (ขุ.อิติ.25/238/270) ซึ่งพระอรรถกถาจารย์ได้แจกแจงให้เห็นตัวอย่างในการขยายความออกไปเป็น บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ (เช่น สงฺคณี.อ. 208) ตรงข้ามกับ บาป

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร