วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ค. 2019, 09:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2019, 05:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3468


 ข้อมูลส่วนตัว


"ปลงสังขาร ไว้ว่า โลกทุกโลกเป็นแดนของความทุกข์ สังขารทุกสังขารเป็นดินแดนของความทุกข์ เราจะเกิดเป็นมนุษย์ก็ดี เทวดาก็ดี พรหมก็ดี ก็ไม่พ้นทุกข์ ถ้าเกิดเป็นเทวดาหรือพรหม ก็ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉาน เราไม่ต้องการโลกทั้ง ๓ ประการและไม่ต้องการอะไรทั้งหมด ขึ้นชื่อว่ามนุษยโลกก็ดี เทวโลกก็ดี พรหมโลกก็ดี ไม่ใช่สิ่งที่เราปรารถนา สิ่งที่เราปรารถนาจริงๆ ก็คือ พระนิพพาน ภาวนาไว้ว่า นิพพานัง ๆ ก็ได้ นึกไว้ว่า นิพพานๆ เราต้องการพระนิพพาน โลกนี้ทั้งหมดเราไม่ต้องการอะไร ความรัก ความเกลียด ความโกรธ ความเร่าร้อน เราถือเป็นของธรรมดา อะไรจะมากระทบกระทั่ง นั่นถือเป็นเรื่องธรรมดา เราจะเปลื้องสมบัติสภาวการณ์ต่างๆ ของโลกให้สิ้นไป เราอยู่กับโลก เราจะอาศัยโลกและสมบัติของโลกชั่วคราว เมื่ออัตตภาพมีอยู่ เมื่อความสิ้นไปแห่งอัตตภาพมีเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละเราจะไปพระนิพพาน"

คำสอนหลวงปู่ปาน โสนันโท




"จงทำความดีด้วยใจดี ด้วยความปล่อยวาง ด้วยความเสียสละ
เห็นทุกอย่างเป็นธรรมดาไปหมด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าอะไรจะตั้งอยู่ ไม่ว่าอะไรจะดับไป ให้เห็นเป็นธรรมดา"
.
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ




เราทำกรรมใดไว้ บุญกุศลหรือบาปอกุศลนั้นจะเป็นเพื่อนสองในใจของเรา เป็นเพื่อนสองก็คือ เมื่อเราทำบุญ บุญกุศลก็วิ่งเข้ามาเป็นพาหนะ เป็นมิตรเป็นเพื่อนเป็นที่พึงของเรา จะนำพาเราไปสู่สุคติ แต่ถ้าเราทำกรรมชั่ว ทำกรรมที่ไม่ดี กรรมที่ไม่ดีนั้นก็จะเป็นพาหนะ เป็นผู้กระชากลากถูเราไปสู่ทุคติ

พระพุทธเจ้าท่านว่า อัตตา หิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน โกหิ นาโถ ปโรสิยา คนอื่นใครเลยจะเป็นที่พึ่งของเราได้ ถ้าเราพึ่งตัวเองยังไม่ได้ อย่าไปหวังเลยที่จะไปพึ่งคนอื่น การสั่งสมคุณงามความดี อย่าไปคิดว่าพ่อแม่ทำแล้วตัวเองจะได้ ลูกทำแล้วตัวเองจะได้ ครูบาอาจารย์ทำแล้วตัวเองจะได้ เหมือนกับพ่อแม่กินข้าว ไม่เป็นไรพ่อแม่กินแล้วเดี๋ยวข้าก็อิ่มเอง จะเป็นอย่างนั้นได้ไหม เป็นไปไม่ได้ ใครกินก็ใครอิ่ม ใครทำก็ใครได้ ใครทำกรรมชั่วก็คนนั้นรับไป ถ้าใครทำกรรมดี บุญกุศลก็เข้ามา จะรักกันขนาดไหนก็เถอะ ถ้าพ่อแม่ทำกรรมชั่ว ลูกก็ช่วยไม่ได้ ถ้าพ่อแม่ทำกรรมดี พ่อแม่ไปสู่สวรรค์ ลูกก็ยังไปตกนรกได้ มีแต่พระเทวทัตกับสุปปพุทธะ ที่ทำกรรมชั่วใกล้เคียงกัน อันนี้หลวงพ่อไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามนะ แต่พูดให้ฟังเป็นคติตัวอย่าง

อย่างสุปปพุทธะ เป็นพระบิดาของพระเทวทัต เป็นพ่อตาของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปทางไหนก็ไปตั้งวงไม่ให้พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านไปได้ พระพุทธเจ้าจะใหญ่กว่าพระเจ้าแผ่นดินได้อย่างไร พระเทวทัตที่เป็นลูกชายก็แข่งจะเป็นพระพุทธเจ้า ทำร้ายพระพุทธเจ้าหลายเรื่องหลายราว สุดท้ายสุปปพุทธะก็แผ่นดินสูป พระเทวทัตก็แผ่นดินสูบ พอสูบลงไปก็คงจะอยู่ใกล้ ๆ กัน นรกขุมนั้น นี่เป็นตัวอย่าง เราอย่าไปทำอย่างนั้น กรรมชั่วนี้ไม่ดีหรอก กรรมชั่วจะเผาผลาญให้โทษ ไม่ใช่ให้คุณ จะให้โทษเราเมื่อภายหลัง อย่างสุปปพุทธะและพระเทวทัตแข่งกันทำความชั่ว ก็เลยลงไปอยู่ด้วยกัน พวกเราอย่าไปแข่งนะ ให้แข่งกันทำคุณงามความดี

พ่อแม่ก็ตาม สามีภรรยาก็ตาม ลูกศิษย์ลูกหาครูบาอาจารย์ก็ตาม หลวงพ่อฉันอาหาร ลูกศิษย์จะอิ่มก็ไม่ได้ ลูกศิษย์ทานอาหาร หลวงพ่อจะไปอิ่มก็ไม่ได้ ครูบาอาจารย์ทำคุณงามความดี จะไปให้ลูกศิษย์มีความสุขก็ไม่ได้ ได้แต่แผ่เมตตา อันนั้นเป็นพลังของจิตใจของครูบาอาจารย์ ท่านมีบุญวาสนาบารมีท่านก็แผ่เมตตาช่วย ด้วยพลัง เอาพลังจิตใจเข้าไปช่วย เหมือนกับคนตกน้ำ เขาก็มีพลังอยู่ แต่ไม่พอที่จะว่ายน้ำได้ ก็มีคนไปพยุงขึ้นมา ก็ว่ายน้ำถึงฝั่งได้

นี่ก็เหมือนกัน เขาก็มีบุญบารมีอยู่ แต่กรรมชั่วมาให้ผลในจุดนั้น เมื่อระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ ท่านก็แผ่เมตตาให้ ให้เดินไปสู่จุดหมายปลายทางได้ นั่นคือทั้งกำลังใจเราด้วย ทั้งกำลังกายเราด้วย ทั้งกำลังบุญวาสนาบารมีด้วย ก็เป็นพลัง ก็ไปสู่จุดหมายปลายทางได้ ก็คือให้พึ่งตนเองที่พระพุทธเจ้าให้พึ่ง คนอื่นใครเลยจะเป็นที่พึ่งได้ ให้สั่งสมคุณงามความดี สั่งสมบุญกุศล

อย่างพระเทวทัตก็มีส่วนเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ ก่อนที่แผ่นดินจะสูบลงไป พอแผ่นดินสูบถึงคอ เทวทัตก็ “โอ ข้าพเจ้าเห็นโทษแล้ว ข้าพเจ้าทำกรรมชั่วมากมายหลายอย่างที่เบียดเบียนพระพุทธเจ้า ขอพระพุทธเจ้าโปรดอโหสิให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดจะเคารพสักการะอีกแล้ว นอกจากคางของข้าพเจ้า ขอกราบพระพุทธเจ้า ขออโหสิให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด” พระพุทธเจ้าท่านก็เห็นจุดนี้ จุดสุดท้ายพระเทวทัตก็สำนึกผิด บุญกุศลนี้มหาศาลเลย เมื่อเทวทัตพ้นจากอเวจีมหานรก เขาจะเสวยกรรมในชั่วระยะหนึ่ง จากนั้นต่อมาจะได้บวช และจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต

ถ้าจะว่าไปก็ดีกว่าพวกเรานะ เพราะพระเทวทัตได้รับพุทธพยากรณ์ ถึงจะตกนรกอเวจีขนาดไหน ก็ยังได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต พวกเรานี่มีใครบ้างได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า แต่พระเทวทัตนี่แน่นอนแลว ได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว เพราะสำนึกผิด เพราะฉะนั้น การกระทำของพวกเรา ถ้าคิดผิด ก็ให้กลับตัวเสียใหม่นะ ถ้าพูดผิดก็พูดใหม่นะ ถ้าทำผิด ก็ทำใหม่ให้ถูกนะ เหมือนกับพระเทวทัตที่สำนึกผิด และระลึกในคุณของพระพุทธเจ้า

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
พระธรรมเทศนา “อย่าเป็นเช่นม้าอินเดีย”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒





ความใส่ใจต่อพ่อ-แม่เป็นความกตัญญู ที่ทุกคนต้องมี เราใช้ความรักจากพ่อ-แม่อย่างเคยชินไม่มีจำกัด พ่อ-แม่หวังแค่ให้เรามีความสุข ไม่ได้หวังได้บุญ

โอวาทธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร