วันเวลาปัจจุบัน 24 มิ.ย. 2019, 15:56  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 พ.ค. 2019, 07:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3446


 ข้อมูลส่วนตัว


"ส้วมเคลื่อนที่"

ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกายโดยมีหนังกำพร่าห่อหุ้มอยู่
ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็นความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวห
นังห่อหุ้มเท่านั้น ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวันเพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายในหลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่องของผิวกายอยู่ตลอดวัน
ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรกเหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้องทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเองยิ่งพิจารณาไปคนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

คติธรรม : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่





เวลาจะตายถ้าอกุศลมันครอบงำนิดเดียว
มันแถลงข้างล่าง
ที่พระพุทธเจ้าให้ถืออนุสสติ หรือเจริญพระกรรมฐาน
ให้ยึดถือความดีเรื่องของบุญเป็นเกณฑ์จนชิน
คำว่า ฌาน ก็คือ อารมณ์ชิน
วสี แปลว่า คล่อง คือคล่องในการเข้าสมาธิ
การเข้าสมาธิไม่จำเป็นต้องหลับตา
ท่านจึงสอนว่า ท่านทั้งหลาย
จงอย่าตามนึกถึงความชั่วที่ผ่านมาแล้ว
บาป มันแปลว่า ชั่ว
บาปฆ่ามดฆ่าปลวกอะไรก็ตาม
มากก็ตาม น้อยก็ตาม อย่านึกถึงมัน
ให้นึกถึงเฉพาะความดีไว้อย่างเดียว
พระราชพรหมยาน ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )





ทุกคนชอบบุญ ทุกคนไม่ชอบบาป
แต่ปัจจุบันก็น้อยคนนักที่ปฏิเสธคำยั่วยุต่างๆ นานา
ของบาป หรือของกรรมนั่นเอง
มีน้อยคนนักที่เข้มแข็งปฏิเสธคำยั่วยุของบาปกรรมได้สำเร็จ
การทำบาปทำไม่ดีจึงไม่เบาบางจากโลก ทั้งยิ่งวันก็ยิ่งมากขึ้นทุกที

ที่รู้ได้ดังนี้ก็ด้วยเราพากันสารภาพเอง บอกเองว่า โลกทุกวันนี้มืดแล้ว
ไม่มีแสงแห่งความดีงามเพียงพอจะสู้กับอำนาจเลวร้ายของกรรม
ที่จริงเราพากันแพ้กรรม ยอมตกอยู่ใต้อำนาจบังคับบัญชาของกรรม
ยอมคิดร้าย พูดร้าย ทำร้าย ได้ต่างๆ นานา

ไม่ใช่เพราะเราอยากทำเช่นนั้น
ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี ไม่มีใครอยากเป็นคนชั่ว
แต่ที่พากันเป็นคนชั่วคนไม่ดีก็เพราะตกอยู่ใต้อำนาจของกรรม
โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกกรรมบัญชา ถูกกรรมสั่งให้ยอมเป็นคนไม่ดี
ความยินยอมพร้อมใจไปกับกรรมก็เพราะขาดสติอย่างสิ้นเชิง
จนไม่รู้ดี ไม่รู้ชั่ว ไม่รู้ความควร ไม่รู้ความไม่ควร

สติจึงสำคัญนัก สำคัญที่สุด
สติจะทำให้ผู้มีสติรู้ผิดรู้ชอบดังกล่าวแล้ว
ไม่มีใครอยากทำผิด ถ้ามีสติรู้ตัวรู้ผิดชอบ
จะรู้เมื่อกรรมเข้ามาบัญชา จะไม่ยอมแพ้กรรม
นั่นก็คือจะสามารถรักษาตัวให้พ้นจากการเป็นคนคิดชั่ว คนพูดชั่ว คนทำชั่วได้

จงเห็นความสำคัญที่สุดของสติ
พยายามมีสติไว้ให้เสมอ คือพยายามอย่าให้ขาดสติ
อะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่ยอมเป็นผู้แพ้กรรม
จะรู้ถูกรู้ผิด รู้ดีรู้ชั่ว รู้ผิดรู้ชอบ อะไรจะพาไปถูกก็รู้
อะไรจะพาไปผิดก็รู้ อะไรจะพาไปดีก็รู้ อะไรจะพาไปชั่วก็รู้

ความมีสติรู้เช่นนี้สำคัญนัก ให้มีสติจริง ให้รู้จริง
จะไม่ตกอยู่ใต้บังคับบัญชาที่เลวร้ายรุนแรงของกรรม
กรรมที่ทุกคนได้ทำไว้มากมายด้วยกันทั้งนั้น
เพราะเป็นสิ่งที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน

อกุศลกรรมคือกรรมไม่ดี ตามทันเมื่อไร
ก็เมื่อนั้นแหละที่จะบังคับบัญชาผู้ที่ได้ทำกรรมไม่ดีไว้
ให้ทำบาปทำชั่วต่างๆ นานา
อันจะฉุดกระชากลากถูไปสู่ห้วงเหวแห่งความชั่วร้าย
ที่จะให้โทษทุกข์รุนแรงทั้งสิ้น

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร