วันเวลาปัจจุบัน 24 ก.ย. 2019, 01:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 12:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว




mt_30b.jpg
mt_30b.jpg [ 14.46 KiB | เปิดดู 212 ครั้ง ]
ข้อสังเกตเกี่ยวกับอนุสัยกิเลส ในความหมายที่ว่า “มีอยู่โดยฐานะที่ยังละไม่ได้”

– หากคำว่า “อนุสัยกิเลส” หมายถึงกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน, นอนเนื่องอยู่ในความสืบต่อแห่งนามรูป ที่ยังละไม่ได้ //
หากถือเอาตรงคำว่า “มีอยู่โดยฐานะที่ยังละไม่ได้” เพียงแค่นี้ ก็ทำให้เกิดความคิดว่า กิเลสที่ยังละไม่ได้ทั้งหมด ก็ต้องถือว่าเป็น “อนุสัย”
– กิเลสที่ปุถุชนยังละไม่ได้ ก็ต้องถือว่าเป็น “อนุสัย”
– กิเลสที่พระโสดาบัน- พระสกทาคามี, พระอนาคามี ที่ยังละไม่ได้… ก็ต้องถือว่า เป็น “อนุสัย”

จะเห็นได้ว่า ถ้ายึดตรงคำว่า “มีอยู่โดยฐานะที่ยังละไม่ได้” ตรงนี้ … ก็ควรถือเอากิเลสทั้งหมด หรือถือเอาอกุศลเจตสิกทั้ง ๑๔ ดวง ที่ปุถุชนและพระเสกขบุคคล ยังละไม่ได้…ตามสมควรแก่ฐานะของตน ๆ ว่าเป็น “อนุสัย” ไม่ควรจะหมายเอาเพียงแค่อนุสัยองค์ธรรม ๖ ที่ท่านแสดงไว้ในอกุศลสังคหะ

# อีกประการหนึ่ง ในอกุศลสังคหะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงนั้น เป็นการแสดงคล้าย ๆ กับการแสดงในพระสูตร มิใช่เป็นลักษณะการแสดงตามนัยแห่งอภิธรรมแท้ ๆ คือทรงแสดงตามสมมติโวหารของชาวโลก, แสดงในลักษณะให้ต้องให้เข้ากันกับอัธยาศัยของเวไนยสัตว์ คือ เป็นโวหารที่ใช้กันในทางโลก เช่น แสดงอกุศลบางอย่างว่าเป็น…
– อาสวะ บ้าง เพราะเป็นดุจเครื่องหมักดอง
– โอฆะ บ้าง เพราะเป็นดุจห้วงน้ำ อุปมาดุจห้วงน้ำใหญ่
– โยคะ บ้าง เพราะเป็นดุจเครื่องประกอบ คือประกอบสิ่งสองสิ่งให้ติดกัน….
……ฯลฯ……….
– กิเลส บ้าง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์เศร้าหมอง

จะเห็นได้ว่า การแสดงแบบนี้ เป็นการแสดงตามอัธยาศัยของเวไนยสัตว์….ทรงเปรียบอกุศล คือ โลภะ…เป็นต้น ให้เป็นไปในลักษณะต่าง ๆ เช่น เป็น อาสวะ,โอฆะ,โยคะ,คันถะ…..กิเลส
เป็นการแสดงแบบโวหาร แสดงแบบคล้อยตามอัธยาศัยของเวไนยสัตว์นี้….จึงเป็นการแสดงแบบยังมีส่วนเหลือ อวเสสา, หรือ สำนวนอภิธรรมเรียกว่า “สัปปเทส” คือแสดงไม่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งหมด นั่นเอง….

# เมื่อว่าโดยนัยประมัตถ์ ตามหลักของอภิธรรมแล้ว….อกุศลเจตสิกทั้งหมด ย่อมจัดเป็นกิเลสได้ทั้ง ๓ ลักษณะ คือ
๑. เป็นอนุสัยกิเลส (เพราะเป็นกิเลสที่นอนเนื่องในขันธสันดาน และเป็นกิเลสที่ปุถุชน และพระเสกขบุคคล ยังละไม่ได้)
๒. เป็นปริยุฏฐานกิเลส (เพราะเป็นกิเลสที่ขึ้นสู่วิถี เข้าลักษณะกาลทั้ง ๓ อุปปาทะ,ฐีติ,ภังคะ
๓. เป็นวีติกกมกิเลส เพราะเป็นกิเลสที่ทำให้ละเมิดศีล, เป็นกิเลสที่ประกอบในขณะล่วงศีล หรือล่วงอกุศลกรรมบถ, หรือเป็นกิเลสที่ทำให้ก้าวล่วงพุทธอาณา ที่เรียกว่า อาณาวีติกกมกิเลส (ก้าวล่วงสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้)
สรุปแล้ว อกุศลเจตสิกทั้ง ๑๔ ดวงนั่นแหละ แปรสภาพไปต่าง ๆ ๓ ระดับ ดังกล่าวมาแล้ว…

(ทั้งหมด เป็นความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2019, 13:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ความเป็นผู้ตรงต่อความจริง
เป็นผู้รู้จักตนเองตามปกติ
ว่าสมควรอยู่ในเพศใด
เลือกให้เหมาะสม
บรรพชิตจะไม่ทำกิจของคฤหัสถ์ทั้งหมด
เพราะกุศลจิตกับอกุศลจิตไม่เกิดพร้อมกัน
บรรพชิตคือผู้สละอาคารบ้านเรือนสมบัติเงินทอง
เข้าใจไหมคะพระพุทธเจ้าไม่ได้ขอร้องให้คุณมาบวช
แต่คุณต้องรู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะที่จะบวชเพื่อทำตามคำสอนไหม
บวชมาแล้วมารับเงินทองเนี่ยค่ะไม่มีหิริโอตัปปะคือจิตขณะที่บวชนั้นมี_อหิริกะ-มี_อโนตัปปะเป็นอกุศลจิต
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2019, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


onion
พิจารณานะคะ
เพศบรรพชิตมีชีวิตที่เบาสบาย
ครองจีวร3ผืนฉันอาหารจากบิณฑบาต
ไม่สะสมวัตถุเงินทองฉันได้ไม่เกินเที่ยงมีแค่อัฐบริขาร
ไม่ต้องกลัวโจรปล้นไม่ต้องสร้างวัตถุเพื่อมาสั่งสมกิเลสชาวบ้านสร้างให้
ไม่ทำอะไรเผื่อใครไม่ต้องให้ทานเพราะไม่มีสมบัติเงินทองรับได้แค่ปัจจัยสี่เท่าที่ฉันพอยังอัตภาพเท่านั้น
:b16:
:b17: :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2019, 15:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
onion
พิจารณานะคะ
เพศบรรพชิตมีชีวิตที่เบาสบาย
ครองจีวร3ผืนฉันอาหารจากบิณฑบาต
ไม่สะสมวัตถุเงินทองฉันได้ไม่เกินเที่ยงมีแค่อัฐบริขาร
ไม่ต้องกลัวโจรปล้นไม่ต้องสร้างวัตถุเพื่อมาสั่งสมกิเลสชาวบ้านสร้างให้
ไม่ทำอะไรเผื่อใครไม่ต้องให้ทานเพราะไม่มีสมบัติเงินทองรับได้แค่ปัจจัยสี่เท่าที่ฉันพอยังอัตภาพเท่านั้น
:b16:
:b17: :b17:


แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหัวข้อเรื่องล่ะ
ชอบแถไม่เข้าท่า

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2019, 16:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6265

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
Rosarin เขียน:
onion
พิจารณานะคะ
เพศบรรพชิตมีชีวิตที่เบาสบาย
ครองจีวร3ผืนฉันอาหารจากบิณฑบาต
ไม่สะสมวัตถุเงินทองฉันได้ไม่เกินเที่ยงมีแค่อัฐบริขาร
ไม่ต้องกลัวโจรปล้นไม่ต้องสร้างวัตถุเพื่อมาสั่งสมกิเลสชาวบ้านสร้างให้
ไม่ทำอะไรเผื่อใครไม่ต้องให้ทานเพราะไม่มีสมบัติเงินทองรับได้แค่ปัจจัยสี่เท่าที่ฉันพอยังอัตภาพเท่านั้น
:b16:
:b17: :b17:


แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหัวข้อเรื่องล่ะ
ชอบแถไม่เข้าท่า

Kiss
กล่าวตรงๆไม่อ้อม
กล่าวตามเหตุผลค่ะ
ว่าอะไรทำถูกอะไรทำผิด
เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าชัดเจนตรงเป็นแต่ละ1ขณะจิตค่ะ
onion onion onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร