วันเวลาปัจจุบัน 18 ส.ค. 2019, 13:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 23 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 07:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6243

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ข้อที่ผมสังเกตุเห็นจากวาทะเหล่านี้

ผู้กล่าวมีความเห็นว่า โลก สัตว์ บุคคล วัตถุ ที่เราเห็น ๆ กันอยู่นี้เป็นของปลอม เป็นโลกความฝัน
จินตนาการ เป็นเหมือนหนังนละคร เป็นโลกแฟนตาซีไปเลย ปรมัตถ์ธรรมเท่านั้นที่เป็นความจริง
มีอยู่จริงอย่างอื่นปลอม

ผู้กล่าวเข้าไปในส่วนสุดข้าง อัตตาไม่มี ซึ่งเป็นที่ตั้งรองรับกันได้เป็นอย่างดีกับความเห็นผิดหลาย
ประการเช่นโลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี บิดาไม่มีคุณ มารดาไม่มีคุณ สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติ
ชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งก็ไม่มีในโลก

ผู้กล่าวมองว่าปรมัตถ์ ๔ อย่างนั้นคือความจริงอันเป็นแก่นแท้ของศาสนาพุทธที่ต้องเรียนรู้ศึกษา
เป็นปัญญาเพื่อความหลุดพ้น มักวางเฉยต่อความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เพราะอัตตาไม่มี จะวางเฉยต่อ
กิเลส เพราะมันเกิดดับตามเหตุปัจจัย เราผู้ปัฏิบัติไม่มี

ซึ่งที่จริงแล้ว ความจริงอันประเสริฐที่เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคือ อริยสัจ ๔ อริยมรรค ๘
เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ศึกษาเพื่อละกิลส ตัณหา อุปาทาน เพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง

คิดเอาเองเดาส่งเดชแถมยืมคำตถาคตมาอ้างเพื่อให้ดูเหมือนมีปัญญา
:b12:
มองดูตัวเองเห็นที่อยู่ตรงหน้าดูสิจำมันทุกอย่างแล้วจำผิดด้วย
ตถาคตบอกว่าไม่มีตัวตนหรือคนหรือสัตว์หรือสิ่งของ
มีแต่อุปาทานในขันธ์ทั้ง5ว่ามีตัวตนเป็นตัวตนเรา
ตรงไหมก็ตัวเองกำลังคิดพูดทำเองไม่พึ่งคำ
ที่เป็น1คำวาจาสัจจะของตถาคตตรงๆ
ตรงที่กายใจตัวเองกำลังมีตรง1ทาง
ไม่เห็นหรือคะมันดับถึงแสนโกฏิขณะ
สลับกันทีละ1ทางไม่ปนกันไม่ซ้ำขณะ
ดับแล้วถึง1ล้านขณะแสนครั้งเดี๋ยวนี้555มันนับไม่ถ้วนไปแล้วคร่า
คุณรู้สึกตัวตรงจุดไหนที่กายคุณมีอยู่ตรงกับ1คำไหนของตถาคตอยู่ตอนนี้เดี๋ยวนี้หรือคะ...มีแต่อวิชชาเกิด
:b12:
:b20: :b20:


ประโยชน์อะไรจะได้รับ กับการมาเพ่งโทษติเตียนผม
สิ่งที่ผมบอกเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง สอดคล้องหรือขัดแย้งตามคำสอน เป็นสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิ
พิจารณาแล้วสนทนาแลกเปลี่ยนกันอย่างนี้ จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ ต่อคุณ ต่อผม ต่อผู้อื่น มากกว่ามั้ย

คำจริงที่ชี้ให้เห็นให้เข้าใจตรงสัจจะคือคำวาจาสัจจะตามคำตถาคต
ตถาคตให้ฟังคำสอนเพื่อเข้าใจความจริงที่ตัวเองกำลังมีกิเลสให้เข้าใจ
ไม่ได้ให้เอาคำของพระองค์ไปกล่าวโดยไม่บอกเหตุผลถูกผิดดีชั่วตรงที่กำลังมี
คำว่าตรงที่กำลังมีคือเดี๋ยวนี้ไม่ดีที่ไม่รู้ความจริงของเห็นที่กำลังเห็นอยู่ไม่รู้หรือคะ
:b12:
:b16: :b16:


ไปเถียงกับคนอื่นเถอะครับ ผมมาแลกเปลี่ยนสนทนาธรรม

ไม่มีใครเถียงกับคุณ
มีแต่คุณเถียงกับคำจริง
วาทะที่คุณยกมาเขียนแล้ว
วิจารณ์ด้วยความไม่รู้แปลว่ามีกิเลส
มีแต่จิตเจตสิกรูปหรือนิพพานที่กำลังมีจริงๆไม่มีตัวคุณ
ตถาคตบอกว่าจิตเกิดดับนับไม่ถ้วนคร่ามันดับไปแล้วสะสมกิเลสที่จิตของคุณไปแล้วไม่พึ่งคิดตามคำสอนอยู่
:b12:
:b16: :b16:

Love J. เขียน:
คุณรสครับคุณเถียงกับคนอื่นเรื่องธรรมะมาหลายปีแล้วรู้ตัวมั้ยครับ ด้วยความยึดมั่นถือมั่นสิ่งที่คุณเห็น ซึ่งพูดไปแล้วมันขัดกันกับโลก มันถกเถียงกันได้ไม่สิ้น ไม่เป็นไปเพื่อเบื่อหน่าย

มันกลายเป็นว่าพูดอะไรก็ได้เพื่อกดข่มเอาชนะวาทะคนอื่นที่เห็นต่างกับคุณ แสดงกริยาอาการยังไงก็ได้ให้เค้าเกิดอารมณ์แย่ ๆ ไม่ว่าเค้าจะกล่าวธรรมที่เป็นธรรมเป็นคำสอนหรือไม่ก็ตาม

ทีนี้นานไป ๆ ศักศรีมันก็มากเพราะกดข่มผู้อื่นไว้มาก อัตตามันก็ยิ่งเหนียวแน่นมากใครจะกดข่มเราด้วยวาทะ
ไม่มีทางยอม ย่อมพูดเท็จก็ได้ พูดส่อเสียดก็ได้ พูดหยาบคายก็ได้ พูดเพ้อเจ้อก็ได้


Love J. เขียน:
ลองเปิดอ่านกระทู้ความเห็นตนเองย้อนหลังดูก็ได้ว่าเป็นอย่างที่ผมพูดมั้ย ทบทวนวาทะทิฏฐิตนเองบ่อย ๆ ถูกแล้วดีแล้วผู้รู้ไม่ติเตียนก็รักษาไว้ ผิดก็ยอมรับปรับแก้อันนี้เราเห็นผิด พูดผิด รู้แล้วก็ละ

ทบทวนศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ต้องฟังคำจริงตรงจริงตรงสัจจะหรอกทีละ 1 อะไรหรอก เอาธรรมดา ๆ พอ ว่าปฏิปทาเครื่องดำเนินเพื่อความหลุดพ้นเป็นอย่างไร สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรแล้วน้อมนำมาปฏิบัติ ยินดีในศีล สมาธิ ปัญญา มีความสุขในธรรม มันมีความสุขกว่าการเถียงธรรมะเอาชนะคนอื่นเยอะ

:b1:
พระพุทธเจ้าสอนตรงจริง
มาบอกความจริงว่าเห็นผิด
ใครจะเอาชนะความไม่รู้ได้คะ
ถ้าคุณไม่พึ่งการคิดตามคำสอน
ตามปกติตามเป็นจริงคุณอ่านตาม
ที่คุณมองเห็นใช้เห็นที่ดูเป็นประธาน
ก็บอกแล้วว่ากำลังเห็นผิดเรียกว่ามิจฉาทิฏฐิ
จะเห็นถูกตามได้ตอนกำลังฟังเออแล้วฟังอยู่หรือดู
มองตัวเองให้ตรงตามคำสอนใช้ดูนำทางคือมิจฉามรรคไง
ก็แค่มาบอกตามคำจริงของตถาคตว่าคุณขาดการฟังนั่นน่ะขาดปัญญาเลยนะ
:b12:
คิด ตาม ให้ ตรง เห็น ที่ ดู ให้ รู้ ถูก ตัว ตน
ไม่ คิด นอก คำ ที่ อ่าน คือ ไม่ แต่ง ต่อ เติม
ทบ ทวน ไตร่ ตรอง ตาม ตรง คำ เข้าใจตาม
ทีละคำเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่กำลังมีก่อนไม่มีจิต
:b11:
จิตคิดนึก จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตลิ้มรส จิตรับกระทบสัมผัสที่กายมี5ทางนี้เกิดในความมืด
และทุกขณะจิตไม่เกิดพร้อมกันไม่มั่วทางปนกันจิตเกิดดับสลับกันทีละ1แต่ละ1ไม่ซ้ำขณะค่ะ
จิตเห็นเท่านั้นที่มีแสงสว่างและไม่มีใครเห็นอย่างเดียวเห็นสว่างสลับคิดในมืดดูไม่ชัดรึตาก็ไม่บอด
คุณกำลังคิดพร้อมเห็นทบทวนตัวเองสิ เห็นสว่าง คิดมืด คิดกับเห็นเป็นคนละขณะจิตค่ะ กำลังเห็นผิดอยู่
:b16:
:b32: :b32:

จะคิดตามความคิดถึงเห็นที่ดูไปคิดไปเองอีกนานไหมคะเมื่อไหร่จะเริ่มต้นฟังเพื่อเข้าใจจริงๆได้สะสมปัญญา
ไม่ได้โฆษณาชวนให้เชื่อแต่ตัวคุณเท่านั้นที่มีความรู้ชัดตรงจริงในสิ่งที่กายคุณกำลังมีตรงคำไหนตามคำสอน
คุณมีศรัทธาที่จะฟังไหมและเห็นประโยชน์ของการฟังบ้างรึเปล่าหรือจะคิดเองตามเห็นผิดของตัวเองต่อไป
https://youtu.be/1ttwx7MwhMw


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 11:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 17:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1463

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
วาทะที่พบเห็นบ่อย ๆ ในกลุ่มผู้ศึกษาพระอภิธรรม

'' ที่ถูกต้อง ตามพระอภิธรรม
คือ มีแต่ จิต เจตสิก รูป ที่ปฎิบัติ ไม่มีตัวตนใครไปปฎิบัติค่ะ ''

" ก็ตาคุณเห็นเป็นนิมิตอดีตสีที่ดับนับไม่ถ้วนที่ปรากฏให้คิดถึง
คนสัตว์วัตถุสิ่งของคือคิดเห็นผิด(มิจฉาทิฏฐิ) "

" บอกแล้วว่าสัจจะไม่มีสิ่งภายนอกกายใจตนเองมีแล้วไม่มีใครทำ
คิดเองจะรู้ไหมคะว่าจริงๆตัวคุณก็ไม่มีแล้วจะมีคนสัตว์วัตถุภายนอกรึ "

'' สิ่งที่มีจริงไม่ใช่ชื่อครับ ความเป็นบุคคล ก็ไม่ใช่บุคคลที่เป็นตัวตน
หากยังยึดบุคคลด้วยความเป็นตัวตนก็คือ อุปาทานปรารภแม้บัญญัติ
นั่นแหละเป็นตัวตน ''


คริคริ


ก็ถูกต้องแล้วนี่ค๊ะ
เพราะอภิธรรม เป็นอธิปัญญา

แต่ละคำ สั้นๆ สั้น ลัด ตรง ได้ใจความ ถูกต้อง ตรงคำพระธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดง
ในพระปริยัติ

ไม่ได้ใช้ปัญญาแบบที่คุณเจ้ คิดเองเออเอง

ว่าพระป่า ว่าอย่างนั้น อย่างนี้
เจ้ ว่าอย่างนั้น อย่างนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 21:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย


แหะ ๆ :b8: :b29:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 22:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย


แหะ ๆ :b8: :b29:


ปฏิบัติถูกทาง ทำได้แค่ไหนก็รับสุขไปแค่นั้นครับ ความสุขเกิดจาก
ความสงบ สงบจากกิเลสความอยากที่เกิดขึ้น จาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ใจ ลดได้น้อยก็รับสุขน้อย ลดได้มากก็สุขมากครับ ถึงจะไม่ถึงพระนิพพาน
ก็สุขได้ครับ อย่างเคยบอก ผมเลิกเล่นเกมส์ ที่ติดมา ๔๐ กว่าปี เลิกฟังเพลง
ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ เที่ยว เล่นการพนันทุกชนิด .....ติดมากก็ก็ทุกข์มากติด
น้อยก็ทุกข์น้อย เรื่องของกินดื่มผมก็ไม่ติดในอะไร มีอะไรก็ทานอันนั้น ไม่มี
ก็อดได้ครับ ฝึกฝนเอาครับ ใครๆก็ทำได้หากอยากทำตั้งใจทำครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2019, 23:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย


แหะ ๆ :b8: :b29:


ปฏิบัติถูกทาง ทำได้แค่ไหนก็รับสุขไปแค่นั้นครับ ความสุขเกิดจาก
ความสงบ สงบจากกิเลสความอยากที่เกิดขึ้น จาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ใจ ลดได้น้อยก็รับสุขน้อย ลดได้มากก็สุขมากครับ ถึงจะไม่ถึงพระนิพพาน
ก็สุขได้ครับ อย่างเคยบอก ผมเลิกเล่นเกมส์ ที่ติดมา ๔๐ กว่าปี เลิกฟังเพลง
ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ เที่ยว เล่นการพนันทุกชนิด .....ติดมากก็ก็ทุกข์มากติด
น้อยก็ทุกข์น้อย เรื่องของกินดื่มผมก็ไม่ติดในอะไร มีอะไรก็ทานอันนั้น ไม่มี
ก็อดได้ครับ ฝึกฝนเอาครับ ใครๆก็ทำได้หากอยากทำตั้งใจทำครับ


สิ่งเหล่านั้นฉุดรั้งอะไรผมไม่ได้หรอกครับ ยังเสพอยู่บ้างก็เพราะยังข้องเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง บริษัท
สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งผมให้เป็นทาสอยู่ก็อย่างที่ผมเคยบอกลุงไปนั่นแหละครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 00:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1463

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย


แหะ ๆ :b8: :b29:


ปฏิบัติถูกทาง ทำได้แค่ไหนก็รับสุขไปแค่นั้นครับ ความสุขเกิดจาก
ความสงบ สงบจากกิเลสความอยากที่เกิดขึ้น จาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ใจ ลดได้น้อยก็รับสุขน้อย ลดได้มากก็สุขมากครับ ถึงจะไม่ถึงพระนิพพาน
ก็สุขได้ครับ อย่างเคยบอก ผมเลิกเล่นเกมส์ ที่ติดมา ๔๐ กว่าปี เลิกฟังเพลง
ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ เที่ยว เล่นการพนันทุกชนิด .....ติดมากก็ก็ทุกข์มากติด
น้อยก็ทุกข์น้อย เรื่องของกินดื่มผมก็ไม่ติดในอะไร มีอะไรก็ทานอันนั้น ไม่มี
ก็อดได้ครับ ฝึกฝนเอาครับ ใครๆก็ทำได้หากอยากทำตั้งใจทำครับ


สิ่งเหล่านั้นฉุดรั้งอะไรผมไม่ได้หรอกครับ ยังเสพอยู่บ้างก็เพราะยังข้องเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง บริษัท
สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งผมให้เป็นทาสอยู่ก็อย่างที่ผมเคยบอกลุงไปนั่นแหละครับ


ทาสเงินตรา มั๊งคะ

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 13:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7524

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
Love J. เขียน:
sssboun เขียน:
ทำความดีอย่าได้กลัว ขอให้ตัวของเราให้ดีก็พอ

ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอกุศล ผลที่ได้รับคือจิตที่สงบ

เมื่อจิตสงบมากเท่าไหร่ ปัญญาก็ยิ่งแจ่มแจ้งขึ้นเท่านั้น

ความจริงย่อมปรากฏ หากความอดทนไม่หมดเสียก่อน

สู้ๆอย่าท้อ เหล็กที่คดง้อแล้วเค้ายังทำให้ตรงใหม่ได้

ผิดพลั้งพลาดไปอย่าไปอาลัยจนยึดมั่นถือมั่น
ความผิดคือบทเรียนเพียรจดจำไว้เพื่อเป็นครูเตือนใจเราต่อไป


เพิ่งจะแต่งใหม่ๆอาจไม่ดี ติได้นะครับเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆขึ้นไป


การแต่ง คำคม บทกลอน สอนใจตน อย่างนี้ถือเป็นกุศลวิตกได้มั้ยครับ


ก็น่าจะได้ครับ เพราะผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ตัวตนก็ยังมีอยู่เยอะ
ยังละวางไม่ทันได้หมดอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ครับ เพราะ
กำลังยังมีไม่มากพอมิอาจยกของหนักๆออกจากจิตใจได้ครับ

แม้แต่การให้ทานบางครั้งยังเกิดความคิดเสียดายเกิดขึ้นมาเลย แต่ก็ชนะด้วย
การให้ ให้ไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ค่อยๆเพิ่มขึ้น
จากภายนอกเข้าหาภายใน
จากภายในออกไปสู่ภายนอกครับ

ตัวตนของเราจะใหญ่ขึ้นเพราะการสะสม เพิ่มพูน พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสไว้ว่า เรามีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรม
ดา แต่ก็ยังเสาะแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความไม่เที่ยง
เป็นธรรมดาอีก เรามีขันธ์ ๕ ยังจะเสาะแสวงหาขันธ์ ๕ มาเพิ่มเป็น ๑๐
๑๕ ๒๐ ๒๕...นี้คือการเพิ่มทุกข์มิใช่เป็นทางเพื่อความหลุดพ้นเลย


แหะ ๆ :b8: :b29:


ปฏิบัติถูกทาง ทำได้แค่ไหนก็รับสุขไปแค่นั้นครับ ความสุขเกิดจาก
ความสงบ สงบจากกิเลสความอยากที่เกิดขึ้น จาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ใจ ลดได้น้อยก็รับสุขน้อย ลดได้มากก็สุขมากครับ ถึงจะไม่ถึงพระนิพพาน
ก็สุขได้ครับ อย่างเคยบอก ผมเลิกเล่นเกมส์ ที่ติดมา ๔๐ กว่าปี เลิกฟังเพลง
ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ เที่ยว เล่นการพนันทุกชนิด .....ติดมากก็ก็ทุกข์มากติด
น้อยก็ทุกข์น้อย เรื่องของกินดื่มผมก็ไม่ติดในอะไร มีอะไรก็ทานอันนั้น ไม่มี
ก็อดได้ครับ ฝึกฝนเอาครับ ใครๆก็ทำได้หากอยากทำตั้งใจทำครับ


สิ่งเหล่านั้นฉุดรั้งอะไรผมไม่ได้หรอกครับ ยังเสพอยู่บ้างก็เพราะยังข้องเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง บริษัท
สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งผมให้เป็นทาสอยู่ก็อย่างที่ผมเคยบอกลุงไปนั่นแหละครับ

ปฏิบัติได้แค่ไหนก็ดีแค่นั้นได้ความสุขแค่นั้น ก็ดีกว่าคนที่
ไม่ได้ปฏิบัติสักนิดเลยนั้นแหละ

พอใจในสิ่งที่ทำจำไว้เป็นบทเรียน เพียรสร้างเสริมทีละน้อย
ความก้าวก็จะค่อยๆเติบโตเอง

ชีวิตจะก้าวหน้าหากไม่มัวแต่ว่า แต่ไม่ลงมือกระทำอะไรเลย

อยากเป็นคนดี ก็ควรเดินตามทางของคนดีคบคนดีเรียนแบบคนดี
อยากเป็นคนขยันก็ควรคบหาอยู่ใกล้กับคนขยัน
อยากเป็นคนเช่นไรก็คบหาเข้าใกล้กับคนเช่นนั้น

ทำปัจจุบันให้ดี อนาคตจะได้มีความสุขความเจริญ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 23 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร