วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ค. 2019, 08:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 65 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
"ภิกษุทั้งหลาย ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิ มี ๒ ประการ ดังนี้ คือ ปรโตโฆสะ และโยนิโสมนสิการ *(องฺ.ทุก.20/371/110 ฯลฯ)

ปัจจัยแห่งสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่าง ตามพุทธพจน์ที่ตรัสไว้นี้ คือ

๑. ปรโตโฆสะ = เสียงจากผู้อื่น การกระตุ้นหรือชักจูงจากภายนอก เช่น การสั่งสอน แนะนำ การถ่ายทอด การโฆษณา คำบอกเล่า ข่าวสาร ข้อเขียน คำชี้แจง อธิบาย การเรียนรู้จากผู้อื่น

ในที่นี้ หมายเอาเฉพาะส่วนที่ดีงามถูกต้อง เฉพาะอย่างยิ่งการรับฟังธรรม ความรู้ หรือคำแนะนำจากบุคคลที่เป็นกัลยาณมิตร (hearing or learning from others; inducement by others)

ข้อแรกนี้ เป็นองค์ประกอบฝ่ายภายนอก ได้แก่ ปัจจัยทางสังคม อาจเรียกง่ายว่า วิธีการแห่งศรัทธา


๒. โยนิโสมนสิการ = การทำในใจโดยแยบคาย = การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น หรือคิดอย่างมีระเบียบ
หมายถึง การรู้จักมอง รู้จักพิจารณาสิ่งทั้งหลาย โดยมองตรงตามที่สิ่งนั้นๆ มันเป็นของมัน และโดยวิธีคิดหาเหตุผล สืบค้นถึงต้นเค้า สืบสาวให้ตลอดสาย แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ออก ให้เห็นตามสภาวะ และตามความสัมพันธ์สืบทอดแห่งเหตุปัจจัย โดยไม่เอาความรู้สึกด้วยตัณหาอุปาทานของตนเข้าจับ (analytical reflection; reasoned or systematic attention)

ข้อสองนี้ เป็นองค์ประกอบฝ่ายภายใน ได้แก่ ปัจจัยในตัวบุคคล อาจเรียกง่ายๆว่า วิธีการแห่งปัญญา


- ส่วนปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ก็มี ๒ ตรงข้ามจากนี้ คือ ปรโตโฆสะที่ไม่ถูกต้อง และอโยนิโสมนสิการ (อง.ทสก.24/93/201)


ทำความเข้าใจปรโตโฆสะ+โยนิโสมนสิการด้วยตัวอย่างนี้

อ้างคำพูด:
จากกรณีที่มีหนุ่มอ้างว่าทอดไข่กลางแดดที่ร้อนจัด จนไข่สุก แต่ความจริง คือ แอบตั้งเตากับน้ำมันมาก่อนหน้า พร้อมขอโทษโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ทำไปเพราะไม่คิดว่าจะดัง

รูปภาพ

https://hilight.kapook.com/view/186951

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 20:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
แม้แต่นกยังคล้อยตามสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดี (ปรโตโฆสะที่ดี) ไม่ดี (ปรโตโฆสะที่ไม่ดี) ได้ จะกล่าวไปใยถึงคนเล่า

https://www.facebook.com/wattamai45/vid ... 318382581/


อ้างคำพูด:
Rosarin
ทราบไหมคะ/ละชั่ว/ทำดีไม่ใช่มีตัวตนไปทำได้

รูปภาพ

คุณโรสนั่นใครทำ :b13:

Kiss
ถ้าเอาความจริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็มีแต่ธัมมะ
จิตทำงานภายในสืบต่อเป็นอัตโนมัตจนปรากฏตามนิมิตที่เห็น
เป็นการปรากฏว่ามีชั่วคราวของจิต/เจตสิก/รูป/นิพพานไม่มีใครทำ
ละชั่วที่ไม่รู้ว่าไม่มีตัวตนไม่ได้เพราะขาดความเข้าใจความจริงตรงจริง
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าความจริงเห็นอะไรแต่เพียรทำอย่างอื่นยกเว้นไม่เพียรฟังให้เข้าใจ
เพราะความเข้าใจตรงกับภาษาบาลีว่าปัญญาจะไปไหนไปทำอะไรก็อยากไปทำไม่ใช่หรือ
ลืมว่าพระพุทธเจ้าแสดงความจริงให้ผู้ที่กำลังฟังพระองค์เท่านั้นเข้าใจถูกตรงสัจจะตามพระองค์ได้
ส่วนคนที่ไปหาครูทั้ง6ไปดูหนังไปฟังเพลงไปทำอย่างอื่นหมดเลยไม่ทำสิ่งเดียวคือฟังคำสอนให้เกิดปัญญาค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


ถ้ายังงั้น นั่นเป็นธัมมะไหม ?

:b12:
ธัมมะมีตั้งเยอะเดี๋ยวนี้ที่กายใจตัวเองดับนับไม่ถ้วน
หัดฟังสะสมความเข้าใจตามปกติเป็นไหมคะ
จะรู้ตรงธัมมะไหนก็ให้มันตรงแค่ทางเดียว
ไม่ใช่เหมารวมตัวตนเพราะตัวตนไม่รู้ค่ะ
จะรู้ถูกตรงตามได้ต้องอาศัยฟังเพื่อ
ให้สังขารขันธ์ปรุงปัญญาเจตสิก
ถูกตามได้เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ไปท่องจำคำสอน
https://youtu.be/GaH-4-cJmVk
:b16: :b16:


เหมือนพูดกันคนละเรื่องเดียวกัน :b32: ธัมมะมีตั้งเยอะนั่นแหละเอ้า แล้วนั่นเป็นธัมมะไหม ตอบตรงๆคำถาม ใช่ธัมมะหรือไม่ใช่ :b14:

:b12:
บอกให้รู้สึกที่ตัว/กายตัวอยู่ตรงไหน
สนทนามาตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวอยู่อีกหรือ
บอกว่าส่งออกไปดูรูปภาพไม่เข้าใจเหรอเห็นผิดอยู่
ดูตาเนื้อตัวเองส่งออกไปนอกตัวคือชั่วแล้วเพราะไม่รู้สึกตัวที่กายตัวเองไงคะ
ที่ตั้งจิตตัวเองอยู่ไหนเพราะตัวจริงธัมมะที่มีตรงปัจจุบันขณะมีอยู่ตรงที่จิตตนเองครองไม่อยู่นอกกาย
พิจารณาสิคะ...โรสพยายามบอกให้คิดตามให้ตรงจริงที่กายคุณมีไม่ส่งไปคิดตามนอกกายนั่นส่งตามเห็นผิด
:b12:
:b9: :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 20:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
แม้แต่นกยังคล้อยตามสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดี (ปรโตโฆสะที่ดี) ไม่ดี (ปรโตโฆสะที่ไม่ดี) ได้ จะกล่าวไปใยถึงคนเล่า

https://www.facebook.com/wattamai45/vid ... 318382581/


อ้างคำพูด:
Rosarin
ทราบไหมคะ/ละชั่ว/ทำดีไม่ใช่มีตัวตนไปทำได้

รูปภาพ

คุณโรสนั่นใครทำ :b13:

Kiss
ถ้าเอาความจริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็มีแต่ธัมมะ
จิตทำงานภายในสืบต่อเป็นอัตโนมัตจนปรากฏตามนิมิตที่เห็น
เป็นการปรากฏว่ามีชั่วคราวของจิต/เจตสิก/รูป/นิพพานไม่มีใครทำ
ละชั่วที่ไม่รู้ว่าไม่มีตัวตนไม่ได้เพราะขาดความเข้าใจความจริงตรงจริง
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าความจริงเห็นอะไรแต่เพียรทำอย่างอื่นยกเว้นไม่เพียรฟังให้เข้าใจ
เพราะความเข้าใจตรงกับภาษาบาลีว่าปัญญาจะไปไหนไปทำอะไรก็อยากไปทำไม่ใช่หรือ
ลืมว่าพระพุทธเจ้าแสดงความจริงให้ผู้ที่กำลังฟังพระองค์เท่านั้นเข้าใจถูกตรงสัจจะตามพระองค์ได้
ส่วนคนที่ไปหาครูทั้ง6ไปดูหนังไปฟังเพลงไปทำอย่างอื่นหมดเลยไม่ทำสิ่งเดียวคือฟังคำสอนให้เกิดปัญญาค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


ถ้ายังงั้น นั่นเป็นธัมมะไหม ?

:b12:
ธัมมะมีตั้งเยอะเดี๋ยวนี้ที่กายใจตัวเองดับนับไม่ถ้วน
หัดฟังสะสมความเข้าใจตามปกติเป็นไหมคะ
จะรู้ตรงธัมมะไหนก็ให้มันตรงแค่ทางเดียว
ไม่ใช่เหมารวมตัวตนเพราะตัวตนไม่รู้ค่ะ
จะรู้ถูกตรงตามได้ต้องอาศัยฟังเพื่อ
ให้สังขารขันธ์ปรุงปัญญาเจตสิก
ถูกตามได้เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ไปท่องจำคำสอน
https://youtu.be/GaH-4-cJmVk
:b16: :b16:


เหมือนพูดกันคนละเรื่องเดียวกัน :b32: ธัมมะมีตั้งเยอะนั่นแหละเอ้า แล้วนั่นเป็นธัมมะไหม ตอบตรงๆคำถาม ใช่ธัมมะหรือไม่ใช่ :b14:

:b12:
บอกให้รู้สึกที่ตัว/กายตัวอยู่ตรงไหน
สนทนามาตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวอยู่อีกหรือ
บอกว่าส่งออกไปดูรูปภาพไม่เข้าใจเหรอเห็นผิดอยู่
ดูตาเนื้อตัวเองส่งออกไปนอกตัวคือชั่วแล้วเพราะไม่รู้สึกตัวที่กายตัวเองไงคะ
ที่ตั้งจิตตัวเองอยู่ไหนเพราะตัวจริงธัมมะที่มีตรงปัจจุบันขณะมีอยู่ตรงที่จิตตนเองครองไม่อยู่นอกกาย
พิจารณาสิคะ...โรสพยายามบอกให้คิดตามให้ตรงจริงที่กายคุณมีไม่ส่งไปคิดตามนอกกายนั่นส่งตามเห็นผิด
:b12:
:b9: :b9:


โจทก์เขาถามว่าเป็นธัมมะมั้ย เออ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 20:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

บอกให้รู้สึกที่ตัว/กายตัวอยู่ตรงไหน
สนทนามาตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวอยู่อีกหรือ
บอกว่าส่งออกไปดูรูปภาพไม่เข้าใจเหรอเห็นผิดอยู่
ดูตาเนื้อตัวเองส่งออกไปนอกตัวคือชั่วแล้วเพราะไม่รู้สึกตัวที่กายตัวเองไงคะ
ที่ตั้งจิตตัวเองอยู่ไหนเพราะตัวจริงธัมมะที่มีตรงปัจจุบันขณะมีอยู่ตรงที่จิตตนเองครองไม่อยู่นอกกาย
พิจารณาสิคะ...โรสพยายามบอกให้คิดตามให้ตรงจริงที่กายคุณมีไม่ส่งไปคิดตามนอกกายนั่นส่งตามเห็นผิด


มากายอีกเอ้า ถ้ายังงั้นก็นี่เบย กาย :b32:


ทำสมาธิแล้วร่างกายสั่นจริงๆ

ดิฉันเริ่มทำสมาธิได้สองเดือนกว่าๆแล้ว...พยายามทำสมาธิให้ได้วัน ละสาม ชม. แรกๆก็จะบริกรรม ดูลม จนเห็นจิตเด่นชัด ก็จะบริกรรมไม่ได้แล้ว แต่หากฟุ้งก็จะบริกรรมอีก ตอนนี้แยกร่างกายกับจิตได้บ้างแล้ว เห็นว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา เห็นตัวรู้
จนเมื่อวานนี้และวันนี้ ได้เกิดการสั่นขึ้นที่ร่างกายส่วนตัวขึ้น มันเริ่มจากตุบๆ เหนือก้น แรกๆเห็นไม่ชัด จนมันตุบๆๆๆ แรงขึ้นๆ จนกลายเป็นสั่น และสั่นรุนแรงขึ้น เหมือนแผ่นดินไหว แต่ก็พยายามประคองจิตเอาไว้ ให้นิ่งดูเฉยๆ
ในระหว่างนั้น เริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมานิดๆ แต่ก็ประคองไว้ จนรู้สึกเหนื่อย ปวดหัว เพราะสั่นแรงมาก มาแล้วก็หาย แล้วก็มาอีก จนถึง วันนี้ๆ
ลองลืมตาดูว่ามันเป็นอย่างไร พอลืมตาดูก็เห็นว่าร่างกายสั่นจริง สั่นแต่ช่วงตัว ก็หลับตาประคองสติต่อ ให้เห็นการเกิดดับ (บางทีนอกจากเหนือก้นจะตุบๆ แล้ว ที่บริเวณกลางอก ก็ตุบๆๆ สังเกตได้ชัด บริเวณหัวด้วย แต่ไม่มากเท่าไหร่) ไม่ทราบว่ามีท่านใดเคยทำสมาธิแล้วเป็นแบบนี้บ้างคะ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2019, 20:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
แม้แต่นกยังคล้อยตามสภาพแวดล้อมภายนอกที่ดี (ปรโตโฆสะที่ดี) ไม่ดี (ปรโตโฆสะที่ไม่ดี) ได้ จะกล่าวไปใยถึงคนเล่า

https://www.facebook.com/wattamai45/vid ... 318382581/


อ้างคำพูด:
Rosarin
ทราบไหมคะ/ละชั่ว/ทำดีไม่ใช่มีตัวตนไปทำได้

รูปภาพ

คุณโรสนั่นใครทำ :b13:

Kiss
ถ้าเอาความจริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็มีแต่ธัมมะ
จิตทำงานภายในสืบต่อเป็นอัตโนมัตจนปรากฏตามนิมิตที่เห็น
เป็นการปรากฏว่ามีชั่วคราวของจิต/เจตสิก/รูป/นิพพานไม่มีใครทำ
ละชั่วที่ไม่รู้ว่าไม่มีตัวตนไม่ได้เพราะขาดความเข้าใจความจริงตรงจริง
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าความจริงเห็นอะไรแต่เพียรทำอย่างอื่นยกเว้นไม่เพียรฟังให้เข้าใจ
เพราะความเข้าใจตรงกับภาษาบาลีว่าปัญญาจะไปไหนไปทำอะไรก็อยากไปทำไม่ใช่หรือ
ลืมว่าพระพุทธเจ้าแสดงความจริงให้ผู้ที่กำลังฟังพระองค์เท่านั้นเข้าใจถูกตรงสัจจะตามพระองค์ได้
ส่วนคนที่ไปหาครูทั้ง6ไปดูหนังไปฟังเพลงไปทำอย่างอื่นหมดเลยไม่ทำสิ่งเดียวคือฟังคำสอนให้เกิดปัญญาค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


ถ้ายังงั้น นั่นเป็นธัมมะไหม ?

:b12:
ธัมมะมีตั้งเยอะเดี๋ยวนี้ที่กายใจตัวเองดับนับไม่ถ้วน
หัดฟังสะสมความเข้าใจตามปกติเป็นไหมคะ
จะรู้ตรงธัมมะไหนก็ให้มันตรงแค่ทางเดียว
ไม่ใช่เหมารวมตัวตนเพราะตัวตนไม่รู้ค่ะ
จะรู้ถูกตรงตามได้ต้องอาศัยฟังเพื่อ
ให้สังขารขันธ์ปรุงปัญญาเจตสิก
ถูกตามได้เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ไปท่องจำคำสอน
https://youtu.be/GaH-4-cJmVk
:b16: :b16:


เหมือนพูดกันคนละเรื่องเดียวกัน :b32: ธัมมะมีตั้งเยอะนั่นแหละเอ้า แล้วนั่นเป็นธัมมะไหม ตอบตรงๆคำถาม ใช่ธัมมะหรือไม่ใช่ :b14:

:b12:
บอกให้รู้สึกที่ตัว/กายตัวอยู่ตรงไหน
สนทนามาตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวอยู่อีกหรือ
บอกว่าส่งออกไปดูรูปภาพไม่เข้าใจเหรอเห็นผิดอยู่
ดูตาเนื้อตัวเองส่งออกไปนอกตัวคือชั่วแล้วเพราะไม่รู้สึกตัวที่กายตัวเองไงคะ
ที่ตั้งจิตตัวเองอยู่ไหนเพราะตัวจริงธัมมะที่มีตรงปัจจุบันขณะมีอยู่ตรงที่จิตตนเองครองไม่อยู่นอกกาย
พิจารณาสิคะ...โรสพยายามบอกให้คิดตามให้ตรงจริงที่กายคุณมีไม่ส่งไปคิดตามนอกกายนั่นส่งตามเห็นผิด
:b12:
:b9: :b9:


โจทก์เขาถามว่าเป็นธัมมะมั้ย เออ

:b12:
คิดยังไม่จบธัมมะคือสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีจริงๆตรงปัจจุบันขณะมันมีตรงที่เกิดก่อนดับมีนอกตัวคุณไหมเดี๋ยวนี้
บอกไม่รู้จักจำและไม่รู้สึกตัวไม่เห็นเหรอคะดับนับแสนโกฏิขณะก็ไม่รู้มีกิเลสเป็นอวิชชาแล้วจนกว่าจะเริ่มฟัง
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2019, 05:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

คิดยังไม่จบธัมมะคือสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีจริงๆตรงปัจจุบันขณะมันมีตรงที่เกิดก่อนดับมีนอกตัวคุณไหมเดี๋ยวนี้
บอกไม่รู้จักจำและไม่รู้สึกตัวไม่เห็นเหรอคะดับนับแสนโกฏิขณะก็ไม่รู้มีกิเลสเป็นอวิชชาแล้วจนกว่าจะเริ่มฟัง


อ้อ ธัมมะคุณโรสมันเป็นยังงั้นนี่เอง ว่ากันไปขอรับ ดีกว่าดูเวปโป้หน่อย :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2019, 05:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มิตร เพื่อน, ผู้มีความเยื่อใยดี, ผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ แยกเป็นมิตรแท้ ๔ พวก มิตรเทียม ๔ พวก

กัลยาณมิตร มิตรผู้มีคุณอันบัณฑิตพึงนับ เพื่อนที่ดี

เพื่อน ผู้ร่วมธุระร่วมกิจร่วมการหรือร่วมอยู่ในสภาพอย่างเดียวกัน, ผู้ชอบพอรักใคร่คบหากัน, ในทางธรรม เนื้อแท้ของความเป็นเพื่อน อยู่ที่ความมีใจหวังดีปรารถนาดีต่อกัน กล่าวคือ เมตตา หรือ ไมตรี เพื่อนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ท่านเรียกว่า มิตร การคบเพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งที่จะนำชีวิตไปสู่ความเสื่อมความพินาศ หรือสู่ความเจริญงอกงาม พึงหลีกเลี่ยงมิตรเทียมและเลือกคบหาคนที่เป็นมิตรแท้

บุคคลที่ช่วยชี้แนะแนวทาง ชักจูงตลอดจนแนะนำสั่งสอน ชักนำผู้อื่นให้ดำเนินชีวิตที่ดีงาม ให้ประสบผลดีและความสุข ให้เจริญก้าวหน้า ให้พัฒนาในธรรม แม้จะเป็นบุคคลเสมอกัน หรือเป็นมารดาบิดาครูอาจารย์ ตลอดทั้งพระสงฆ์จนถึงพระพุทธเจ้า ก็นับว่าเป็นเพื่อน แต่เป็นเพื่อนใจดี หรือเป็นเพื่อนมีธรรม เรียกว่า กัลยาณมิตร แปลว่า "มิตรดีงาม" กัลยาณมิตรมีคุณสมบัติที่เรียกว่า กัลยาณมิตรธรรม หรือธรรมของกัลยาณมิตร ๗ ประการ คือ

๑.ปิโย น่ารัก ด้วยมีเมตตา เป็นที่สบายจิตสนิทใจ ชวนให้อยากเข้าไปหา

๒.ครุ น่าเคารพ ด้วยความประพฤติหนักแน่นเป็นที่พึ่งอาศัยได้ ให้รู้สึกอบอุ่นใจ

๓.ภาวนีโย น่าเจริญใจ ด้วยความเป็นผู้ฝึกฝนปรับปรุงตน ควรเอาอย่าง ให้ระลึกและเอ่ยอ้างด้วยซาบซึ้งภูมิใจ

๔.วัตตา รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงแนะนำ เป็นที่ปรึกษาที่ดี

๕.วจนกฺขโม อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาซักถาม ตลอดจนคำเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์

๖.คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา แถลงเรื่องล้ำลึกได้ สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจและสอนให้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป

๗.โน จฏฺฐาเน นิโยชเย ไม่ชักนำในอฐาน คือ ไม่ชักจูงไปในทางเสื่อมเสียหรือเรื่องเหลวไหลไม่สมควร

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2019, 07:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณสมบัติของกัลยาณมิตร

คนดี ว่าโดยลักษณะเฉพาะตัวของเขา ที่เรียกว่าเป็นสัตบุรุษ * (ที.ปา.11/331/264 ฯลฯ พุทธพจน์ที่เกี่ยวกับสัตบุรุษ อสัตบุรุษ ) หรือบัณฑิต มีคุณสมบัติบางอย่างที่ควรรู้ ดังนี้

สัตบุรุษ คือคนดี หรือคนที่แท้ มีธรรมของสัตบุรุษ เรียกว่า สัปปุริสธรรม ๗ ประการ ดังนี้

๑. ธัมมัญญุตา รู้หลักและรู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริงของธรรมชาติ รู้หลักการ กฎเกณฑ์แบบแผนหน้าที่ ซึ่งจะเป็นเหตุให้กระทำการได้สำเร็จผลตามความมุ่งหมาย เช่น ภิกษุรู้ว่าหลักธรรมที่ตนจะต้องศึกษาและปฏิบัติคืออะไร มีอะไรบ้าง ผู้ปกครองรู้ธรรมของผู้ปกครอง คือรู้หลักการปกครอง

๒. อัตถัญญุตา รู้ความมุ่งหมาย และรู้จักผล คือ รู้ความหมายและความมุ่งหมายของหลักธรรม หรือหลักการ กฎเกณฑ์ หน้าที่ รู้ผลที่ประสงค์ของกิจที่จะกระทำ เช่น ภิกษุรู้ว่าธรรมที่ตนศึกษาและปฏิบัตินั้นๆ มีความหมายและความมุ่งหมายอย่างไร ตลอดจนรู้จักประโยชน์ที่เป็นจุดหมายหรือสาระของชีวิต

๓. อัตตัญญุตา รู้จักตน คือ รู้ฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ ความถนัด ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น ของตน ตามเป็นจริง เพื่อประพฤติปฏิบัติได้เหมาะสม และให้เกิดผลดี เช่น ภิกษุรู้ว่าตนมีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และปฏิภาณแค่ไหน

๔. มัตตัญญุตา รู้จัก ประมาณ คือ รู้ความพอเหมาะพอดี เช่น รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ในการใช้จ่ายทรัพย์ ภิกษุรู้จักประมาณในการรับปัจจัย ๔ เป็นต้น

๕. กาลัญญุตา รู้จักกาล เช่น รู้ว่าเวลาไหน ควรทำอะไร รู้จักเวลาเรียน เวลาทำงาน เวลาพักผ่อน เป็นต้น

๖. ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน คือ รู้จักถิ่น รู้จักที่ชุมนุม และชุมชน รู้จักมารยาท ระเบียบวินัย ขนบธรรมเนียมประเพณี และข้อควรรู้ควรปฏิบัติ ต่อชุมชนนั้น

๗. ปุคคลัญญุตา รู้จักบุคคล คือ รู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น เพื่อปฏิบัติต่อผู้นั้นโดยถูกต้อง เช่นว่า ควรจะคบหรือไม่ จะเกี่ยวข้อง จะใช้ จะยกย่อง จะตำหนิ หรือจะแนะนำสั่งสอนอย่างไร จึงจะได้ผลดี เป็นต้น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 23 เม.ย. 2019, 19:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2019, 08:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
เดือดร้อนไปแสวงหาหนทางเพราะไม่รู้จักฟังให้เข้าใจ
https://www.dhammahome.com/video/topic/2414


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2019, 09:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
เดือดร้อนไปแสวงหาหนทางเพราะไม่รู้จักฟังให้เข้าใจ
https://www.dhammahome.com/video/topic/2414


ถ้าขาดปัญญาขาดโยนิโสมนสิการแล้วต่อให้ฟังฟังจนหูฉีกไปถึงท้ายทอยก็ไม่เข้าใจ เพราะอะไร ? เพราะเสียงจากคนพูดเป็นเพียงปรโตโฆสะอย่างหนึ่ง แล้วปรโตโฆสะก็มีทั้งถูกทั้งผิด ยิ่งไปฟังแม่สุจินพูดจบข่าวหลงไม่รู้เหนือรู้ใต้

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2019, 09:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
เดือดร้อนไปแสวงหาหนทางเพราะไม่รู้จักฟังให้เข้าใจ
https://www.dhammahome.com/video/topic/2414


ถ้าขาดปัญญาขาดโยนิโสมนสิการแล้วต่อให้ฟังฟังจนหูฉีกไปถึงท้ายทอยก็ไม่เข้าใจ เพราะอะไร ? เพราะเสียงจากคนพูดเป็นเพียงปรโตโฆสะอย่างหนึ่ง แล้วปรโตโฆสะก็มีทั้งถูกทั้งผิด ยิ่งไปฟังแม่สุจินพูดจบข่าวหลงไม่รู้เหนือรู้ใต้

:b32:
แล้วเข้าใจคำว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะไหม
มันเป็นขณิกสมาธิและเป็นขณิกมรณะ
มรณะแปลว่าตายตอนตายมีลมไหม
และเดี๋ยวนี้หายใจอยู่มีลมขาดไหม
ดับแปลว่าไม่มีลมหายใจแล้ว
เดี๋ยวนี้จิตเกิดดับนับไม่ถ้วน
ตามที่ตถาคตบอกเอาไว้
ว่าดับนับแสนโกฏิขณะ
แสดงว่าลมมันขาด
แบบนี้เป็นจุด.......
นับแสนล้านขณะ
ชีวิตคุณมีเท่าจุด
คิดตามได้ใช่ไหม
ไม่ใช่รู้ว่าลมขาด
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ไงคะ
แปลว่ามีกิเลส
เกิดเป็นอวิชชาแล้ว
เพราะขาดสุตมยปัญญา
ดูลมตอนลืมตาเนี่ยมีลมขาดไหมค๊ะ
จิตเกิดดับตั้งมั่นตรงทางทีละ1ขณะไม่ซ้ำมีแล้วไม่มีใครทำให้มันเกิดดับคร่าาา
555555555555
:b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 23 เม.ย. 2019, 09:28, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2019, 09:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
เดือดร้อนไปแสวงหาหนทางเพราะไม่รู้จักฟังให้เข้าใจ
https://www.dhammahome.com/video/topic/2414


ถ้าขาดปัญญาขาดโยนิโสมนสิการแล้วต่อให้ฟังฟังจนหูฉีกไปถึงท้ายทอยก็ไม่เข้าใจ เพราะอะไร ? เพราะเสียงจากคนพูดเป็นเพียงปรโตโฆสะอย่างหนึ่ง แล้วปรโตโฆสะก็มีทั้งถูกทั้งผิด ยิ่งไปฟังแม่สุจินพูดจบข่าวหลงไม่รู้เหนือรู้ใต้

:b32:
แล้วเข้าใจคำว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะไหม
มันเป็นขณิกสมาธิและเป็นขณิกมรณะ
มรณะแปลว่าตายตอนตายมีลมไหม
และเดี๋ยวนี้หายใจอยู่มีลมขาดไหม
ดับแปลว่าไม่มีลมหายใจแล้ว
เดี๋ยวนี้จิตเกิดดับนับไม่ถ้วน
ตามที่ตถาคตบอกเอาไว้
ว่าดับนับแสนโกฏิขณะ
แสดงว่าลมมันขาด
แบบนี้เป็นจุด.......
นับแสนล้านขณะ
ชีวิตคุณมีเท่าจุด
คิดตามได้ใช่ไหม
ไม่ใช่รู้ว่าลมขาด
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ไงคะ
แปลว่ามีกิเลส
เกิดเป็นอวิชชาแล้ว
เพราะขาดสุตมยปัญญา
ดูลมตอนลืมตาเนี่ยมีลมขาดไหมค๊ะ
จิตเกิดดับตั้งมั่นตรงทางทีละ1ขณะไม่ซ้ำมีแล้วไม่มีใครทำให้มันเกิดดับคร่าาา
555555555555
:b32: :b32: :b32:

เริ่มฟังเมื่อไหร่ได้สะสมปัญญาเมื่อนั้นฟังกันหน่อยน่านะมีคนมาชวนไหมไม่ใช่น๊ากรรมดีจึงมีเหตุให้ได้ฟังค่ะ
https://youtu.be/ARhrNvIUPgw
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2019, 09:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณสมบัติของกัลยาณมิตร

คนดี ว่าโดยลักษณะเฉพาะตัวของเขา ที่เรียกว่าเป็นสัตบุรุษ * (ที.ปา.11/331/264 ฯลฯ พุทธพจน์ที่เกี่ยวกับสัตบุรุษ อสัตบุรุษ ) หรือบัณฑิต มีคุณสมบัติบางอย่างที่ควรรู้ ดังนี้

สัตบุรุษ คือคนดี หรือคนที่แท้ มีธรรมของสัตบุรุษ เรียกว่า สัปปุริสธรรม ๗ ประการ ดังนี้

๑. ธัมมัญญุตา รู้หลักและรู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริงของธรรมชาติ รู้หลักการ กฎเกณฑ์แบบแผนหน้าที่ ซึ่งจะเป็นเหตุให้กระทำการได้สำเร็จผลตามความมุ่งหมาย เช่น ภิกษุรู้ว่าหลักธรรมที่ตนจะต้องศึกษาและปฏิบัติคืออะไร มีอะไรบ้าง ผู้ปกครองรู้ธรรมของผู้ปกครอง คือรู้หลักการปกครอง

๒. อัตถัญญุตา รู้ความมุ่งหมาย และรู้จักผล คือ รู้ความและความมุ่งหมายของหลักธรรม หรือหลักการ กฎเกณฑ์ หน้าที่ รู้ผลที่ประสงค์ของกิจที่จะกระทำ เช่น ภิกษุรู้ว่าธรรมที่ตนศึกษาและปฏิบัตินั้นๆ มีความหมายและความมุ่งหมายอย่างไร ตลอดจนรู้จักประโยชน์ที่เป็นจุดหมายหรือสาระของชีวิต

๓. อัตตัญญุตา รู้จักตน คือ รู้ฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ ความถนัด ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น ของตน ตามเป็นจริง เพื่อประพฤติปฏิบัติได้เหมาะสม และให้เกิดผลดี เช่น ภิกษุรู้ว่าตนมีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา และปฏิภาณแค่ไหน

๔. มัตตัญญุตา รู้จัก ประมาณ คือ รู้ความพอเหมาะพอดี เช่น รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ในการใช้จ่ายทรัพย์ ภิกษุรู้จักประมาณในการรับปัจจัย ๔ เป็นต้น

๕. กาลัญญุตา รู้จักกาล เช่น รู้ว่าเวลาไหน ควรทำอะไร รู้จักเวลาเรียน เวลาทำงาน เวลาพักผ่อน เป็นต้น

๖. ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน คือ รู้จักถิ่น รู้จักที่ชุมนุม และชุมชน รู้จักมารยาท ระเบียบวินัย ขนบธรรมเนียมประเพณี และข้อความรู้ควรปฏิบัติ ต่อชุมชนนั้น

๗. ปุคคลัญญุตา รู้จักบุคคล คือ รู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น เพื่อปฏิบัติต่อผู้นั้นโดยถูกต้อง เช่นว่า ควรจะคบหรือไม่ จะเกี่ยวข้อง จะใช้ จะยกย่อง จะตำหนิ หรือจะแนะนำสั่งสอนอย่างไร จึงจะได้ผลดี เป็นต้น


พึ่งรู้ว่าสัปปุริษธรรม ๗ พระไตรปิฎก สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2019, 09:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
เดือดร้อนไปแสวงหาหนทางเพราะไม่รู้จักฟังให้เข้าใจ
https://www.dhammahome.com/video/topic/2414


ถ้าขาดปัญญาขาดโยนิโสมนสิการแล้วต่อให้ฟังฟังจนหูฉีกไปถึงท้ายทอยก็ไม่เข้าใจ เพราะอะไร ? เพราะเสียงจากคนพูดเป็นเพียงปรโตโฆสะอย่างหนึ่ง แล้วปรโตโฆสะก็มีทั้งถูกทั้งผิด ยิ่งไปฟังแม่สุจินพูดจบข่าวหลงไม่รู้เหนือรู้ใต้

:b32:
แล้วเข้าใจคำว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะไหม
มันเป็นขณิกสมาธิและเป็นขณิกมรณะ
มรณะแปลว่าตายตอนตายมีลมไหม
และเดี๋ยวนี้หายใจอยู่มีลมขาดไหม
ดับแปลว่าไม่มีลมหายใจแล้ว
เดี๋ยวนี้จิตเกิดดับนับไม่ถ้วน
ตามที่ตถาคตบอกเอาไว้
ว่าดับนับแสนโกฏิขณะ
แสดงว่าลมมันขาด
แบบนี้เป็นจุด.......
นับแสนล้านขณะ
ชีวิตคุณมีเท่าจุด
คิดตามได้ใช่ไหม
ไม่ใช่รู้ว่าลมขาด
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ไงคะ
แปลว่ามีกิเลส
เกิดเป็นอวิชชาแล้ว
เพราะขาดสุตมยปัญญา
ดูลมตอนลืมตาเนี่ยมีลมขาดไหมค๊ะ
จิตเกิดดับตั้งมั่นตรงทางทีละ1ขณะไม่ซ้ำมีแล้วไม่มีใครทำให้มันเกิดดับคร่าาา
555555555555
:b32: :b32: :b32:

เริ่มฟังเมื่อไหร่ได้สะสมปัญญาเมื่อนั้นฟังกันหน่อยน่านะมีคนมาชวนไหมไม่ใช่น๊ากรรมดีจึงมีเหตุให้ได้ฟังค่ะ
https://youtu.be/ARhrNvIUPgw
:b12:
:b4: :b4:

โยมาหาตัวนะดูลมที่ตัวเองหายใจมีลมขาดไหมเนี่ยดับแล้วนับแสนโกฏิขณะทำอะไรอยู่ทำไมไม่เริ่มฟังลืมฟัง
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2019, 11:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6052

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
คิดไตร่ตรองสิคะแล้วดูพฤติกรรมต่างๆที่แต่ละคนทำ
คนที่ชอบไปนั่งหลับตาทำสมาธิแล้วปวดเมื่อยก็เกิดโทสะ
นั่งสมาธิติดใจก็อยากนั่งอีกตัวหายกายหายก็สบายใจว่าตูรู้แล้ว
เนี่ยเดี๋ยวนี้ที่ไม่รู้ว่ากำลังหายใจลืมตาปริบๆอยู่มีตอนลมขาดไปตายแล้ว
หัดปล่อยวางซะบ้างอะไรอะไรก็ไม่เที่ยงที่เที่ยงแท้แน่นอนคือไม่มีใครรู้จักตถาคต
จนกว่าจะเริ่มต้นฟังคำของพระองค์แล้วไตร่ตรองตามว่าอะไรถูกอะไรผิดปล่อยวางเงินที่รับบ้างนะพระ555
:b12:
:b32: :b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 65 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร