วันเวลาปัจจุบัน 14 ต.ค. 2019, 03:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ปฤษฎี เขียน:
คุณ lovej ที่สุดของความจริง มีเพียงนิพพานเท่านั้น แม้ขันธ์ที่กล่าวยังเป็นของปลอมเมื่อเที่ยบกับนิพพาน เหมือนความฝันกับความจริง

แล้วจะประสาอะไรกับแค่บัญญัติชื่อเรียก


จิต เจตสิก รูป นิพพาน เป็นที่สุด เป็นความจริงปรมัตถ์ค่ะ
บิดพริ้วไปจากนี้ไม่ได้

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น


คุณ sssboun ที่คุณกล่าวมาล้วนเต็มไปด้วยความสำคัญในสักกายว่าเป็นเรา ของเรา ตัวตนของเรา ด้วยตัณหา มานะ และทิฏฐิ



คุณ sssboun เพียงแต่แนะนำชักชวนให้ผู้อื่นรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน และพิจารณาตนผ่อนปรนคนอื่น เป็น
กุศลปฏิปทาที่ควรน้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อตัวเราเอง เป็นคนละส่วนกับการละสักกายะทิฏฐิ

เรื่องสักกายะทิฏฐินี้ผมเห็นว่าเราไม่ควรประมาณผู้อื่นว่าใครยังมีสักกายะทิฏฐิ หรือ ใครละขาดสักกายะทิฏฐิ
ได้แล้ว เพราะสักกายะทิฏฐินั้นละขาดได้ต้องเป็นพระโสดาบันไปแล้วเท่านั้นจึงไม่ควรประมาณ

อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นปฏิปทาเพื่อละขาดสักกายะทิฏฐิ ความอ่นน้อมถ่อมตนเป็นอุปการะแก่อริยมรรค



คุณ เลิฟเจ คงอ่านแล้วไม่เข้าใจ
ว่า ที่พระคุณเจ้า สามเอส แสดงนั่นเป็นแค่คำโวหาร ที่หมายอ้างอิงพระสูตร


แต่ก็ยกมาผิดๆ

การเสแสร้งอ่อนน้อม แสร้งโง่ แบบที่แนะนำนั้นมานั้น

ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของ ความซื่อสัตย์ ต่อตนเองสักนิดเรย




smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น


คุณ sssboun ที่คุณกล่าวมาล้วนเต็มไปด้วยความสำคัญในสักกายว่าเป็นเรา ของเรา ตัวตนของเรา ด้วยตัณหา มานะ และทิฏฐิ



คุณ sssboun เพียงแต่แนะนำชักชวนให้ผู้อื่นรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน และพิจารณาตนผ่อนปรนคนอื่น เป็น
กุศลปฏิปทาที่ควรน้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อตัวเราเอง เป็นคนละส่วนกับการละสักกายะทิฏฐิ

เรื่องสักกายะทิฏฐินี้ผมเห็นว่าเราไม่ควรประมาณผู้อื่นว่าใครยังมีสักกายะทิฏฐิ หรือ ใครละขาดสักกายะทิฏฐิ
ได้แล้ว เพราะสักกายะทิฏฐินั้นละขาดได้ต้องเป็นพระโสดาบันไปแล้วเท่านั้นจึงไม่ควรประมาณ

อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นปฏิปทาเพื่อละขาดสักกายะทิฏฐิ ความอ่นน้อมถ่อมตนเป็นอุปการะแก่อริยมรรค


อ่อนน้อมตนจริง..มันก็ดี..สิ่งที่ไม่เคยรู้..ก็มีโอกาสจะรู้

แต่หากอ่อนน้อมเพื่อหวังความรักความชื่นชมจากคนรอบข้าง...นี้เข้าหาโลกธรรมแล้ว...ไม่ปูทางไปหาอริยะมรรคได้หรอก..

ดูได้ง่ายๆ..อ่อนน้อมแล้ว..คนอื่นยังไม่ชม..แถมยังตำนิอีก...อารมณ์ก็ขุ่นซะแล้ว..อย่างนี้ชัดว่าอ่อนน้อมเพื่ออามิส..มีโลกธรรมเป็นอามิส

อ่อนน้อมเพื่อธรรม..จะไม่เป็นอย่างนั้น..แม้อ่อนน้อมไปแล้วยังไม่ได้รับคำชม..แม้โดนตำนิ..อารมณ์ใจก็จะไม่ขุ่น...


ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เป็นอันดับแรก พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการปฎิบัติเรยค่ะ

เมื่อยังไม่สามารถแสดงความซื่อสัตย์ ต่อตนเองได้
จึงไม่อาจเห็นสภาวะที่แท้จริงๆ ต่อไปได้เรย

จึง สร้างหนทางของตน ตบตาได้ ทั้งตนเอง และผู้อื่น
ไม่ใช่สัมมาทิฎฐิแน่นอน



smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ปฤษฎี เขียน:
Love J. เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น


คุณ sssboun ที่คุณกล่าวมาล้วนเต็มไปด้วยความสำคัญในสักกายว่าเป็นเรา ของเรา ตัวตนของเรา ด้วยตัณหา มานะ และทิฏฐิ



คุณ sssboun เพียงแต่แนะนำชักชวนให้ผู้อื่นรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน และพิจารณาตนผ่อนปรนคนอื่น เป็น
กุศลปฏิปทาที่ควรน้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อตัวเราเอง เป็นคนละส่วนกับการละสักกายะทิฏฐิ

เรื่องสักกายะทิฏฐินี้ผมเห็นว่าเราไม่ควรประมาณผู้อื่นว่าใครยังมีสักกายะทิฏฐิ หรือ ใครละขาดสักกายะทิฏฐิ
ได้แล้ว เพราะสักกายะทิฏฐินั้นละขาดได้ต้องเป็นพระโสดาบันไปแล้วเท่านั้นจึงไม่ควรประมาณ

อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นปฏิปทาเพื่อละขาดสักกายะทิฏฐิ ความอ่นน้อมถ่อมตนเป็นอุปการะแก่อริยมรรค


คุณ lovej ความอ่อนน้อมเป็นกุศลควรเจริญ เพราะช่วยขัดเกลากิเลส

เราไม่ควรประมาณผู้อื่น เพราะความยิ่งหย่อนของอินทรีย์เป็นสิ่งที่รู้ยาก อาจไม่ทราบสิ่งที่อยู่ในใจ แต่ก็พอประเมินได้จากสิ่งที่พูดออกมา ดังที่พระผู้มีพระภาคแสดงว่าปัญญาย่อมทราบได้โดยการสนทนา

เช่น ในประโยคแรก บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดีจะได้มีคนเมตตา

ทำตัวเป็นคนโง่ด้วยอะไรหล่ะครับ ทำตัวด้วยสักกายทิฏฐิ ด้วยมารยา เพื่อหวัง ให้ผู้อื่นเมตตา คือหวังในรูปกริยา อาการภายนอก เป็น กามตัณหา

อนึ่ง ไม่ต้องทำตัวเป็นคนโง่เลย เพราะโง่อยู่แล้วด้วยโมหะ

คุณ lovej ควรพิจารณา ขณะใด นอบน้อมด้วยกุศลจิต ขณะใดมีตัณหา มีทิฏฐิ หรือแม้แต่มารยา แสร้งประพฤติทำให้ผู้อื่นเห็นว่าเป็นอย่างนั้น ทั้งที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพื่อหวังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

อีกประโยคหนึ่ง ที่ว่าความชั่วของคนอื่นเห็นดี๊ดีแต่ของตัวไม่เห็น แต่ความจริงแล้วเป็นอะไรครับ ถ้าไม่ใช่กิเลส เป็นกิเลสภายใน หรือกิเลสภายนอกเท่านั้น ถ้าเห็นอย่างนี้ จะมีความเห็นว่าตัวเราดี หรือผู้อื่นเลวรึเปล่า มีแต่ธรรมฝ่ายดี และธรรมฝ่ายเลว เกิดขึ้นทำกิจ ไม่ได้มีเรา เขาเลย


เสแสร้งโง่ เสแสร้งอ่อนน้อม
การตบตา เสแสร้ง ไม่ซื่อสัตย์ต่อสภาวะตนเอง
ไม่ใช่วิสัยของผุ้ปฎิบัติ และไม่ใช่วิสัยผู้มีปัญญา เรยค่ะ

[๑๐๒] คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว มีความว่าความประพฤติลวง
เรียกว่ามารยา. บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา
ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาอันลามก เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือย่อม
ปรารถนาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา (ว่าเราประพฤติทุจริต) ดำริว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา ย่อมกล่าว
วาจาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา ย่อมพยายามด้วยกายว่า ใครๆ อย่ารู้เรา. ความลวง ความเป็น
ผู้มีความลวง ความไม่นึกถึง ความอำพราง ความปิด ความปิดบัง ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน
ความซ่อนเร้น ความปิด ความปกปิด ความไม่ทำให้ตื้น ความไม่เปิดเผย ความปิดด้วยดี
ความกระทำชั่วเห็นปานนี้ นี้เรียกว่า ความลวง.
smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
มีใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด พระอริยเจ้าทั้งหลายก็ล้วน
แล้วแต่เคยเป็นปุถุชนมาด้วยกันทั้งนั้น ก็มีผิดพลาดมีขุ่นบ้าง
ตามบารมี สติ ปัญญาที่มีในขณะนั้นๆ ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่อง
ธรรมดา แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นๆจะรู้สึกตัวและปรับปรุงเปลี่ยน
แปลงตัวเองได้เร็วช้ามากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้นครับ

ที่สำคัญคือเป็นคนดีในสังคมระดับแรกให้ได้ก่อน และความดี

ก็มีหลายระดับครับ



ถูกต้องค่ะ ความดี ความชั่วมีหลายระดับ

การทำมารยา เสแสร้งลวง ด้วยแสร้งโง่ แสร้งอ่อนน้อม

พระพุทธองค์จัดลงแบบนี้ค่ะ

[๑๐๒] คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว มีความว่าความประพฤติลวง
เรียกว่ามารยา. บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา
ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาอันลามก เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือย่อม
ปรารถนาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา (ว่าเราประพฤติทุจริต) ดำริว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา ย่อมกล่าว
วาจาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา ย่อมพยายามด้วยกายว่า ใครๆ อย่ารู้เรา. ความลวง ความเป็น
ผู้มีความลวง ความไม่นึกถึง ความอำพราง ความปิด ความปิดบัง ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน
ความซ่อนเร้น ความปิด ความปกปิด ความไม่ทำให้ตื้น ความไม่เปิดเผย ความปิดด้วยดี
ความกระทำชั่วเห็นปานนี้ นี้เรียกว่า ความลวง.

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 02:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น


คุณสามารถกลับไปดูพระสูตรที่ โลกสวย โพสไว้ตอนแรกตามกระทู้นี้ได้

ศึกษาตามประสูตรเลยครับ

ไม่พึงสำคัญใน รูป ว่าเป็นเรา ของเรา หรือตัวตนของเรา เป็นต้น

เพราะเป็นทุกข์ทั้งนั้น

ใช่เรยค่ะ คุณลุงปอ
พระสูตรแต่ละพระสูตร จัดว่ายาก
ไม่ใช่ง่าย กว่าพระพุทธองค์จะตรัสรัสรู้ และตรัสพระสูตรต่างๆ ออกมาได้แต่ละพระสูตร
ต้องผ่านการปฎิบัติมา เป็นเวลาหลายแสนอสงไขย
แม้พระพุทธองค์ จะแสดงไว้ให้อ่านให้รู้ ได้อย่างง่ายขึ้น
แต่หลายคน ไม่อาจทำการศึกษาให้เข้าใจ และปฎิบัติตามไม่ได้
เรยพาออกไปนอกพระสูตร นอกกระทู้ไปค่ะ

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
มีใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด พระอริยเจ้าทั้งหลายก็ล้วน
แล้วแต่เคยเป็นปุถุชนมาด้วยกันทั้งนั้น ก็มีผิดพลาดมีขุ่นบ้าง
ตามบารมี สติ ปัญญาที่มีในขณะนั้นๆ ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่อง
ธรรมดา แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นๆจะรู้สึกตัวและปรับปรุงเปลี่ยน
แปลงตัวเองได้เร็วช้ามากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้นครับ

ที่สำคัญคือเป็นคนดีในสังคมระดับแรกให้ได้ก่อน และความดี

ก็มีหลายระดับครับ



ถูกต้องค่ะ ความดี ความชั่วมีหลายระดับ

การทำมารยา เสแสร้งลวง ด้วยแสร้งโง่ แสร้งอ่อนน้อม

พระพุทธองค์จัดลงแบบนี้ค่ะ

[๑๐๒] คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว มีความว่าความประพฤติลวง
เรียกว่ามารยา. บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา
ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาอันลามก เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือย่อม
ปรารถนาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา (ว่าเราประพฤติทุจริต) ดำริว่า ใครๆ อย่ารู้จักเรา ย่อมกล่าว
วาจาว่า ใครๆ อย่ารู้เรา ย่อมพยายามด้วยกายว่า ใครๆ อย่ารู้เรา. ความลวง ความเป็น
ผู้มีความลวง ความไม่นึกถึง ความอำพราง ความปิด ความปิดบัง ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน
ความซ่อนเร้น ความปิด ความปกปิด ความไม่ทำให้ตื้น ความไม่เปิดเผย ความปิดด้วยดี
ความกระทำชั่วเห็นปานนี้ นี้เรียกว่า ความลวง.


smiley

:b8: :b8: :b8:

สาธุ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 08:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

[color=#FF0000]บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง


รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น
[/color]


คุณสามารถกลับไปดูพระสูตรที่ โลกสวย โพสไว้ตอนแรกตามกระทู้นี้ได้

ศึกษาตามประสูตรเลยครับ

ไม่พึงสำคัญใน รูป ว่าเป็นเรา ของเรา หรือตัวตนของเรา เป็นต้น

เพราะเป็นทุกข์ทั้งนั้น

ใช่เรยค่ะ คุณลุงปอ
พระสูตรแต่ละพระสูตร จัดว่ายาก
ไม่ใช่ง่าย กว่าพระพุทธองค์จะตรัสรัสรู้ และตรัสพระสูตรต่างๆ ออกมาได้แต่ละพระสูตร
ต้องผ่านการปฎิบัติมา เป็นเวลาหลายแสนอสงไขย
แม้พระพุทธองค์ จะแสดงไว้ให้อ่านให้รู้ ได้อย่างง่ายขึ้น
แต่หลายคน ไม่อาจทำการศึกษาให้เข้าใจ และปฎิบัติตามไม่ได้
เรยพาออกไปนอกพระสูตร นอกกระทู้ไปค่ะ

smiley


พูดผิดพูดไม่ได้คงไม่ว่ากัน

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

บางคราวนิ่งเงียบเสียบ้างก็ดี จะได้รับฟังคำของคนอื่นบ้าง

รู้ว่าตนผิดรู้แก้ไขตัว ไม่เมามัวอยู่กับความหลงผิด


การจะฝึกตนให้ดีนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องของคนมีมายาเสมอไป
คนที่ทำจริงก็มี ต้องดูกันให้ดีๆ ดูกันนานๆ อย่ารีบด่วนตัดสินครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 09:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

[color=#FF0000]บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง


รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น
[/color]


คุณสามารถกลับไปดูพระสูตรที่ โลกสวย โพสไว้ตอนแรกตามกระทู้นี้ได้

ศึกษาตามประสูตรเลยครับ

ไม่พึงสำคัญใน รูป ว่าเป็นเรา ของเรา หรือตัวตนของเรา เป็นต้น

เพราะเป็นทุกข์ทั้งนั้น

ใช่เรยค่ะ คุณลุงปอ
พระสูตรแต่ละพระสูตร จัดว่ายาก
ไม่ใช่ง่าย กว่าพระพุทธองค์จะตรัสรัสรู้ และตรัสพระสูตรต่างๆ ออกมาได้แต่ละพระสูตร
ต้องผ่านการปฎิบัติมา เป็นเวลาหลายแสนอสงไขย
แม้พระพุทธองค์ จะแสดงไว้ให้อ่านให้รู้ ได้อย่างง่ายขึ้น
แต่หลายคน ไม่อาจทำการศึกษาให้เข้าใจ และปฎิบัติตามไม่ได้
เรยพาออกไปนอกพระสูตร นอกกระทู้ไปค่ะ

smiley


พูดผิดพูดไม่ได้คงไม่ว่ากัน

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

บางคราวนิ่งเงียบเสียบ้างก็ดี จะได้รับฟังคำของคนอื่นบ้าง

รู้ว่าตนผิดรู้แก้ไขตัว ไม่เมามัวอยู่กับความหลงผิด


การจะฝึกตนให้ดีนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องของคนมีมายาเสมอไป
คนที่ทำจริงก็มี ต้องดูกันให้ดีๆ ดูกันนานๆ อย่ารีบด่วนตัดสินครับ


อย่างนี้สิครับจึงเป็นบุรุษที่ควรฝึก ผิดก็ยอมรับปรับแก้ จะเอาเป็นแบบอย่างครับ :b42:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 13:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1739

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
sssboun เขียน:
น้ำทีละหยด ตกใส่ไห หากไม่รั่วและไหลออกนอกหยดไปเรื่อยๆ
สักวันยังเต็มได้ การปฏิบัติธรรมก็ฉันนั้น

[color=#FF0000]บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง


รวงข้าวที่โน้นน้อมลงเพราะมีคุณค่ามาก
คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ฉันนั้น

พระเณรดื่มเหล้าดื่มเบียร์ชาวบ้านติด่ากันใหญ่ว่าไม่ดี
หากเป็นสิ่งไม่ดีจริงแล้วใยตัวยังดื่มยังกินกันทุกวันเล่า

ความชั่วของเค้าเห็นดี๊ดี แต่ที่ของตัวทำมองไม่เห็น
[/color]


คุณสามารถกลับไปดูพระสูตรที่ โลกสวย โพสไว้ตอนแรกตามกระทู้นี้ได้

ศึกษาตามประสูตรเลยครับ

ไม่พึงสำคัญใน รูป ว่าเป็นเรา ของเรา หรือตัวตนของเรา เป็นต้น

เพราะเป็นทุกข์ทั้งนั้น

ใช่เรยค่ะ คุณลุงปอ
พระสูตรแต่ละพระสูตร จัดว่ายาก
ไม่ใช่ง่าย กว่าพระพุทธองค์จะตรัสรัสรู้ และตรัสพระสูตรต่างๆ ออกมาได้แต่ละพระสูตร
ต้องผ่านการปฎิบัติมา เป็นเวลาหลายแสนอสงไขย
แม้พระพุทธองค์ จะแสดงไว้ให้อ่านให้รู้ ได้อย่างง่ายขึ้น
แต่หลายคน ไม่อาจทำการศึกษาให้เข้าใจ และปฎิบัติตามไม่ได้
เรยพาออกไปนอกพระสูตร นอกกระทู้ไปค่ะ

smiley


พูดผิดพูดไม่ได้คงไม่ว่ากัน

บางคราวทำตัวเป็นคนโง่บ้างก็ดี จะได้มีคนเมตตาตนบ้าง

บางคราวนิ่งเงียบเสียบ้างก็ดี จะได้รับฟังคำของคนอื่นบ้าง

รู้ว่าตนผิดรู้แก้ไขตัว ไม่เมามัวอยู่กับความหลงผิด


การจะฝึกตนให้ดีนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องของคนมีมายาเสมอไป
คนที่ทำจริงก็มี ต้องดูกันให้ดีๆ ดูกันนานๆ อย่ารีบด่วนตัดสินครับ


นี่แหละ ที่เม เมตตาเธออยุ่
เพราะรู้ว่า เธอ เดินไปผิดทางขนาดไหน
กับการเสแสร้ง สร้างมารยา และความไม่ซื่อสัตย์ต่อตนไว้

อีกอย่าง การพูดมาแล้วมาเบ่งตัวพอง ทำตัวหนังสือตัวพอง ตัวโตๆแบบอึ่งอ่างโดนเหยียบ นั้นน่ะ
เธอจะมองออกชัดได้มั๊ย ว่า มันเกิดอะไรขึ้นในใจของเธอ
สำคัญ อะไรไปแล้ว จึงมาทำตัวโตๆ แบบอึ่งอ่าง โดนเหยียบ แบบนั้น

น้ำที่ไหลทีละหยด ที่อยากให้เต็ม ควรเป็นน้ำบริสุทธิ์น๊ะคะ


tongue


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron