วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2019, 23:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 23 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1759

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
นำตัวอย่างภาคปฏิบัติแทรกเทียบ คคห.บนไว้อีกด้วย นู๋เมโลกซวยช่วยมาค้านที :b14: ลุงชอบให้คนค้าน คิกๆๆ

นั่งสมาธิแล้วเหมือนมีแมลงไต่ รู้สึกกลัว

เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งสมาธิเลยค่ะ กลัวอะไรก็บอกไม่ถูก เมื่อก่อนเวลานั่งสักพัก รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่อยู่ที่ขา ลูบดูก็ไม่มี
วันต่อๆ มาก็เป็นอีก จุดเดิม ที่เดิม เหมือนเดินไต่ไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่ามันไม่มีอะไรไต่จริง แต่ก็ไม่รู้มันคืออะไร บางครั้ง ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ดังมากด้วย เหมือนอะไรตกบนบ้าน แต่ถามแม่ แม่กลับไม่ได้ยิน

ตอนนี้ กลับมาคิด สมัยเด็กๆ เล็กๆ ชอบจับแมลงมาหักขา พวกแมงมุมขายาวๆ ที่อยู่ตามเพดาน เจอเป็นจับมาหักขาหมด ตอนนั้นไม่รู้อะไรควรไม่ควร โตมาพอรู้ความรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ รู้สึกผิดกับพวกเค้า เค้าคงทรมานมากๆ ถึงจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปมากจริงๆ จะเกี่ยวกันรึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ


คริคริ

“ภิกษุนั้น ย่อมมนสิการโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่า ทุกข์คือดังนี้ "

พระพุทธองค์ ตรัสว่า อริยะสัจสี่ ก็คือ ความจริงอันประเสริฐ ไงค๊ะ

รู้ป่าว ว่าเจอสิ่งประเสริฐยิ่ง เข้าแล้ว ?

แค่นี้ นี่แหละ ภาคปฎิบัติ ของพระอริยะ สุขในธรรม ยิ้ม ได้ทันตาเห็น ด้วยปัญญายิ่ง

มัวแต่มาถามลุงกรัชกาย ปฎิบัติก็ไม่เป็น อีกสิบปี ก็ยิ้มไม่ออก เวลาเจอทุกข์ เห็นทุกข์


“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)



ให้ดูเคสที่ยากขึ้นอีกหน่อย :b1:

ได้ยินเสียงด่าตัวเอง

นั่งสมาธินั่งดูลม แล้วมามองกระจกแบบใช้ตาเพ่ง. กระจกมันบิดไปบิดมา บางทีก็ได้ยินเสียงคนพูดถึงเรืองที่ผมคิด แต่มองไม่เห็นคน ตอนนี้เพี้ยนครับ อาการแบบนี้เขาเรียกจิตหลอกรึเปล่า ตอนนี้ลำบากมาก หนวกหูเสียงด่ามาเป็นอาทิตย์แล้วครับ ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองอีก หนวกหูมาก พอจะมีวิธีแก้ใหมครับ.


นู๋เมโลกซวย ว่าประเสริฐหรือยัง


คริคริ
แสดงว่า ทั้งลุงกรัชกวย และคนในตัวอย่าง ไม่รู้ซะแล้ว ว่า เรยสงสัย วิจิกิจฉา อัตตาตนเป็นนั้นเป็นนี่ เรยปฎิบัติไม่ถูก

"อริยะสัจ คือความจริงอันประเสริฐ"

ไปแก้อริยะสัจ ให้ประเสริฐ จริง มากกว่านั้น ก็ไม่ได้
แก้ให้ประเสริฐ จริง น้อยลง ก็ไม่ได้

เรยทานทนอยู่ยาก ยิ้มไม่ออก สุขในธรรมไม่มี

“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)[/quote]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 20:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31642

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
นำตัวอย่างภาคปฏิบัติแทรกเทียบ คคห.บนไว้อีกด้วย นู๋เมโลกซวยช่วยมาค้านที :b14: ลุงชอบให้คนค้าน คิกๆๆ

นั่งสมาธิแล้วเหมือนมีแมลงไต่ รู้สึกกลัว

เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งสมาธิเลยค่ะ กลัวอะไรก็บอกไม่ถูก เมื่อก่อนเวลานั่งสักพัก รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่อยู่ที่ขา ลูบดูก็ไม่มี
วันต่อๆ มาก็เป็นอีก จุดเดิม ที่เดิม เหมือนเดินไต่ไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่ามันไม่มีอะไรไต่จริง แต่ก็ไม่รู้มันคืออะไร บางครั้ง ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ดังมากด้วย เหมือนอะไรตกบนบ้าน แต่ถามแม่ แม่กลับไม่ได้ยิน

ตอนนี้ กลับมาคิด สมัยเด็กๆ เล็กๆ ชอบจับแมลงมาหักขา พวกแมงมุมขายาวๆ ที่อยู่ตามเพดาน เจอเป็นจับมาหักขาหมด ตอนนั้นไม่รู้อะไรควรไม่ควร โตมาพอรู้ความรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ รู้สึกผิดกับพวกเค้า เค้าคงทรมานมากๆ ถึงจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปมากจริงๆ จะเกี่ยวกันรึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ


คริคริ

“ภิกษุนั้น ย่อมมนสิการโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่า ทุกข์คือดังนี้ "

พระพุทธองค์ ตรัสว่า อริยะสัจสี่ ก็คือ ความจริงอันประเสริฐ ไงค๊ะ

รู้ป่าว ว่าเจอสิ่งประเสริฐยิ่ง เข้าแล้ว ?

แค่นี้ นี่แหละ ภาคปฎิบัติ ของพระอริยะ สุขในธรรม ยิ้ม ได้ทันตาเห็น ด้วยปัญญายิ่ง

มัวแต่มาถามลุงกรัชกาย ปฎิบัติก็ไม่เป็น อีกสิบปี ก็ยิ้มไม่ออก เวลาเจอทุกข์ เห็นทุกข์


“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)



ให้ดูเคสที่ยากขึ้นอีกหน่อย :b1:

ได้ยินเสียงด่าตัวเอง

นั่งสมาธินั่งดูลม แล้วมามองกระจกแบบใช้ตาเพ่ง. กระจกมันบิดไปบิดมา บางทีก็ได้ยินเสียงคนพูดถึงเรืองที่ผมคิด แต่มองไม่เห็นคน ตอนนี้เพี้ยนครับ อาการแบบนี้เขาเรียกจิตหลอกรึเปล่า ตอนนี้ลำบากมาก หนวกหูเสียงด่ามาเป็นอาทิตย์แล้วครับ ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองอีก หนวกหูมาก พอจะมีวิธีแก้ใหมครับ.


นู๋เมโลกซวย ว่าประเสริฐหรือยัง


คริคริ
แสดงว่า ทั้งลุงกรัชกวย และคนในตัวอย่าง ไม่รู้ซะแล้ว ว่า เรยสงสัย วิจิกิจฉา อัตตาตนเป็นนั้นเป็นนี่ เรยปฎิบัติไม่ถูก

"อริยะสัจ คือความจริงอันประเสริฐ"

ไปแก้อริยะสัจ ให้ประเสริฐ จริง มากกว่านั้น ก็ไม่ได้
แก้ให้ประเสริฐ จริง น้อยลง ก็ไม่ได้

เรยทานทนอยู่ยาก ยิ้มไม่ออก สุขในธรรมไม่มี

“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้


นี่คือผู้ซึ่งอ่านหนังสือแล้วหลงอินกับรูปสำเร็จนั้น นี่นู่เมที่รักของคนอื่น คิกๆๆ ก่อนที่ผู้นั้นจะละสังโยชน์ได้นั้น เขาต้องผ่านด่านทดสอบมามากมาย ผ่านสุข ผ่านทุกข์ เป็นต้นมาแล้ว แต่ไม่ท้อไม่ถอย เขาสู้จนกระทั่งรู้เห็นเข้าใจชีวิตนี้ตามเป็นจริง

ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ขอยกตัวอย่างง่ายๆเป็นรูปธรรมให้เห็น เช่น เจ้าสัวในเมืองไทยรวยติดอันดับ ก่อนที่เขาจะประสบความเร็จทางธุรกิจนั้น เขาผ่านความทุกข์ยากล้มแล้วลุกลุกแล้วล้มคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมีวันนี้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

มิใช่นั่งอ่านบทความประมาณนั่นแล้วก็เป็นโสดาบัน ละนั่นละนี่เอาได้ดังใจปรารถนา :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 20:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31642

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต้องผ่านอะไรบ้าง ดูตัวอย่างต่อไป ข้อสำคัญจะแก้ปัญหาทุกข์นี่อย่างไร


ดิฉันฝึกหัดนั่งสมาธิวิปัสสนา...คือนั่งดูลมหายใจเข้าออกเฉยๆ ไม่บริกรรม และให้ดูเวทนาที่เกิดในร่างกายแล้วให้มีอุเบกขา

คอร์สแรกที่ดิฉันไปศึกษาเรียนรู้เป็นเวลา10 วัน และหลังจากนั้นดิฉันก็กลับมาปฎิบัติที่บ้าน สม่ำเสมอ วันละหลายครั้ง บางทีก็หลายชั่วโมงติดต่อกัน

ล่วงเข้ามาประมาณเดือนที่ 3 ดิฉันมีอาการร้อนที่ร่างกายทุกส่วน และเกิดอาการปวดศีรษะเหมือนมีเข็มเป็นร้อยๆเล่มอยู่ในหัว บางที แข็ง ตึง มึน ทึบอยู่ในหัว จนยากที่จะอธิบาย จนขนาดต้องไปเอกซ์เรย์แต่ไม่มีอะไรผิดปรกติ

อาการมันลงมาที่มือข้างซ้าย และ กรามบน ขมับ 2 ข้าง เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ตลอดเวลาเป็นที่ทรมานมาก

ระยะหลังมาดิฉันก็เลยนั่งบ้างไม่นั่งบ้าง เพราะปวดหัวเหลือเกิน บางอาการไม่สามารถบอกมาเป็นตัวอักษรได้ว่ารู้สึกอย่างไร อาการเป็นตลอด เวลา 2 - 4 ชั่วโมง ทั้งหลับทั้งตื่น ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ไปหาหมอฝังเข็มฝังมา 9 ครั้ง ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลา อาการยังมีตลอด ดิฉันก็ได้แต่อุเบกขา ทำใจไปคิดไปต่างๆนานา เวลานั่งก็ขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง

ตอนนี้นับระยะเวลาเป็นมากว่า 2 ปี ได้แต่หวังว่า ผู้รู้ทั้งหลายคงช่วยอนุเคราะห์คนมีกรรมคนนี้ด้วย ขอได้โปรดเมตตาช่วยด้วยนะคะ

เอาหัวซึ่งมีอยู่หัวเดียวเป็นประกันให้เลยว่า ผู้ไม่เคยทำไม่เคยปฏิบัติไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้ดอก

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 20:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31642

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตัวอย่างทางความคิดบ้าง

ด่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์

มันเริ่มจากคำหยาบเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน แล้วพอมันเกิดขึ้น
ผมจะรู้สึกแย่ แล้วพอเวลาผ่านไป ผมอยากปฏิบัติธรรม
ให้ได้ตามหลักมรรค 8 จิตมันเริ่มรู้ว่า ต้องระวังให้มากขึ้น
กลายเป็นเกร็งมากขึ้น มีคำหยาบมากขึ้นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็พยายามทำใจว่าใจจริงเราเคารพ
พระรัตนตรัย กลายเป็นทำศึกสองด้าน ด้านหนึ่งระวัง
ไม่ให้จิตสร้างคำหยาบ ด้านหนึ่งเจริญปัญญา

ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ มันจะทำให้มรรค 8 ด่าง
พร้อยมั้ยครับ ย้ำอีกทีว่าใจผมเคารพพระรัตนตรัย
ในรอบหลายปีมานี่ ไม่เคยมีวาจาหรือการกระทำที่
ลบหลู่พระรัตนตรัยครับ มีแต่คำหยาบที่จิตผลิตมา
หลอกหลอนวันละหลาย ๆ ประโยค

ทั้งหลายทั้งปวง คือ ไม่รู้ทางออกจากทุกข์จากปัญหา

พูดให้อิงหลักก็ว่า นั่นแหละอุปาทานขันธ์ คิกๆๆ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 20:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31642

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เพื่อให้เห็นภาพวางหลักไว้ด้วยเลย

รูปภาพ

เว้นอริยบุคคลขั้นโสดาบันขึ้นไป ถ้ายังเป็นปุถุชนคนทั่วๆไปแล้วละก็ ไม่รู้จักตัวของตัวเองหรอก :b12:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 20:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1759

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
นำตัวอย่างภาคปฏิบัติแทรกเทียบ คคห.บนไว้อีกด้วย นู๋เมโลกซวยช่วยมาค้านที :b14: ลุงชอบให้คนค้าน คิกๆๆ

นั่งสมาธิแล้วเหมือนมีแมลงไต่ รู้สึกกลัว

เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งสมาธิเลยค่ะ กลัวอะไรก็บอกไม่ถูก เมื่อก่อนเวลานั่งสักพัก รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่อยู่ที่ขา ลูบดูก็ไม่มี
วันต่อๆ มาก็เป็นอีก จุดเดิม ที่เดิม เหมือนเดินไต่ไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่ามันไม่มีอะไรไต่จริง แต่ก็ไม่รู้มันคืออะไร บางครั้ง ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ดังมากด้วย เหมือนอะไรตกบนบ้าน แต่ถามแม่ แม่กลับไม่ได้ยิน

ตอนนี้ กลับมาคิด สมัยเด็กๆ เล็กๆ ชอบจับแมลงมาหักขา พวกแมงมุมขายาวๆ ที่อยู่ตามเพดาน เจอเป็นจับมาหักขาหมด ตอนนั้นไม่รู้อะไรควรไม่ควร โตมาพอรู้ความรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ รู้สึกผิดกับพวกเค้า เค้าคงทรมานมากๆ ถึงจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปมากจริงๆ จะเกี่ยวกันรึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ


คริคริ

“ภิกษุนั้น ย่อมมนสิการโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่า ทุกข์คือดังนี้ "

พระพุทธองค์ ตรัสว่า อริยะสัจสี่ ก็คือ ความจริงอันประเสริฐ ไงค๊ะ

รู้ป่าว ว่าเจอสิ่งประเสริฐยิ่ง เข้าแล้ว ?

แค่นี้ นี่แหละ ภาคปฎิบัติ ของพระอริยะ สุขในธรรม ยิ้ม ได้ทันตาเห็น ด้วยปัญญายิ่ง

มัวแต่มาถามลุงกรัชกาย ปฎิบัติก็ไม่เป็น อีกสิบปี ก็ยิ้มไม่ออก เวลาเจอทุกข์ เห็นทุกข์


“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)



ให้ดูเคสที่ยากขึ้นอีกหน่อย :b1:

ได้ยินเสียงด่าตัวเอง

นั่งสมาธินั่งดูลม แล้วมามองกระจกแบบใช้ตาเพ่ง. กระจกมันบิดไปบิดมา บางทีก็ได้ยินเสียงคนพูดถึงเรืองที่ผมคิด แต่มองไม่เห็นคน ตอนนี้เพี้ยนครับ อาการแบบนี้เขาเรียกจิตหลอกรึเปล่า ตอนนี้ลำบากมาก หนวกหูเสียงด่ามาเป็นอาทิตย์แล้วครับ ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองอีก หนวกหูมาก พอจะมีวิธีแก้ใหมครับ.


นู๋เมโลกซวย ว่าประเสริฐหรือยัง


คริคริ
แสดงว่า ทั้งลุงกรัชกวย และคนในตัวอย่าง ไม่รู้ซะแล้ว ว่า เรยสงสัย วิจิกิจฉา อัตตาตนเป็นนั้นเป็นนี่ เรยปฎิบัติไม่ถูก

"อริยะสัจ คือความจริงอันประเสริฐ"

ไปแก้อริยะสัจ ให้ประเสริฐ จริง มากกว่านั้น ก็ไม่ได้
แก้ให้ประเสริฐ จริง น้อยลง ก็ไม่ได้

เรยทานทนอยู่ยาก ยิ้มไม่ออก สุขในธรรมไม่มี

“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้


นี่คือผู้ซึ่งอ่านหนังสือแล้วหลงอินกับรูปสำเร็จนั้น นี่นู่เมที่รักของคนอื่น คิกๆๆ ก่อนที่ผู้นั้นจะละสังโยชน์ได้นั้น เขาต้องผ่านด่านทดสอบมามากมาย ผ่านสุข ผ่านทุกข์ เป็นต้นมาแล้ว แต่ไม่ท้อไม่ถอย เขาสู้จนกระทั่งรู้เห็นเข้าใจชีวิตนี้ตามเป็นจริง

ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ขอยกตัวอย่างง่ายๆเป็นรูปธรรมให้เห็น เช่น เจ้าสัวในเมืองไทยรวยติดอันดับ ก่อนที่เขาจะประสบความเร็จทางธุรกิจนั้น เขาผ่านความทุกข์ยากล้มแล้วลุกลุกแล้วล้มคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมีวันนี้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

มิใช่นั่งอ่านบทความประมาณนั่นแล้วก็เป็นโสดาบัน ละนั่นละนี่เอาได้ดังใจปรารถนา :b32:


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้



เพราะไม่มีปัญญาไปรู้ว่า อริยะสัจ คือ ความจริงอันประเสริฐไงค๊ะ

ก็เรยคลุกคลาน ไปหาแต่เงิน
โดยไม่รู้ว่า เงินน่ะ ไม่ใช่ของประเสริฐ แบงค์กงเต๊ก ที่ลูกหลานเผาไปให้ จะไปใช้ในสวรรค์ได้ด้วย

คริคริ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 21:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31642

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
นำตัวอย่างภาคปฏิบัติแทรกเทียบ คคห.บนไว้อีกด้วย นู๋เมโลกซวยช่วยมาค้านที :b14: ลุงชอบให้คนค้าน คิกๆๆ

นั่งสมาธิแล้วเหมือนมีแมลงไต่ รู้สึกกลัว

เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งสมาธิเลยค่ะ กลัวอะไรก็บอกไม่ถูก เมื่อก่อนเวลานั่งสักพัก รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่อยู่ที่ขา ลูบดูก็ไม่มี
วันต่อๆ มาก็เป็นอีก จุดเดิม ที่เดิม เหมือนเดินไต่ไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่ามันไม่มีอะไรไต่จริง แต่ก็ไม่รู้มันคืออะไร บางครั้ง ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ดังมากด้วย เหมือนอะไรตกบนบ้าน แต่ถามแม่ แม่กลับไม่ได้ยิน

ตอนนี้ กลับมาคิด สมัยเด็กๆ เล็กๆ ชอบจับแมลงมาหักขา พวกแมงมุมขายาวๆ ที่อยู่ตามเพดาน เจอเป็นจับมาหักขาหมด ตอนนั้นไม่รู้อะไรควรไม่ควร โตมาพอรู้ความรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ รู้สึกผิดกับพวกเค้า เค้าคงทรมานมากๆ ถึงจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปมากจริงๆ จะเกี่ยวกันรึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ


คริคริ

“ภิกษุนั้น ย่อมมนสิการโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่า ทุกข์คือดังนี้ "

พระพุทธองค์ ตรัสว่า อริยะสัจสี่ ก็คือ ความจริงอันประเสริฐ ไงค๊ะ

รู้ป่าว ว่าเจอสิ่งประเสริฐยิ่ง เข้าแล้ว ?

แค่นี้ นี่แหละ ภาคปฎิบัติ ของพระอริยะ สุขในธรรม ยิ้ม ได้ทันตาเห็น ด้วยปัญญายิ่ง

มัวแต่มาถามลุงกรัชกาย ปฎิบัติก็ไม่เป็น อีกสิบปี ก็ยิ้มไม่ออก เวลาเจอทุกข์ เห็นทุกข์


“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)



ให้ดูเคสที่ยากขึ้นอีกหน่อย :b1:

ได้ยินเสียงด่าตัวเอง

นั่งสมาธินั่งดูลม แล้วมามองกระจกแบบใช้ตาเพ่ง. กระจกมันบิดไปบิดมา บางทีก็ได้ยินเสียงคนพูดถึงเรืองที่ผมคิด แต่มองไม่เห็นคน ตอนนี้เพี้ยนครับ อาการแบบนี้เขาเรียกจิตหลอกรึเปล่า ตอนนี้ลำบากมาก หนวกหูเสียงด่ามาเป็นอาทิตย์แล้วครับ ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองอีก หนวกหูมาก พอจะมีวิธีแก้ใหมครับ.


นู๋เมโลกซวย ว่าประเสริฐหรือยัง


คริคริ
แสดงว่า ทั้งลุงกรัชกวย และคนในตัวอย่าง ไม่รู้ซะแล้ว ว่า เรยสงสัย วิจิกิจฉา อัตตาตนเป็นนั้นเป็นนี่ เรยปฎิบัติไม่ถูก

"อริยะสัจ คือความจริงอันประเสริฐ"

ไปแก้อริยะสัจ ให้ประเสริฐ จริง มากกว่านั้น ก็ไม่ได้
แก้ให้ประเสริฐ จริง น้อยลง ก็ไม่ได้

เรยทานทนอยู่ยาก ยิ้มไม่ออก สุขในธรรมไม่มี

“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้


นี่คือผู้ซึ่งอ่านหนังสือแล้วหลงอินกับรูปสำเร็จนั้น นี่นู่เมที่รักของคนอื่น คิกๆๆ ก่อนที่ผู้นั้นจะละสังโยชน์ได้นั้น เขาต้องผ่านด่านทดสอบมามากมาย ผ่านสุข ผ่านทุกข์ เป็นต้นมาแล้ว แต่ไม่ท้อไม่ถอย เขาสู้จนกระทั่งรู้เห็นเข้าใจชีวิตนี้ตามเป็นจริง

ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ขอยกตัวอย่างง่ายๆเป็นรูปธรรมให้เห็น เช่น เจ้าสัวในเมืองไทยรวยติดอันดับ ก่อนที่เขาจะประสบความเร็จทางธุรกิจนั้น เขาผ่านความทุกข์ยากล้มแล้วลุกลุกแล้วล้มคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมีวันนี้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

มิใช่นั่งอ่านบทความประมาณนั่นแล้วก็เป็นโสดาบัน ละนั่นละนี่เอาได้ดังใจปรารถนา :b32:


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้



เพราะไม่มีปัญญาไปรู้ว่า อริยะสัจ คือ ความจริงอันประเสริฐไงค๊ะ

ก็เรยคลุกคลาน ไปหาแต่เงิน
โดยไม่รู้ว่า เงินน่ะ ไม่ใช่ของประเสริฐ แบงค์กงเต๊ก ที่ลูกหลานเผาไปให้ จะไปใช้ในสวรรค์ได้ด้วย

คริคริ


ดูสินะ เรารึยกตัวอย่างเพื่อต้องการให้เข้าใจเรื่องที่พูดง่ายๆ แต่เขาก็คิดกลับด้านสะอีก คิกๆๆ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2019, 23:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1759

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
นำตัวอย่างภาคปฏิบัติแทรกเทียบ คคห.บนไว้อีกด้วย นู๋เมโลกซวยช่วยมาค้านที :b14: ลุงชอบให้คนค้าน คิกๆๆ

นั่งสมาธิแล้วเหมือนมีแมลงไต่ รู้สึกกลัว

เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งสมาธิเลยค่ะ กลัวอะไรก็บอกไม่ถูก เมื่อก่อนเวลานั่งสักพัก รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่อยู่ที่ขา ลูบดูก็ไม่มี
วันต่อๆ มาก็เป็นอีก จุดเดิม ที่เดิม เหมือนเดินไต่ไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่ามันไม่มีอะไรไต่จริง แต่ก็ไม่รู้มันคืออะไร บางครั้ง ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" ดังมากด้วย เหมือนอะไรตกบนบ้าน แต่ถามแม่ แม่กลับไม่ได้ยิน

ตอนนี้ กลับมาคิด สมัยเด็กๆ เล็กๆ ชอบจับแมลงมาหักขา พวกแมงมุมขายาวๆ ที่อยู่ตามเพดาน เจอเป็นจับมาหักขาหมด ตอนนั้นไม่รู้อะไรควรไม่ควร โตมาพอรู้ความรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ รู้สึกผิดกับพวกเค้า เค้าคงทรมานมากๆ ถึงจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปมากจริงๆ จะเกี่ยวกันรึเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ


คริคริ

“ภิกษุนั้น ย่อมมนสิการโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่า ทุกข์คือดังนี้ "

พระพุทธองค์ ตรัสว่า อริยะสัจสี่ ก็คือ ความจริงอันประเสริฐ ไงค๊ะ

รู้ป่าว ว่าเจอสิ่งประเสริฐยิ่ง เข้าแล้ว ?

แค่นี้ นี่แหละ ภาคปฎิบัติ ของพระอริยะ สุขในธรรม ยิ้ม ได้ทันตาเห็น ด้วยปัญญายิ่ง

มัวแต่มาถามลุงกรัชกาย ปฎิบัติก็ไม่เป็น อีกสิบปี ก็ยิ้มไม่ออก เวลาเจอทุกข์ เห็นทุกข์


“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)



ให้ดูเคสที่ยากขึ้นอีกหน่อย :b1:

ได้ยินเสียงด่าตัวเอง

นั่งสมาธินั่งดูลม แล้วมามองกระจกแบบใช้ตาเพ่ง. กระจกมันบิดไปบิดมา บางทีก็ได้ยินเสียงคนพูดถึงเรืองที่ผมคิด แต่มองไม่เห็นคน ตอนนี้เพี้ยนครับ อาการแบบนี้เขาเรียกจิตหลอกรึเปล่า ตอนนี้ลำบากมาก หนวกหูเสียงด่ามาเป็นอาทิตย์แล้วครับ ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองอีก หนวกหูมาก พอจะมีวิธีแก้ใหมครับ.


นู๋เมโลกซวย ว่าประเสริฐหรือยัง


คริคริ
แสดงว่า ทั้งลุงกรัชกวย และคนในตัวอย่าง ไม่รู้ซะแล้ว ว่า เรยสงสัย วิจิกิจฉา อัตตาตนเป็นนั้นเป็นนี่ เรยปฎิบัติไม่ถูก

"อริยะสัจ คือความจริงอันประเสริฐ"

ไปแก้อริยะสัจ ให้ประเสริฐ จริง มากกว่านั้น ก็ไม่ได้
แก้ให้ประเสริฐ จริง น้อยลง ก็ไม่ได้

เรยทานทนอยู่ยาก ยิ้มไม่ออก สุขในธรรมไม่มี

“เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้” (ม.มู.12/12/16)


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้


นี่คือผู้ซึ่งอ่านหนังสือแล้วหลงอินกับรูปสำเร็จนั้น นี่นู่เมที่รักของคนอื่น คิกๆๆ ก่อนที่ผู้นั้นจะละสังโยชน์ได้นั้น เขาต้องผ่านด่านทดสอบมามากมาย ผ่านสุข ผ่านทุกข์ เป็นต้นมาแล้ว แต่ไม่ท้อไม่ถอย เขาสู้จนกระทั่งรู้เห็นเข้าใจชีวิตนี้ตามเป็นจริง

ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ขอยกตัวอย่างง่ายๆเป็นรูปธรรมให้เห็น เช่น เจ้าสัวในเมืองไทยรวยติดอันดับ ก่อนที่เขาจะประสบความเร็จทางธุรกิจนั้น เขาผ่านความทุกข์ยากล้มแล้วลุกลุกแล้วล้มคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมีวันนี้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

มิใช่นั่งอ่านบทความประมาณนั่นแล้วก็เป็นโสดาบัน ละนั่นละนี่เอาได้ดังใจปรารถนา :b32:


อ้างคำพูด:
เมื่อเธอมนสิการโดยแยบคายอยู่อย่างนี้ สังโยชน์ ๓ อย่าง คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส ย่อมถูกละเสียได้



เพราะไม่มีปัญญาไปรู้ว่า อริยะสัจ คือ ความจริงอันประเสริฐไงค๊ะ

ก็เรยคลุกคลาน ไปหาแต่เงิน
โดยไม่รู้ว่า เงินน่ะ ไม่ใช่ของประเสริฐ แบงค์กงเต๊ก ที่ลูกหลานเผาไปให้ จะไปใช้ในสวรรค์ได้ด้วย

คริคริ


ดูสินะ เรารึยกตัวอย่างเพื่อต้องการให้เข้าใจเรื่องที่พูดง่ายๆ แต่เขาก็คิดกลับด้านสะอีก คิกๆๆ


คริคริ

คิดทางโลก จนเป็นอัจริยะตลอดร้อยปี พันปี
สู้คิดทางธรรม แม้เพียงเรื่องเดียวไม่ได้ เรย
เป็นเจ้าสัวติดอันดับจักรวาล ตลอดอสงไขย ตลอดกัปป
สู้เห็นการเกิดดับสักหนเดียว ยังไม่ได้เรย


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 23 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร