วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2019, 10:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 289 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
คุณ luna ควรเข้าหาพระพุทธเจ้าและศึกษาจากท่านผู้รู้ และศึกษาด้วยความเคารพ ไม่ใช่คิดเอาเอง

ความเห็นจึงผิดมาตั้งแต่ต้น

ปฏิบัติคือการถึงเฉพาะ

ถึงเฉพาะอะไร ถึงเฉพาะลักษณะหรือที่เรียกว่าธรรมะ

ถึงด้วยอะไร ก็ด้วยกุศลประการต่างๆ มีปัญญาเป็นยอด ปัญญารู้ชัดลักษณะของธรรมะ นี่คือสัมมาปฏิบัติ

ถ้าถึงเฉพาะลักษณะของธรรมะด้วยอกุศล มีโมหะ เป็นต้น ก็เป็นมิจฉาปฏิบัติ

หากคิดว่าเราปฏิบัติ ก็เป็นจิตวิปลาส
หากเห็นว่าเราปฏิบัติก็เป็นทิฏฐิวิปลาส
หากจำว่าตัวเราปฏิบัติ ตัวเราถึงลักษณะนั้นๆก็เป็นสัญญาวิปลาส


ถ้าคุณใช้คำว่าผิดตั้งแต่แรก

ผมจะใช้คำว่ามันไม่มีตั้งแต่แรก คำนี้เป็นปรมัตถ์ ชั้นสูง


luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
ถามคุณยังไม่ตอบ

ปฏิบัติคืออะไร ใครปฏิบัติ


คือการศึกษาเรียนรู้
เข้าใจลงมือปฏิบัติ
ให้เกิดผลเป็นความจริง ตามหลัก
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ

ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ
โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖
.....................


ดูท่าคุณจะเข้าใจไม่ตรงตามคำสอนนะคะ
คุณดูสิอันไหนที่คุณไม่มีตามนี้
ตาหูจมูกลิ้นกายใจ คือที่เกิด
ของธัมมะตรงที่ตัวเองมี
รู้ตรงไหนที่ตัวตนคุณมี
ตรงตามคำสอนเดี๋ยวนี้
ตรง1สัจจะตรงทางเกิด
รู้ที่กายตัวเองมีไม่ใช่
ไปยกคำคนนั้นคนนี้มา
มันไม่ได้แสดงว่าตัวคุณรู้ถูกตัวจริงของธัมมะเลย
:b12:
:b4: :b4:


จะให้ผมเชื่อคนยังไม่ตรัสรู้



ยังไม่หลุดพ้น
:b34:

ไม่รู้จริงๆด้วยว่าตัวเองกำลังมีไม่รู้แปลว่ากำลังมีกิเลสอวิชชามีแล้วตัวตน
ตัวเองมีตาหูจมูกลิ้นกายใจตรงที่เป็นที่ประชุมของจิตตรงปัจจุบัน555
เล่ามาสิว่าตรง1ทางของคุณมีอะไรที่พระพุทธเจ้าบอกให้รู้สึกว่ามี
แสดงความจริงให้คนอื่นคิดตรงที่มีธัมมะเกิดทางตาแค่1ทางนะ
:b1:
:b20: :b20:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 11 เม.ย. 2019, 15:09, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มี.ค. 2019, 11:03
โพสต์: 98

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

https://www.gotoknow.org/posts/473968


แก้ไขล่าสุดโดย luna เมื่อ 11 เม.ย. 2019, 15:17, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มี.ค. 2019, 11:03
โพสต์: 98

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Onion_no
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


งั้นคุณก็ไปตรัสรู้เองสิ จะได้ถูกใจคุณ huh


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Onion_no
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


งั้นคุณก็ไปตรัสรู้เองสิ จะได้ถูกใจคุณ huh

:b32:
งั้นขอเชิญเป็นอันธะพาละปุถุชนที่ไม่รู้จักพระพุทธเจ้าต่อไปนะคะ...คนเรามีตาไว้ดูเฉยๆไม่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
:b29: :b29:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 15:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มี.ค. 2019, 11:03
โพสต์: 98

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Onion_no
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


งั้นคุณก็ไปตรัสรู้เองสิ จะได้ถูกใจคุณ huh

:b32:
งั้นขอเชิญเป็นอันธะพาละปุถุชนที่ไม่รู้จักพระพุทธเจ้าต่อไปนะคะ...คนเรามีตาไว้ดูเฉยๆไม่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
:b29: :b29:


คุณแน่ใจรู้จักพระพุทธเจ้าองค์ จริง

ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้น
เห็นพระพุทธเจ้า

ย่อมข้ามโคตรปุถุชนไปเป็นพระอริยบุคคล

เรามักจะได้ยินคำกล่าวโบราณที่ว่า

ผู้บำเพ็ญมีมากเท่ากับขนของวัว
ผู้บรรลุมีน้อยเท่าเขาของวัว :b42:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 16:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มี.ค. 2019, 11:03
โพสต์: 98

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


ดวงตาเห็นธรรม
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราการเห็นจึงเป็นธรรมะ ที่ปราศจากธุลีและมลทินใดๆ

เพราะฉะนั้น การปรนนิบัติพระพุทธะนับพัน ไม่สู้ปรนนิบัตินักธรรมปราศจากใจเพียง หนึ่งคนไม่ได้ smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 17:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1760

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


ดวงตาเห็นธรรม
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราการเห็นจึงเป็นธรรมะ ที่ปราศจากธุลีและมลทินใดๆ

เพราะฉะนั้น การปรนนิบัติพระพุทธะนับพัน ไม่สู้ปรนนิบัตินักธรรมปราศจากใจเพียง หนึ่งคนไม่ได้ smiley


ดีๆ งั้นเม ให้เธอมาคอย เธอมาปรนนิบัติ

ว่างๆมาขัดส้วมให้หน่อยนะจ๊ะ

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1760

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
ต้องห้าม สืบ หาจากภายนอก ลิบๆอยู่ไกลจากฉัน ตอนนี้ฉันท่องไปทั่ว ทุกแห่งหนก็พบมัน ตอนนี้มันคือฉัน แต่ฉันไม่ใช่มัน ควรดูแลอยู่เช่นนี้ จึงเข้าถึงตถาคต

นิพพานแท้ธรรมแยบยล หรือธรรมะอันแท้จริงนี้ อย่าได้แสวงหาเอาจาก ที่อื่นเป็นอันขาด มันไม่มีในพระสูตรหรือตำราใดๆ ก็ไม่มีในพระสงฆ์องค์เจ้า ไม่ว่าจะมีสมณศักดิ์สูงเพียงใด ไม่ว่าจะเดินทาง เข้าป่า หรืออ่านคัมภีร์ นับหมื่นเล่ม ก็ตามเพื่อเสาะหามัน มันก็ ยิ่งอยู่ห่างไกลจากจิตตนยิ่งไกลมาก ขึ้น ในตอนนี้ฉันท่องเที่ยวคนเดียวไปทุกสารทิศ ทุกแห่งทุกหนก็ได้พบเงาภาพของฉัน แม้เงาภาพคือฉันก็ตาม แต่ฉันไม่ใช่เงาภาพนั้น ควรจะดูแล สิ่งทั้งปวงในโลกเช่นนี้ จึงสามารถเข้าถึงองค์ตถาคตได้

เงาภาพในน้ำ แม้จะเป็นเงาภาพของตน แต่ตนไม่ใช่เงาภาพ ถ้าหากตนคือเงาภาพ เมื่อเงาภาพในน้ำแตกกระจาย กายเนื้อของตนก็แตกสลายด้วยสิ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเข้าถึงหลักธรรมของการพ้นจากสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก ล้วนเป็นเงาภาพของจิตตน(ตถาคต)


อารัยค๊ะ ภายนอกเป็นสิ่งต้องห้าม
ภายในเป็นสิ่งไม่ห้าม

กลายเป็นสร้างที่โคจร และอโคจร ไปตามกำลังความคิดของเธอไปแระจ๊ะ

เธอจะสร้าง ความต้องห้าม และ การไม่ห้าม
ขึ้นมารกดวงจิตดวงใจเธอเอง

เช่นเดียวกะพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ ที่เคยสร้างภูเขาเหล็กมาบีบอัดรัดตัวเอง

ป่วยการที่เธอจะประกาศ พุทธะ โดยสภาวะจอมปลอมเช่นนั้นค่ะ

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 18:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


ดวงตาเห็นธรรม
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราการเห็นจึงเป็นธรรมะ ที่ปราศจากธุลีและมลทินใดๆ

เพราะฉะนั้น การปรนนิบัติพระพุทธะนับพัน ไม่สู้ปรนนิบัตินักธรรมปราศจากใจเพียง หนึ่งคนไม่ได้ smiley

แต่ตากิเลสอย่างเธอตอนนี้กำลังเห็นตัวอักษรนอกตาดำ
ธัมมะที่ตาดับตรงตาดำตรงที่มีจิตค่ะอันตัวอักษรนั้นไม่มีจิตค่ะ
:b12:
:b32: :b32:
ขำคนไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 18:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


ดวงตาเห็นธรรม
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราการเห็นจึงเป็นธรรมะ ที่ปราศจากธุลีและมลทินใดๆ

เพราะฉะนั้น การปรนนิบัติพระพุทธะนับพัน ไม่สู้ปรนนิบัตินักธรรมปราศจากใจเพียง หนึ่งคนไม่ได้ smiley


ดีๆ งั้นเม ให้เธอมาคอย เธอมาปรนนิบัติ

ว่างๆมาขัดส้วมให้หน่อยนะจ๊ะ

smiley

ไปสู่ที่ชอบที่ชอบธรรมคือชอบทำไม่รู้ตามการกระทำของตัวเองลืมฟังและลืมคิดตามคำสอนอยู่เนี่ย555
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2019, 19:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Onion_no
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
Rosarin เขียน:
luna เขียน:
ปฤษฎี เขียน:
luna เขียน:
อันโชคเคราะห์ สิริเลวร้าย ล้วนเหมือนภาพในน้ำ เป็นเงาภาพของพุทธจิตของเรา ไม่ใช่เป็นความจริง คนที่ยังไม่รู้ ก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่เงาภาพ เมื่อรู้แล้วก็จะปฏิบัติบำเพ็ญ ที่จิตตนเอง ชะตาชีวิตแต่ละคน รวมทั้งสุขภาพ ความสงบสุขของครอบครัว การงานการศึกษา งานธรรมะ ล้วนเป็นเงาภาพของพุทธะจิต


โพธิจิต คืออะไร บำเพ็ญอย่างไร

ทำไมไม่ถามความมุ่งหมายของตนเอง

อย่าเพิ่งถามว่า
โพธิจิตคืออะไร
บำเพ็ญอย่างไร
มีความมุ่งหมายอะไร

ให้ถามใจตัวเองว่าความมุ่งหมายคืออะไรถามใจตัวเองมีความมุ่งหมายที่ไหนบ้าง

สิ่งที่มีรูปลักษณ์ทั้งหลายล้วนเป็นมายา รูปแท้ไร้รูป
คุณเคยสังเกตุบ้างไหมเด็กทารก โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ขวบ เราจะพบว่า ความสุขของเขาไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาทำให้พอใจ

:b32:
นี่คุณตอบให้ตรงๆคนอื่นจะได้เข้าใจถูก
คุณเขียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนหรือเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด
ถ้าเขียนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็กรุณายกมาให้คนอื่นเข้าใจด้วย
และถ้าคุณเขียนตามความคิดก็แปลให้คนอื่นเข้าใจตามภาษาของคุณด้วยโปรดทราบค่ะ
:b12:
:b32: :b32:


ดอกบัวมีสี่เหล่า
คุณจะจัดตัวเอง
ว่าควรอยู่ในบัวจำพวกไหนดีละ

๑.ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

๒.ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

๓.ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

๔.ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

https://phatpark.wordpress.com/all-about-lotus/บัว4เหล่า/

ตอบตามความคิดเห็นผิดของตัวเองมีแต่บัญญัติคำเต็มไปหมดเลยค่ะ
ตัวจริงของธัมมะทางตาที่เกิดทางตาของคุณมีการรวมกันของธัมมะอะไร
ตอบไม่ตรงกับคำถามเขาเรียกว่าไม่รู้จักพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์สอนให้รู้อะไรค่ะ
รออ่านอยู่ค่ะเข้าใจไหมว่าตัวเองมองเห็นได้ยังไงตอบๆมาหน่อย
:b12:
:b4: :b4:


งั้นคุณก็ไปตรัสรู้เองสิ จะได้ถูกใจคุณ huh

:b32:
งั้นขอเชิญเป็นอันธะพาละปุถุชนที่ไม่รู้จักพระพุทธเจ้าต่อไปนะคะ...คนเรามีตาไว้ดูเฉยๆไม่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
:b29: :b29:


คุณแน่ใจรู้จักพระพุทธเจ้าองค์ จริง

ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้น
เห็นพระพุทธเจ้า

ย่อมข้ามโคตรปุถุชนไปเป็นพระอริยบุคคล

เรามักจะได้ยินคำกล่าวโบราณที่ว่า

ผู้บำเพ็ญมีมากเท่ากับขนของวัว
ผู้บรรลุมีน้อยเท่าเขาของวัว :b42:

:b12:
ไม่ทราบจริงๆหรือคะว่าการฟังคำสอนทำให้รู้สึกตัวทันทีว่ามีกิเลสมาก
เพราะการพึ่งคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้เข้าใจถูกตัวตนทันที
ดับกิเลสทันทีโดยไม่ต้องไปทำกิเลสใหม่เพิ่มค่ะและรู้ตรงจริงจริงๆ
อริยสัจจะต้องอาศัยหูฟังเสียงคิดตามเสียงตรงความหมายตรงๆ
เช่นเห็นแปลว่าเห็น/ไม่เห็นแปลว่าไม่เห็น/คิดไม่ใช่เห็น/เสียงไม่ใช่ได้ยิน
ไม่ใช่คิดผิดๆเห็นผิดๆอยู่เนี่ยก็ตอนคิดไม่มีแสงจึงคิดตามเห็นตัวอักษรไม่ได้เข้าใจไหมคะ
เพราะเห็นมีแค่แสงสว่างวาบเข้าตาแล้วมืดทันทีคิดไม่มีตัวอักษรให้เห็นเพราะตอนคิดไม่มีแสงจึงไม่เห็นค่ะ
คิดสิเดี๋ยวนี้คิดเห็นผิดอยู่...จริงไหม...สรุปว่าถ้าจะทำปัญญาไม่ฟังไม่ได้เพราะได้ยิน+เสียงเกิดในความมืดค่ะ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2019, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31654

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

ไม่ทราบจริงๆหรือคะว่าการฟังคำสอนทำให้รู้สึกตัวทันทีว่ามีกิเลสมาก
เพราะการพึ่งคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้เข้าใจถูกตัวตนทันที
ดับกิเลสทันทีโดยไม่ต้องไปทำกิเลสใหม่เพิ่มค่ะและรู้ตรงจริงจริงๆ
อริยสัจจะต้องอาศัยหูฟังเสียงคิดตามเสียงตรงความหมายตรงๆ
เช่นเห็นแปลว่าเห็น/ไม่เห็นแปลว่าไม่เห็น/คิดไม่ใช่เห็น/เสียงไม่ใช่ได้ยิน
ไม่ใช่คิดผิดๆเห็นผิดๆอยู่เนี่ยก็ตอนคิดไม่มีแสง จึงคิดตามเห็นตัวอักษรไม่ได้เข้าใจไหมคะ
เพราะเห็นมีแค่แสงสว่างวาบเข้าตาแล้วมืดทันทีคิดไม่มีตัวอักษรให้เห็นเพราะตอนคิดไม่มีแสงจึงไม่เห็นค่ะ
คิดสิเดี๋ยวนี้คิดเห็นผิดอยู่...จริงไหม...สรุปว่าถ้าจะทำปัญญาไม่ฟังไม่ได้เพราะได้ยิน+เสียงเกิดในความมืดค่ะ


ลัทธิหลุมดำ คิกๆๆ

รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2019, 12:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6278

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

ไม่ทราบจริงๆหรือคะว่าการฟังคำสอนทำให้รู้สึกตัวทันทีว่ามีกิเลสมาก
เพราะการพึ่งคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้เข้าใจถูกตัวตนทันที
ดับกิเลสทันทีโดยไม่ต้องไปทำกิเลสใหม่เพิ่มค่ะและรู้ตรงจริงจริงๆ
อริยสัจจะต้องอาศัยหูฟังเสียงคิดตามเสียงตรงความหมายตรงๆ
เช่นเห็นแปลว่าเห็น/ไม่เห็นแปลว่าไม่เห็น/คิดไม่ใช่เห็น/เสียงไม่ใช่ได้ยิน
ไม่ใช่คิดผิดๆเห็นผิดๆอยู่เนี่ยก็ตอนคิดไม่มีแสง จึงคิดตามเห็นตัวอักษรไม่ได้เข้าใจไหมคะ
เพราะเห็นมีแค่แสงสว่างวาบเข้าตาแล้วมืดทันทีคิดไม่มีตัวอักษรให้เห็นเพราะตอนคิดไม่มีแสงจึงไม่เห็นค่ะ
คิดสิเดี๋ยวนี้คิดเห็นผิดอยู่...จริงไหม...สรุปว่าถ้าจะทำปัญญาไม่ฟังไม่ได้เพราะได้ยิน+เสียงเกิดในความมืดค่ะ


ลัทธิหลุมดำ คิกๆๆ

รูปภาพ

คุณกรัชกายคะเข้าใจความปกติของคนทั้งตัวไหมคะ
เดี๋ยวนี้มีแล้วตัวคนซึ่งพระพุทธเจ้าบอกว่ามีกาย+จิตอยู่
และมันกำลังเกิดดับถึงแสนโกฏิขณะนับไม่ถ้วนและไม่ได้ทำอะไร
โรสบอกว่าทุกคนสมควรเริ่มต้นฟังคำสอนให้เกิดปัญญาสะสมเพิ่มขึ้น
เพราะการจะถึงนิพพานขึ้นอยู่กับปัญญาที่เพิ่มขึ้นตามลำดับตามคำสอน
โดยอบรมจิตจากการฟังพระธรรมจะทำปัญญาจะต้องพึ่งคิดตามคำสอนทุกครั้ง
รู้ไหมว่าตาหูจมูกลิ้นกายใจครบทั้ง6ทางกำลังเกิดดับสลับกันทุกคนไม่ได้เห็นตลอดเวลา
ตาไม่บอดคุณดูไม่เห็นหรือคะว่ากายคุณก็มีจิตก็กำลังมีตอนคิดไม่เห็นแต่ตอนนี้คุณคิดถึงเห็นผิดๆตลอดเลย
เพราะขาดการฟังและไม่ได้กำลังไตร่ตรองตามคำสอนจากปรโตโฆสะ...ประมาทการฟังเกิดมาตายเปล่าๆฟรีๆ
https://youtu.be/XHkG7EOodUY
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 เม.ย. 2019, 16:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มี.ค. 2019, 11:03
โพสต์: 98

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คัมภีร์ของมหายาน
พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมิได้ปฏิเสธ พระไตรปิฎกดั้งเดิม หากแต่ถือว่าอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเกิดมีแนวคิดว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นโลกุตรสภาวะ ไม่อาจดับสูญ ที่ชาวโลกคิดว่าพระพุทธองค์ดับสูญไปแล้วนั้นเป็นเพียงภาพมายาของรูปขันธ์ แต่พระธรรมกายอันเป็นสภาวธรรมของพระองค์เป็นธาตุพุทธะบริสุทธิ์ยังดำรงอยู่ต่อไป
http://nikayamahayan2010.blogspot.com/2 ... st_01.html

https://youtu.be/IWaC4kKCG6Q


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 289 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร