วันเวลาปัจจุบัน 01 ธ.ค. 2020, 15:31  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 805 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 50, 51, 52, 53, 54  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ต.ค. 2020, 13:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7383

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
”ภิกษุ ! ในกรณีนี้ ปุถุชนผู้ไม่มีการสดับ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้าไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัตบุรุษเขาย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีรูปบ้างตามเห็นรูปว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในรูปบ้าง ;ย่อมตามเห็นเวทนาโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีเวทนาบ้าง ตามเห็นเวทนาว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในเวทนาบ้าง ;ย่อมตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีสัญญาบ้าง ตามเห็นสัญญาว่ามีอยู่ในตนบ้างหรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในสัญญาบ้าง ;ย่อมตามเห็นสังขารโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีสังขารบ้าง ตามเห็นสังขารว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในสังขารบ้าง ;ย่อมตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีวิญญาณบ้าง ตามเห็นวิญญาณว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในวิญญาณบ้าง.ภิกษุ ! สักกายทิฏฐิ ย่อมมีได้ด้วยอาการอย่างนี้ แล.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๒๔/๑๘๘-๑๘๙.

:b32:
คิดสิแล้วตอนนี้มีชีวิตอยู่มั๊ย
ตาบอดไหมเห็นมือตัวเองไหม
แล้วมันคิดได้มั๊ยยยว่าเห็นผิด
มีตัวรักตัวแสวงหาข้าวกินทำไม
อร่อยไหมที่กินลงไปน่ะมีตัวกินไหม
รึว่ามีตัวผลิตกิเลสใหม่ตลอดเวลาเลย
อ้อแล้วก็ไม่เคยทำได้ที่ว่าไม่ให้มีตัวทำนั้นน่ะ
โอ๊ยจะไปคิดได้เมื่อไหร่เป็นตัวไปทำตลอดเลยแล้วก็
ตามกิเลสคนอื่นไปทำอะไรไม่รู้ตัวเลยว่าหลงทำอะไรตามใครบ้าง555
แล้วก็ไม่เคยคิดได้เลยว่าตัวตนไม่มีแล้วก็เอาแต่กิเลสตัวเองหลงคิดว่าตัวเองดีแล้วมันไม่รู้สึกตัวเลยว่าไม่ดี
ฟัง=พระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าตรงไหนที่ยังมีตัวทำโดยคิดตามระลึกตามตรงที่กิเลสเกิดมีแล้วไม่ได้คือมีอวิชชา
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ต.ค. 2020, 13:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7383

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
โลกสวย เขียน:
”ภิกษุ ! ในกรณีนี้ ปุถุชนผู้ไม่มีการสดับ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้าไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัตบุรุษเขาย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีรูปบ้างตามเห็นรูปว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในรูปบ้าง ;ย่อมตามเห็นเวทนาโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีเวทนาบ้าง ตามเห็นเวทนาว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในเวทนาบ้าง ;ย่อมตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีสัญญาบ้าง ตามเห็นสัญญาว่ามีอยู่ในตนบ้างหรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในสัญญาบ้าง ;ย่อมตามเห็นสังขารโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีสังขารบ้าง ตามเห็นสังขารว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในสังขารบ้าง ;ย่อมตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตนบ้าง ตามเห็นตนว่ามีวิญญาณบ้าง ตามเห็นวิญญาณว่ามีอยู่ในตนบ้าง หรือตามเห็นตนว่ามีอยู่ในวิญญาณบ้าง.ภิกษุ ! สักกายทิฏฐิ ย่อมมีได้ด้วยอาการอย่างนี้ แล.
- ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๒๔/๑๘๘-๑๘๙.

:b32:
คิดสิแล้วตอนนี้มีชีวิตอยู่มั๊ย
ตาบอดไหมเห็นมือตัวเองไหม
แล้วมันคิดได้มั๊ยยยว่าเห็นผิด
มีตัวรักตัวแสวงหาข้าวกินทำไม
อร่อยไหมที่กินลงไปน่ะมีตัวกินไหม
รึว่ามีตัวผลิตกิเลสใหม่ตลอดเวลาเลย
อ้อแล้วก็ไม่เคยทำได้ที่ว่าไม่ให้มีตัวทำนั้นน่ะ
โอ๊ยจะไปคิดได้เมื่อไหร่เป็นตัวไปทำตลอดเลยแล้วก็
ตามกิเลสคนอื่นไปทำอะไรไม่รู้ตัวเลยว่าหลงทำอะไรตามใครบ้าง555
แล้วก็ไม่เคยคิดได้เลยว่าตัวตนไม่มีแล้วก็เอาแต่กิเลสตัวเองหลงคิดว่าตัวเองดีแล้วมันไม่รู้สึกตัวเลยว่าไม่ดี
ฟัง=พระพุทธเจ้าบอกให้รู้ว่าตรงไหนที่ยังมีตัวทำโดยคิดตามระลึกตามตรงที่กิเลสเกิดมีแล้วไม่ได้คือมีอวิชชา
:b12:
:b32: :b32:

cool
ตัวตนคนทำนิพพานไม่มี
มีแต่ปัญญาฟังคำสอนเข้าใจ
ที่มีตัวไปคิดเองน่ะเป็นตัวแล้วนี่
เอาตัวออกได้ตอนไหนมิทราบหรือคะ
คนทำนิพพานนั้นผิดแน่นอนเพราะคิดทำเอง
โดยมีตัวไปทำไม่พึ่งคำของพระพุทธเจ้าเลยแม้แต่1คำ
รู้ตัวไหมว่าปัญญามีไม่พอเพราะนิพพานถึงได้เพราะสละโลกธรรม8ได้
ไม่มีพรรคพวกบริวารเลยเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่มีตัวตนใครทำตามได้
เพราะสลัดทิ้งหมดทั้งคนสัตว์สิ่งของไม่ถือตัวว่ารู้กว่าคนอื่น
และไม่มีตัวตนคนทำมีแต่ญาติธรรมทุกคนที่จะตามไป
เพิ่มกิเลสให้คนที่บอกว่าบวชเพื่อสละทรัพย์ได้
แล้วก็มีญาติธรรมตามขนเงินไปให้เสวยสุข
นับดูสิแต่ละตัวคนทำนั้นเคยรู้ตัวมั๊ยตัวไม่มี
ทำอะไรกันอยู่ไม่ฟังเลยเหรอว่ามีกลุ่มคน
ออกมาพูดแทนพระพุทธเจ้าว่าทำผิด
https://youtu.be/_pCZOU-IObY
:b12:
:b20: :b20:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 14 ต.ค. 2020, 14:33, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ต.ค. 2020, 14:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7383

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool
อ่านแล้วเป็นงัยมั่งล่ะตะลึงมั๊ยยยยย
ตะลึง ตะลึง ตะลึง ตะลึง ตะลึง
https://youtu.be/JLlfkDLklx0
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2020, 19:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ดักลาส แมกอาเธอร์ ผู้เปลี่ยนฐานะเทพเจ้าของจักรพรรดิให้เป็น "คนธรรมดา"
.
27 กันยายน 1945 เป็นเวลาราวสามสัปดาห์หลังจากญี่ปุ่นลงนามยอมแพ้สงครามโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่นในขณะนี้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรที่มี จอมพลดักลาส แมกอาเธอร์ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
.
ตลอดระยะเวลาดังกล่าวแมกอาเธอร์เลือกที่จะเก็บตัวไม่ยอมไปพบจักรพรรดิฮิโรฮิโตะประมุขของญี่ปุ่นที่มีสถานะเป็นดั่ง "เทพเจ้าเดินดิน" ตามจารีตประเพณีท้องถิ่น ด้วยเชื่อว่า สุดท้ายแล้วองค์จักรพรรดิที่เคยชินกับการรอให้คนอื่นมาเข้าเฝ้าคารวะจะสมัครใจเดินทางมาพบเข้าเอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่นายพลจอมวางแผนคาดหมายไว้
.
จักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงเดินทางไปพร้อมคณะติดตามโดยไม่มีรถนำขบวน ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร หยุดรถทุกแยกที่ติดไฟแดงเยี่ยงสามัญชนโดยไม่มีข้อยกเว้น ก่อนจะมาถึงที่หมายคือสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงโตเกียว เมื่อเวลาราว 10 นาฬิกา
.
และในขณะที่จักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงแต่งกายสุภาพตามแบบตะวันตกด้วยเสื้อเชิ้ตคอปีกผูกเนคไทสวมสูททับ แต่ ดักลาส แมกอาเธอร์ เจ้าบ้านเดินทางออกมาต้อนรับเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่นด้วยชุดกากียับ ๆ ไม่ผูกเนคไท ไม่ประดับเครื่องแบบด้วยเหรียญตราใด ๆ อันเป็นที่มาของภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของทั้งคู่ ที่แมกอาเธอร์ยืนเท้าเอวอย่างผ่อนคลาย ส่วนจักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงยืนตัวตรงเชิดหน้าแต่ก็ดูไม่สมสง่าผ่าเผยเหมือนดังภาพที่ถูกคัดกรองมาเผยแพร่โดยทางการ เหมือนเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นยังดำรงอำนาจอธิปไตยเอาไว้ได้
.
ภาพดังกล่าวถูกถ่ายโดยช่างภาพของกองทัพสหรัฐฯ แต่ทางการญี่ปุ่นเก็บงำการพบปะของสองผู้นำไว้สองวันก่อนที่จะออกรายงานสั้น ๆ โดยห้ามไม่ให้เผยแพร่ภาพถ่ายดังกล่าว ด้วยเห็นว่าการกระทำของผู้ยึดครองนั้นเป็นการหยามเกียรติขององค์จักรพรรดิ
.
อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้มีอำนาจเต็มเหมือนเช่นแต่ก่อน นักข่าวเมื่อทราบเรื่องก็เดินทางไปร้องเรียนกับฝ่ายสื่อของกองทัพสหรัฐฯ ทางกองทัพทราบเรื่องแล้วก็สั่งให้กระทรวงมหาดไทยของญี่ปุ่นที่คุมการเซ็นเซอร์สื่อยกเลิกคำสั่งการห้ามเผยแพร่ภาพดังกล่าว ก่อนสั่งยุบกระทรวงมหาดไทยในวันต่อมา
.
ภาพนี้จึงปรากฏต่อสาธารณะเป็นเวลาสามวันหลังเกิดเหตุซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ที่เห็นฝรั่งผิวขาวแสดงท่าที่ไม่ให้เกียรติพระองค์ และบ้างก็ไม่คิดว่านี่คือภาพจริง
.
เจตนาในการเผยแพร่ภาพดังกล่าวของกองทัพสหรัฐฯ โดยการนำของแมกอาเธอร์ชัดเจนว่าเขาต้องการลบล้างธรรมเนียมเก่าจารีตเดิมของญี่ปุ่นที่เคารพนับถือจักรพรรดิเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แหล่งข่าวญี่ปุ่นยังกล่าวว่า ในการเจรจาคราวนั้นแมกอาเธอร์ไม่ยอมใช้คำยอพระเกียรติตามธรรมเนียมด้วยการกล่าวถึงพระองค์ด้วยคำว่า "Your Majesty" เลย (คำนี้อาจเทียบได้กับคำว่า "ฝ่าบาท" ตามธรรมเนียมไทย) แต่กลับสื่อสารผ่านล่ามว่า "บอกจักรพรรดิไปว่า..." (Daily News)
.
แต่ถึงแม้เขาจะต้องการทำลายจารีตประเพณีสืบเนื่องกับสถาบันจักรพรรดิ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังต้องการรักษาสถาบันเอาไว้ท่ามกลางเสียงคัดค้านของทั้งจากชาติพันธมิตร และทั้งในสหรัฐฯ เองที่ต้องการนำผู้นำสูงสุดของญี่ปุ่นมาขึ้นศาลในฐานะจำเลยในคดีอาชญากรรมสงคราม
.
เช่น วิลเลียม แลงเกอร์ (William Langer) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากนอร์ทดาโคตาที่บอกว่า จักรพรรดิฮิโรฮิโตะสมควรได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมนี หรือ ทอม สจวร์ต (Tom Stewart) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากเทนเนสซีที่บอกว่า จักรพรรดิฮิโรฮิโตะคืออาชญากรสงครามและเขาอยากเห็นพระองค์ถูกจับห้อยหัวผูกด้วยหัวแม่เท้า (AP)
.
อย่างไรก็ดี แมกอาเธอร์และคณะ "เชื่อ" ว่าจักรพรรดิเป็นเพียงหุ่นเชิดในระบอบทหารของญี่ปุ่น เป็นตรายางให้ผู้นำเผด็จการทหารอ้างความชอบธรรมในการก่อสงคราม (แต่ในข้อเท็จจริงรัฐธรรมนูญเมจิกำหนดให้จักรพรรดิเป็นผู้ถืออำนาจอธิปไตย และแม้ในทางปฏิบัติพระองค์จะใช้อำนาจตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี แต่พระองค์ก็เคยใช้อำนาจโดยตรงเช่นการสั่งให้กำราบกลุ่มกบฎเมื่อปี 1936 - Britannica)
.
การพบปะกับจักรพรรดิในคราวนั้นยังสร้างความประทับใจให้กับแมกอาเธอร์เป็นอย่างมาก ในบันทึกส่วนตัวเขาเล่าว่า ในการเจรจาคราวนั้นองค์จักรพรรดิทรงเดินทางมาพบเขาเพื่อขอรับโทษทัณฑ์อันเกี่ยวเนื่องกับการตัดสินใจทั้งในทางการเมืองและการทหารที่กระทำโดยพสกนิกรของพระองค์ในช่วงสงครามแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเมื่อเขาได้ฟังแล้วก็ถึงกับ "สั่นไปถึงไขกระดูก"
.
"พระองค์คือจักรพรรดิโดยกำเนิด แต่ ณ ชั่วขณะนั้นผมรู้เลยว่า ผมได้พบกับสุภาพบุรุษตัวจริงคนแรกของญี่ปุ่นเข้าแล้ว"
.
นอกจากนี้ แมกอาเธอร์ยังเห็นว่าสถาบันจักรพรรดิมีความจำเป็นต่อการปกครองญี่ปุ่นโดยสันติ เนื่องจากพระองค์ยังคงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนจำนวนมาก แม้ว่าพระองค์ในฐานะประมุขจะพาประเทศเข้าสู่หายนะก็ตาม (สถานการณ์ต่างจากในเยอรมนีที่สัมพันธมิตรเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องถอนรากถอนโคนนาซี) จึงให้คงสถาบันจักรพรรดิเอาไว้ แต่จำเป็นต้องปรับบทบาทให้จักรพรรดิเป็นผู้ค้ำจุนรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและต้องไม่อยู่ในฐานะของ "เทพเจ้า" เช่นที่เคยถือมา
.
แมกอาเธอร์จึงเรียกร้องให้จักรพรรดิฮิโรฮิโตะออกประกาศต่อสาธารณชนถึงสถานะความเป็นคนเหมือนกันของจักรพรรดิและประชาชน ซึ่งจักรพรรดิฮิโรฮิโตะก็ทรงจัดให้ในวันปีใหม่ของปี 1946 โดยออกเป็นหนังสือที่รู้จักกันในชื่อ “ประกาศความเป็นมนุษย์” (Humanity Declaration) อันเป็นการปฏิเสธสถานะเทพเจ้าในร่างมนุษย์ของจักรพรรดิตามจารีตเดิมของญี่ปุ่นโดยใจความสำคัญของประกาศดังกล่าวคือ
.
"สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับพสกนิกรอยู่บนพื้นฐานของความรักและความเชื่อใจ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตำนานนิทานปรัมปรา มันมิได้ตั้งอยู่บนฐานความคิดอันผิดเพี้ยนว่าจักรพรรดิคือเทพเจ้าและชาวญี่ปุ่นเหนือกว่าชนชาติอื่นและมีชะตากรรมกำหนดให้เป็นผู้ปกครองโลก"
.
(นักวิจารณ์บางส่วนบางส่วนมองว่า ประกาศนี้มิได้ปฏิเสธฐานะความเป็นเทพเจ้าของจักรพรรดิแต่อย่างใด แค่บอกว่า สายสัมพันธ์ของจักรพรรดิกับประชาชนมิได้ขึ้นอยู่กับสถานะเทพเจ้าเท่านั้น)
.
ด้านแมกอาเธอร์ตอบรับประกาศของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะกลับไปว่า "ประกาศรับปีใหม่ของจักรพรรดิทำให้ผมปลื้มปีติเป็นอย่างมาก ด้วยประกาศนี้พระองค์ทรงนำทางประชาชนสู่หนทางประชาธิปไตย พระองค์ทรงยืนอยู่เคียงข้างหลักเสรีนิยมสู่อนาคต การกระทำของพระองค์สะท้อนถึงอิทธิพลของหลักการที่สมเหตุผล หลักการที่สมเหตุผลเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้" (National Diet Library)
.
ด้วยเหตุนี้แมกอาเธอร์จึงถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนสถาบันจักรพรรดิจากที่ได้รับการนับถือเยี่ยงเทพเจ้าให้มีฐานะเป็น “คน” เยี่ยงประชาชนทั่วไป แต่มีบทบาทพิเศษ อยู่เหนือการเมือง และเป็นประมุขในเชิงสัญลักษณ์ แต่ในขณะเดียวหากไม่มี ดักลาส แมกอาเธอร์ สักคน จักรพรรดิฮิโรฮิโตะก็อาจถูกดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม อีกทั้งสถาบันจักรพรรดิของญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานนับพันปีก็อาจจะถึงคราวล่มสลายลงก็เป็นได้
.
เรื่อง: อดิเทพ พันธ์ทอง

https://www.facebook.com/thepeoplecooff ... =3&theater

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2020, 15:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2167

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


คริคริ
เทพเจ้า มักปรากฎมาในร่างมนุษย์สามัญอยู่แล้ว
เช่นเฮเลนแห่งทรอย เฮอร์คิวลิส
แม้นแต่พระคริสต์

smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2020, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
คริคริ
เทพเจ้า มักปรากฎมาในร่างมนุษย์สามัญอยู่แล้ว
เช่นเฮเลนแห่งทรอย เฮอร์คิวลิส
แม้นแต่พระคริสต์

smiley


บางยุคบางสมัยก็พอใช้ได้ เข่น สมัยทำสงครามแย่งชิงดินแดนกัน อันนี้ต้องมีหัวหน้ามีผู้นำทัพออกชิงชัย แต่บางยุคบางสมัยก็ใช้ไม่ได้ :b13:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2020, 23:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2167

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
คริคริ
เทพเจ้า มักปรากฎมาในร่างมนุษย์สามัญอยู่แล้ว
เช่นเฮเลนแห่งทรอย เฮอร์คิวลิส
แม้นแต่พระคริสต์

smiley


บางยุคบางสมัยก็พอใช้ได้ เข่น สมัยทำสงครามแย่งชิงดินแดนกัน อันนี้ต้องมีหัวหน้ามีผู้นำทัพออกชิงชัย แต่บางยุคบางสมัยก็ใช้ไม่ได้ :b13:


คริคริ

ใช้ได้ทุกยุคค่ะ

มนุสสเทโว เทพ มหาเทพ มีทุกยุค

คำพระพุทธเจ้าไม่เป็นเท็จหรอก

แต่ลุงกรัชกาย ไม่แตกฉานในพระธรรมเอง 555

tongue tongue tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2020, 10:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ โพสต์รูปคู่ ‘โจ ไบเดน’ แสดงความยินดีว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่


รูปภาพ

https://www.matichon.co.th/social/news_2432649

เมโลกซวย เอ้ยโลกสวย :b13: รู้จักปุ๋ยไหม

แล้วไงต่อ ดู

https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_2433186

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2020, 10:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
คริคริ
เทพเจ้า มักปรากฎมาในร่างมนุษย์สามัญอยู่แล้ว
เช่นเฮเลนแห่งทรอย เฮอร์คิวลิส
แม้นแต่พระคริสต์

smiley


บางยุคบางสมัยก็พอใช้ได้ เข่น สมัยทำสงครามแย่งชิงดินแดนกัน อันนี้ต้องมีหัวหน้ามีผู้นำทัพออกชิงชัย แต่บางยุคบางสมัยก็ใช้ไม่ได้ :b13:


คริคริ

ใช้ได้ทุกยุคค่ะ

มนุสสเทโว เทพ มหาเทพ มีทุกยุค

คำพระพุทธเจ้าไม่เป็นเท็จหรอก

แต่ลุงกรัชกาย ไม่แตกฉานในพระธรรมเอง 555

tongue tongue tongue


คำสอนของพระพุทธเจ้า ประเด็นนี้ จะแยกเป็นสองอย่าง คือ สมมุตติสัจจะ ๑ ปรมัตถสัจจะ ๑

สมมุตติสัจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะตั้งขึ้นจากการยอมรับของคนในยุคนั้นๆ (เข้าใจไหม :b13: ) จึงเรียกว่าสมมติ ส่วนปรมัตถสัจจะ เป็นธรรมชาติ มันเป็นยังงั้นของมันเอง ใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น (เข้าใจไหม :b1: )

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2020, 12:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2167

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
คริคริ
เทพเจ้า มักปรากฎมาในร่างมนุษย์สามัญอยู่แล้ว
เช่นเฮเลนแห่งทรอย เฮอร์คิวลิส
แม้นแต่พระคริสต์

smiley


บางยุคบางสมัยก็พอใช้ได้ เข่น สมัยทำสงครามแย่งชิงดินแดนกัน อันนี้ต้องมีหัวหน้ามีผู้นำทัพออกชิงชัย แต่บางยุคบางสมัยก็ใช้ไม่ได้ :b13:


คริคริ

ใช้ได้ทุกยุคค่ะ

มนุสสเทโว เทพ มหาเทพ มีทุกยุค

คำพระพุทธเจ้าไม่เป็นเท็จหรอก

แต่ลุงกรัชกาย ไม่แตกฉานในพระธรรมเอง 555

tongue tongue tongue


คำสอนของพระพุทธเจ้า ประเด็นนี้ จะแยกเป็นสองอย่าง คือ สมมุตติสัจจะ ๑ ปรมัตถสัจจะ ๑

สมมุตติสัจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะตั้งขึ้นจากการยอมรับของคนในยุคนั้นๆ (เข้าใจไหม :b13: ) จึงเรียกว่าสมมติ ส่วนปรมัตถสัจจะ เป็นธรรมชาติ มันเป็นยังงั้นของมันเอง ใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น (เข้าใจไหม :b1: )

คริคริ
เพราะลุงไม่แตกฉานในพระธรรม

เรยไม่เข้าใจสัจจะอย่างโลก ว่ามนุสสเทวา มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย
ด้วยพระธรรมอันเป็นปรมัตถ์

มนุสสเทวา เป็นปรมัตถ์ แยกโดยพระธรรม ไม่ได้แยกด้วยทางโลก


เพราะไม่มีปัญญาเห็นธรรม ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้

จิญจมาณวิกา เรยคิดปฎิรูป ด่าทอสร้างความเท็จ ไส่ร้าย พระพุทธองค์
กระนั้น ก็ยังมีผู้เห้นผิด ต่อพระองค์มากมายเช่นกันค่ะ


tongue tongue tongue


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 805 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 50, 51, 52, 53, 54

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร