วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.พ. 2019, 15:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 48 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2019, 23:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes rolleyes rolleyes

เม ขอแต่งตั้ง ให้พี่กบ เป็นจอหงวน

มีอายุยืน ผ่านอุปสรรค์นานา ได้รับใช้พระศาสนาต่อไป

สาธุๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2019, 23:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..


พระพุทธองค์ทรงสอนสองนัย

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

กะอีกนัย คือ ธรรมมะทั้งปวงไม่ใช่ตน

การตอบ ตามแต่นิสัย และการสะสมมาของแต่ละคนค่ะ


คุณ เม ก็เห็นแล้วนิครับ ว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน

ลิขิตฟ้า คือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เรามิอาจต้านทานหรือฝืนได้

มานะคน มานะนั้น ก็เคยอ่านผ่านๆ ท่านว่าไว้ ใช้มานะละมานะ ดั่งนั้นประโยชน์นี้ดีกว่าประ
โยคแรก

คนคำนวน มีแค่การคำนวนแต่มิได้ลงมือกระทำเลยประโยชน์
ก็มิค่อยเกิด แต่ในสมัยพุทธการ แม้แค่ฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้า
แล้วคิดพิจารณาตามก็ยังบรรลุธรรม ดั่งนั้นเรามิอาจสรุปได้ว่าเพียง
แค่ฟังจะไม่ให้ผล ผลนั้นมีได้เป็นได้ แต่บุคคลนั้นจะต้องเพียบพร้อม
ด้วยบารมีเท่านั้น

ส่วนคำว่าลิขิตฟ้า หรือฟ้าลิขิตนั้น ตรงกันข้ามกับหลักคำสอนของพุทธเรา
อย่างเห็นได้ชัด

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน
แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน


อย่างเช่นง่าย เราหิว แล้วรออยู่เฉยจะอิ่มไหมหากไม่หาอะไร
ทาน

มานะ ต้องพ้นจากมานะ 9 ค่ะ


เช่นผมจะยกตัวอย่าง ให้ฟังนะครับ มีชายอยู่ ๒ คน
คนหนึ่งเค้าเรียนเก่งมาก แต่อีกคนเรียนไม่ค่อยเก่งด้วย
มานะว่าเราก็คนเช่นกัน ด้วยมานะนั้นเขาขยั่นเล่าเรียนเอา
ใจใส่ค้นคว้าจนทำให้เค้าเรียนดีขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเท่า
อีกคน หรืออาจเก่งกว่านั้นครับ


พระธรรม ไม่ใช้ อาจจะ ไม่ใช้การคาดเดา หรือคาดคะเนค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 06:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 4954

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..


พระพุทธองค์ทรงสอนสองนัย

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

กะอีกนัย คือ ธรรมมะทั้งปวงไม่ใช่ตน

การตอบ ตามแต่นิสัย และการสะสมมาของแต่ละคนค่ะ


คุณ เม ก็เห็นแล้วนิครับ ว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน

ลิขิตฟ้า คือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เรามิอาจต้านทานหรือฝืนได้

มานะคน มานะนั้น ก็เคยอ่านผ่านๆ ท่านว่าไว้ ใช้มานะละมานะ ดั่งนั้นประโยชน์นี้ดีกว่าประ
โยคแรก

คนคำนวน มีแค่การคำนวนแต่มิได้ลงมือกระทำเลยประโยชน์
ก็มิค่อยเกิด แต่ในสมัยพุทธการ แม้แค่ฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้า
แล้วคิดพิจารณาตามก็ยังบรรลุธรรม ดั่งนั้นเรามิอาจสรุปได้ว่าเพียง
แค่ฟังจะไม่ให้ผล ผลนั้นมีได้เป็นได้ แต่บุคคลนั้นจะต้องเพียบพร้อม
ด้วยบารมีเท่านั้น

ส่วนคำว่าลิขิตฟ้า หรือฟ้าลิขิตนั้น ตรงกันข้ามกับหลักคำสอนของพุทธเรา
อย่างเห็นได้ชัด

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน
แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน


อย่างเช่นง่าย เราหิว แล้วรออยู่เฉยจะอิ่มไหมหากไม่หาอะไร
ทาน

มานะ ต้องพ้นจากมานะ 9 ค่ะ


เช่นผมจะยกตัวอย่าง ให้ฟังนะครับ มีชายอยู่ ๒ คน
คนหนึ่งเค้าเรียนเก่งมาก แต่อีกคนเรียนไม่ค่อยเก่งด้วย
มานะว่าเราก็คนเช่นกัน ด้วยมานะนั้นเขาขยั่นเล่าเรียนเอา
ใจใส่ค้นคว้าจนทำให้เค้าเรียนดีขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเท่า
อีกคน หรืออาจเก่งกว่านั้นครับ


พระธรรม ไม่ใช้ อาจจะ ไม่ใช้การคาดเดา หรือคาดคะเนค่ะ


ตัวอย่างนั้นเป็นเพียงผมเข้าใจและนึกขึ้นประกอบ
แล้วคุณ เม ว่าควรจะพูดอย่างไรครับ ศัพภาษาไทย์
ผมก็รู้ยังไม่มาก ที่จริงผมเป็นคนลาวด้วย คุณ เมรู้ยังครับ

.....................................................
เมื่อคำเห็นใดมีการหัวเราะ ขำ และแนวออกขำๆ
ผมขออนุญาติไม่ยุ่ง และตอบนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 06:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12024


 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
rolleyes rolleyes rolleyes

เม ขอแต่งตั้ง ให้พี่กบ เป็นจอหงวน

มีอายุยืน ผ่านอุปสรรค์นานา ได้รับใช้พระศาสนาต่อไป

สาธุๆๆ


:b17: :b17: :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 06:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 4954

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
โลกสวย เขียน:
rolleyes rolleyes rolleyes

เม ขอแต่งตั้ง ให้พี่กบ เป็นจอหงวน

มีอายุยืน ผ่านอุปสรรค์นานา ได้รับใช้พระศาสนาต่อไป

สาธุๆๆ


:b17: :b17: :b17:


ผมก็ขอ ให้คุณ กบ เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป และ
มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน พร้อมรับหน้าที่ได้อย่าง
เต็มที่เช่นกันครับ อุปสรรค์นั้นจะทำให้เราแขงแกร่ง
ขึ้นเมื่อผ่านได้ดั่งท่านว่าไว้

มารไม่มี บารมีไม่เกิด

.....................................................
เมื่อคำเห็นใดมีการหัวเราะ ขำ และแนวออกขำๆ
ผมขออนุญาติไม่ยุ่ง และตอบนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 07:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2244

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..

.. ขอแจมหน่อยครับ ..
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน" มักใช้ยกย่องผู้ที่มีความเพียรพยายาม มานะ วิริยะอุตสาหะ คือผู้ไม่ยอมแพ้กรรม ..

"คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต" ใช้ปลอบใจเมื่อทำไม่ได้ดังหวัง ดังความตั้งใจ ..

* "อิอิ" "คริกคริก" :b32: :b13: *
- บางท่านอารมณ์เปลียนนะ จากเครียด ๆ กลายเป็นผ่อนคลายได้(ข้าน้อยเอง) ก็แล้วแต่บุคคลขอรับ สุดท้ายแล้ว ท่านว่าแม้แต่ "ธรรม" ก็ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ดังนี้ ..

:b1:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 11:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12024


 ข้อมูลส่วนตัว


วิริยะ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..

.. ขอแจมหน่อยครับ ..
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน" มักใช้ยกย่องผู้ที่มีความเพียรพยายาม มานะ วิริยะอุตสาหะ คือผู้ไม่ยอมแพ้กรรม ..

"คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต" ใช้ปลอบใจเมื่อทำไม่ได้ดังหวัง ดังความตั้งใจ ..

* "อิอิ" "คริกคริก" :b32: :b13: *
- บางท่านอารมณ์เปลียนนะ จากเครียด ๆ กลายเป็นผ่อนคลายได้(ข้าน้อยเอง) ก็แล้วแต่บุคคลขอรับ สุดท้ายแล้ว ท่านว่าแม้แต่ "ธรรม" ก็ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ดังนี้ ..

:b1:


:b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 12:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
sssboun เขียน:
โลกสวย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..


พระพุทธองค์ทรงสอนสองนัย

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

กะอีกนัย คือ ธรรมมะทั้งปวงไม่ใช่ตน

การตอบ ตามแต่นิสัย และการสะสมมาของแต่ละคนค่ะ


คุณ เม ก็เห็นแล้วนิครับ ว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน

ลิขิตฟ้า คือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เรามิอาจต้านทานหรือฝืนได้

มานะคน มานะนั้น ก็เคยอ่านผ่านๆ ท่านว่าไว้ ใช้มานะละมานะ ดั่งนั้นประโยชน์นี้ดีกว่าประ
โยคแรก

คนคำนวน มีแค่การคำนวนแต่มิได้ลงมือกระทำเลยประโยชน์
ก็มิค่อยเกิด แต่ในสมัยพุทธการ แม้แค่ฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้า
แล้วคิดพิจารณาตามก็ยังบรรลุธรรม ดั่งนั้นเรามิอาจสรุปได้ว่าเพียง
แค่ฟังจะไม่ให้ผล ผลนั้นมีได้เป็นได้ แต่บุคคลนั้นจะต้องเพียบพร้อม
ด้วยบารมีเท่านั้น

ส่วนคำว่าลิขิตฟ้า หรือฟ้าลิขิตนั้น ตรงกันข้ามกับหลักคำสอนของพุทธเรา
อย่างเห็นได้ชัด

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนไม่พิจรณาตน มิแก้ไขตน
แล้วตนจะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดแต่ที่ไหน


อย่างเช่นง่าย เราหิว แล้วรออยู่เฉยจะอิ่มไหมหากไม่หาอะไร
ทาน

มานะ ต้องพ้นจากมานะ 9 ค่ะ


เช่นผมจะยกตัวอย่าง ให้ฟังนะครับ มีชายอยู่ ๒ คน
คนหนึ่งเค้าเรียนเก่งมาก แต่อีกคนเรียนไม่ค่อยเก่งด้วย
มานะว่าเราก็คนเช่นกัน ด้วยมานะนั้นเขาขยั่นเล่าเรียนเอา
ใจใส่ค้นคว้าจนทำให้เค้าเรียนดีขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเท่า
อีกคน หรืออาจเก่งกว่านั้นครับ


พระธรรม ไม่ใช้ อาจจะ ไม่ใช้การคาดเดา หรือคาดคะเนค่ะ


ตัวอย่างนั้นเป็นเพียงผมเข้าใจและนึกขึ้นประกอบ
แล้วคุณ เม ว่าควรจะพูดอย่างไรครับ ศัพภาษาไทย์
ผมก็รู้ยังไม่มาก ที่จริงผมเป็นคนลาวด้วย คุณ เมรู้ยังครับ


ถ้างั้นต้องพูดว่า บุญแล้วนะลูก พร้อมตบเบาๆที่หัว สามที โป๊กๆๆ

พ่นลมไส่หัว เพี้ยงๆๆ
ขอให้รวยๆๆเด้อ

แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญวาสนาไม่แข่งกะใคร
ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 12:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
โลกสวย เขียน:
rolleyes rolleyes rolleyes

เม ขอแต่งตั้ง ให้พี่กบ เป็นจอหงวน

มีอายุยืน ผ่านอุปสรรค์นานา ได้รับใช้พระศาสนาต่อไป

สาธุๆๆ


:b17: :b17: :b17:

คริคริ

จะได้คอยปิดทองฝังลูกนิมิต ไงคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2019, 12:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
วิริยะ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..

.. ขอแจมหน่อยครับ ..
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน" มักใช้ยกย่องผู้ที่มีความเพียรพยายาม มานะ วิริยะอุตสาหะ คือผู้ไม่ยอมแพ้กรรม ..

"คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต" ใช้ปลอบใจเมื่อทำไม่ได้ดังหวัง ดังความตั้งใจ ..

* "อิอิ" "คริกคริก" :b32: :b13: *
- บางท่านอารมณ์เปลียนนะ จากเครียด ๆ กลายเป็นผ่อนคลายได้(ข้าน้อยเอง) ก็แล้วแต่บุคคลขอรับ สุดท้ายแล้ว ท่านว่าแม้แต่ "ธรรม" ก็ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ดังนี้ ..

:b1:


:b12: :b12: :b12:

คริคริ
ฟังธรรมะ เนี่ยะนะ เครียด

แนะนำไปหาหมอเส็ง กินยาแก้กะษัยคลายเครียดนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2019, 01:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


วิริยะ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ปราชญ์จีน..กล่าวว่า..."ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน"

แต่ก็จีน..อีกนั้นแหละ..กล่าวว่า.."คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต"

เพื่อนๆ..คิดยังงัยกับสำนวนทั้ง 2 นี้..ละ

ส่วนตัวนะ...ผมคิดว่า..ถูกทั้งสอง..

.. ขอแจมหน่อยครับ ..
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน" มักใช้ยกย่องผู้ที่มีความเพียรพยายาม มานะ วิริยะอุตสาหะ คือผู้ไม่ยอมแพ้กรรม ..

"คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต" ใช้ปลอบใจเมื่อทำไม่ได้ดังหวัง ดังความตั้งใจ ..

* "อิอิ" "คริกคริก" :b32: :b13: *
- บางท่านอารมณ์เปลียนนะ จากเครียด ๆ กลายเป็นผ่อนคลายได้(ข้าน้อยเอง) ก็แล้วแต่บุคคลขอรับ สุดท้ายแล้ว ท่านว่าแม้แต่ "ธรรม" ก็ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น ดังนี้ ..

:b1:


ที่ถูกต้องคือ

คำว่าธรรมทั้งหลาย ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

หมายถึง ฉฬังคุเบกขาญาน องค์ธรรม ก็คือ มหากริยาจิต ของพระอรหันต์ ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2019, 01:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 751

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนจอมเทพ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้สดับว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น ถ้าข้อนั้นภิกษุได้สดับแล้ว ภิกษุนั้นย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่ง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่นย่อมสะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดูก่อนจอมเทพ กล่าวโดย่อด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้แล ภิกษุชื่อว่าน้อมไปแล้ว ในธรรมเป็นที่สิ้นแห่งตัณหา มีความสำเร็จอันยิ่งยวด ถึงที่สุดอันยิ่งยวด เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ ”

จูฬตัณหาสังขยสูตร มู. ม. (๔๓๙)
ตบ. ๑๒ : ๔๗๐-๔๗๑ ตท.๑๒ : ๓๘๒-๓๘๓
ตอ. MLS. I : ๓๑๐-๓๑๑


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2019, 06:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2244

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
คริคริ
ฟังธรรมะ เนี่ยะนะ เครียด

แนะนำไปหาหมอเส็ง กินยาแก้กะษัยคลายเครียดนะคะ

:b32: :b13: :b13:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2019, 12:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 4954

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


+ สมนาคุณลูกค้าบางโอกาส เห็นว่าเหมาะสม

เราอาจให้เริ่มจากโอกาศปีใหม่ แจกของอะไรก็ได้ที่คิดว่าดีหรือ
เริ่มแจกเฉพาะบุคคล ลูกค้าประจำ หรือลูกค้าที่ชื้อของมาก ก็แถม
ของที่ขายไม่ออก ขายยาก หรือสิ่งของใกล้จะหมดอายุก่อนเริ่มต้น
เพราะทำได้ง่าย

+ กล่าวคำขอบคุณ และอวยพรให้เมื่อลูกค้าชื้อของ(ไหว้ด้วยจะเป็นการดี)

ตรงนี้พูดง่ายแต่ทำยากเหมือนกัน แต่ก็ยากแต่ตอนเริ่มต้น
เมื่อฝึกทำบ่อยๆก็จะเคยชินไปเองครับ ดั่งท่านว่าไว้

ยากแท้ แต่ไม่เคย เคยแล้วก็มิยาก

+ กล่าวคำขอบคุณ แม้ลูกค้าจะไม่ชื้อของ

ข้อนี้กับข้อที่ผ่านมานั้นจะคล้ายกัน หากใครทำ
ได้ทำเป็นประจำก็ถือว่าได้เสน่ไปแบบไม่ต้องไปศัยกรรม
ให้เสียเงินทองเลยครับ

.....................................................
เมื่อคำเห็นใดมีการหัวเราะ ขำ และแนวออกขำๆ
ผมขออนุญาติไม่ยุ่ง และตอบนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2019, 18:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 4954

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


+ บริการหลังขายที่ดี

เดียวนี้เจอมากบริการหลังขายที่ไม่ดี เราได้
พูดอย่างไรก่อนขาย หลังขายสินค้าก็ควรทำให้ได้
ดั่งที่พูดไว้

+ กินน้อยกินได้นาน กินแบบคนพาลไม่นานลูกค้าก็หดหมดไป


+มีสัจจะ รักษาคำพูด

ข้อนี้ก็รวมทั้งหมด นัดก็ควรจะเป็นนัด
ให้สัญญาแล้วก็ควรทำให้ได้ตามสัญญา

+ ให้ทาน อาจใส่บาต หรือทำบุญตามการ ให้ขอทาน หรือแบ่งปันสิ่ง

ส่วนนี้คงไม่มีอะไรจะต้องแจกแจงมาก แค่อ่านก็เข้าใจแล้ว
แต่บุญที่สูงกว่าการให้ทานนั้นก็ควรทำ เพื่อความเจริญยิ่งๆ
ขึ้นไปของชีวิตนั้นก็คือ รักษาศีล และเจริญสติ

.....................................................
เมื่อคำเห็นใดมีการหัวเราะ ขำ และแนวออกขำๆ
ผมขออนุญาติไม่ยุ่ง และตอบนะครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 48 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร