วันเวลาปัจจุบัน 21 พ.ค. 2019, 19:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2019, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3412


 ข้อมูลส่วนตัว


จิต ฝึกไปฝึกมา "พุทโธๆๆ" เป็นต้น
ไม่คิดถึงอะไรเลย จะสงบหรือไม่สงบ
จะเป็นยังไงก็แล้วแต่ จะเบาจะหนักยังไง
จะสว่างจะไม่สว่างก็แล้วแต่
ไม่ต้องสนใจเลยนะ เนี่ยตรงนี้
ดูและจำให้ดี ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นใน ๓ โลกนี้

สนใจอยู่อย่างเดียว คำว่า "พุทโธ" เท่านั้น
จะเบา จะตะล่อมเข้ามา จะเหมือนสงบเข้ามา
ไม่สนใจ สนใจไม่ได้ จิตจะออกเป็นสอง
พอออกเป็นสอง กิเลสจะดันให้ออกเป็นสาม
เป็นสี่ เป็นห้าไปเลย จะเอาความสงบนี้
ต้องหมดความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง
"พุทโธ" อย่างเดียว อยู่ที่นั่นอย่างเดียว
จะขึ้นจะลงจะอยู่ตรงไหน ไม่สนใจเลย

พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต





บางสถานที่บางครูอาจารย์สอน ถ้าใครมีโทสะจริตให้เจริญเมตตา ราคะจริตให้เจริญอสุภะ การสอนแล้วแต่อุบายของแต่ละครูอาจารย์ ใครชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้น มีโยมถามองค์หลวงปู่แปลง สุนทโร
โยม : มันชอบโกรธ แก้ยังไงค่ะ
ลป : พุทโธ คำเดียวแก้ได้หมด โกรธดีไหม : ไม่ดี
นึกพุทโธ โลภดีไหม : ไม่ดี นึกพุทโธ แล้ว
หลงดีไหม : ไม่ดี นึกพุทโธ (ประมาณนี้)
ใครที่ได้อบรมกับองค์ท่านบ่อยๆจะเข้าใจสิ่งที่ท่านสอนได้เป็นอย่างดีคือไม่ให้ใจเรายึดติดอะไรทั้งสิ้น ละหมดทิ้งหมดไม่เอา ให้ใจติดกับ พุทโธ พุทโธ ได้แล้วหัดวางพุทโธ จน รู้ ขึ้นมา นั้นล่ะเราจริงๆ องค์ท่านย้ำสอนแบบนี้ ไม่ต้องไปเรียนอะไรมากเลยสำหรับนักปฏิบิติเรียน พุทโธ คำเดียวก็พอ มีวันจบแน่นอน

หลวงปู่แปลง สุนทโร






"มีสติรู้ตัว รู้ลมหายใจเข้าออก มีสติพิจารณา ในความเป็นธรรมชาติที่มีเห็นอยู่รอบๆ ตัวเรานี้ ล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยง เกิดมีขึ้น ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่หยุดนิ่ง แล้วก็ดับหาย ตายจากไป ไม่เราจากสิ่งนั้นไปก่อน สิ่งนั้นก็จากเราก่อน ไม่มีใครจะยึดเหนี่ยวรั้งสิ่งใดไว้ได้ เป็นธรรมชาติที่เลื่อนไหลไปอยู่อย่างนั้น เป็นธรรมดา อย่ายึดถือไว้ เป็นความทุกข์"

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่




พระพุทธเจ้าท่านสอนตนดีแล้วท่านจึงมาสอนคนอื่น ท่านดูใจของท่านจนแจ้งแล้วจึงส่องดูจิตใจคนอื่นได้ มันไม่ยากหรอกถ้าเราดูใจเราแล้ว การที่จะดูใจคนอื่น ไม่ใช่เรื่องยาก ญาณของพระพุทธเจ้านั้นละเอียดละออยิ่งนัก ท่านพิจารณาดูอุปนิสัยของคนได้ว่า คนไหนโปรดได้ โปรดไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านสอนมนุษย์ เพราะสามารถที่จะรับธรรมได้ สัตว์เดรัจฉานนิสัยวาสนาไม่พอที่จะโปรดได้ ท่านก็ไม่โปรด ท่านโปรดท่านสอนแต่มนุษย์ "
หลวงปู่แสง จนฺทโชโต





“คนอื่นเขาดีก็ดีเขา เขาชั่วก็ชั่วเขา
จิตใจของเราเป็นอย่างไร”
หลวงปู่ขาว อนาลโย





“เวลาเรามีเพื่อน เราก็อยากได้เพื่อนที่รู้ใจ
เวลาเราทำงาน ก็อยากได้ลูกน้องที่รู้ใจ
รวมทั้งเวลาเรามีแฟน มีคู่ครอง
ก็อยากได้แฟน หรือคู่ครองที่รู้ใจ
เวลาเรามีความทุกข์ เราก็อยากให้คนเห็นใจเรา

แต่ว่าเราเคยถามตัวเราเอง หรือเปล่าว่า
ที่เรียกร้องให้ใครมารู้ใจ ให้ใครมาเห็นใจ
แล้วตัวเราเอง เคยคิดจะรู้ใจตัวเองบ้างไหม
เคยคิดจะเห็นใจตัวเอง บ้างหรือเปล่า
มันยากนะ ไม่รู้ใจตัวเอง

แต่ว่าจะไปเรียกร้อง แสวงหา
หรือว่าไปกะเกณฑ์ ให้ใครต่อใคร
มารู้ใจหรือเห็นใจเรา อะไรที่ยากกว่ากัน
ระหว่างคนข้างนอก ที่มารู้ใจเรา หรือตัวเราเอง
ที่รู้ใจตัวเอง อะไรที่มันเป็นไปได้ง่ายกว่ากัน

ส่วนใหญ่ เวลาบอกว่าอยากให้คนอื่น
มารู้ใจเรา ก็มักจะหมายความว่า
เค้ารู้ความต้องการของเรา
รู้ว่าจะปรนเปรอตอบสนองความต้องการ
ของเราอย่างไร อันนั้นก็ดีอยู่

แต่สิ่งที่เราควรทำให้ได้ เวลารู้ใจตัวเอง
รู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตัว เวลาเราโกรธ
เราเคยรู้ใจตัวเองไหม ว่ากำลังโกรธ
เวลาเราเกลียด เรารู้ทันความเกลียดในใจเราไหม
เวลาเราเบื่อ เราเศร้า เราเคยรู้ทันความเบื่อ
ความเศร้า ทั้งๆ ที่มันเกิดขึ้นอยู่กลางใจเรา
หรือเปล่า รู้ใจแบบนี้ที่สำคัญกว่าการกะเกณฑ์
ให้ใครมารู้ใจเรา”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร