วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2019, 13:31  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 212 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 15  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 20:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ถวายพระพร จิตปราศจากนิวรณ์แล้วย่อมผ่องใสอย่างนี้
ม. ดูก่อนพระนาคเสน ที่ว่าศรัทธามีลักษณะจูงใจนั้นคืออย่างไร
น. ขอถวายพระพร ตัวอย่างเช่นคนที่เห็นคนอื่น เขาพยายามทำความดีจน
สามารถนำตนขึ้นสู่ฐานะอันสูง แล้วนำเอาปฏิปทาของผู้นั้นมาเป็นทางดำเนิน
ของตนบ้าง แม้จะยากลำบากสังเพียงไร ก็สู้พยายาม ด้วยเชื่อว่า คนที่จะตั้งตน
ไว้ในฐานะอันสูงเช่นนั้นได้ ต้องมีความอดทนตั้งหน้าบากบั่นทำไป
ถวายพระพร เช่นนี้แลเป็นลักษณะแห่งศรัทธาที่จูงใจ

ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบให้ฟังอีก
น. เหมือนแม่น้ำที่ถูกกระแสน้ำเซาะฝั่ง พังกว้างออกไปโดยลำดับ
ผู้ที่จะผ่านไปเมื่อไม่ทราบว่า แม่น้ำนั้นตื้นลึกเพียงไร ก็ไม่กล้าที่จะข้ามไป
ต้องยืนอยู่ริมฝั่งนั้น ต่อเมื่อมีผู้หาญข้ามไปก่อน เขาผู้นั้นจึงกล้าข้ามตามไป
เพราะเชื่อว่าตนก็คงสามารถข้ามได้เช่นนั้น ตัวอย่างนี้ฉันใด แม้ศรัทธาก็

ฉันนั้น ย่อมจูงใจให้หาญกระทำกิจการดังพระพุทธบรรหารในสังยุตต
นิกาย ใจความว่า คนข้ามห้วงด้วยศรัทธา ข้ามมหาสมุทรคือวัฏฏสงสารได้
ด้วยความไม่ประมาท ข้ามความทุกข์ได้ด้วยความเพียร และบริสุทธิ์ได้ด้วย
ปัญญา
ม. เธอว่านี้น่าฟัง
จบศรัทธาลักขณปัญหา

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 20:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๑๑
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็วิริยะ (ความเพียร)
มีลักษณะอย่างไร
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร มีลักษณะค้ำจุนไว้ อัน
ความดีทั้งหลาย เมื่อได้ความเพียรเข้าค้ำจุนไว้แล้วย่อมไม่เสื่อมทราม
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง
น. เหมือนบ้านเรือนที่ซวนเซจะล้ม เมื่อเอาไม้เข้าค้ำไว้ก็ล้มไปไม่ได้
ฉันใด ความเพียรก็ฉันนั้น ย่อมคอยค้ำใจที่รวนเรอยู่ให้กล้าบากบั่นต่อ
ความยากลำบาก จุนความดีอื่นๆ ให้ทรงตัวอยู่ได้ ดังนัยแห่งพระพุทธภาษิต
ว่า ผู้มีความเพียรย่อมละความชั่วได้และทำความดีให้เกิดขึ้นได้
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว

จบวิริยลักขณปัญหา
ปัญหาที่ ๑๒
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็สติเล่ามีลักษณะอย่างไร
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร มีลักษณะให้นึกได้และถือไว้
ม. ให้นึกได้อย่างไร ถือไว้อย่างไร
น. อันสติเมื่อเกิดขึ้น ย่อมให้นึกถึงบุญบาปทั้งหลาย เช่น ให้นึกว่าศีล
มีลักษณะอย่างนั้น ศรัทธามีลักษณะอย่างนั้น เป็นต้น

ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบ
น. ขอถวายพระพร เหมือนเจ้าพนักงานคลังพระเจ้าจักรพรรดิ์
ทำบัญชีพระราชทรัพย์ถวายเพื่อให้ทรงทราบว่า ช้างม้ามีอยู่เท่านั้น
พลรบมีอยู่เท่านั้น แก้วแหวนเงินทองมีอย่างละเท่านั้นๆ เมื่อพระเจ้า

จักรพรรดิ์ได้ทอดพระเนตรบัญชีแล้วจะได้ทรงระลึกถึงบุญบารมีที่ได้
ทรงสั่งสมมา ซึ่งเป็นเหตุให้ได้ราชสมบัตินั้น ๆ ถวายพระพร สติก็ย่อม
เป็นเช่นนั้นแหละเมื่อเกิดขึ้นย่อมให้นึกถึงว่า นี่ดี นี่ชั่ว มีคุณและโทษ
เป็นอย่างนั้นๆ

ม. ก็สติที่มีลักษณะถือไว้นั้นเป็นอย่างไรเล่า
น. ขอถวายพระพร สติเมื่อเกิดขึ้นย่อมให้เลือกถือเอาว่า
นี่ดีมีคุณควรประพฤติ นี่ชั่วให้โทษควรละ
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง

น. เหมือนนายพระทวารย่อมมีหน้าที่ตรวจตราดูผู้เข้าออก ถ้าเห็น
สมควรจึงอนุญาตให้เข้า ถ้าเห็นพิรุธเกรงว่าจะเป็นคนทุจริตก็ห้ามไม่ให้เข้า
ขอถวายพระพร สติก็เป็นอย่างนั้นแหละ ย่อมคอยเกียดกันสิ่งที่ชั่วมิให้
เข้ามาประจำใจ เลือกเฟ้นไว้เฉพาะสิ่งที่ดีกระทำไว้ในใจ
ม. เธอว่านี้ฟังได้
จบสติลักขณปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 20:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๑๓
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูกรพระนาคเสน ก็สมาธิ (ความตั้งใจมั่น)
มีลักษณะอย่างไร
พระนาคเสนทูลตอบว่า มีลักษณะเป็นประธาน ขอถวายพระพร
อันความดีทั้งหลายล้วนมีสมาธิเป็นหัวหน้าเป็นประธานทั้งสิ้น
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง

น. ขอถวายพระพร เหมือนพระมหากษัตริย์เสด็จงานพระราชสงคราม
พร้อมด้วยจตุรงคเสนา ก็บรรดาเสนา ๔ เหล่าซึ่งจัดเป็นหมู่หมวดนั้น ต้องมี
พระมหากษัตริย์เป็นผู้บัญชากิจการเป็นประธาน กิจการนั้นๆ จึงจะดำเนิน
ลุล่วงไปได้ ตัวอย่างนี้ฉันใด แม้สมาธิ ก็ฉันนั้น ย่อมเป็นหลักเป็นประธาน

ของความดีทั้งหลาย จริงอยู่ความดีทั้งหลายต้องอาศัยใจที่มั่นคงใจที่แน่วแน่
เป็นหลักจึงจะอยู่คงที่หรือจะก้าวหน้าไปถึงที่สุดแห่งความดีได้ นัยแห่ง
พระพุทธภาษิตก็มีรับรองอยู่ว่า จงทำสมาธิให้เกิดเหตุว่าผู้มีจิตเป็นสมาธิ
ย่อมรู้แจ้งตามความจริง
ม. เธอนี้สามารถ
จบสมาธิลักขณปัญหา

ปัญหาที่ ๑๔
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็ปัญญามีลักษณะอย่างไร
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร มีลักษณะตัดดังที่อาตมภาพ
ได้ถวายวิสัชนามาแล้ว (มีในปัญหาที่ ๘.) และมีลักษณะส่องให้สว่างอีก
ประการ ๑.
ม. มีลักษณะส่องให้สว่างนั้นอย่างไร
น. ขอถวายพระพร ปัญญาเมื่อเกิดขึ้นย่อมส่งข้อความ แม้ที่ลึกซึ้ง
ให้เห็นได้ จนชัดเจน

ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบ
น. เหมือนคนถือโคมไฟเข้าไปในที่มืดทันทีนั้นความมืดย่อมหายไป
สว่างเกิดขึ้นแทน ส่องแสงให้ปรากฏจนแลเห็นรูปอะไรๆ ได้ชัดเจน นี้แหละ
ฉันใด แม้ปัญญาก็ฉันนั้น เมื่อเกิดขึ้นย่อมกำจัดความโง่เขลาซึ่งเป็นดุจ
อาการมืด ทำความสว่างคือความรู้ให้เกิด ส่องแสงคือความฉลาดให้ปรากฏ
ม. เธอว่านี้แจ่มแจ้ง
จบปัญญาลักขณปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 20:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๑๕
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็ความดีย่อมมีอยู่มาก
อย่างต่างๆ กัน แต่ว่าเมื่อพูดถึงประโยชน์แล้วสำเร็จเป็นอย่างเดียวกันมีหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า มี, ขอถวายพระพร คือกำจัดความชั่ว
ม. เธอจงยกตัวอย่างมาเปรียบให้ฟัง

น. อันกองทัพย่อมมีมากพวกมากเหล่าด้วยกัน และต่างก็กระทำกิจธุระ
อันเป็นหน้าที่ของตนแต่ละอย่างๆ มิใช่หรือ
ม. ใช่สิเธอ
น. ขอถวายพระพร ก็จุดที่คนจำนวนมากเหล่านั้นมุ่งหวังอยู่ คืออะไร
ม. ก็คือมุ่งจะปราบข้าศึก หวังจะเอาชัยชนะมาสู่กองทัพของตน

น. ขอถวายพระพร อันความดีทั้งหลายก็เช่นเดียวกับกองทัพนั้น คือ
มีมากอย่างมากประเภทและต่างก็กระทำกิจตามคุณวิเศษของตนๆ
แต่จุดที่ความดีเหล่านั้นมุ่งกระทำ ก็คือต่างหวังปราบความชั่วทั้งหลาย
ซึ่งเป็นของตนให้หมดสิ้นไปเช่นเดียวกัน
ม. เข้าใจละเธอ
จบนานาเอกกิจจกรณปัญหา
จบวรรคที่ ๑

ปัญหาที่ ๑
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ผู้ที่ตายไปแล้วกลับไป
เกิดอีก เขาจะยังคงเป็นผู้นั้น หรือว่าจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง
พระนาคเสนทูลตอบว่า จะว่าเป็นผู้นั้นก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นอีกคนหนึ่งก็ไม่ใช่
ม. ขอเธอจงเปรียบให้ฟัง

น. อาตมภาพขอทูลถามว่า เมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์บรรทมอยู่ใน
พระอู่ กับพระองค์ทรงพระเจริญวัยเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในบัดนั้น จะนับว่าเป็น
พระองค์เดียวกันหรือต่างพระองค์กัน
ม. ต่างกันเป็นคนละคนทีเดียว
น. ถ้าเป็นอย่างนั้น บิดามารดาของบุคคลหนึ่งๆ ก็มีหลายคน และมี
ลูกหลายครั้งนั่นสิ เช่นเมื่อยังเป็นเด็ก บิดามารดามีลูกคนหนึ่ง เติบโตเป็น
หนุ่มเป็นสาวก็เป็นลูกอีกคนหนึ่งถึงปูนแก่เฒ่าก็เป็นลูกอีกคนหนึ่ง

ม. หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ถ้าเป็นเธอถูกถามเข้าบ้าง เธอจะตอบว่ากระไร
น. อาตมภาพก็ตอบว่า อาตมภาพนี่แลเป็นเด็ก อาตมภาพนี่แลเป็นผู้ใหญ่,
อาศัยร่างกายอันนี้แลจึงนับว่าเป็นคนๆ เดียวกัน

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 21:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ม. ขอเธอจงเปรียบให้ฟังอีก
น. การจุดโคมไฟ เขาอาจจะตามไว้ตลอดรุ่งได้มิใช่หรือ
ม. ได้สิเธอ
น. ก็เปลวไฟในยามที่ ๑ กับยามที่ ๒ เป็นเปลวไฟอันเดียวกันหรือมิใช่
ม. ไม่ใช่
น. และเปลวไฟในยามที่ ๒ กับในยามที่ ๓ เป็นเปลวไฟอันเดียวกันหรือมิใช่
ม. ไม่ใช่
น. ขอถวายพระพร หรือเปลวไฟในยามทั้ง ๓ นั้น ในยามหนึ่งๆ เป็น
เปลวไฟอย่างละชนิด
ม. หามิได้

น. นี่แลฉันใด ความสืบเนื่องแห่งรูปธรรมนามธรรมก็ฉันนั้น อันหนึ่ง
ดับอันหนึ่งก็เกิดขึ้นแทน สืบเนื่องกันเรื่อยๆ ไป เพราะฉะนั้นผู้ที่ตายแล้ว
กลับไปเกิดอีก จะว่าเป็นผู้นั้นก็ไม่ใช่จะว่าเป็นอีกคนหนึ่งก็ไม่ใช่
ม. เธอเปรียบน่าฟัง
จบธัมมสันตติปัญหา

ปัญหาที่ ๒
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็ผู้ที่ไม่ต้องมาเกิดอีกนั้น
เขาจะรู้ตัวหรือไม่ว่าเขาจักไม่มาเกิด
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร รู้.
ม. รู้ได้อย่างไร
น. รู้ได้ด้วยรู้ตัวอยู่ว่า สิ่งซึ่งเป็นเหตุให้เกิด ตนได้ทำให้หมดสิ้นไปแล้ว
ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบ

น. ขอถวายพระพร ชาวนานวดข้าวเสร็จแล้ว เขาขนข้าวเปลือกมา
ใส่ยุ้งฉางไว้เต็ม ครั้นปีต่อมาเขาไม่ได้ทำนาอีก, ก็ข้าวเปลือกที่เขาสะสม
ไว้นั้นมีแต่กินสิ้นเปลืองไปทุกวันๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ชาวนาผู้นั้นเขาจะรู้
หรือไม่ว่า ยุ้งฉางของเขาจักไม่เต็มขึ้นอีก
ม. รู้สิเธอ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 21:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
น. ขอถวายพระพร รู้ได้เพราะอะไร
ม. เพราะตัวหยุดทำนาจึงรู้ได้
น. นั่นแลฉันใด แม้ผู้ที่ไม่ต้องมาเกิดอีกเขาก็รู้ตัวฉันนั้น เพราะ
ตัวเขาได้หยุด ก่อเหตุซึ่งจะทำให้เกิดต่อไปหมดแล้ว
ม. เปรียบเข้าใจดี
จบนัปปฏิสนธิคหณชานนปัญหา

ปัญหาที่ ๓
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ญาณ (ความรู้)
มี ปัญญา (ความรอบรู้) ก็มีด้วยมิใช่หรือ
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร ใช่
ม. เมื่อเป็นเช่นนั้น ญาณก็เช่นเดียวกับปัญญาสิเธอ
น. ขอถวายพระพร ถูกแล้ว
ม. ผู้ที่มีญาณและปัญญาจะหลงหรือไม่
น. หลงในที่บางแห่ง ไม่หลงในที่บางแห่ง
ม. ในที่เช่นไรหลง เช่นไรไม่หลง

น. ขอถวายพระพร หลงในวิชาที่ตนยังไม่ได้เรียน ในทิศที่ตนยัง
ไม่เคยไป และในภาษาที่ตนยังไม่เคยฟัง
ม. ก็ในที่เช่นไรไม่หลงเล่าเธอ
น. ที่ใดมีอาการไม่เที่ยงแปรผัน เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาใช่ตัวใช่ตน
ในที่เช่นนั้นแลไม่หลง
ม. ความหลงของผู้นั้นไปอยู่เสียที่ไหนเล่าเธอ
น. ขอถวายพระพร เมื่อญาณความรู้เกิดขึ้นความหลงก็หายไป
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง

น. เหมือนคนส่งแสงไฟเข้าไปในที่มืด ทันทีนั้นมืดก็หายแสงสว่าง
ก็ปรากฏขึ้น ถวายพระพร ญาณความรู้ก็เป็นเช่นเดียวกับแสงไฟนี้แล
เกิดขึ้นเมื่อใด ความหลงคือความไม่รู้ก็หายไปเมื่อนั้น
ม. ก็ปัญญาความรอบรู้เล่าไปอยู่เสียที่ไหน
น. ขอถวายพระพร แม้ปัญญาเมื่อกระทำกิจของตนแล้วก็หายไป
ในที่นั้นแล คงยังปรากฏอยู่ก็แต่งความรู้ชัดซึ่งคติธรรมดา คือความ
แปรปรวนความเป็นทุกข์ความมิใช่ตัวตนเท่านั้น

ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง
น. เหมือนคนจุดไฟเขียนหนังสือในเวลากลางคืน ครั้นเขียนเสร็จ
แล้วก็ดับไฟนอน ไฟก็เป็นอันดับหายไป แต่ตัวอักษรที่ได้เขียนไว้ก็ยัง
ปรากฏอยู่ นี่แลฉันใด, แม้ปัญญาก็ฉันนั้นทำกิจของตนเสร็จแล้วก็ดับ
ไปในที่นั้น ส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็คือความรู้แจ้งประจักษ์ในอาการไม่เที่ยง
เป็นทุกข์เป็นอนัตตาเท่านั้น
ม. ชอบแล้ว
จบปัญญานิรุชฌนปัญหา

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 เม.ย. 2019, 21:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


ใครยังอ่านไม่เกร่งหรือยังไม่ถนัด ชมภาคกาตูนร์ ก่อนก็ได้ครับที่นี้

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=37&t=56787

ดูหลายๆรอบก็จะเข้าใจขึ้นมาเองครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 09:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


ความสงสัยทำให้ใจเป็นทุกข์
เพราะหมกมุ่นอยู่กับปัญหาที่คาใจ
คิดไปคิดมาจนปวดหัว
เพราะตัวปัญญายังไม่เกิดยังไม่มี
หากปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้วคงไม่แคล้วสิ้นหนทาง
ทางจะสว่างไสวไปด้วยดวงปัญญาส่องหนทางนำชีวิตให้สดใส


แต่งแบบมวยวัด หรือจะเรียกว่ามั่วๆ ควรปรับปรุงตรงไหนบ้าง
ช่วยแนะนำด้วยนะครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๔
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ผู้ที่จะไม่ต้องมาเกิดอีก
ระหว่างเมื่อยังมีชีวิตอยู่จะรู้สึกต่อความลำบากหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร บางส่วนก็รู้สึก บางส่วนก็ไม่รู้สึก
ม. ส่วนไหนรู้สึก ส่วนไหนไม่รู้สึก
น. ร่างกายของท่านรู้สึกฝ่าต่อความลำบาก แต่ใจของท่านไม่รับรู้ความ
ลำบาก คือไม่มีความทุกข์ใจ

ม. ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่าเธอ
น. เหตุว่าความลำบากกายเช่นเมื่อยขบหิวระหาย หรือโรคภัยไข้เจ็บอย่าง
อื่น ก็ยังคงมีเสียดแทงร่างกายท่านอยู่ตามธรรมดา แต่ท่านไม่มีความลำบากใจ
เพราะว่าเหตุที่ทำให้รู้สึกต่อความลำบากใจ ท่านได้กำจัดจนสิ้นเชื้อแล้ว จึง
เป็นอันว่าใจของท่านไม่รับรู้ความลำบาก แม้พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสไว้

ใจความว่า ผู้ที่สิ้นกิเลส (เหตุให้ใจเศร้า) แล้วยังคงมีแต่กายิกทุกข์
(ทุกข์ประจำร่างกาย) เท่านั้น ส่วน เจตสิกทุกข์ (ทุกข์ใจ) เป็นอันไม่มีแล้ว
ม. เมื่อเช่นนั้น ไฉนท่านจึงไม่รีบนิพพานหนีความลำบากเสียเล่า

น. เพราะใจท่านเหล่านั้นมิได้เกี่ยวเกาะอยู่ที่ความลำบากกาย โดยมา
พิจารณาเห็นว่าความลำบากเหล่านั้นเป็นอาการประจำของร่างกาย เมื่อมี
เกิดมีแก่แล้ว ก็ต้องมีความไข้ความเจ็บ ต้องเมื่อยขบหรือหิวระหายอยู่
เป็นธรรมดา

อนึ่ง ท่านเหล่านั้นไม่เร่งกาลเวลา ทำใจอยู่เสมอว่าจะทำประโยชน์สุข
ให้แก่ตนและผู้อื่นทุกๆ ขณะไป แม้พระสารีบุตรก็ได้กล่าวไว้ ความย่อๆ ว่า
จะยังมีชีวิตอยู่ก็ดี จะตายเสียก็ดี ไม่เป็นเหตุให้ดีใจหรือเสียใจ แต่ว่าเมื่อยังมี
ชีวิตอยู่ ก็จำทำประโยชน์ต่อไป
ม. เธอว่านี้จับใจ
จบปรินิพพานปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๕
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน สุขเวทนา (ความสุขกายสุขใจ)
เป็นกุศลหรืออกุศล หรือเป็นอพยากฤต (เป็นกลางๆ ไม่ใช่ ๒ อย่างนั้น)
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร เป็นได้ทั้ง ๓ อย่าง
ม. ตามธรรมดากุศลก็เป็นสุข อกุศลก็เป็นทุกข์ แต่นี่ไฉนเธอจึงว่าเป็นได้
ทั้ง ๓ อย่างเล่า
น. อาตมภาพจะเปรียบถวาย เหมือนคนเอาก้อนเหล็กแดงโชนวาง
ลงในมือข้างหนึ่ง เอาก้อนลูกเห็บวางลงในมือข้างหนึ่ง ขอถวายพระพร
นั่นเขาจะรู้สึกร้อนหรืออย่างไร
ม. ร้อนสิเธอ

น. ร้อนทั้ง ๒ มือหรือ
ม. หามิได้
น. หรือเย็นทั้ง ๒ มือ
ม. จะว่าเย็นทั้ง ๒ ก็ไม่ถูก
น. นี่แลขอพระองค์จงทราบว่า สุขเวทนาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คือ
เป็นได้ทั้งกุศลอกุศลทั้งอพยากฤต จะว่าเป็นแต่อย่างหนึ่งอย่างใดก็ไม่ถูก
เพราะสุขล้วนก็มี สุขเจือทุกข์ก็มี สุขสถานกลางก็มี
ม. เธอจงแจงให้ฟัง

พระนาคเสนจึงถวายวิสัชนาว่า โสมนัสอาศัยความกำหนัด (สุขอิงโลก) มี ๖,
อาศัยเนกขัมมะ (สุขห่างจากโลก) มี ๖, โทมนัสอาศัยความกำหนัด (ทุกข์เพราะ
ระคนด้วยโลก) มี ๖, อาศัยเนกขัมมะ (ทุกข์เพราะพยายามจะห่างโลก) มี ๖,
อุเบกขา อาศัยความกำหนัด (ความวางเฉยเกี่ยวทางโลก) มี ๖, อาศัยเนกขัมมะ
(ความวางเฉยเพราะห่างจากโลก) มี ๖, รวมเป็น ๓๖ แล้วจำแนกออกตามกาล
ทั้ง ๓ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน จึงบวกเข้าเป็น จำนวน ๑๐๘
ม. พิสดารจริง
จบสุขเวทนาปัญหา

ปัญหาที่ ๖
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็คำที่เธอว่า ผู้ที่จัก
กลับมาเกิดอีกก็มีนั้น อะไรจักกลับมาเกิด
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร นามและรูปจักกลับมาเกิด
ม. นามรูปอันนี้แลหรือจักกลับมาเกิด
น. มิใช่นามรูปนี้, ขอถวายพระพร เป็นนามรูปอีกอันหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้น
เพราะบุญบาปอันนามรูปนี้ได้กระทำไว้
ม. ก็ถ้ามิใช่นามรูปนี้ไปเกิดแล้ว ก็เป็นอันว่าหนีบาปกรรมที่ทำไว้ใน
ชาตินี้พ้นละสิเธอ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
น. ขอถวายพระพร ถ้าไม่บังเกิดต่อไปอีกก็เป็นอันหนีพ้น แต่ถ้ายัง
ต้องมาเกิดอีก ก็หนีไม่พ้น
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง
น. เหมือนคนลักมะม่วงเจ้าของจับได้ เมื่อคดีถึงศาลจำเลยแก้ตัวว่า
มะม่วงต้นนั้น โจทก์มิได้ปลูกไว้ ต้นมะม่วงที่เขาลักผลเป็นของคนอื่น
ปลูกมาก่อน ขอถวายพระพร เมื่อจำเลยแก้ตัวเช่นนี้ จะพ้นโทษหรือไม่
ม. ไม่พ้นสิเธอ
น. ขอถวายพระพร เพราะเหตุไร

ม. เพราะว่าจำเลยยังมีความผิดฐานลักขโมยอยู่ แม้ตัวจะปฏิเสธข้อหา
ของโจทก์ในคดีนั้นแล้วก็จริง แต่ก็ยังชื่อว่ารับสารภาพความผิดในคดี ๑
จึงเป็นอันว่าลงโทษจำเลยได้
น. นั่นแลฉันใด การที่จะเอานามรูปอื่นข้างหน้า มาเป็นเหตุหนีบาปกรรม
ที่ทำไว้ในชาตินี้ให้พ้น ก็ไม่ได้ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะว่านามรูปอื่นนั้นเกิดขึ้น
เพราะบุญบาปที่นามรูปนี้เป็นผู้ก่อไว้
ม. ของเธอจงเปรียบให้ฟังอีก

น. เหมือนคนก่อไฟผิงในฤดูหนาว ครั้นแล้วไม่ไฟ หลีกไปเสีย ไฟนั้น
ก็ลุกลามไปไหม้ไร่นาของผู้อื่น เมื่อคดีถึงโรงศาล จำเลยแก้ตัวว่า ไฟที่เขา
ก่อขึ้นนั้นเป็นไฟอีกกองหนึ่งมิใช่ไฟที่ไหม้ไร่นาของโจทก์ ขอถวายพระพร
เมื่อจำเลยแก้ตัวต่อศาลเช่นนี้ ศาลจะงดโทษให้หรือไม่
ม. จะงดให้อย่างไรได้เธอ
น. เพราะเหตุไร

ม. เพราะไฟที่จำเลยก่อขึ้นนั้นเป็นต้นไฟ ตัวเลินเล่อปล่อยไว้
จึงลุกลามต่อไป เพราะฉะนั้นศาลจึงตัดสินลงโทษจำเลยได้
น. นั่นแลฉันใด บาปกรรมก็ตามลงโทษฉันนั้นเหมือนกัน เพราะแม้
นามรูปนี้จะแปรไปเป็นนามรูปหน้าก็จริง แต่เหตุที่เป็นผู้ก่อบุญบาปไว้
จึงเกิดมีนามรูปอื่นขึ้นแทน ฉะนั้นนามรูปอื่นนั้นจึงหนีบาปกรรมไม่พ้น
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว
จบนามรูปปฏิสนธิคหณปัญหา

ปัญหาที่ ๗
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็ตัวเธอเล่าจัก
กลับมาเกิดอีกหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร ปัญหานี้อาตมภาพได้ถวาย
วิสัชนาแล้ว ( คำนี้มีในปัญหาที่ ๖ วรรคที่ ๑ ) ถ้าจะถวายวิสัชนาอีก
อาจจะผิดไปได้
ม. จะผิดไปได้อย่างไร จงเปรียบให้ฟัง

น. เหมือนข้าราชการผู้หนึ่ง ทำความดีมีความชอบพอพระราชหฤทัย
ของพระราชา จนได้รับพระราชทานบำเหน็จต่างๆ แล้วข้าราชการผู้นั้น
จะพูดว่า พระราชามิได้ทรงชุบเลี้ยงเช่นนี้ ขอถวายพระพร จะชื่อว่า
เขาพูดถูกละหรือ
ม. ก็ไม่ถูกซิเธอ

น. นั่นแลฉันใด แม้ปัญหาที่อาตมภาพถวายวิสัชนาจนเป็นที่พอ
พระราชหฤทัยแล้วก็ฉันนั้นแล ถ้าจะถวายวิสัชนาซ้ำอีก อาจจะไม่ถูก
พระราชหฤทัยก็เป็นได้
ม. เธอว่านี้ฉลาดจริง
จบปุนปฏิสนธิคหณปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๘
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็คำที่เธอว่า
นามและรูปนั้น อะไรเป็นนาม อะไรเป็นรูป
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร สิ่งที่ไม่ปรากฏแก่ตา
หู จมูก ลิ้น กาย เพราะเป็นของละเอียดหรือเป็นของไม่มีตัว ไม่มีตน
เช่นจิตหรืออารมณ์ที่เกิดกับจิต นี้เป็นนามสิ่งที่อาจทราบได้ด้วยตาเป็นต้น
นี้เป็นรูป

ม. เพราะเหตุไร นามอย่างเดียวหรือรูปอย่างเดียว จึงเกิดขึ้นไม่ได้
น. เพราะต่างอิงอาศัยซึ่งกันและกันจึงจะเกิดขึ้นได้ ถ้าขาดเสีย
แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เกิดขึ้นไม่ได้
ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบ
น. ขอถวายพระพร เหมือนไก่ก่อนแต่จะเกิดเป็นตัวไก่ ต้องเป็นฟอง
มาก่อน ๑ ต้องอาศัยการอบอุ่นที่แม่ไก่ฟัก ๑ ต่อนั้นจึงจะเกิดเป็นตัวไก่ขึ้นได้
นี้ฉันใด แม้นามรูปก็ฉันนั้น เหมือนกัน คือต้องพร้อมทั้งนามทั้งรูปจึงจะเกิด
ขึ้นได้ ขอถวายพระพร อันนามรูปนี้ ถ้ายังมีเหตุปัจจัยอยู่ ก็เกิดอยู่นาน
ม. แปลกจริง
จบนามรูปปัญหา

ปัญหาที่ ๙
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน คำที่เธอว่าผู้ที่จักไม่
กลับมาเกิดอีก เป็นเพราะกุศลธรรมเหล่าอื่นด้วยนั้น คือกุศลธรรมเหล่าไหน
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร คือกุศลธรรมเหล่านี้ ศีล
(ความสำรวมกายวาจา) ศรัทธา (ความเชื่อ) วิริยะ (ความเพียร) สติ
(ความระลึกได้) สมาธิ (ความตั้งใจมั่น) ปัญญา (ความรอบรู้)
ม. ก็ศีลมีลักษณะอย่างไรเล่าเธอ

น. ศีลเป็นที่เพาะปลูกคุณงามความดีอื่น ๆ ให้งอกงามดังผู้ที่รักษาศีล
ผู้เป็นนิตย์ ย่อมปรากฏว่าเป็นผู้เต็มไปด้วยคุณธรรมเหล่าอื่น มีเมตตากรุณา
เป็นต้นด้วย ขอถวายพระพร ศีล มีลักษณะอย่างนี้
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง

น. ขอถวายพระพร คนทำการเพาะปลูกไม้ดอกไม้ผลจำต้องอาศัย
แผ่นดินเป็นที่เพาะเป็นที่ปลูกพืชพันธุ์นั้นจึงจะงอกงามขึ้นได้ หรือเช่น
การปลูกบ้านสร้างเรือน ก็จำต้องอาศัยแผ่นดินเป็นที่ขุดรากฝังเข็ม
เช่นเดียวกัน นี้แลฉันใด แม้ผู้ที่จะอบรมคุณงามความดีอย่างอื่น ก็จำต้อง
รักษาศีลให้เป็นพื้นเสียก่อน คุณธรรมนั้นๆ จึงจะอยู่ประจำและงอกงาม

ขึ้นได้ ความข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสไว้ใจความว่า ผู้รักษาศีล
ย่อมทำให้สมาธิและปัญญางอกงามขึ้น เหตุว่าศีลนี้เป็นที่ตั้งอาศัยแห่ง
คุณธรรมทั้งหลาย ประหนึ่งว่าแผ่นดินเป็นที่อยู่อาศัยแห่งมูลสัตว์
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว
จบศีลปติฏฐานลักขณปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๑
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็อะไรเป็นเหตุให้
นามรูปต้องเกิดต่อไปอีกนาน
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร เหตุที่ทำให้นามรูปต้องไป
เกิดอีกนานก็คือ ความไม่รู้แจ้งเห็นจริงว่า อะไรเป็นทุกข์ อะไรเป็นเหตุ
ให้เกิดทุกข์ อะไรเป็นความดับทุกข์ อะไรเป็นทางให้ถึงความดับทุกข์
แม้จะรู้โดยพิจารณาเห็นชั่วขณะหนึ่งๆ ก็ยังชื่อว่าไม่รู้จริง เพราะความ

รู้นั้นมิได้นอนแน่อยู่ในใจเป็นนิตย์ เพราะเหตุความไม่รู้จริงนั้น จึงให้สัตว์
ทำดีบ้างทำชั่วบ้างเป็นบุญเป็นบาปขึ้น บุญบาปนั้นแลเป็นเหตุให้เกิด
ปฏิสนธิวิญญาณ เมื่อมีปฏิสนธิวิญญาณเป็นรากแก้วอยู่ ก็เกิดนามรูป
แตกกิ่งก้านเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ซึ่งเป็นประตูสำหรับรับอารมณ์
มีรูปเสียงเป็นต้น ต่อจากนั้นขณะเมื่อประสบสิ่งที่ชอบใจ ก็รู้สึกยินดี
มีความสุขใจ ขณะเมื่อถูกสิ่งแสลงใจมากระทบ ก็รู้สึกยินร้ายเป็นทุกข์ใจ
เมื่อได้ความสุขก็ดิ้นรนจะให้ความสุขนั้นยั่งยืน เมื่อได้ความทุกข์ก็ดิ้นรน

จะหนีทุกข์ให้พ้น เหตุความไม่รู้จริงนั้นแลจึงให้ยึดถือเป็นตัวเป็นตนเป็น
เราเป็นเขาบ้าง ให้ยึดถือในอุบายต่าง ๆ เพื่อจะให้ตนได้สมประสงค์บ้าง
เพราะความยึดถือนั่นแลจึงให้สัตว์ทำดีบ้างทำชั่วบ้าง เกิดเป็นบุญเป็นบาป
ต่อไปอีก ด้วยบุญบาปนั้นจึงให้เกิดมีนามรูปต่อ ๆ ไป จำเดิมแต่มีนามรูป
เป็นฐานความทุกข์ทั้งหลายก็มีมาเป็นเจ้าเรือน

ขอถวายพระพร เมื่อยังไม่รู้จริงว่า อะไรเป็นทุกข์ อะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
อะไรเป็นความดับทุกข์ อะไรเป็นทางให้ถึงความดับทุกข์อยู่ตราบใด เหตุซึ่งจะ
ให้เกิดนามรูปก็ยังคงมีอยู่ตราบนั้น ด้วยประการฉะนี้แล นามรูปจึงต้องเกิด
ต่อไปอีกนาน
อนึ่งเวลาเกิดดับของนามรูปที่ล่วงๆ มาแล้วนานจนเบื้องต้นไม่ปรากฏ
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว
จบอัทธานปัญหา

ปัญหาที่ ๒
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็คำที่เธอว่าเวลาเกิดดับ
ของนามรูปที่ล่วงๆ มาแล้ว นานจนเบื้องต้นไม่ปรากฏนั้น หมายความว่า
นานจนนามรูปที่แรกเกิดทีเดียวไม่ปรากฏกระนั้นหรือ
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร ถูกแล้ว
ม. ไม่ปรากฏทั้งหมดเทียวหรือเธอ

น. ขอถวายพระพร บางอย่างก็ปรากฏ บางอย่างก็ไม่ปรากฏ
ม. อย่างไหนปรากฏ อย่างไหนไม่ปรากฏ
น. ขอถวายพระพร นามรูปที่สาวไปไม่ถึงว่า ชั้นเดิมเป็นอะไร
อยู่ที่ไหน อย่างนี้ไม่ปรากฏ แต่อย่างที่เดิมไม่ปรากฏ มาปรากฏเป็น
นามรูปขึ้นในระหว่าง แล้วก็หายไปอีกอย่างนี้ปรากฏ
ม. เธอจงเปรียบอย่างไม่ปรากฏให้ฟัง

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
น. เหมือนพืชพันธุ์ ที่เขาปลูกที่พื้นดิน ครั้นพืชพันธุ์ นั้นงอกงามผลิดอก
ออกใบ เขาก็เก็บผลเอาเมล็ดไปเพาะใหม่ตอไปอีก โดยทำนองนี้เรื่อยๆ ไป
ขอถวายพระพร เมื่อเวลาล่วงไปนานๆ จะรู้ได้หรือว่านั่นเป็นพืชพันธุ์เดิม
ม. รู้ไม่ได้
น. นั่นแลฉันใด อย่างไม่ปรากฏก็ฉันนั้นเหมือนกัน แม้จะใช้ความรู้
ให้สาวไปหาต้นเดิม ก็รู้ไม่ได้ว่านามรูปเดิมเป็นอย่างไรอยู่ที่ไหน
ม. ขอเธอจงเปรียบให้ฟังอีก

พระนาคเสนจึงเขียนรูปล้อรถถวายทอดพระเนตร แล้วทูลถามว่า
ขณะเมื่อล้อนี้หมุนอยู่ พระองค์จะทรงทราบได้หรือว่า ซี่ไหนเป็นอันต้น
ม. รู้ไม่ได้สิเธอ
น. ขอถวายพระพร การจะกำหนดนามรูปที่ล่วงมาแล้วว่า แรกเกิด
เป็นอะไร ก็รู้ไม่ได้กำหนดไม่ได้เช่นนั้นเหมือนกัน เพราะเกิดแล้วดับๆ
แล้วเกิดใหม่ต่อไปอีก หมุนอยู่เช่นนี้เสมอมา ฉะนี้จึงว่าเบื้องต้นไม่ปรากฏ
ม. เธอช่างฉลาดจริงๆ
จบปุริมโกฏิปัญหา

ปัญหาที่ ๓
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็แลคำที่เธอว่าอย่างที่เดิม
ไม่ปรากฏมาปรากฏเป็นนามรูปขึ้นในระหว่างแล้วก็หายไปอีกอย่างนี้ปรากฏ
นั้น ได้แก่เรา ๆ ซึ่งเดิมก็มีแต่บาปบุญติดตามมา แล้วมาเกิดเป็นตัวเป็นตนขึ้น
ครั้นแล้วก็ตายทอดทิ้งร่างกายหายไป เช่นนี้ถูกหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร ถูกแล้ว

ม. ก็เมื่อต้นปลายไม่ปรากฏทั้งสองข้างเช่นนั้นแล้ว จะมาติดต่อกันได้หรือเธอ
น. ขอถวายพระพร ติดต่อกันได้
ม. เธอจงหาตัวอย่างมาเปรียบให้ฟัง
น. เหมือนต้นไม้แรกปลูกก็ยังไม่มีใบไม่มีดอก ต่อมาพอเกิดต้นก็เกิดมี
ใบมีดอกขึ้น ขอถวายพระพร ก็การที่ต้นไม้มีใบมีดอกในระหว่างกลาง
ขึ้นได้นั้นเป็นตัวอะไร

ม. เป็นด้วยมีลำต้นอยู่ ใบและดอกนั้น ๆ จึงเกิดติดต่อขึ้นมาได้
น. ขอถวายพระพร ก็ในที่สุดเล่าใบและดอกเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร
ม. ก็ร่วงหล่นไปหมดสิ้นสิเธอ จะมีเหลืออยู่ก็แต่ต้นและกิ่งซึ่งถึง
คราวก็เกิดใบเกิดดอกใหม่อีก

น. ขอถวายพระพร นามรูปก็เป็นเช่นเดียวกับใบไม้ ดอกไม้นั้นแล
คือเดิมก็ไม่ปรากฏแต่เนื่องด้วยมีบุญบาปซึ่งตนได้กระทำไว้ในก่อนเป็น
เหตุอยู่ บุญบาปนั้นแลเป็นลำต้นให้เกิดมีนามรูปติดต่อขึ้นมาในระหว่างได้
ครั้นเกิดเป็นตัวตนขึ้นแล้ว ถึงวาระที่สุดก็ทอดทิ้งร่างกายสูญหายไป
สิ่งที่ยังคงมีอยู่ก็คือบุญบาป ซึ่งจะให้เกิดนามรูปต่อไปอีกเท่านั้น
ม. อ้อ ติดต่อกันได้จริง
จบปุริมโภฏิปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 19:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปัญหาที่ ๔
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน บุญบาปอันเป็นต้นเหตุ
ให้นามรูปเกิดซึ่งกำลังเกิดอยู่ในบัดนี้มีหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร มี
ม. เธอจงว่ามาให้เห็น

น. เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้ดมกลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายได้
แตะต้อง ใจได้รับอารมณ์ ขอถวายพระพร ก็ใน ๖ อย่างนี้ ขณะเมื่ออย่างใด
อย่างหนึ่งกระทำกิจของตนอยู่ ย่อมเกิดความรู้แจ้งขึ้น ถ้าเป็นอารมณ์ที่ดี
ก็รู้สึกชอบ รู้สึกพอใจ พยายามดิ้นรนหาต่อไปถ้าเป็นอารมณ์ที่ไม่ถูกใจ
ก็ไม่พอใจ พยายามดิ้นรนหนี เมื่อขณะดิ้นรนอยู่ก็จำต้องยึดถือวิธีการ

อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคนเห็นว่าจะกระทำให้การดิ้นหาหรือดิ้นหนีนั้น
ได้สมประสงค์ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นเหตุให้ทำพูดและคิดดีบ้างชั่วบ้าง
เกิดเป็นบุญเป็นบาปขึ้นในทันทีเช่นนี้แล ขอถวายพระพร จึงว่าบุญบาป
ซึ่งเกิดอยู่ในบัดนี้มี
ม. เธอว่านี้ชอบแล้ว
จบสังขารชานนปัญหา

ปัญหาที่ ๕
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ก็สิ่งที่ไม่เคยเกิดมา
เป็นนามรูปเลย มาเริ่มผุดเกิดเป็นนามรูปขึ้น มีบ้างหรือไม่
พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร ไม่มี
ม. เธอจงเปรียบให้ฟัง
น. ขอถวายพระพร ของภายในพระที่นั่งนี้ เป็นสิ่งซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมี
มาเลย มาเริ่มมีขึ้นในบัดนี้ มีบ้างหรือไม่

ม. ไม่มี
น. หรือต้นไม้พรรณต่างๆ ซึ่งเกลื่อนกลาดอยู่ที่พื้นดิน ขอถวายพระพร
มีบ้างหรือไม่ซึ่งไม่เคยมีมาแต่ก่อนเลย
ม. ไม่มีเลยเธอ เพราะต้นไม้เหล่านั้น ล้วนเดิมมีพืชพันธุ์เช่นเดียวกัน
ให้กำเนิดมาแล้วทั้งนั้น

น. นั่นแหละฉันใด นี่ก็ฉันนั้น อันสิ่งซึ่งได้มาเกิดเป็นนามรูปก็เกิดมา
แต่พืชพันธุ์เป็นนามรูป เช่นเดียวกันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งไม่เคย
มีพันธุ์เป็นรูปนามแต่เดิม จะเริ่มมาผุดเกิดเป็นนามรูปขึ้นในบัดนี้จึงมีไม่ได้
เหตุว่าสิ่งนั้นๆ ไม่มีโอกาสได้ก่อเหตุคือบุญบาป ซึ่งจะเป็นผู้ตกแต่งให้
คนกลายมาเป็นนามรูปขึ้น
ม. เธอช่างฉลาดจริงๆ

จบอภวันตสังขารปัญหา

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 212 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 15  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร