วันเวลาปัจจุบัน 24 พ.ค. 2019, 10:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 274 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15 ... 19  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 17:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


แนะนำนะคะ

ให้เปลี่ยนชื่อกระทู้ใหม่

เป็นธรรมะของกรูแค่อากาศ
กรู ไม่เอาพระปริยัติ ไม่เอาพระสูตร
กรู ไม่เอาปฎิบัติตามตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ตามพระไตรปิฎก
ห้ามเอามาแสดงให้กรู เพราะกรู ไม่ชอบ มันขัดอารมณ์กรูนัก

กรูจะเอาแต่ ธรรมของกรู

จะส่งเดช จะแย้งพระอภิธรรม พระปริยัติ พระสูตร กรูไม่เอา กรูไม่สน
กรูจะปฎิบัติ ปฎิเวธแบบกรู



ก๊ากๆๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 17:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ก๊ากๆๆๆ


"ถ้าอย่างนั้น คนฉลาด ๆ จักไปสู่สำนักของพระสมณโคดม ส่วนคนโง่ ๆ จักมาสู่สำนักของเรา"


นี่คือแสดงชัดเจน ว่า คุณแค่อากาศ เขลาเบาปัญญาขนาดหนัก

ตัวอย่าผู้ไม่เรียนปริยัติ ไม่เอาพระอภิธรรม ไม่เอาพระไตรปิฎก84000 ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดีแล้ว

จึงขัดใจอย่างนัก ที่เม เอาพระอภิธรรม พระปริยัติ พระธรรมที่พระพุทธองค์แสดง
มาสอบทาน ได้มากมาย

ว่า ที่คุณแค่อากาศ โม้อุตลุต นั้น

ผิดจากที่พระพุทธองค์ทรงแสดงขนาดไหน
รู้ผิดๆๆๆ เข้าใจผิดๆๆๆๆ แถม โม้ผิดๆๆๆ อุตลุต

เพราะไม่เอา คำสอนพระพุทธสมณโคดม มาใช้


ก๊ากๆๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 18:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 512

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
แนะนำนะคะ

ให้เปลี่ยนชื่อกระทู้ใหม่

เป็นธรรมะของกรูแค่อากาศ
กรู ไม่เอาพระปริยัติ ไม่เอาพระสูตร
กรู ไม่เอาปฎิบัติตามตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ตามพระไตรปิฎก
ห้ามเอามาแสดงให้กรู เพราะกรู ไม่ชอบ มันขัดอารมณ์กรูนัก

กรูจะเอาแต่ ธรรมของกรู

จะส่งเดช จะแย้งพระอภิธรรม พระปริยัติ พระสูตร กรูไม่เอา กรูไม่สน
กรูจะปฎิบัติ ปฎิเวธแบบกรู



ก๊ากๆๆๆๆ


สายอ่อนอยากให้เขาทำตามตัวเองพอใครไมทำตามผิดหมด นี่โง่มาก คนฉลาดเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในพระไตรหรืออภิธรรม คนโง่ก็แบบเมนี่แหละบ้ามาจากไหนไม่รู้ เป็นใครขอทานที่ไหนก็ไม่รู้จัก อยู่ๆมาชี้หน้าสั่งให้เขาเชื่อแล้วทำตามตนเอง มีแต่คนบ้าที่ทำแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งขายโง่ตัวเอง

:b32: :b32: :b32:

คนฉลาดไม่ต้องไปร้องขอให้ใครเชื่อตน แต่ทำให้คนอื่นเห็นเขาจะรู้ตามเอง ใช้ปัญญาให้มากนะเม อย่าหลงตามสมมติกิเลสของปลอมจะเป็นคนโง่ ตื่นได้แล้ว อย่าโง่ต่ออีก :b32: :b32: :b32:

พี่ไม่เห็นต้องไปบังคับหรือร้องขอให้ใครมาเชื่อหรือสนใจตนเองเลยนะ แต่สิ่งที่ทำมันทำให้คนพิจารณาตามได้บ้าง หรือแสดงความเห็นได้บ้าง หรือคุยกันต่อไปถึงปัญญาที่ยิ่งๆขึ้นได้บ้าง ไม่ว่าจะว่าแนวไหนเขาก็ยินดีรับฟังคุยด้วย เหมือนที่เมทนไม่ได้ต้องให้ความสนใจตั้งแต่พี่ตั้งกระทู้เพื่อจะมาหาทางคุยด้วยนั่นแหละครับ :b32: :b32:
เพราะเป็นจุดสนใจโดยที่ไม่ต้องด่าต้องบังคับ เมก็เข้ามาหาเอง ส่วนท่านอื่นๆจะมาคุยแสดงความเห็นกันบ้าง แนะนำผมบ้าง คุยสืบต่อสิ่งที่ยิ่งๆขึ้นบ้าง อย่างท่านกรัซกาย ท่านทริปเปิ้ลเอส ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเจ เป็นต้น

ดูความแตกต่างกันสิครับระหว่างคนเขลาอย่างเมที่อยากให้คนศรัทธาตนเองทำตามตนมากจนเสียจริต กับสิ่งที่คนอื่นเขาคุยกันแบบสุภาพมีปัญญา อ้างอิงกันได้ แม้จะข้องฝจขัดกันก็คุยด้วยปัญญหาอ้างอิงเหตุผลกันมา จะยกอะไรมาก็คุยได้หมด
..เช่น คำว่า สมมติ เมยังไม่รู้จักเลย สายพระป่าท่านสอนมามาก โดยให้ปฏบัติให้เข้าเห็นจริง ไม่ได้มาโม้สอนเพ้อแบบเมทำ ซึ่งคำว่าสมมติไม่ได้ใช้จำกัดความเฉพาะความคิด แต่ความคิดมันเห็นง่ายเมื่ออธิบายกับความคิดคนจะเข้าใจง่าย เริ่มจากเรื่องราวที่คิดไม่จริง ไปสู่ตัวสร้างเรื่องราวความคิดนั้นๆให้เกิดขึ้นคือ ความรู้โดยสมมติจากสัญญา สังขาร แห่งกิเลส ซึ่งเป็ยตัวสร้างสมมติขึ้นมา โดยสมมติกิเลสของปลอมก็คือสิ่งที่อยู่กับจิตเม ที่ทำให้ใจเมหลงตามว่าเป็นตนความรู้สึกตน ตนรู้สึกนั้นแหละ สิ่งนั้ยเป็นตน โดยอาศัยสฬายตนะ เป็นเบ็ด วางล่อใจไว้ด้วยเหยื่อคือผัสสะรับรู้อารมณ์ความรู้สึกโดยสมมติให้ใจหลงตะครุบตาม ซึ่งได้อธิบายแยกส่วนนี้ไว้แล้วตั้งแต่ต้น ทั้งขั้นตนความคิด ขั้นกลางการเอาใจเข้ายึดครองไม่เห็นของจริงภายใน จนถึงอวิชชา ดังนั้นจึงบอกไม่ใช่ของหลวงปู่ดุลย์แต่เป็นคำสอนของพระป่า ซึ่งคำจำกัดความเป็นแนวหลวงปู่ดุลย์จริงพระป้าท่านก็ใช้กล่าวพูดกันโดยจะกล่าวเหมือนครูบาอสจารย์ท่านนี้ๆกล่าวว่าอย่างนี้ๆ ท่านใช้จำกัดความให้เดินจิตถูดตรง แต่คนที่ไม่เคยเรียนรู้จริงก็จะเกิดการเข้าใจผิดแบบที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้

..ขนาดพูดในภาษาบ้านๆยังไม่รู้เรื่อง แล้วจะไปพูดภาษาธรรมรู้เรื่องได้ยังไง

..พูดภาษาคนให้ได้ก่อนนะถึงค่อยไปอยากคุยภาษธรรม

.. เพราะรู้ความหมายในธรรมข้อนั้นๆจึงพูดธรรมมาเป็นภาษาชาวบ้านได้
.. ส่วนคนโง่อ่านรู้นิดหน่อยก็หลงพูดไปเรื่อยตามหนังสือโดยที่ไม่เคยได้สัมผัสเลย จึงพูดให้เข้าใจแบบบ้านๆไม่ได้

สงสารเม

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 08 ก.พ. 2019, 18:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 18:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
โลกสวย เขียน:
แนะนำนะคะ

ให้เปลี่ยนชื่อกระทู้ใหม่

เป็นธรรมะของกรูแค่อากาศ
กรู ไม่เอาพระปริยัติ ไม่เอาพระสูตร
กรู ไม่เอาปฎิบัติตามตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ตามพระไตรปิฎก
ห้ามเอามาแสดงให้กรู เพราะกรู ไม่ชอบ มันขัดอารมณ์กรูนัก

กรูจะเอาแต่ ธรรมของกรู

จะส่งเดช จะแย้งพระอภิธรรม พระปริยัติ พระสูตร กรูไม่เอา กรูไม่สน
กรูจะปฎิบัติ ปฎิเวธแบบกรู



ก๊ากๆๆๆๆ


สายอ่อนอยากให้เขาทำตามตัวเองพอใครไมทำตามผิดหมด นี่โง่มาก คนฉลาดเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในพระไตรหรืออภิธรรม คนโง่ก็แบบเมนี่แหละบ้ามาจากไหนไม่รู้ เป็นใครขอทานที่ไหนก็ไม่รึ้จะฝัก อยู่ๆมาชี้หน้าสั่งให้เขสเชื่อแล้วทำตามตนเอง มีแต่คนบ้าที่ทำแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งขายโง่ตัวเอง

:b32: :b32: :b32:

คนฉลสดไม่ต้องไปร้องขอให้ใครเชื่อตน แต่ทำให้คนอื่นเห็นเขาจะรูเตามเอง ใช้ปัญญาให้มากนะเม อย่าหลงตามสมมติกิเลสของปลอมจะเป็นคนโง่ ตื่นได้แล้วยังโง่ต่ออีก :b32: :b32: :b32:

พี่ไม่เห็นต้องไปบังคับหรือร้องขแให้ใครมาเลื่อหรือสนใจตนเองเลยนะ แต่สิ่งที่ทำมันทำให้คนพิจารณาตามได้บ้าง หรือแสดงความเห็นได้บ้าง หรือคุยกันต่อไปถึงปัญญาที่ยิ่งๆขึ้นได้บ้าง ไม่ว่าจะว่าแนวไหนเขาก็ยินดีรับฟังคุยด้วย เหมือนที่เมทนไม่ได้ต้องให้ความสนใจตั้งแต่ตั้งกระทู้เพื่อจะมาหาทางคุยด้วยนั่นแหละครับ :b32: :b32: เพราะเป็นจุดสนใจโดยที่ไม่ต้องด่าต้องบังคับ เมก็เข้ามาหาเอง ส่วนท่านอื่นๆจะมาคุยแสดงความเห็นกันบ้าง แนะนำผมบ้าง คุยสืบต่อสิ่งที่ยิ่งๆขึ้นบ้าง อย่างท่านกรัซกาย ท่านทริปเปิ้ลเอส ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเจ เป็นต้น

ดูความแตกต้างกันสิครับระหว่างคนเขลสอย่างเมืี่อยสกให้คนศรัทธาตนเองทำตามตนมากจนเสียจริต กับสิ่งที่คนอิ่นเขาคุยกันแบบสุภาพมีปัญญา อ้างอิงกันได้ จะยกอะไรมาก็คุยได้หมด คำว่าสมมติกิเลสของปลอมเมยังไม่รู้จักเลย พนะป่าื่านสอนมามาก ซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะความคิด แต่ความคิดมันเห็นง่ายเมื่ออธิบายอธิบายกับความคิดคนจะเข้าใจง่าย เริ่มจากเรื่องราวที่คิดไม่จริง ไม่สู่ตัวสร้างเรื่องราวความคิดนั้นๆให้เกิดขึ้นคือกิเลส ที่อาศัยสฬายตนะ เป็นเหยื่อวางล่อใจให้หลงตะครุบตาม พูดในภาษาบ้านๆยังไม่รู้เรื่องแล้วจะไปพูดภาษาธรรมรู้เรื่องได้ยังไง พูดภาษาคนให้ได้ก่อนนะถึงค่อยไปอยากคุยภาษธรรม เพราะรู้ความหมายในธรรมข้อนั้นๆจึงพูดมาเป็นภาษาชาวบ้านได้ ส่วนคนโง่อ่านรู้นิดหน่อยก็หลงพูดไปเรื่อยตามหนังสือโดยที่ไม่เคยได้สัมผัสเลย จึงพูดให้เข้าใจแบบบ้านๆไม่ได้

สงสารเม


ก๊ากๆๆๆๆ

คุณแค่อากาศ
ไม่สามารถทนรับได้ ขัดใจยิ่งนัก

กะการที่เม เอาพระอภิธรรม พระปริยัติ พระวินัย พระสูตร พระไตรปิฎก มาสอบสวนลง
ในการปฎิบัติมั่วๆส่งเดชของคุณ
ในการโม้อุตตุล ค้านคำสอนพระพุทธองค์

เพราะว่าเมื่อเทียบลงพระสูตร พระอภิธรรม พระไตรปิฎกแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่า

คุณแค่อากาศ มั่วแหลก ไม่ตรงตามคำที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ตรัสไว้ดีแล้ว

แถม คิดว่า คนเอาพระสูตรมาสอบสวน ตามคำที่พระพุทธองค์สอน นั้นบ้า

นอกจากปรามาสพระพุทธองค์แล้ว ยังปรามาสส่งเดชไปทั่ว

ขอพระรัตนตรัย และพระแม่ธรณีทรงเป็นพยานด้วยเทอญ

ก๊ากๆๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 18:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ก๊ากๆๆๆ

คุณแค่อากาศ รู้มาผิดๆๆ ท่องมาผิดๆๆ จำมาผิดๆๆ ปฎิบัติมาผิดๆๆ

เรยยิ่ง ทนไม่ไหวยิ่งนัก

เมื่อเม เอาข้อความที่โม้อุตตลุต มาสอบสวนลงในพระอภิธรรม ในพระปริยัติ ที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ดีแล้วในมหาประเทศ

นี้ไม่ใช่ ไม่เป็นเป็นพระดำรัส ของพระผู้มีพระภาคเจ้า แน่นอน

การโม้อุตลุต ว่าปฎิบัติมายิ่งนัก เรยหน้าแตก ทนไม่ไหว

เพราะแย้งคำสอนพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา





ก๊ากๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 18:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 512

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
ก๊ากๆๆๆ

คุณแค่อากาศ รู้มาผิดๆๆ ท่องมาผิดๆๆ จำมาผิดๆๆ ปฎิบัติมาผิดๆๆ

เรยยิ่ง ทนไม่ไหวยิ่งนัก

เมื่อเม เอาข้อความที่โม้อุตตลุต มาสอบสวนลงในพระอภิธรรม ในพระปริยัติ ที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ดีแล้วในมหาประเทศ

นี้ไม่ใช่ ไม่เป็นเป็นพระดำรัส ของพระผู้มีพระภาคเจ้า แน่นอน

การโม้อุตลุต ว่าปฎิบัติมายิ่งนัก เรยหน้าแตก ทนไม่ไหว

เพราะแย้งคำสอนพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา





ก๊ากๆๆๆ



สายอ่อนอยากให้เขาทำตามตัวเองพอใครไมทำตามผิดหมด นี่โง่มาก คนฉลาดเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในพระไตรหรืออภิธรรม คนโง่ก็แบบเมนี่แหละบ้ามาจากไหนไม่รู้ เป็นใครขอทานที่ไหนก็ไม่รู้จัก อยู่ๆมาชี้หน้าสั่งให้เขาเชื่อแล้วทำตามตนเอง มีแต่คนบ้าที่ทำแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งขายโง่ตัวเอง

:b32: :b32: :b32:

คนฉลาดไม่ต้องไปร้องขอให้ใครเชื่อตน แต่ทำให้คนอื่นเห็นเขาจะรู้ตามเอง ใช้ปัญญาให้มากนะเม อย่าหลงตามสมมติกิเลสของปลอมจะเป็นคนโง่ ตื่นได้แล้ว อย่าโง่ต่ออีก :b32: :b32: :b32:

พี่ไม่เห็นต้องไปบังคับหรือร้องขอให้ใครมาเชื่อหรือสนใจตนเองเลยนะ แต่สิ่งที่ทำมันทำให้คนพิจารณาตามได้บ้าง หรือแสดงความเห็นได้บ้าง หรือคุยกันต่อไปถึงปัญญาที่ยิ่งๆขึ้นได้บ้าง ไม่ว่าจะว่าแนวไหนเขาก็ยินดีรับฟังคุยด้วย เหมือนที่เมทนไม่ได้ต้องให้ความสนใจตั้งแต่พี่ตั้งกระทู้เพื่อจะมาหาทางคุยด้วยนั่นแหละครับ :b32: :b32:
เพราะเป็นจุดสนใจโดยที่ไม่ต้องด่าต้องบังคับ เมก็เข้ามาหาเอง ส่วนท่านอื่นๆจะมาคุยแสดงความเห็นกันบ้าง แนะนำผมบ้าง คุยสืบต่อสิ่งที่ยิ่งๆขึ้นบ้าง อย่างท่านกรัซกาย ท่านทริปเปิ้ลเอส ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเจ เป็นต้น

ดูความแตกต่างกันสิครับระหว่างคนเขลาอย่างเมที่อยากให้คนศรัทธาตนเองทำตามตนมากจนเสียจริต กับสิ่งที่คนอื่นเขาคุยกันแบบสุภาพมีปัญญา อ้างอิงกันได้ แม้จะข้องฝจขัดกันก็คุยด้วยปัญญหาอ้างอิงเหตุผลกันมา จะยกอะไรมาก็คุยได้หมด
..เช่น คำว่า สมมติ เมยังไม่รู้จักเลย สายพระป่าท่านสอนมามาก โดยให้ปฏบัติให้เข้าเห็นจริง ไม่ได้มาโม้สอนเพ้อแบบเมทำ ซึ่งคำว่าสมมติไม่ได้ใช้จำกัดความเฉพาะความคิด แต่ความคิดมันเห็นง่ายเมื่ออธิบายกับความคิดคนจะเข้าใจง่าย เริ่มจากเรื่องราวที่คิดไม่จริง ไปสู่ตัวสร้างเรื่องราวความคิดนั้นๆให้เกิดขึ้นคือ ความรู้โดยสมมติจากสัญญา สังขารแห่งกิเลส ซึ่งเป็นตัวสร้างสมมติขึ้นมา โดยสมมติกิเลสของปลอมก็คือสิ่งที่อยู่กับจิตเม ที่ทำให้ใจเมหลงตามว่าเป็นตน ความรู้สึกว่าตน ของตน ตัวตน ตนรู้สึกนั้นแหละ สิ่งนั้นเป็นตน โดยอาศัยสฬายตนะ เป็นเบ็ด วางล่อใจไว้ด้วยเหยื่อคือผัสสะรับรู้อารมณ์ความรู้สึกโดยสมมติให้ใจหลงตะครุบหลงตาม ซึ่งได้อธิบายแยกส่วนนี้ไว้แล้วตั้งแต่ต้น..
- ทั้งขั้นต้นความคิด
- ขั้นกลาง การเอาใจเข้ายึดครองไม่เห็นของจริงภายในเพราะหลงสมมติตามกิเลสของปลอม
- ขั้นสุด นิวรณ์ที่อยู่ในจิต จนถึงอวิชชา ไม่รู้ของจริง

.. ดังนั้นจึงบอกไม่ใช่ของหลวงปู่ดุลย์แต่เป็นคำสอนของพระป่า ซึ่งคำจำกัดความเป็นแนวหลวงปู่ดุลย์จริง พระป่าท่านชิ่นชมครูบาอาจารย์ท่านใดก็ใช้กล่าวพูดกันโดยจะกล่าวว้า..เหมือนดั้งครูบาอาจารย์ท่านนี้ๆ ได้กล่าวไว้ว่าอย่างนี้ๆ ท่านใช้จำกัดความให้เดินจิตถูกตรง เมื่อคนใดปฏิบัติเห็นตามก็จะฝช้คำจำกัดความของตนแม้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในคำจำกัดความที่เข้าใจได้ง่าย ..แต่คนที่ไม่เคยเรียนรู้จริง ปฏิบัติไม่พอให้เต็มผล ก็จะเกิดการเข้าใจผิดแบบที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้

..ขนาดพูดในภาษาบ้านๆยังไม่รู้เรื่อง แล้วจะไปพูดภาษาธรรมรู้เรื่องได้ยังไง

..พูดภาษาคนให้ได้ก่อนนะถึงค่อยไปอยากคุยภาษธรรม

.. เพราะรู้ความหมายในธรรมข้อนั้นๆจึงพูดธรรมมาเป็นภาษาชาวบ้านได้

.. ส่วนคนโง่อ่านรู้นิดหน่อยก็หลงพูดไปเรื่อยตามหนังสือโดยที่ไม่เคยได้สัมผัสเลย จึงพูดให้เข้าใจแบบบ้านๆไม่ได้ อะไรที้ตนไม่เคยอ่าน ไม่เคยเหเ็น ไม่เคยเจอก็ผิดหมด แล้วก็ปรามาศเขาไปทั่ว นี่คนโง่ทำแบบนี้
.. ถ้าเมอยากให้คนเห็นตาตน การเข้าถึงคนไม่ยากเลย คิดดี พูดดี ทำดี ก็เข้าถึงได้แล้ว ไม่พูดด้วยกิเลส ใช้ปัญญา ไม่ใช้ความรู้สึก ยกตัวอย่าง เชิงอรรถาธิบาย ให้เขาเห็นตามรู้สึกสนใจ แล้วยกขึ้นให้เขาเห็นว่าเพราะเมเรียนรู้อะไรมา ศษายังไงจึงทำให้นึ้ได้ ไม่ปรามาสครูบาอาจารย์ซึ่งหลายท่านเป็นพระอรหันตฺกรรมจะหนัก สอนกันมาผิดๆอยากให้คนเห็ามตนมากจนเสัยจริตก็แสดงออกใาได้แต่ธรรมที่เป็นกิเลส แสดงแต่ควาทโง่ตนออกมา

สงสารเมนะ สิ่งที่พี่บอกคือนอสัยของบัณฑิตคนมีความรู้มีการศึกษา สถานะภาพครอบครัวที่อบรมมาดี ถ้าฉดก็ตักแนวทางวิธีดีๆไป ถ้าไม่ฉลสดหลงโง่อยู่ก็ทำเหมือนเดิมต่อไป ดูได้กระทู้ไหนเใเข้าไปยุ่งเขาจะระอาเบื่อขยะแขยง ถึงรู้ว่าแค่คนโง่อยากอวดฉลาดอยากมำให้คยอื่นทำตามตนแต่แสดงออกแบบโง่ๆ ท่านกรัซกาย ท่านมิปเปิ้ลเอส ท่านเจ ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเหล่านี้ผมชมเลยว่าเก่งนะ ยังมีจุดยืน รู้แลกเปลั่ยนทำความเข้าใจกัน ความรู้ความเข้าใจและฉลาดแสดงออกมากว่าเมเยอะเลย

...........

นี่ถือว่าให้ความอนุเคราะห์เมแล้วนะจะได้หายโง่ ไม่พูดหยาบ พูดให้เข้าใจ แต่ถ้าอยากแถก็ตามสบายครับ เข้าใจเมครับ สันดรขุดง่าย สันดานขุดยาก
พยายามแนะนำให้ใช้ปัญญา แต่ยังใช้ความโง่อยู่ก็ตามใจ

แม้พี่พูดไปนี้ เมก็น้อมใจตามไปแล้ว แต่เพรามานะทิฏฐิจึงยังคงกิเลสแสดงตนอยู่ ชยะมานะทิฏฐินี่เก่งกว่าเสพย์มันนะคนสวย

ถือว่าพี่สงเคราะห์เมแล้วจะทำไงต่อไปอยู่ที่เมละครับพี่เบื่อพิมพ์แระขี้เกียจไร้สาระ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 08 ก.พ. 2019, 21:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 20:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6051

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
กรัชกาย เขียน:
สมมติ การรู้ร่วมกัน, การตกลงกัน, การมีมติร่วมกัน หรือยอมรับร่วมกัน

สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติ คือ โดยความตกลงหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์ เช่น นาย ก. นาย ข. ช้าง ม้า มด โต๊ะ หนังสือ พ่อ แม่ ลูก เพื่อน ลานธรรมจักร ลานธรรมเสวนา พันทิพ พลังจิต เป็นต้น ซึ่งเมื่อกล่าวตามสภาวะ หรือโดยปรมัตถ์แล้วก็เป็นเพียงสังขาร หรือนามรูป หรือขันธ์ ๕ เท่านั้น

บัญญัติ การตั้งขึ้น, ข้อที่ตั้งขึ้น, การกำหนดเรียก, การเรียกชื่อ, การวางเป็นกฎไว้, ข้อบังคับ


:b1:

รู้จักสมมติแล้วใช้ให้เป็น ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ใช้สมมติกันอยู่ แต่มากคนไม่รู้จักสมมติ


ความหมายของคำว่าสมมุติ ของคุณกบนอกกะลา
น่าจะหมายถึงการปรุงแต่งเวทนาของสัญญาสังขาร
อันนี้ผมเคยเห็น

:b12:
สมมุติมีไว้ให้ละไม่ใช่มีไว้ให้แบกที่ยึดเพราะไม่รู้ก็ถ้ารู้จึงจะละวางอัตตาลงได้น๊าแม้ตำราก็ยึดอยู่คือไม่รู้ทุกข์
:b13:
:b16: :b16:

พิจารณาสิ...แม้แต่เอ่ยชื่อตัวเองก็จำผิดเคลื่อนจากสัจจะ
เอ่ยถึงพระพุทธเจ้าปุ๊บจำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องทันที
แล้วสัจจะตรงความจริงที่ปัญญารู้อยู่ไหนคะ
เวลาเห็นแสงดาวบนท้องฟัาคืออดีตแสง
เพราะแสงที่ปรากฏใช้เวลาเดินทาง
4ปีแปลว่าสีที่ปรากฏคือสีดาว
เมื่อ4ปีที่แล้วตาไม่เห็นสัจจะ
ตาเนื้อเห็นอดีตนิมิตสีค่ะ
:b12:
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6051

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
กรัชกาย เขียน:
สมมติ การรู้ร่วมกัน, การตกลงกัน, การมีมติร่วมกัน หรือยอมรับร่วมกัน

สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติ คือ โดยความตกลงหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์ เช่น นาย ก. นาย ข. ช้าง ม้า มด โต๊ะ หนังสือ พ่อ แม่ ลูก เพื่อน ลานธรรมจักร ลานธรรมเสวนา พันทิพ พลังจิต เป็นต้น ซึ่งเมื่อกล่าวตามสภาวะ หรือโดยปรมัตถ์แล้วก็เป็นเพียงสังขาร หรือนามรูป หรือขันธ์ ๕ เท่านั้น

บัญญัติ การตั้งขึ้น, ข้อที่ตั้งขึ้น, การกำหนดเรียก, การเรียกชื่อ, การวางเป็นกฎไว้, ข้อบังคับ


:b1:

รู้จักสมมติแล้วใช้ให้เป็น ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ใช้สมมติกันอยู่ แต่มากคนไม่รู้จักสมมติ


ความหมายของคำว่าสมมุติ ของคุณกบนอกกะลา
น่าจะหมายถึงการปรุงแต่งเวทนาของสัญญาสังขาร
อันนี้ผมเคยเห็น

:b12:
สมมุติมีไว้ให้ละไม่ใช่มีไว้ให้แบกที่ยึดเพราะไม่รู้ก็ถ้ารู้จึงจะละวางอัตตาลงได้น๊าแม้ตำราก็ยึดอยู่คือไม่รู้ทุกข์
:b13:
:b16: :b16:

พิจารณาสิ...แม้แต่เอ่ยชื่อตัวเองก็จำผิดเคลื่อนจากสัจจะ
เอ่ยถึงพระพุทธเจ้าปุ๊บจำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องทันที
แล้วสัจจะตรงความจริงที่ปัญญารู้อยู่ไหนคะ
เวลาเห็นแสงดาวบนท้องฟัาคืออดีตแสง
เพราะแสงที่ปรากฏใช้เวลาเดินทาง
4ปีแปลว่าสีที่ปรากฏคือสีดาว
เมื่อ4ปีที่แล้วตาไม่เห็นสัจจะ
ตาเนื้อเห็นอดีตนิมิตสีค่ะ
:b12:
:b16: :b16:

ถ้าไม่ได้กำลังทำสุตมยปัญญาแปลว่าทำแต่กิเลสใหม่ไปเรื่อยต้องรู้น๊าว่าตนเคยทำปัญญาตรงจริงเดี๋ยวนี้ไหม
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ตรงสัจจะ อดีต อนาคต เจ้าอย่าหวังว่าจะเกิดปัญญาเองได้เพราะความไม่รู้บาลีเรียกกิเลสมีที่จิต
ปัญญาเกิดจากการฟังคำสอนเคยทำฟังบ้างหรือยังคะมีตัวตนไปทำตามใจไม่ใช่การทำปัญญาตามคำสอน
:b55: :b55: :b55: :b55: :b55:
https://youtu.be/rSAX3OMhiTI


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 21:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
โลกสวย เขียน:
ก๊ากๆๆๆ

คุณแค่อากาศ รู้มาผิดๆๆ ท่องมาผิดๆๆ จำมาผิดๆๆ ปฎิบัติมาผิดๆๆ

เรยยิ่ง ทนไม่ไหวยิ่งนัก

เมื่อเม เอาข้อความที่โม้อุตตลุต มาสอบสวนลงในพระอภิธรรม ในพระปริยัติ ที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ดีแล้วในมหาประเทศ

นี้ไม่ใช่ ไม่เป็นเป็นพระดำรัส ของพระผู้มีพระภาคเจ้า แน่นอน

การโม้อุตลุต ว่าปฎิบัติมายิ่งนัก เรยหน้าแตก ทนไม่ไหว

เพราะแย้งคำสอนพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา





ก๊ากๆๆๆ



สายอ่อนอยากให้เขาทำตามตัวเองพอใครไมทำตามผิดหมด นี่โง่มาก คนฉลาดเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในพระไตรหรืออภิธรรม คนโง่ก็แบบเมนี่แหละบ้ามาจากไหนไม่รู้ เป็นใครขอทานที่ไหนก็ไม่รู้จัก อยู่ๆมาชี้หน้าสั่งให้เขาเชื่อแล้วทำตามตนเอง มีแต่คนบ้าที่ทำแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งขายโง่ตัวเอง

:b32: :b32: :b32:

คนฉลาดไม่ต้องไปร้องขอให้ใครเชื่อตน แต่ทำให้คนอื่นเห็นเขาจะรู้ตามเอง ใช้ปัญญาให้มากนะเม อย่าหลงตามสมมติกิเลสของปลอมจะเป็นคนโง่ ตื่นได้แล้ว อย่าโง่ต่ออีก :b32: :b32: :b32:

พี่ไม่เห็นต้องไปบังคับหรือร้องขอให้ใครมาเชื่อหรือสนใจตนเองเลยนะ แต่สิ่งที่ทำมันทำให้คนพิจารณาตามได้บ้าง หรือแสดงความเห็นได้บ้าง หรือคุยกันต่อไปถึงปัญญาที่ยิ่งๆขึ้นได้บ้าง ไม่ว่าจะว่าแนวไหนเขาก็ยินดีรับฟังคุยด้วย เหมือนที่เมทนไม่ได้ต้องให้ความสนใจตั้งแต่พี่ตั้งกระทู้เพื่อจะมาหาทางคุยด้วยนั่นแหละครับ :b32: :b32:
เพราะเป็นจุดสนใจโดยที่ไม่ต้องด่าต้องบังคับ เมก็เข้ามาหาเอง ส่วนท่านอื่นๆจะมาคุยแสดงความเห็นกันบ้าง แนะนำผมบ้าง คุยสืบต่อสิ่งที่ยิ่งๆขึ้นบ้าง อย่างท่านกรัซกาย ท่านทริปเปิ้ลเอส ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเจ เป็นต้น

ดูความแตกต่างกันสิครับระหว่างคนเขลาอย่างเมที่อยากให้คนศรัทธาตนเองทำตามตนมากจนเสียจริต กับสิ่งที่คนอื่นเขาคุยกันแบบสุภาพมีปัญญา อ้างอิงกันได้ แม้จะข้องฝจขัดกันก็คุยด้วยปัญญหาอ้างอิงเหตุผลกันมา จะยกอะไรมาก็คุยได้หมด
..เช่น คำว่า สมมติ เมยังไม่รู้จักเลย สายพระป่าท่านสอนมามาก โดยให้ปฏบัติให้เข้าเห็นจริง ไม่ได้มาโม้สอนเพ้อแบบเมทำ ซึ่งคำว่าสมมติไม่ได้ใช้จำกัดความเฉพาะความคิด แต่ความคิดมันเห็นง่ายเมื่ออธิบายกับความคิดคนจะเข้าใจง่าย เริ่มจากเรื่องราวที่คิดไม่จริง ไปสู่ตัวสร้างเรื่องราวความคิดนั้นๆให้เกิดขึ้นคือ ความรู้โดยสมมติจากสัญญา สังขารแห่งกิเลส ซึ่งเป็นตัวสร้างสมมติขึ้นมา โดยสมมติกิเลสของปลอมก็คือสิ่งที่อยู่กับจิตเม ที่ทำให้ใจเมหลงตามว่าเป็นตน ความรู้สึกว่าตน ของตน ตัวตน ตนรู้สึกนั้นแหละ สิ่งนั้นเป็นตน โดยอาศัยสฬายตนะ เป็นเบ็ด วางล่อใจไว้ด้วยเหยื่อคือผัสสะรับรู้อารมณ์ความรู้สึกโดยสมมติให้ใจหลงตะครุบหลงตาม ซึ่งได้อธิบายแยกส่วนนี้ไว้แล้วตั้งแต่ต้น..
- ทั้งขั้นต้นความคิด
- ขั้นกลาง การเอาใจเข้ายึดครองไม่เห็นของจริงภายในเพราะหลงสมมติตามกิเลสของปลอม
- ขั้นสุด นิวรณ์ที่อยู่ในจิต จนถึงอวิชชา ไม่รู้ของจริง

.. ดังนั้นจึงบอกไม่ใช่ของหลวงปู่ดุลย์แต่เป็นคำสอนของพระป่า ซึ่งคำจำกัดความเป็นแนวหลวงปู่ดุลย์จริง พระป่าท่านชิ่นชมครูบาอาจารย์ท่านใดก็ใช้กล่าวพูดกันโดยจะกล่าวว้า..เหมือนดั้งครูบาอาจารย์ท่านนี้ๆ ได้กล่าวไว้ว่าอย่างนี้ๆ ท่านใช้จำกัดความให้เดินจิตถูกตรง เมื่อคนใดปฏิบัติเห็นตามก็จะฝช้คำจำกัดความของตนแม้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในคำจำกัดความที่เข้าใจได้ง่าย ..แต่คนที่ไม่เคยเรียนรู้จริง ปฏิบัติไม่พอให้เต็มผล ก็จะเกิดการเข้าใจผิดแบบที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้

..ขนาดพูดในภาษาบ้านๆยังไม่รู้เรื่อง แล้วจะไปพูดภาษาธรรมรู้เรื่องได้ยังไง

..พูดภาษาคนให้ได้ก่อนนะถึงค่อยไปอยากคุยภาษธรรม

.. เพราะรู้ความหมายในธรรมข้อนั้นๆจึงพูดธรรมมาเป็นภาษาชาวบ้านได้

.. ส่วนคนโง่อ่านรู้นิดหน่อยก็หลงพูดไปเรื่อยตามหนังสือโดยที่ไม่เคยได้สัมผัสเลย จึงพูดให้เข้าใจแบบบ้านๆไม่ได้ อะไรที้ตนไม่เคยอ่าน ไม่เคยเหเ็น ไม่เคยเจอก็ผิดหมด แล้วก็ปรามาศเขาไปทั่ว นี่คนโง่ทำแบบนี้
.. ถ้าเมอยากให้คนเห็นตาตน การเข้าถึงคนไม่ยากเลย คิดดี พูดดี ทำดี ก็เข้าถึงได้แล้ว ไม่พูดด้วยกิเลส ใช้ปัญญา ไม่ใช้ความรู้สึก ยกตัวอย่าง เชิงอรรถาธิบาย ให้เขาเห็นตามรู้สึกสนใจ แล้วยกขึ้นให้เขาเห็นว่าเพราะเมเรียนรู้อะไรมา ศษายังไงจึงทำให้นึ้ได้ ไม่ปรามาสครูบาอาจารย์ซึ่งหลายท่านเป็นพระอรหันตฺกรรมจะหนัก สอนกันมาผิดๆอยากให้คนเห็ามตนมากจนเสัยจริตก็แสดงออกใาได้แต่ธรรมที่เป็นกิเลส แสดงแต่ควาทโง่ตนออกมา

สงสารเมนะ สิ่งที่พี่บอกคือนอสัยของบัณฑิตคนมีความรู้มีการศึกษา สถานะภาพครอบครัวที่อบรมมาดี ถ้าฉดก็ตักแนวทางวิธีดีๆไป ถ้าไม่ฉลสดหลงโง่อยู่ก็ทำเหมือนเดิมต่อไป ดูได้กระทู้ไหนเใเข้าไปยุ่งเขาจะระอาเบื่อขยะแขยง ถึงรู้ว่าแค่คนโง่อยากอวดฉลาดอยากมำให้คยอื่นทำตามตนแต่แสดงออกแบบโง่ๆ ท่านกรัซกาย ท่านมิปเปิ้ลเอส ท่านเจ ท่านอ๊บ ท่านเอกอน ท่านเหล่านี้ผมชมเลยว่าเก่งนะ ยังมีจุดยืน รู้แลกเปลั่ยนทำความเข้าใจกัน ความรู้ความเข้าใจและฉลาดแสดงออกมากว่าเมเยอะเลย

...........

นี่ถือว่าให้ความอนุเคราะห์เมแล้วนะจะได้หายโง่ ไม่พูดหยาบ พูดให้เข้าใจ แต่ถ้าอยากแถก็ตามสบายครับ เข้าใจเมครับ สันดรขุดง่าย สันดานขุดยาก
พยายามแนะนำให้ใช้ปัญญา แต่ยังใช้ความโง่อยู่ก็ตามใจ

แม้พี่พูดไปนี้ เมก็น้อมใจตามไปแล้ว แต่เพรามานะทิฏฐิจึงยังคงกิเลสแสดงตนอยู่ ชยะมานะทิฏฐินี่เก่งกว่าเสพย์มันนะคนสวย

ถือว่าพี่สงเคราะห์เมแล้วจะทำไงต่อไปอยู่ที่เมละครับพี่เบื่อพิมพ์แระขี้เกียจไร้สาระ


ก๊ากๆๆๆ

คุณแค่อากาศนี่คือตัวอย่าง คนที่ไม่เอาปริยัติ ไม่เอาคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นหลัก
โดนเม เอาข้อความ ไปสอบลงพระธรรม พระอภิธรรม พระไตรปิฎก เรยจอดไม่แจว

คำถามถามๆไป ไม่กล้ามาตอบ

กลัวโดนสอบลงพระไตรปิฎก ตามมหาประเทศ ที่พระพุทธองค์กล่าว
จำมาผิดๆ รู้มาผิดๆ ท่องมาผิดๆๆ ปฎิบัติผิดๆๆ

จนไม่รู้ว่า ใครปฎิบัติ ถูกต้องตามพุทธวิชชา

คำกล่าวต่างๆ สอบลงพระปริยัติไม่ได้ สอบลงพระวินัย พระไตรปิฎกไม่ได้

ก็เรย ทำมาผิดๆๆ ทอ่งมาผิดๆๆ รู้มาผิดๆๆๆ
ไม่ตรงตามที่พระพุทธองค์แสดงไว้ในพระไตรปิฎก

คุณแค่อากาศ ไม่รู้ว่า พี่เอกอน พี่กบ ลุงกรัชกาย หรือป้าโรส ทำไมถึงเอาแต่หัวเราะ

เพราะ ว่า เมพูดไม่ผิด ตามพระธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านแสดง
ตรวจสอบคุณแค่อากาศ นิดๆหน่อยๆ ตามพระธรรม ก็หน้าแตกไปแระ

ก้อเรยปล่อยให้เม เอามหาประเทศ มาตรวจสอบ ขึงพืดคุณแค่อากาศ
ให้โลกได้ชมไงคะ

คุณแค่อากาศ จึงเป็นตัวอย่างคนเขลา ความเขลาของคนที่ไม่เอาปริยัติพระพุทธองค์

ดีนะที่เม ไม่ค่อยมีเวลา เรยยั้งๆมือให้

ไม่งั้นจะไล่แสดงความเขลาของคุณแค่อากาศ
ตามพระธรรม ทุกบรรทัดเรย ว่าผิดเพี้ยนจากพระอภิธรรม พระไตรปิฎกมากมายเท่าไร




ก๊ากๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 21:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


.. ดังนั้นจึงบอกไม่ใช่ของหลวงปู่ดุลย์แต่เป็นคำสอนของพระป่า ซึ่งคำจำกัดความเป็นแนวหลวงปู่ดุลย์จริง พระป่าท่านชิ่นชมครูบาอาจารย์ท่านใดก็ใช้กล่าวพูดกันโดยจะกล่าวว้า..เหมือนดั้งครูบาอาจารย์ท่านนี้ๆ ได้กล่าวไว้ว่าอย่างนี้ๆ ท่านใช้จำกัดความให้เดินจิตถูกตรง เมื่อคนใดปฏิบัติเห็นตามก็จะฝช้คำจำกัดความของตนแม้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในคำจำกัดความที่เข้าใจได้ง่าย ..แต่คนที่ไม่เคยเรียนรู้จริง ปฏิบัติไม่พอให้เต็มผล ก็จะเกิดการเข้าใจผิดแบบที่เกิดขึ้นในกระทู้นี้

ก๊ากๆๆ

คุณแค่อากาศ ลองโชว์หน่อยสิคะ
ว่าพระป่าของคุณแค่อากาศ

ท่านเดินจิตถูกต้องตรงตามหลวงปู่ดูลย์
ได้ขนาดไหน

ที่เมถามไป

ว่า
หลวงปู่พุทธ ฐานิโย
กะ
หลวงปู่ดูลย์

ท่านมีความแตกต่างกัน กันอย่างไร ในการเดินจิต
และแตกต่างกัน ในการเห็นสังขารแบบไหน

จะได้รู้กันว่า เรียนรู้มาจริง ปฎิบัติมาจริงหรือเปล่า

ผิดเพี้ยนไปจากที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ขนาดไหนค่ะ


ก๊ากๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 22:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


และคุณแค่อากาศ ก็ มาตอบคำถามเสียดีๆดีกว่า

มัวแต่แถไปทางอื่น


ตอบมาซะดีกว่า นะค๊ะ

สังขารคืออะไร ?
การเห็นสังขาร ของคุณนักปฎิบัติ น่ะ
การเห็นเป็นยังไง ?ลักษณะที่เข้าไปเห็น ?ผลที่เข้าไปเห้น? เป็นยังไง
ได้โปรด ช่วยอธิบายหน่อยนะคะ

เชิญอาจารย์ที่คุณแค่อากาศ แนะนำ มาช่วยตอบก็ได้นะค๊ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2019, 03:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
กรัชกาย เขียน:
สมมติ การรู้ร่วมกัน, การตกลงกัน, การมีมติร่วมกัน หรือยอมรับร่วมกัน

สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติ คือ โดยความตกลงหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์ เช่น นาย ก. นาย ข. ช้าง ม้า มด โต๊ะ หนังสือ พ่อ แม่ ลูก เพื่อน ลานธรรมจักร ลานธรรมเสวนา พันทิพ พลังจิต เป็นต้น ซึ่งเมื่อกล่าวตามสภาวะ หรือโดยปรมัตถ์แล้วก็เป็นเพียงสังขาร หรือนามรูป หรือขันธ์ ๕ เท่านั้น

บัญญัติ การตั้งขึ้น, ข้อที่ตั้งขึ้น, การกำหนดเรียก, การเรียกชื่อ, การวางเป็นกฎไว้, ข้อบังคับ


:b1:

รู้จักสมมติแล้วใช้ให้เป็น ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ใช้สมมติกันอยู่ แต่มากคนไม่รู้จักสมมติ


ความหมายของคำว่าสมมุติ ของคุณกบนอกกะลา
น่าจะหมายถึงการปรุงแต่งเวทนาของสัญญาสังขาร
อันนี้ผมเคยเห็น

:b12:
สมมุติมีไว้ให้ละไม่ใช่มีไว้ให้แบกที่ยึดเพราะไม่รู้ก็ถ้ารู้จึงจะละวางอัตตาลงได้น๊าแม้ตำราก็ยึดอยู่คือไม่รู้ทุกข์
:b13:
:b16: :b16:

พิจารณาสิ...แม้แต่เอ่ยชื่อตัวเองก็จำผิดเคลื่อนจากสัจจะ
เอ่ยถึงพระพุทธเจ้าปุ๊บจำเรื่องราวที่เกี่ยวข้องทันที
แล้วสัจจะตรงความจริงที่ปัญญารู้อยู่ไหนคะ
เวลาเห็นแสงดาวบนท้องฟัาคืออดีตแสง
เพราะแสงที่ปรากฏใช้เวลาเดินทาง
4ปีแปลว่าสีที่ปรากฏคือสีดาว
เมื่อ4ปีที่แล้วตาไม่เห็นสัจจะ
ตาเนื้อเห็นอดีตนิมิตสีค่ะ
:b12:
:b16: :b16:


พิจารณาสิ่งที่ผมกล่าวรึยัง ถึงได้คิดไปว่าผมแบกผมยึด
ที่ผมกล่าวไม่มีในตำราเลย ที่ผมกล่าวนั่นเป็นขณะโยนิโสมนสิการ
เห็นเวทนาเป็นอนัตตา เป็นการปรุงแต่งของสัญญา สังขารขันธ์
อุปาทานเป็นทุกข์ ไม่มีใครไปยึดตำราเลยมันเห็นอย่างนั้นเพราะ
ตั้งสติพิจารณาหาทางพ้นไปจากทุกข์

พิจารณาสิที่คุณกล่าวมันบ่งบอกว่าความเห็นคุณเป็นอย่างไร
เป็นความเห็นผิด หรือ ความเห็นชอบ เห็นอย่างนั้นแล้วทำให้
เรากลายเป็นคนแบบไหน อัตตาเบาบาง หรือยิ่งแน่นหนา
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ยังเป็นหลักใจให้ยึดเหนี่ยวมั้ย
ยังเคารพเชื่อฟังอยู่รึเปล่า หรือยึดเหนี่ยวความเห็นของตน
ความเห็นคนอื่นผิดหมด

ส่วนผมพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แน่นหนามั่นคงในใจแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2019, 04:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ก๊ากๆๆๆ

คนประเภทนี้มีมาก

พ้มปฎิบัติดีแล้ว พ้มมีพระพุทธพระธรรมพระอริยะสงฆ์ ในใจพ้มแล้ว

พ้มไม่เอาตำราแล้ว อย่าเอาตำรา ตามดำรัสของพระพุทธเจ้า ในมหาประเทศ
อย่าเอาพระปริยัติธรรม อย่าเอาพระธรรมวินัย
มาตรวจสอบพ้ม

เพราะพ้ม จะเจ้ง หน้าแตกแน่นอน

เพราะพ้ม ทำไม่ตรงคำสอนพระพุทธองค์


ก๊ากๆๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2019, 05:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 483

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมไม่ได้กล่าวว่า พ้มปฏิบัติดีแล้ว พ้มไม่เอาตำราแล้ว อย่าเอาตำรา
ตามดำรัสของพระพุทธเจ้า ในมหาประเทศอย่าเอาพระปริยัติธรรม
อย่าเอาพระธรรมวินัย มาตรวจสอบพ้ม

ผมกล่าวว่าส่วนผมพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แน่นหนามั่นคงในใจแล้ว
จะเอาอะไรมาตรวจสอบผม ผมก็ยินดีเปิดเผยตามจริงตามที่ตนได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจ
อะไรไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น ก็จะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น คุณโลกสวยอยากตรวจสอบก็เชิญ
นะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2019, 07:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12194


 ข้อมูลส่วนตัว


:b13: :b13: :b13:

คนนึ่ง..ดำรงชีพด้วยยูทูป

อีกคน..ก็ดำรงชีพด้วยการด่าคนอื่น..ไม่.ไม่.ไม่เรียนปริยัติ ไม่เรียนพระอภิธรรม ไม่เรียนพระไตรปิฎก

ดำรงชีพด้วยพุทธธรรม..ซะจริง..

:b32: :b32: :b32:

รูปภาพ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 274 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15 ... 19  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร