วันเวลาปัจจุบัน 26 มี.ค. 2019, 16:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2019, 19:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 6197

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
กรัชกาย เขียน:
ปราาชญ์บางท่านชี้ให้สังเกตความแตกต่าง ระหว่างอานาปานสติ กับ วิธีฝึกหัดเกี่ยวกับลมหายใจของลัทธิอื่นๆ เช่น การบังคับควบคุมลมหายใจของโยคะ ที่เรียกว่า ปราณยาม เป็นต้น ว่าเป็นคนละเรื่องกันทีเดียว โดยเฉพาะ อานาปานสติ เป็นวิธีฝึกสติ ไม่ใช่ฝึกหายใจ คือ อาศัยลมหายใจ เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับฝึกสติ
ส่วนการบังคับลมหายใจนั้น บางอย่างรวมอยู่ในวิธีบำเพ็ญทุกรกิริยา ที่พระพุทธเจ้าเคยทรงบำเพ็ญ และละเลิกมาแล้ว

(พุทธธรรมหน้า ๘๑๖)


ใช่ครับ ไม่ได้เพ่ง แต่ไม่ได้เผลอ แลดูอยู่เหมือนเราไม่แทรกแทรง

:b8:

แต่ตัวผมแล้วจะข่มในสมัยที่ควรข่ม คือต้องมีการ
บังคับบ้างในบางสมัย ในบางคราว หากปล่อยไปตาม
กิเลสแล้วคงไม่ควร

:b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ขำ และแนวออกขำๆ
ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2019, 10:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 29421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คิกๆๆ :b13:

ต่อ

๓. สมองและประสาท การออกกำลังกายนั้น มนุษย์แต่ละคนมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน พอจะแบ่งแยกประเภทอีกได้ ดังนี้ คือ

ก.ออกกำลังเพื่อต้องการสุขภาพอนามัยให้แข็งแรงจริงๆ

ข.ออกกำลังกายด้วยกีฬาชนิดต่างๆเพื่อความสนุกสนานและแข่งขันกัน

ค.เพราะชอบการพนัน โดยกีฬาประเภทนั้นช่วยในการออกกำลังกายด้วย เช่น บิลเลียด โบว์ลิ่ง หรือกอล์ฟ


การออกกำลังประเภทแรก จะช่วยพักผ่อนสมองและประสาทที่เคร่งเครียดมาทั้งวัน การทำอะไรอย่างเดียวติดต่อกันเป็นเวลา 20-30 นาที นั้น ถ้ามนุษย์ทำได้และสิ่งนั้น ไม่ต้องใช้ความคิดเลย เช่น การว่ายน้ำ การเดินเร็วๆ หรือการวิ่งเหยาะๆ โยคะ มวยจีน หรือกายกรรม ท่ามือเปล่า หรือการออกกำลังในห้องยิม เป็นการออกกำลังอย่างแท้จริงอย่างหนึ่ง และ
เป็นการฝึกสมาธิจิตไปด้วยในตัว เพราะในขณะที่ออกกำลังกายนั้น โอกาสที่จิตจะแกว่งไกวคิดอะไรย่อมน้อยกว่าขณะปกติแน่นอน ทำให้สมองได้พักจากการเครียด นั่นคือ ทำให้จิตสงบ ซึ่งนับว่าเป็นเบื้องต้นของการฝึกสมาธิ ดังคำที่กล่าวว่า "การบริหารจิตใจให้มีสมาธิ เพื่อให้จิตมีพลังหรือกำลังสามารถมีสติรอบคอบรักษาตนได้ดี"


สำหรับประเภท ข. และ ค. ย่อมได้ประโยชน์ในแง่ของการออกกำลังกายบ้างอย่างแน่นอนจะมากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ประเภทของกีฬานั้นๆ แต่ในด้านระบบประสาทและสมอง การออกกำลังประเภท ข. ยังเครียดน้อยกว่าออกกำลังกายประเภท ค. มาก แทนที่ก่อนไปทำงาน หรือ หลังเวลาทำงานแล้วจะได้พักสมอง และระบบประสาท แต่กลับตรงข้าม ประสาทและสมองจะถูกใช้อย่างเครียด เครียดมากเครียดน้อยก็ขึ้นอยู่กับวงเงินที่พนันและฝีมือของคู่ต่อสู้


การออกกำลังกายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองนี้ ควรใช้วิธีออกกำลังประเภท ก. จะดีที่สุด

สำหรับประเภท ข. ก็พอใช้ได้ และยังดีกว่าประเภท ค.
แต่อย่างไรก็ดี เพื่อจะให้ได้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านออกำลังกายอย่างแท้จริง และการทำจิตให้มีสมาธิประกอบเข้าไปด้วย จะโดยวิธีโยคะ หรือ อาศัยวิธี Transcendental Meditation (T.M.) หรือใช้หลักพุทธศาสนาก็ตาม ทุกอย่างล้วนแล้วแต่จะเป็นประโยชน์แก่สุขภาพอนามัยของกายและจิตของท่านเองทั้งสิ้น ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป


ฉะนั้น ถ้าท่านลองประยุกต์หลักของโยคะกับมวยจีน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ใช้หลักการคล้ายกัน คือ ออกกำลังกายไปพร้อมกับทำจิตให้เป็นสมาธิ ก็จะเป็นการดียิ่ง เช่น
ในขณะที่ท่านวิ่งช้าๆ หรือเดินเร็วๆ หรือว่ายน้ำช้าๆ ให้ท่านภาวนาหรือทำจิตให้เป็นสมาธิ ไม่คิดหรือนึกอะไร กำหนดรู้ปัจจุบันให้ทัน คือ ก้าวเท้าซ้าย ขวา หรือ วักน้ำซ้าย ขวา ถ้าจะคิดจะนึกอะไรขึ้นมา แม้จะโดยไม่ตั้งใจนึก ก็จงหยุดอย่านึกต่อไปให้เป็นคุ้งเป็นแคว จะทำให้จิตฟุ้งซ่าน จงรู้ตัว รู้ทัน และหยุดมันเสีย ปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำเรื่อยไปทุกโอกาส ไม่หยุดยั้ง จิตท่านจะได้รับการพักผ่อน จิตท่านจะนิ่งเป็นประจำด้วยการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ความประมาทจะห่างตัวท่าน พลังจะเกิดในจิตของท่าน เมื่อยามจำเป็นจะต้องใช้พลังนี้ก็จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2019, 11:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 29421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


๔. ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ก็เหมือนเครื่องจักร หรือเครื่องยนต์มีระบบคล้ายคลึงกัน การออกกำลังกายจำเป็นต้องให้ข้อต่อต่างๆ หมุนเวียนทำงาน ออกกำลังกายให้เหมาะสมพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป
ถ้าไม่มีการออกกำลังโดยเฉพาะข้อต่อต่างๆ เมื่ออายุสูงขึ้นจะมีแคลเซียมตกตะกอนออกมาจับตามข้อต่อต่างๆ ทำให้เกิดอาการข้อติด
ฉะนั้น การออกกำลังกายจึงควรออกกำลังให้ข้อต่อต่างๆ ทุกข้อเคลื่อนไหวอยู่เสมอด้วย จะทำให้ไม่มีอาการปวดข้อ ข้อที่ปวดได้มากที่สุด คือ ข้อต่อของคอ ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อไหล่ และข้อบริเวณสันหลังโดยตลอดถึงบั้นเอวและก้นกบ ข้อเหล่านี้ ย่อมสึกหรอลงเป็นธรรมดา

ฉะนั้น ผู้สูงอายุทุกคน ความสูงของร่างกายจะลดลงถึง 3-5 ซม.

ส่วนน้ำหนักตัวก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให้เกิดอาการมากหรือน้อย หรือไม่มีอาการต่อข้อต่างๆ

น้ำหนักตัวที่พอดี

สำหรับเพศชาย คือ ให้เอาส่วนสูงของร่างกายเป็น ซม. เช่น 170 ซม. ลบ ด้วย 100 ฉะนั้น น้ำหนักตัวของชายไม่ควรเกิน 70 กก.
น้ำหนักตัวของหญิงให้เอา 105-110 ลบออกจากส่วนสูง เช่น สูง 150 ซม. น้ำหนักตัวไม่ควรเกิน 55 – 50 กก. อย่างนี้เป็นต้น
เมื่อน้ำหนักตัวพอดี
ข้อมีการออกกำลังเคลื่อนไหวเสมอ อาการปวดข้อก็จะไม่เกิดขึ้น

พูดถึงเรื่องของข้อ สิ่งที่จำเป็นต้องระวังโรคอีกชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ”โรคผู้ดี” หรือ ”โรคเศรษฐี” หรือ ”โรคเก๊า” คือกินดีเกินไป โดยเฉพาะกินเนื้อประเภทเครื่องในต่างๆ และเนื้อสัตว์ปีกเกินปกติ จะทำให้กรดยูริคเพิ่มสูงในเลือด จะมีอาการปวดตามข้อ ข้อควรระวัง ก็คือ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเหล่านั้นเสีย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2019, 13:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 29421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


๕.การย่อยอาหาร และการขับถ่าย จะเป็นไปอย่างปกติได้ดีนั้น อวัยวะสำคัญ คือ กระเพาะ ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีความยาวประมาณเท่าความสูงของผู้นั้น

กระเพาะลำไส้ก็มีกล้ามเนื้ออยู่โดยรอบ ทำหน้าที่บีบน้ำย่อย และคลุกเคล้าอาหารที่กินเข้าไป ดูดซึมอาหารที่กลั่นกรองย่อยแล้วเข้าเส้นเลือด ตลอดจนรูดกากอาหาร คือ อุจจาระ ให้ออกจากร่างกาย

อวัยวะนี้ และอวัยวะภายในอื่นๆ ก็ต้องการการออกกำลังกายเช่นกัน ในขณะที่ออกกำลังกายนี้ กล้ามเนื้อกระเพาะ และลำไส้จะเคลื่อนไหวไปด้วย
การออกกำลังอวัยวะภายในตามวิธีของโยคะนั้น ให้ใช้กำปั้นทุบที่หน้าท้อง และใช้วิธีแขม่วท้องหรือนวดหน้าท้อง วิธีทั้งหลายที่เป็นการสร้างกำลังให้แก่กล้ามเนื้อกระเพาะลำไส้และข้อต่อต่างๆ รวมทั้งถุงน้ำดี จะทำให้การบีบน้ำย่อย และน้ำดีตลอดจนการย่อยอาหารเป็นไปด้วยดี มีสมรรถภาพ ทำให้การขับถ่ายดี

แต่ถ้าไม่มีการออกกำลังกาย หรือยิ่งถ้ามีความเครียดผสมเข้าไปอีก ระบบนี้ จะแปรปรวนทันที จะเกิดท้องผูก และในที่สุดจะเกิดโรคกระเพาะ หรือลำไส้เป็นแผล และอาจถึงแตกและทะลุ และมีเลือดออกได้ ถ้ารักษาไม่ทัน ก็จะถึงความตายในที่สุด

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2019, 13:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 29421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สรุปแล้ว การออกกำลังกายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอนั้น ป้องกันโรคร้ายแรงหลายสิบชนิดไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ยิ่งกว่านั้นปรากฏว่า ผู้ที่ป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ เบาหวาน ปวดหัวไม่รู้สาเหตุ โรคความดันโลหิตสูง หัวใจ กระเพาะ หืด ข้ออักเสพ โรคภูมิแพ้ หวัด มีไข้บ่อย ฯลฯ
ถ้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ โรคต่างๆ จะหายไปอย่างแปลกประหลาด ร่างกายกลับมาแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2019, 13:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 29421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต่อ

viewtopic.php?f=1&t=56989

รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: luna และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร