วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2020, 19:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บุญ เครื่องชำระสันดาน, ความดี, กรรมดี, ความประพฤติชอบทางกาย วาจา และใจ, กุศลกรรม, ความสุข, กุศลธรรม

ที่กล่าวมานั้น เป็นความหมายทั่วไปโดยสรุป

ต่อนี้พึงทราบคำอธิบายละเอียดขึ้น เริ่มแต่ความหมายตามรูปศัพท์ว่า

"กรรมที่ชำระสันดานของผู้กระทำให้สะอาด"

"สภาวะอันทำให้เกิดความน่าบูชา"

"การกระทำอันทำให้เต็มอิ่มสมน้ำใจ"

ความดี, กรรมที่ดีงามเป็นประโยชน์, ความประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ,

กุศล (มักหมายถึงโลกิยกุศลหรือความดีที่ยังกอปรด้วยอุปธิ คือ เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรารถนากันในหมู่ชาวโลก เช่น โภคสมบัติ,)

บางทีหมายถึงผลของการประกอบกุศล หรือผลบุญนั่นเอง เช่น ในพุทธพจน์ (ที.ปา.11/33/62) ว่า "ภิกษุทั้งหลาย เพราะการสมาทานกุศลธรรมทั้งหลายเป็นเหตุ บุญนี้ ย่อมเจริญเพิ่มพูนอย่างนี้" และ

มีพุทธพจน์ (ขุ.อิติ.25/200/240) ตรัสไว้ด้วยว่า "ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย อย่าได้กลัวต่อบุญเลย คำว่า บุญนี้ เป็นชื่อของความสุข"

(บุญ ในพุทธพจน์ ทรงเน้นที่การเจริญเมตตาจิต)

พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้ศึกษาบุญ "ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย" ขุ.อิติ.25/200/241; 238/270) คือ ฝึกปฏิบัติหัดทำให้ชีวิตเจริญงอกงามขึ้นในความดี และสมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติที่ดี

ในการทำบุญ ไม่พึงละเลยพื้นฐานที่ตรงตามสภาพความเป็นจริงของชีวิต ให้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมเจริญงอกงามหนุนกันขึ้นไปสู่ความดีงามที่สมบูรณ์ เช่น พึงระลึกถึงพุทธพจน์ (สํ.ส.15/146/46) ที่ว่า

"ชนเหล่าใด ปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน (รวมทั้งจัดเรือข้ามฟาก) จัดบริการน้ำดื่ม และบึงบ่อสระน้ำ ให้ที่พักอาศัย บุญของชนเหล่านั้น ย่อมเจริญงอกงาม ทั้งคืนทั้งวัน ตลอดทุกเวลา, ชนเหล่านั้น ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นผู้เดินทางสวรรค์"

คัมภีร์ทั้งหลายกล่าวถึงบุญกรรมที่ชาวบ้านควรร่วมกันทำไว้เป็นอันมาก เช่น (ชา.อ.1/299) การปรับปรุงซ่อมแซมถนนหนทาง สร้างสะพาน ขุดสระน้ำ สร้างศาลาที่พักและที่ประชุม ปลูกสวนปลูกป่า ให้ทาน รักษาศีล

พระพุทธเจ้าตรัสประมวลหลักการทำบุญที่พึงศึกษาไว้ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๓ (ขุ.อิติ.25/238/270) ซึ่ง

พระอรรถกถาจารย์ได้แจกแจงให้เห็นตัวอย่างในการขยายความออกไปเป็น บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ (เช่น สงฺคณี.อ. 208) ตรงข้ามกับ บาป

บาป ความชั่ว, ความร้าย, ความชั่วร้าย, กรรมชั่ว, กรรมลามก, อกุศลกรรมที่ส่งให้ถึงความเดือดร้อน, สภาพที่ทำให้ถึงคติอันชั่ว, สิ่งที่ทำจิตให้ตกสู่ที่ชั่ว คือ ทำให้เลวลง ให้เสื่อมลง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2020, 11:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สังคมจะสันติสุข คนต้องรู้จักความสุขจากการแบ่งปัน

รูปภาพ

“ออกจากโคราช ผ่านลำตะคองก่อนเข้าเขตปากช่องขับรถเลนส์ขวาตลอด ขณะนั้นประมาณ บ่าย 2 ครึ่งกว่าๆแล้ว แดดยังแรง หางตาแว่บไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินกระเตงลูกเข้าเอวตรงเกาะกลางที่มีต้นไม้ปลูกอยู่เป็นแนว แม้จะผ่านแค่แว่บเดียวแต่สิ่งที่มองเห็นคือ ผู้หญิงตัวเล็กผอมกระเตงเด็กข้างเอว กระเป๋าสะพายที่สะพายอยู่มีเสื้อผ้าเหมือนยัดอยู่แบบลวกๆมองเห็นเสื้อผ้าที่ออกมานอกกระเป๋าที่ไม่ได้ปิดซิบ มือสองข้างถือถุงที่มีของในนั้นอยู่เต็มถุง เธอเอา 2 มือประสานไว้รอบเอวของเด็ก แล้วก็เดินจ้ำๆๆไปข้างหน้าเรื่อยๆ

ช่วงที่ขับรถผ่านเมื่อได้เห็นภาพนั้น ในใจก็คิดไปต่างๆนาๆ เธอเป็นชาวบ้านแถวนั้นรึเปล่า? หรือเธอมากับคนที่เดินเก็บขวด เก็บกระป๋องตามไหล่ทางที่เห็นอยู่เป็นระยะ? ถ้าใช่แล้วทำไมต้องสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาแบบนั้น? ระหว่างที่ขับรถไปก็มีคำถามมากมายในหัว ขับรถผ่านยูเทิร์นแรกไปแต่สลัดภาพผู้หญิงคนนั้นกับลูกของเธอไปไม่ได้ จนผ่านไปอีกไกลกระทั่งเห็นยูเทิร์นอีกครั้งไกลๆ ระหว่างนั้นความคิดมันก็ตีกันไปเรื่อย จนกระทั่งตัดสินใจยูเทิร์นเพื่อที่จะกลับไปดูผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งในขณะที่ยูเทิร์นก็บอกกับตัวเองว่า ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น หรือไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้ หรืออะไรก็ตามก็จะไม่เสียใจในสิ่งที่ตัดสินใจจะทำลงไป ดีกว่าปล่อยผ่านไปไม่ทำอะไรเลยแล้วก็ปล่อยให้มันติดค้างในใจต่อไปแบบนี้

หลังจากยูเทิร์นก็ขับรถย้อนกลับไปทางเดิมและมองหาฝั่งตรงข้ามภาวนาให้ไม่เจอ เพราะถ้าไม่เจอก็หมายความว่าเค้าคงเป็นคนแถวนั้นจริงๆ จากที่ผ่านมา 2 ยูเทิร์นค่อนข้างไกลพอสมควร ขับไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้เห็น 2 แม่ลูกนั้นอีกครั้ง กลับไปยูเทิร์นมาอีกรอบแล้วขับเลย 2 แม่ลูกมาหน่อยเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อจอดฝั่งเกาะกลางชิดขอบข้าง เมื่อดูว่าปลอดภัยจึงมองกระจกเห็นคนเป็นแม่กำลังดูรถจากข้างหลังเพื่อที่จะเดินผ่านรถเราไปให้ปลอดภัย เราเปิดกระจกไว้เมื่อเค้าเดินผ่านจึงถามว่า จะไปไหน ผู้หญิงคนนั้นทำหน้างงๆเราจึงถามซ้ำว่า จะไปไหน เค้าบอกว่าจะไป บ้านอะไรซักอย่างจำไม่ได้ แต่บอกว่าอยู่สะพานตรงที่จะเข้าหนองสาหร่าย เลยบอกว่าขึ้นมาสิจะไปส่ง ตอนแรกทำท่าปฏิเสธ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกเราก็จะผ่านทางนั้นอยู่แล้ว แดดเปรี้ยงขนาดนี้สงสารเด็ก ผู้หญิงคนนั้นเลยขึ้นมานั่งบนรถด้วย (ใส่ mask เรียบร้อยทั้งแม่และเด็ก) แต่พอก้าวขึ้นมาเราก็บอกเค้าก่อนว่า พี่ขออนุญาตฉีดสเปรย์แอลกอฮอลล์นะ ไม่ได้หมายความว่าพี่รังเกียจแต่ตอนนี้ทุกคนควรป้องกันไว้กับโรคที่ระบาดอยู่ตอนนี้ พี่ขออนุญาตนะคะ ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าและบอกว่า เข้าใจ

ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกันก็ถามเค้าว่าทำไมมาเดินแบบนี้ล่ะ อีกอย่างเดินฝั่งเกาะกลางแบบนี้อันตรายนะ เค้าบอกว่าหนูก็พยายามเดินให้ชิดๆด้านในไว้ ถ้าเดินฝั่งโน้น (ฝั่งริมทางด้านซ้ายที่รถจอดได้ตามปกติ) มันร้อน หนูเดินมาตั้งแต่ 10 โมงแล้ว เดินฝั่งนี้ยังมีร่มของต้นไม้ด้วย สงสารลูกอากาศมันร้อน เราถามว่าทำไมไม่ขึ้นรถล่ะ ที่ที่ไปมันไกลนะ เค้าบอกรถไม่ค่อยมี ถึงมีก็ไม่อยากขึ้นเพราะเงินที่มีมันเหลือน้อย เก็บไว้ซื้อนมให้ลูกกิน ถามต่อว่าทำไมมาเดินแบบนี้ล่ะจะไปไหน

พอถามถึงตรงนี้เค้าก็เงียบไปนิดนึงแล้วก็พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า เลิกกับสามี เป็นช่วงที่ตกงานกันทั้งคู่ เครียด ทะเลาะกัน สามีไล่ออกจากบ้าน เอาลูกออกมาด้วย เลยคิดว่าจะเดินไปตรงที่ที่บอก แถวนั้นมีสวนเยอะ อาจจะไปลองๆถามเค้ามีงานอะไรให้ทำบ้าง เพื่อนเคยบอกว่าอยู่แถวนั้นหวังว่า ถ้าไปจะได้เจอเพื่อน ขอตั้งหลักซักพักยังไม่รู้ว่าจะเอายังงัยดี มันมืดไปหมด
ถามไปว่า ตัวเล็กนี่อายุเท่าไหร่ (ขึ้นรถมาเจอแอร์เย็นๆหลับตั้งแต่ขึ้นมาเลย) เค้าตอบว่า 2 ขวบ ได้แต่บอกไปว่า เอาเถอะ ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด คิดถึงตัวเราคิดถึงลูกไว้ให้เยอะๆ พูดถึงตรงนี้เค้าก็น้ำตาไหลแต่มองจากกระจกส่องหลังเห็นว่าพยายามกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้ได้ยิน
ถามว่าแล้วเงิน 5,000 ที่เค้าแจกเราได้ลงทะเบียนรับกับเค้ามั้ย ผู้หญิงคนนั้นบอกหนูทำไม่เป็น โทรศัพท์มีเครื่องเดียวแฟนก็ใช้ อีกอย่างตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรพวกนี้ด้วย เลยไม่ได้อะไรตรงนี้กับเค้า ถามว่าถ้าไม่เจอเพื่อนจะทำยังงัย
เค้าบอกว่าคงไปขอนอนที่วัดก่อน หนูไม่ยากหรอกชีวิตหนูลำบากมาเยอะแล้ว

ขับมาซักระยะมองเห็นสะพานทางเข้าหนองสาหร่ายอยู่ข้างหน้า เค้าบอกว่าให้หนูลงตรงสะพานข้างหน้าก็ได้ค่ะเดี๋ยวหนูเดินต่อเข้าไปเอง เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอกเข้าไปอีกไกลมั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง สงสารเด็กกำลังหลับสบายเลย เค้าบอกว่าจะไป (ชื่ออะไรซักอย่างจำไม่ได้) มันอยู่เลยตลาดไปหน่อยนึง เลยบอกโอเคพี่พาไปเอง อย่างน้อยก็เดินใกล้ขึ้นมาหน่อย

ถึงจุดที่จะลง ก็จอดเค้าปลุกลูกแล้วก็เตรียมข้าวของ พอจะลงรถเค้ายกมือไหว้ขอบคุณ และอวยพรว่า ขอให้คุณเดินทางปลอดภัยนะ ขอให้คุณเจริญๆยิ่งๆขึ้นไป ขออย่าให้อันตรายใดๆมาทำร้ายคุณได้นะ เราได้แต่ยิ้มและบอกขอบคุณ เค้ากำลังจะลงรถ เรายื่น mask สำหรับแม่และเด็กแบบผ้า ที่พนักงานในร้านทำมาให้เรากับออโต้ใช้ ได้มา 2 ชุด เลยแบ่งให้ชุดนึง เพราะดูแล้วที่เค้าใส่อยู่คงผ่านการใช้งานมาหลายวัน บอกว่าอันนี้ใช้แล้วเราซักมาใช้ใหม่ได้ เอาไว้ใช้นะ พร้อมกับเงินอีกจำนวนนึง ยื่นไปพร้อมกัน เค้ารับ mask ไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณอีกหลายรอบ
พอพลิกดูอีกด้านเห็นเงินที่แนบไป เค้ารีบเอาเงินยื่นกลับมาคืนแล้วบอกว่า แค่นี้ก็ช่วยเค้ามากมายแล้ว เค้ารับไม่ได้จริงๆ เลยยื่นกลับไปอีกรอบแล้วบอกว่าเอาไปเถอะ ถึงเราทนได้ แต่ลูกเค้าทนแบบเราไม่ได้นะ ถือว่าอย่างน้อยก็ทำให้เรามีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นๆที่จะต้องทำต่อไป

ยกมือไหว้อีกครั้งพร้อมกับบอกว่าหนูไม่รู้จะตอบแทนคุณยังงัย อยู่ๆคุณก็มาช่วยหนูกับลูกแบบนี้ พูดไปน้ำตาก็ไหลไปด้วย ยกมือไหว้และอวยพรซ้ำๆ ก่อนจากกันเราได้แต่บอกว่า เข้มแข็งและอดทนนะ ผ่านมันไปให้ได้ เรามีลูกที่ต้องดูแลโฟกัสที่ลูกนะ พี่ขอให้เราและลูกผ่านมันไปได้ด้วยสติและความเข้มแข็งนะ

เค้าเดินกระเตงลูกขึ้นเอวเพื่อที่จะข้ามถนนไปซอยข้างหน้า ส่วนเรายูเทิร์นรถกลับ ด้วยความรู้สึก จุกๆ อึนๆ เศร้าๆ

ขับรถไปน้ำตาไหลไป ไม่รู้จะโกรธอะไร โกรธระบบเฮงซวยของบ้านเราได้มั้ย ระบบที่ไม่เคย support คนจน หรือคนจนตรอก ระบบที่ไม่เคยเอื้อต่อคนตัวเล็กตัวน้อย หลายกระทรวงตั้งขึ้นมาเพื่อให้มีแต่ชื่อ พอออกทีวีหรือเป็นข่าวที ความช่วยเหลือมันถึงจะมาซักที งี้เหรอ? เราต้องอยู่กันไปแบบนี้เหรอ

ถามไปงั้นแหละ รู้ว่าไม่มีคำตอบ

แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่การตัดสินใจยูเทิร์นกลับไปวันนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง”

https://www.facebook.com/AComradeOfMine ... =3&theater

มองได้หลายแง่. เช่น วัดเป็นที่พึ่งยามยากของคนก็ได้ การให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุขก็ได้ การให้ยังปีติสุขให้เกิดก็ได้ ความจนเป็นทุกข์ในโลกก็ได้ ชีวิตคู่เป็นปัญหาโลกแตกแรกเริ่มก็คิดว่าใช่อยู่ๆอ้าวไม่ใช่ (เงื่อนไขมีมากมาย) ก็ได้ เห็นความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีต่อลูก มองว่า รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารก็ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2020, 13:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้วรรณะ ผู้ให้ยาน ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่าให้จักษุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 เม.ย. 2020, 12:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ปฐมบทมาจาก

https://scontent.fbkk5-3.fna.fbcdn.net/ ... e=5EBC4680

ทุติยบทนี่จึงมี

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

ขอซักหน่อย กับกฏการคัดเลือกโดยธรรมชาติของ ชาร์ล ดาร์วิน

มีคนดังเอาชื่อและทฤษฏีชาร์ล ดาร์วินมาอ้างในโซเชียล จนกลายเป็นดราม่าบานปลาย รู้สึกทนไม่ไหวในฐานะที่ชาร์ล ดาร์วินเป็นไอดอลของผม เลยขอมาเขียนโพสนี้อธิบายซักหน่อย

ย้อนกลับไปเมื่อ 500,000 ปีก่อนคริสตกาล
ในยุคนั้นมีมนุษย์ครองโลกอยู่สองสายพันธ์

สายพันธ์แรกชื่อว่า นีแอนเดอทาล ตัวใหญ่ กำยำ ร่างกายแข็งแรง ทนต่อความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ มีภูมิต้านทานโรคที่ดีกว่า

อีกสายพันธ์หนึ่งชื่อว่า โฮโมเซเปียน ตัวเล็กกว่า อ่อนแอกว่า ในทางกายภาพด้อยกว่านีแอนเดอทาลแทบทุกแง่มุม

เวลาผ่านไป 40,000 ปีก่อนคริสตกาล

นีแอนเดอทาลสูญพันธ์ไปทั้งหมด
ในขณะที่โฮโมเซเปียนขยายพันธ์จนครองโลกยืนยาวมาจวบจนปัจจุบัน

พวกเราคือลูกหลานของโฮโมเซเปียนเหล่านั้น

สิ่งที่แตกต่างระหว่างนีแอนเดอทาลกับโฮโมเซเปียนคืออะไร..? ทำไมสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง ปรับตัวได้ดี จึงสูญพันธ์..?

หรือกฏการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วินผิด..?

นักบรรพชีวินวิทยาศึกษาบรรพบุรุษสองสายพันธ​์นี้อย่างละเอียด และสิ่งหนึ่งที่พวกเขาค้นพบคือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดที่ทำให้โฮโมเซเปียนรอด แต่นีแอนเดอทาลไม่รอด

นั่นคือ "การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"

สิ่งหนึ่งที่โฮโมเซเปียนทำได้ดีกว่านีแอนเดอทาลคือ การสื่อสารด้วยสัญญาณมือและสัญญาณเสียง

เมื่อเกิดการสื่อสาร ก็เริ่มเกิดภาษา เมื่อมีภาษา ก็เกิดการทำงานร่วมกัน การช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน เริ่มมีหัวหน้าเผ่า เริ่มมีลูกเผ่า

การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การสนับสนุนคนในเผ่าเดียวกัน ทำให้โฮโมเซเปียน "รอด" และสืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้

อย่าตีความ กฏการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วินแบบผิดๆ ว่า คนเราต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเอาเองแบบตัวใครตัวมัน

ตรงกันข้ามเลย คนเราต้องช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกันต่างหาก เผ่าพันธ์เราจึงจะมีโอกาสอยู่รอดสูงขึ้น

รู้จักดาร์วินเท่าหางอึ่ง กรุณาอย่าเอาดาร์วินมาอ้างให้ตัวเองดูเหมือนว่าจะฉลาด..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2020, 20:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อนางแบบสาวบราซิลเรียนรู้ธรรมะ

https://www.facebook.com/mynamekikkok/v ... 7649893930


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2020, 17:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33837

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
หญิงคนนี้ขับรถมอเตอร์ไซค์มาจากสันป่าตอง ติดต่อผมจากลูกเพจ เธอมีลูกสาว 1 ขวบ 5 เดือน กับเงินก้อนสุดท้าย 210 บาท และที่น่าเศร้า เธอเพิ่งเสียแม่ของเธอไป เราตัดสินใจเช็คประวัติของเธออย่างรอบคอบที่สุด และทั้งหมดเป็นความจริง
.
วันนี้ผมนัดรับเธอมารับของ และนี่คือภาพที่ผมได้เห็น และคงจำไปอีกนานตลอดชีวิตนี้ หากท่านผู้ประสบภัย ได้เห็นข้อความนีั ผมอยากให้สู้ ที่พวกเราออกมาทำโรงทาน ออกมาแจกของให้พวกท่านมากมาย นอกจากเราจะให้ท่านอิ่มท้องแล้ว เราอยากให้ท่านรู้ว่า "ท่านไม่ได้เดินอยู่คนเดียวแน่นอน"
.
ปล. ผมรับดูแลครอบครัวของเธอ 1 เดือน เป็นค่านมและแพมเพริสให้พร้อมกับถุงยังชีพให้เธอเป็น 2 เท่า อย่างน้อยถ้าไม่ได้สู้เพื่อใคร ก็ขอให้สู้เพื่อลูก


รูปภาพ

สังคมจะสันติสุข คนต้องรู้จักความสุขจากการแบ่งปัน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร