วันเวลาปัจจุบัน 21 ม.ค. 2019, 14:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 365 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ม.ค. 2019, 21:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ

:b32:
แค่คิดก็ไม่ตรง555
ถ้าปากว่ากบก็ตาขยิบไง
กบกำลังฟังเสียงโรสหรือคิดเอง
ไม่เห็นเหรอที่อ่านเนี่ยมีแต่จำตัวอักษร
บอกว่าสีดับในตาดำไม่มีสีนอกตาดำก็คิดให้ตรงสิคะ
เดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่ก็ดูให้ชัดสิก็บอกอยู่เนี่ยว่าคิดเห็นผิดตามตัวอักษร
ไม่ตรงเหรอจะไปรู้สึกตัวตอนไหนทำอะไรตามเห็นผิดไม่ใช่ปัญญาบอกไม่ฟังไม่รู้ตัวเลย
เดี๋ยวนี้ใช้ตาดูตัวอักษรจำแต่ตัวอักษรคิดตามตัวอักษรมันไม่ตรงทางของจิตได้ยินเสียงเกิดทางหูใช้หูดูได้รึ?
:b32: :b32: :b32:

คิดไม่ออกหรือว่าทำฟังตรงทางตรงขณะทำยังไง
แนะนำวิธีให้ใช้ตาดูคลิปแล้วก็ฟังเสียงที่คุยกัน
เงี่ยหูฟังตั้งใจฟังต้องใช้สมาธิมากฟังสัก10รอบ
:b55: :b55: :b55:
จะได้รู้สึกตัวว่ากิเลสตัวเองส่งออกนอกสิ่งที่ฟังมากขนาดไหน
https://youtu.be/6jT7gP89krc


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 04:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 11953


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ

:b32:
แค่คิดก็ไม่ตรง555
ถ้าปากว่ากบก็ตาขยิบไง
กบกำลังฟังเสียงโรสหรือคิดเอง
ไม่เห็นเหรอที่อ่านเนี่ยมีแต่จำตัวอักษร
บอกว่าสีดับในตาดำไม่มีสีนอกตาดำก็คิดให้ตรงสิคะ
เดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่ก็ดูให้ชัดสิก็บอกอยู่เนี่ยว่าคิดเห็นผิดตามตัวอักษร
ไม่ตรงเหรอจะไปรู้สึกตัวตอนไหนทำอะไรตามเห็นผิดไม่ใช่ปัญญาบอกไม่ฟังไม่รู้ตัวเลย
เดี๋ยวนี้ใช้ตาดูตัวอักษรจำแต่ตัวอักษรคิดตามตัวอักษรมันไม่ตรงทางของจิตได้ยินเสียงเกิดทางหูใช้หูดูได้รึ?
:b32: :b32: :b32:


ตลกแล้ว..คุณโรส..

คุณโรสพิมพ์..ไม่ได้บันทึกเสียง..ซะหน่อย..

ถ้าอ่านแล้ว....คิดเห็นผิดตามตัวอักษร..

คุณโรสก็เลิกโพสต์ซะ...เลิกเข้ามาพิมพ์ในลานซะไป.. :b9: :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 07:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ

:b32:
แค่คิดก็ไม่ตรง555
ถ้าปากว่ากบก็ตาขยิบไง
กบกำลังฟังเสียงโรสหรือคิดเอง
ไม่เห็นเหรอที่อ่านเนี่ยมีแต่จำตัวอักษร
บอกว่าสีดับในตาดำไม่มีสีนอกตาดำก็คิดให้ตรงสิคะ
เดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่ก็ดูให้ชัดสิก็บอกอยู่เนี่ยว่าคิดเห็นผิดตามตัวอักษร
ไม่ตรงเหรอจะไปรู้สึกตัวตอนไหนทำอะไรตามเห็นผิดไม่ใช่ปัญญาบอกไม่ฟังไม่รู้ตัวเลย
เดี๋ยวนี้ใช้ตาดูตัวอักษรจำแต่ตัวอักษรคิดตามตัวอักษรมันไม่ตรงทางของจิตได้ยินเสียงเกิดทางหูใช้หูดูได้รึ?
:b32: :b32: :b32:


ตลกแล้ว..คุณโรส..

คุณโรสพิมพ์..ไม่ได้บันทึกเสียง..ซะหน่อย..

ถ้าอ่านแล้ว....คิดเห็นผิดตามตัวอักษร..

คุณโรสก็เลิกโพสต์ซะ...เลิกเข้ามาพิมพ์ในลานซะไป.. :b9: :b9:


cool
ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

อันนี้หมายถึงปากโรสพูดใช่ไหม...เราไม่เคยพูดกันเลยสักคำ
ที่กบเขียนมาถึงได้ถามไงว่ากบได้ยินเสียงโรสด้วยหูตัวเองเหรอ555
กบน่ะไม่ยอมรับความจริงว่าจิตตัวเองวิปลาสตามคำสอนตรงเป๊ะอยู่
:b12:
ทุกคำในพระไตรปิฎกไม่เว้นเลยแม้แต่คำเดียวเลยนะมีแล้วเดี๋ยวนี้
อายคนที่เขาฟังคำสอนมานานจนรู้จักกิเลสตัวเองแล้วนะคะกบ
รู้จักตนเองตามเป็นจริงว่ามีกิเลสคือมีปัญญาคิดตรงตามคำสอนได้แล้ว
ส่วนจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ถ้าไม่ได้กำลังทำฟังแปลว่าไม่มีปัญญาใหม่เกิดเพิ่มไงคะ
เพราะกิเลสไหลออกมาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจของตัวเองตลอดเวลาที่คิดไม่ตรงทางตามคำสอน
จิตเห็นสีจำผิดว่าเห็นตัวอักษรอ่านท่องจำได้คิดเหมาเอาเองว่าเป็นปัญญาเขาเรียกว่าสัญญาวิปลาส3อยู่ครบ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 07:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ

:b32:
แค่คิดก็ไม่ตรง555
ถ้าปากว่ากบก็ตาขยิบไง
กบกำลังฟังเสียงโรสหรือคิดเอง
ไม่เห็นเหรอที่อ่านเนี่ยมีแต่จำตัวอักษร
บอกว่าสีดับในตาดำไม่มีสีนอกตาดำก็คิดให้ตรงสิคะ
เดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่ก็ดูให้ชัดสิก็บอกอยู่เนี่ยว่าคิดเห็นผิดตามตัวอักษร
ไม่ตรงเหรอจะไปรู้สึกตัวตอนไหนทำอะไรตามเห็นผิดไม่ใช่ปัญญาบอกไม่ฟังไม่รู้ตัวเลย
เดี๋ยวนี้ใช้ตาดูตัวอักษรจำแต่ตัวอักษรคิดตามตัวอักษรมันไม่ตรงทางของจิตได้ยินเสียงเกิดทางหูใช้หูดูได้รึ?
:b32: :b32: :b32:


ตลกแล้ว..คุณโรส..

คุณโรสพิมพ์..ไม่ได้บันทึกเสียง..ซะหน่อย..

ถ้าอ่านแล้ว....คิดเห็นผิดตามตัวอักษร..

คุณโรสก็เลิกโพสต์ซะ...เลิกเข้ามาพิมพ์ในลานซะไป.. :b9: :b9:


cool
ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

อันนี้หมายถึงปากโรสพูดใช่ไหม...เราไม่เคยพูดกันเลยสักคำ
ที่กบเขียนมาถึงได้ถามไงว่ากบได้ยินเสียงโรสด้วยหูตัวเองเหรอ555
กบน่ะไม่ยอมรับความจริงว่าจิตตัวเองวิปลาสตามคำสอนตรงเป๊ะอยู่
:b12:
ทุกคำในพระไตรปิฎกไม่เว้นเลยแม้แต่คำเดียวเลยนะมีแล้วเดี๋ยวนี้
อายคนที่เขาฟังคำสอนมานานจนรู้จักกิเลสตัวเองแล้วนะคะกบ
รู้จักตนเองตามเป็นจริงว่ามีกิเลสคือมีปัญญาคิดตรงตามคำสอนได้แล้ว
ส่วนจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ถ้าไม่ได้กำลังทำฟังแปลว่าไม่มีปัญญาใหม่เกิดเพิ่มไงคะ
เพราะกิเลสไหลออกมาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจของตัวเองตลอดเวลาที่คิดไม่ตรงทางตามคำสอน
จิตเห็นสีจำผิดว่าเห็นตัวอักษรอ่านท่องจำได้คิดเหมาเอาเองว่าเป็นปัญญาเขาเรียกว่าสัญญาวิปลาส3อยู่ครบ
:b32: :b32: :b32:

1กำลังเห็นผิดเป็นตัวอักษร=มีทิฏฐิวิปลาส
2คิดล่วงหน้าว่าท่องจำตัวอักษรได้แม่นยำจำแต่บัญญัติที่ไม่มีในตน=สัญญาวิปลาส
3จิตวิปลาสเพราะเมื่อข้อ1+2วิปลาสจึงทำให้ข้อ3วิปลาสตามไปด้วยเหตุผลคือทุก1ขณะจิต=จิต+เจตสิก+รูป
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 07:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ

:b32:
แค่คิดก็ไม่ตรง555
ถ้าปากว่ากบก็ตาขยิบไง
กบกำลังฟังเสียงโรสหรือคิดเอง
ไม่เห็นเหรอที่อ่านเนี่ยมีแต่จำตัวอักษร
บอกว่าสีดับในตาดำไม่มีสีนอกตาดำก็คิดให้ตรงสิคะ
เดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่ก็ดูให้ชัดสิก็บอกอยู่เนี่ยว่าคิดเห็นผิดตามตัวอักษร
ไม่ตรงเหรอจะไปรู้สึกตัวตอนไหนทำอะไรตามเห็นผิดไม่ใช่ปัญญาบอกไม่ฟังไม่รู้ตัวเลย
เดี๋ยวนี้ใช้ตาดูตัวอักษรจำแต่ตัวอักษรคิดตามตัวอักษรมันไม่ตรงทางของจิตได้ยินเสียงเกิดทางหูใช้หูดูได้รึ?
:b32: :b32: :b32:


ตลกแล้ว..คุณโรส..

คุณโรสพิมพ์..ไม่ได้บันทึกเสียง..ซะหน่อย..

ถ้าอ่านแล้ว....คิดเห็นผิดตามตัวอักษร..

คุณโรสก็เลิกโพสต์ซะ...เลิกเข้ามาพิมพ์ในลานซะไป.. :b9: :b9:


cool
ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

อันนี้หมายถึงปากโรสพูดใช่ไหม...เราไม่เคยพูดกันเลยสักคำ
ที่กบเขียนมาถึงได้ถามไงว่ากบได้ยินเสียงโรสด้วยหูตัวเองเหรอ555
กบน่ะไม่ยอมรับความจริงว่าจิตตัวเองวิปลาสตามคำสอนตรงเป๊ะอยู่
:b12:
ทุกคำในพระไตรปิฎกไม่เว้นเลยแม้แต่คำเดียวเลยนะมีแล้วเดี๋ยวนี้
อายคนที่เขาฟังคำสอนมานานจนรู้จักกิเลสตัวเองแล้วนะคะกบ
รู้จักตนเองตามเป็นจริงว่ามีกิเลสคือมีปัญญาคิดตรงตามคำสอนได้แล้ว
ส่วนจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ถ้าไม่ได้กำลังทำฟังแปลว่าไม่มีปัญญาใหม่เกิดเพิ่มไงคะ
เพราะกิเลสไหลออกมาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจของตัวเองตลอดเวลาที่คิดไม่ตรงทางตามคำสอน
จิตเห็นสีจำผิดว่าเห็นตัวอักษรอ่านท่องจำได้คิดเหมาเอาเองว่าเป็นปัญญาเขาเรียกว่าสัญญาวิปลาส3อยู่ครบ
:b32: :b32: :b32:

1กำลังเห็นผิดเป็นตัวอักษร=มีทิฏฐิวิปลาส
2คิดล่วงหน้าว่าท่องจำตัวอักษรได้แม่นยำจำแต่บัญญัติที่ไม่มีในตน=สัญญาวิปลาส
3จิตวิปลาสเพราะเมื่อข้อ1+2วิปลาสจึงทำให้ข้อ3วิปลาสตามไปด้วยเหตุผลคือทุก1ขณะจิต=จิต+เจตสิก+รูป
:b12:
:b32: :b32:

จิต+เจตสิก+รูปกำลังเกิดดับทำภายในจิตตรงปสาทะรูปที่ตาที่หูที่จมูกที่ลิ้นที่กายที่ใจ
ไม่ได้ทำงานให้เห็นนอกตัวเลย...จะเอาแต่อ่านแล้วคิดเองไปเรื่อยๆรู้ตรงวิสยรูปอะไรบ้าง
เพราะรูปที่ปรากฏตามปกติในชีวิตประจำวันให้รู้ได้ไม่มีตัวอักษรมีวิสยรูป7ที่ตัวตนเท่านั้น
สิกขาไม่ตรงทางอยากรู้คำไหนก็ไปอ่านตำรา555สิกขาไม่ตรงทางไม่ฟังคำสอนก็จะไม่ได้พบพระพุทธเจ้าน๊า
:b16: :b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 07:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4859


 ข้อมูลส่วนตัว


:b6: :b6: :b6:

คิดไปเรื่อยจริง ๆ ...

:b6: :b6: :b6:

เหมือนกำลังนั่งมองคนตาม Google Map แล้วไปโผล่ในป่าอ้อย

:b32: :b32: :b32:

อ๊บซ์ ธรรมออกแนวอันว่าด้วย Google Map พอจะมียกมาแบบ ขำ ขำ มั๊ย
เป็นกรณีศึกษา...ได้นะนั่น

ธรรมอันว่าด้วยผู้นำ กับ ผู้ตาม สไตล์ Google Map

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 10:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 81

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss

มิจฉาทิฏฐิคือความคิดเห็นผิดคลาดเคลื่อนจากความจริงไม่ตรงไม่ฟังและไม่คิดตรงตามคำสอนอยู่

สัมมาทิฏฐิคือความเห็นถูกเข้าใจถูกตรงตามคำสอนตอนกำลังเห็นรู้ว่าตนเห็นผิดอย่างไร

:b12:
คนบนโลกนี้เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
ตาเนื้อกำลังเห็นผิดจากคำสอน
เหมือนแมลงเม่ามองแสงไฟไกลๆ
ยังไม่สัมผัสไม่รู้ว่าตัวไฟร้อนต่อเมื่อ
บินถึงตัวไฟจึงเผาไหม้ทันที
เปรียบเหมือนตาเนื้อที่กำลัง
เห็นผิดว่าเป็นคนสัตว์วัตถุ
ทำไปตามอยากบินเข้าไป
ในกองไฟคือกองกิเลสด้วย
ความไม่เข้าใจความจริงจนกว่า
จะเริ่มฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า
เพื่อเข้าใจความจริงที่กำลังมีถูกตามได้
เพียรอาศัยการฟังพึ่งคิดตามคำสอน
เพื่อเข้าใจจึงเป็นหนทางเดียวที่จะนำ
ออกจากกิเลสคือความไม่รู้ที่กำลังมี
https://youtu.be/Pr-Djg44m68
:b16: :b16: :b16:


ลักษณะบุคคลที่ยังไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ จะเข้าไปในส่วนสุดข้างหนึ่งเพราะยึดมั่นถือมันอย่างหนึ่ง จึงมีทิฏฐิอย่างหนึ่ง อีกพวกหนึ่งมีทิฏฐืไม่ยึดมั่นใดๆ มักกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว เพรายึดมั่นถือมั่นทิฏฐิจึงไม่เห็น
ตามจริง ในกุศล อกุศล จึงมีความคิด คำพูด การกระทำผิด ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเพื่อความสิ้นทุกข์

:b32:
อันว่าการนั่งสมาธิหลับตาที่สอนทำตามๆกันอยู่เนี่ย
มันมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ก่อนมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้
:b12:
การตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณคือทศพลญาณมีคนเดียว
ที่ทรงตรัสรู้แล้วทรงมหากรุณาแสดงความจริงให้ผู้ฟังเข้าใจถูกตื่นรู้
ไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตาดูกิริยาอาการตนเองโดยขาดการฟังคือไม่พึ่งคำสอน
แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้เองแต่ก็ไม่มีบุญเปล่งบัญญัติสอนใครได้ตรัสรู้เองได้ในยุคไม่มีคำสอน
ยุคนี้คำสอนยังมีครบถ้วนสมบูรณ์ตรงจริงชัดเจนแม่นยำไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อยนิดขาดแค่ไม่ฟังแค่นั้นเอง
https://youtu.be/-DgvX8k110I
:b1:
:b16: :b16:[/qu
ยุคนี้คำสอนสมบูรณ์ตรงจริงไม่คลาดเคลื่อน เหตุใดจึงแสดงทิฏฐิคลาดเคลื่อนคำสอน อย่างไม่สนใจคำสอนกล่าวไว้อย่างไร เห็นเพียงนั้นตรัสรู้แล้วหรือ ตัณหา 3 สิ้นแล้วหรือ นิโรธแจ้งแล้วหรือ นิโรธคามินีปฏิปทาเป็นอย่างไร อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นอย่างไร เห็นเพียงนั้นแล้ว พระรัตนตรัยยังศรัทธาอยู่มั้ย ความเพียรยังปรารภมั้ย วิชชาจรณะสัมปันโนมั้ย ถามเพียงนี้

ขอตัวไปนั่งดูกิริยาอารตนเองต่อ ตามมี่พระพุทธองค์ตรัสไว้ สติปัฏฐานคือทางสายเอก

:b32:
ปัญญาคือความเข้าใจความจริงตามปกติถูกตามคำสอนได้ว่ากำลังมีความคิดเห็นที่กำลังเห็นผิด
คุณกำลังคิดเห็นที่กำลังเห็นคลาดเคลื่อนจากสีตามคำสอนคิดไม่ตรงตามคำสอนคือเห็นแค่แสง+สี1สี
ที่คุณกำลังเห็นเดี๋ยวนี้มีแค่แสง+สี1สีไหมตรงขณะปัจจุบันขณะของเห็นที่กำลังเห็นไม่ได้แยกตัวตนไปไหน
มีแล้วความเห็นผิดนั้นน่ะ...คิดให้ตรงไม่เข้าใจหรือว่าเดี๋ยวนี้เห็นผิดอยู่...ตาไม่บอดมันเห็นเป็นคนสัตว์วัตถุอยู่
:b12:
จิตเห็นทุก1ขณะมีแค่นี้...สี1สี+แสงกระทบตาดำดับในตาดำทันทีไม่มีสีปัจจุบันนอกตาดำ...เข้าใจเบ๊าะล่ะค๊ะะ
:b32: :b32:


ปัญญาในทางพุทธคือรู้อริยสัจ 4 รู้จักทุกข์ รู้จักเหตุ รู้จักความดับทุกข์ รู้จักทาง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
จิตเห็นสีดับไม่เหลือซากเลย
ถึงจะเกิดจิตทางอื่นต่อไปและ
จิตทางอื่นๆก็ไม่เกิดร่วมกันเลย
คนละวิถีจิตเหมือนเข้าท่อ6ท่อ
ไม่ได้โผล่เสียงมาดูแสงได้เพราะ
หูใช้ดูแทนตาไม่ได้หูใช้ฟังในมืด
ตาไม่บอดก็ดูไปสิเห็นตาตัวเองได้ไหม
ไม่รู้ตัวว่ากำลังคิดไม่ซื่อตรงเพราะขาดสุตมยปัญญา
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 17:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 81

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่จริงพอจิตเห็นความดับ ความทนอยู่ไม่ได้ ความไม่ใช่เรา ใจก็เข้าพิจารณาด้วยความเป็นทุกข์
ยึดมั่นถือมั่นเป็นโทษ ควรละ จิตมันก็สลัดทุกข์เสวยวิมุติ เมื่อจิตเสวยวิมุติ ใจก็ได้รู้ลักษณะนิโรธ
ใจได้รู้ลักษณะนิโรธ มันก็เชื่อมั่น มรรคผล มีจริงติดใจในรสพระนิพพาน มันก็พิจารณามรรคลำดับ
ต่อไป กิเลสใดละแล้ว กิเลสใดเหลือ มันค่อยเห็นกิเลสได้เอง ไม่วนกับที่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 18:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
ที่จริงพอจิตเห็นความดับ ความทนอยู่ไม่ได้ ความไม่ใช่เรา ใจก็เข้าพิจารณาด้วยความเป็นทุกข์
ยึดมั่นถือมั่นเป็นโทษ ควรละ จิตมันก็สลัดทุกข์เสวยวิมุติ เมื่อจิตเสวยวิมุติ ใจก็ได้รู้ลักษณะนิโรธ
ใจได้รู้ลักษณะนิโรธ มันก็เชื่อมั่น มรรคผล มีจริงติดใจในรสพระนิพพาน มันก็พิจารณามรรคลำดับ
ต่อไป กิเลสใดละแล้ว กิเลสใดเหลือ มันค่อยเห็นกิเลสได้เอง ไม่วนกับที่

cool
เมาตัวอักษรมากไปแระตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังคำสอนก็เขียนและพูดทุกคำที่ตนไม่รู้จักเลยแม้แต่คำเดียว
ยังปรุงรสก๊วยเตี๋ยวอยู่ไหมยังอยากเห็นอยากได้ยินอยากทำด้วยตัวตนอยากให้ถึงมันจึงเข้าถึงไม่ได้ไงคะ
ไม่ใช่ตัวตนทำและนิโรธคือสภาพธรรมเดียวที่รู้ความจริงของนิพพานคือสภาพหมดอยากถึงคือถึงอรหัตตผล
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 19:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 11953


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ทำฟังเสียงนะไม่ใช่ทำอ่านตัวอักษรคริคริคริ

onion onion onion


ปากก็ว่า..ปฏิบัติภาวนา..

ระวัง..จะช้ากว่าคนสวดมนต์..แม้แต่บุญก็ไม่มีให้บันทึก...นะเอ้อ.. :b32: :b32: :b32:

ให้สนใจอย่างเดียว..คือ..บันทึกบุญ


ว่าทุกคน..ที่คิดว่าตนภาวนา..แต่ระวังจะช้ากว่าคนสวดมนต์..
:b32: :b32: :b32:

โดยเฉพาะคนที่ชอบด่าเหมารวมคนในผ้าเหลือง...

อนาคตโชติช่วง...

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 19:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ที่จริงพอจิตเห็นความดับ ความทนอยู่ไม่ได้ ความไม่ใช่เรา ใจก็เข้าพิจารณาด้วยความเป็นทุกข์
ยึดมั่นถือมั่นเป็นโทษ ควรละ จิตมันก็สลัดทุกข์เสวยวิมุติ เมื่อจิตเสวยวิมุติ ใจก็ได้รู้ลักษณะนิโรธ
ใจได้รู้ลักษณะนิโรธ มันก็เชื่อมั่น มรรคผล มีจริงติดใจในรสพระนิพพาน มันก็พิจารณามรรคลำดับ
ต่อไป กิเลสใดละแล้ว กิเลสใดเหลือ มันค่อยเห็นกิเลสได้เอง ไม่วนกับที่

cool
เมาตัวอักษรมากไปแระตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังคำสอนก็เขียนและพูดทุกคำที่ตนไม่รู้จักเลยแม้แต่คำเดียว
ยังปรุงรสก๊วยเตี๋ยวอยู่ไหมยังอยากเห็นอยากได้ยินอยากทำด้วยตัวตนอยากให้ถึงมันจึงเข้าถึงไม่ได้ไงคะ
ไม่ใช่ตัวตนทำและนิโรธคือสภาพธรรมเดียวที่รู้ความจริงของนิพพานคือสภาพหมดอยากถึงคือถึงอรหัตตผล
onion onion onion

:b12:
ยังหิวอยู่...ยังอยากตื่นขึ้นมาเห็น...ยังไม่อยากตาย...ยังพอใจว่ามีตัวตนไปทำด้วยความอยากถึงคือโลภะ
รู้จักกิเลสตัวเองบ้างไหม...ที่คิดทำตามความต้องการอยากถึงนิพพานเร็วเป็นไปไม่ได้...ฟังจนกว่านิพพานน๊า
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 20:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2018, 07:07
โพสต์: 81

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่ผมเล่านั้นเล่าจากประสบการณ์ เล่าตามภาษาของผมอย่างอิงอรรถอิงธรรม เพื่อให้เพื่อน ๆ
เก็บไว้พิจารณา ว่ามีคนเห็นอริยสัจ ๔ อย่างนี้ มีคนยืนยันอย่างนี้แสดงว่าอริยสัจ ๔ น่าจะมีจริง
จะได้สนใจในอริยสัจ ๔

เรื่องอยากนิพพาน อยากบรรลุนี้ไม่ใช่ความอยาก แต่เป็นฉันทะ ยินดีพอใจกับการเจริญสติ
สำรวมอินทรีย์ ยินดีพอใจในความสงบ ยินดีพอใจในสมถะ วิปัสสนาภาวนา ไม่ใช่อยากปฏิบัติ
จนไม่มีความสุข

สภาวะนิโรธนี้ผมว่าผมเคยเห็นจะเล่าตามที่เคยเห็นโดยย่อ ตอนนั้นดูความคันตามเนื้อตัว ไม่เกา
ไม่คิด ไม่ปรุง ไม่ยุ่ง คันก็รู้ แล้วมันก็ค่อย ๆเห็นตามลำดับวิปัสนาญาน จนเห็นว่าจิตมันไปเกิดที่ไหน
ก็ดับ เกิดปุ้บดับย้าย ไปเกิดที่ไหม่ กี่ที่ ๆ ก็ดับ

ใจมันก็สรุปว่าจะพึ่งพาอาศัยที่ใดเกิดแล้วไม่ดับไม่มีสรุปดังนี้จิตมันก็ปล่อยแล้วก็หลุด ใจก็รู้ชัดทั้ง
ปล่อยทั้งหลุด อารมณ์มันเหมือนยุงสักตัวหนึ่ง บินหิ้วตุ่มน้ำใหญ่ ๆสักใบหนึ่งแล้วปล่อยยุงตัวนั้นจะ
สุขปานใด นั่นเป็นลักษณะความสุขที่ใจรู้ ไม่ใช่ไปจับประเด็นอัตตา อนัตตา นะครับ

พอใจได้รู้ลักษณะจิตหลุดพ้น มันก็ค่อยเห็นๆปฏิจสมุปบาท เห็นกามราคะ ปฏิฆะ เห็นคุณประโยชน์ใน
สมถะ วิปัสนา ภาวนา ว่างเมื่อไหร่รู้กายใจพิจารณากายใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2019, 23:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Love J. เขียน:
ที่ผมเล่านั้นเล่าจากประสบการณ์ เล่าตามภาษาของผมอย่างอิงอรรถอิงธรรม เพื่อให้เพื่อน ๆ
เก็บไว้พิจารณา ว่ามีคนเห็นอริยสัจ ๔ อย่างนี้ มีคนยืนยันอย่างนี้แสดงว่าอริยสัจ ๔ น่าจะมีจริง
จะได้สนใจในอริยสัจ ๔

เรื่องอยากนิพพาน อยากบรรลุนี้ไม่ใช่ความอยาก แต่เป็นฉันทะ ยินดีพอใจกับการเจริญสติ
สำรวมอินทรีย์ ยินดีพอใจในความสงบ ยินดีพอใจในสมถะ วิปัสสนาภาวนา ไม่ใช่อยากปฏิบัติ
จนไม่มีความสุข

สภาวะนิโรธนี้ผมว่าผมเคยเห็นจะเล่าตามที่เคยเห็นโดยย่อ ตอนนั้นดูความคันตามเนื้อตัว ไม่เกา
ไม่คิด ไม่ปรุง ไม่ยุ่ง คันก็รู้ แล้วมันก็ค่อย ๆเห็นตามลำดับวิปัสนาญาน จนเห็นว่าจิตมันไปเกิดที่ไหน
ก็ดับ เกิดปุ้บดับย้าย ไปเกิดที่ไหม่ กี่ที่ ๆ ก็ดับ

ใจมันก็สรุปว่าจะพึ่งพาอาศัยที่ใดเกิดแล้วไม่ดับไม่มีสรุปดังนี้จิตมันก็ปล่อยแล้วก็หลุด ใจก็รู้ชัดทั้ง
ปล่อยทั้งหลุด อารมณ์มันเหมือนยุงสักตัวหนึ่ง บินหิ้วตุ่มน้ำใหญ่ ๆสักใบหนึ่งแล้วปล่อยยุงตัวนั้นจะ
สุขปานใด นั่นเป็นลักษณะความสุขที่ใจรู้ ไม่ใช่ไปจับประเด็นอัตตา อนัตตา นะครับ

พอใจได้รู้ลักษณะจิตหลุดพ้น มันก็ค่อยเห็นๆปฏิจสมุปบาท เห็นกามราคะ ปฏิฆะ เห็นคุณประโยชน์ใน
สมถะ วิปัสนา ภาวนา ว่างเมื่อไหร่รู้กายใจพิจารณากายใจ


cool
เข้าใจความหมายตรงขณะของคำว่า...บอกไม่ฟัง...ว่าอย่างไร
บอกคือบอก ไม่คือไม่ ฟังคือฟัง ตรงขณะคือ ไม่ได้กำลังฟังอยู่
ถึงไม่เกิดปัญญาเพิ่มเพราะปัญญาเกิดตอนฟังส่วนกิเลสเกิดที่
เห็นแล้วคิดผิดๆไปตามสิ่งที่เห็นผิดๆ...เห็นผิด...คือไม่ได้เห็นสี
สีคือสีจริงๆมีแต่สีล้วนดับทันทีทีละ1สีไม่มีหลายสีที่เกิดพร้อมกัน
ตอนเห็นสีคือจิตเห็น ไม่มีคิดเห็นปน ตอนคิดน่ะไม่มีเห็นแล้ว555
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2019, 00:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5179

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Love J. เขียน:
ที่ผมเล่านั้นเล่าจากประสบการณ์ เล่าตามภาษาของผมอย่างอิงอรรถอิงธรรม เพื่อให้เพื่อน ๆ
เก็บไว้พิจารณา ว่ามีคนเห็นอริยสัจ ๔ อย่างนี้ มีคนยืนยันอย่างนี้แสดงว่าอริยสัจ ๔ น่าจะมีจริง
จะได้สนใจในอริยสัจ ๔

เรื่องอยากนิพพาน อยากบรรลุนี้ไม่ใช่ความอยาก แต่เป็นฉันทะ ยินดีพอใจกับการเจริญสติ
สำรวมอินทรีย์ ยินดีพอใจในความสงบ ยินดีพอใจในสมถะ วิปัสสนาภาวนา ไม่ใช่อยากปฏิบัติ
จนไม่มีความสุข

สภาวะนิโรธนี้ผมว่าผมเคยเห็นจะเล่าตามที่เคยเห็นโดยย่อ ตอนนั้นดูความคันตามเนื้อตัว ไม่เกา
ไม่คิด ไม่ปรุง ไม่ยุ่ง คันก็รู้ แล้วมันก็ค่อย ๆเห็นตามลำดับวิปัสนาญาน จนเห็นว่าจิตมันไปเกิดที่ไหน
ก็ดับ เกิดปุ้บดับย้าย ไปเกิดที่ไหม่ กี่ที่ ๆ ก็ดับ

ใจมันก็สรุปว่าจะพึ่งพาอาศัยที่ใดเกิดแล้วไม่ดับไม่มีสรุปดังนี้จิตมันก็ปล่อยแล้วก็หลุด ใจก็รู้ชัดทั้ง
ปล่อยทั้งหลุด อารมณ์มันเหมือนยุงสักตัวหนึ่ง บินหิ้วตุ่มน้ำใหญ่ ๆสักใบหนึ่งแล้วปล่อยยุงตัวนั้นจะ
สุขปานใด นั่นเป็นลักษณะความสุขที่ใจรู้ ไม่ใช่ไปจับประเด็นอัตตา อนัตตา นะครับ

พอใจได้รู้ลักษณะจิตหลุดพ้น มันก็ค่อยเห็นๆปฏิจสมุปบาท เห็นกามราคะ ปฏิฆะ เห็นคุณประโยชน์ใน
สมถะ วิปัสนา ภาวนา ว่างเมื่อไหร่รู้กายใจพิจารณากายใจ


cool
เข้าใจความหมายตรงขณะของคำว่า...บอกไม่ฟัง...ว่าอย่างไร
บอกคือบอก ไม่คือไม่ ฟังคือฟัง ตรงขณะคือ ไม่ได้กำลังฟังอยู่
ถึงไม่เกิดปัญญาเพิ่มเพราะปัญญาเกิดตอนฟังส่วนกิเลสเกิดที่
เห็นแล้วคิดผิดๆไปตามสิ่งที่เห็นผิดๆ...เห็นผิด...คือไม่ได้เห็นสี
สีคือสีจริงๆมีแต่สีล้วนดับทันทีทีละ1สีไม่มีหลายสีที่เกิดพร้อมกัน
ตอนเห็นสีคือจิตเห็น ไม่มีคิดเห็นปน ตอนคิดน่ะไม่มีเห็นแล้ว555
:b32: :b32: :b32:

ไม่เข้าใจสัจจธรรมของความจริงตรงปัจจุบันขณะเลยหรือ
เนี่ยเขียนให้ทราบว่ามันกำลังเกิดดับสลับกันอยู่เป็นปกติครบ
มี6ทางเกิดดับสลับกันหมดไปทีละ1ทางตรงจริงไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
ความเร็วของการเกิดดับมันเร็วมากความจริงเนี่ยเข้าใจตามได้เท่านั้น

ปฏิสนธิมาแล้วถึงจะมีวิถีจิตตอนลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นแล้วตาไม่บอดหูไม่หนวกถึงจะฟังรู้เรื่องไม่เข้าใจหรือคะ
จิตเกิดตรงไหนดับตรงนั้นทันที ไม่มีจิตภายนอกกายตัวเองรู้สึกตัวไหมว่าผลิตกิเลสใหม่ตลอดเวลาเนี่ยดูสิ
ปฏิสนธิจิต1ขณะแรกเกิดสืบต่อมาเมื่อตื่นลืมตาเห็นกิเลสไหลออกมาครบ6ทางแล้วตั้งแต่กระพริบตาแล้ว
จิตเกิดดับสืบต่อไม่ขาดสายตั้งแต่เกิดจนตายขณะสุดท้ายเรียกจุติจิต1ขณะตอนตายไม่รู้ว่าตายทางไหน
ตั้งแต่เกิดจนตายเป็นแบบนี้มันเลือกเกิดล่วงหน้าไม่ได้เข้าใจไหมบอกให้ฟังไม่มีใครรู้ความจริงเข้าใจรึเปล่า

1คนตั้งแต่เกิดจนตายอาจตายตอนเห็นหรือตอนได้ยินตายแค่1ทางและไม่รู้ล่วงหน้าไงคะ

ปฏิสนธิจิต
จิตเห็นที่ตา จิตได้ยินที่หู จิตดมกลิ่นที่จมูก จิตลิ้มรสที่ลิ้น จิตรับกระทบที่กาย จิตคิดนึกดับในมโนทวาร
จิตเห็นที่ตา จิตได้ยินที่หู จิตดมกลิ่นที่จมูก จิตลิ้มรสที่ลิ้น จิตรับกระทบที่กาย จิตคิดนึกดับในมโนทวาร
จิตเห็นที่ตา จิตได้ยินที่หู จิตดมกลิ่นที่จมูก จิตลิ้มรสที่ลิ้น จิตรับกระทบที่กาย จิตคิดนึกดับในมโนทวาร
จุติจิต

จิตเกิดดับสลับกันใหม่ทุกขณะมีแล้วไม่ต้องทำเพราะมันดับหมดนับไม่ถ้วน บอกไม่ฟังเป็นผู้ว่ายากมากๆๆๆๆ

:b55: :b55: :b55:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 365 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: แค่อากาศ และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร