วันเวลาปัจจุบัน 26 ก.พ. 2020, 17:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 482 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22 ... 33  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 03 ม.ค. 2019, 18:29, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
สีดับทันทีที่ประสาทตาในลูกตาโน่นค่ะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมากชัดเจนแม่นยำเห็นแค่สีทีละ1สีตรงยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคือมีอัตตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนอยู่คือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่ม
บอกให้ฟังก่อนไม่ใช่ให้เชื่อด้วยกาลามสูตร10เพราะเหตุผลคือปัญญาเกิดจากฟังไงคะตรงขณะคือเดี๋ยวนี้
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมาชัดเจนแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นนืออัตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนคือสักกายทิฏฐิมีแล้วไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่มจร้า
:b32: :b32:



คนปฏิบัติไม่ได้ ก็แบบคุณโรสทำอยู่นี่แหละ ผมเข้าใจ และเห็นใจ

จักขุปสาทรูป ก็ประสาทรับรู้สีของตานั่นแหละ คนปฏิบัติเขาเห็นได้ ไม่เพ้อเจ้อแบบคุณโรส ยิ่งคนเขาปฏิบัติเห็นว่าสูงรู้ได้ยากในคนแบบคุณโรส เขายิ่งทำให้เข้าถึงเห็นจริงไม่มาเพ้อเจ้อแบบคุณโรส

ถามสังขารุเปกขาที่จิตทำกิจมาเพ้อ สี แสง คนละโคกกันแระป้า โคตรมั่วเลย แต่ก็น่าสงสารคุณโรสนะเพราะปฏิบัติไม่ได้ ให้ทานไม่ได้เพราะจากจนบ้าง โลภตระหนี่บ้าง ถือศีลไม่ได้เพราอภิชฌามีมาก จึงโทมนัส มีปรกติเร่าร้อนมาก ทนอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีครูบาอาจารย์จึงได้แต่ถือตามกันมาว่าื่องอภิธรรมได้จะเก่งสูง แต่กลับไม่เคยรู้จริงเลย

ผมสงสาร อย่าทิ้งลมหายใจนะคุณโรส วันนีเถึงจะต่ำต้องด้อยค่าแต่สะสมไปมันเต็มมันได้เองครับสงสารคุณโรส cry cry cry

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 18:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมาชัดเจนแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคืออัตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนคือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่มจร้า
:b32: :b32:



คนปฏิบัติไม่ได้ ก็แบบคุณโรสทำอยู่นี่แหละ ผมเข้าใจ และเห็นใจ

จักขุปสาทรูป ก็ประสาทรับรู้สีของตานั่นแหละ คนปฏิบัติเขาเห็นได้ ไม่เพ้อเจ้อแบบคุณโรส ยิ่งคนเขาปฏิบัติเห็นว่าสูงรู้ได้ยากในคนแบบคุณโรส เขายิ่งทำให้เข้าถึงเห็นจริงไม่มาเพ้อเจ้อแบบคุณโรส

ถามสังขารุเปกขาที่จิตทำกิจมาเพ้อ สี แสง คนละโคกกันแระป้า โคตรมั่วเลย แต่ก็น่าสงสารคุณโรสนะเพราะปฏิบัติไม่ได้ ให้ทานไม่ได้เพราะจากจนบ้าง โลภตระหนี่บ้าง ถือศีลไม่ได้เพราอภิชฌามีมาก จึงโทมนัส มีปรกติเร่าร้อนมาก ทนอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีครูบาอาจารย์จึงได้แต่ถือตามกันมาว่าื่องอภิธรรมได้จะเก่งสูง แต่กลับไม่เคยรู้จริงเลย

ผมสงสาร อย่าทิ้งลมหายใจนะคุณโรส วันนีเถึงจะต่ำต้องด้อยค่าแต่สะสมไปมันเต็มมันได้เองครับสงสารคุณโรส cry cry cry

ในยุคที่ยังมีคำสอนผู้มีปัญญารองจากพระพุทธเจ้าคือพระสารีบุตรก็ไม่ได้เห็นจักขุปสาทะรูปเอง
เพราะปสาทรูปทั้ง6ทางรู้ผ่านที่ประชุมรวมกันตอนมีจิตครองร่างรู้ว่ามีจากพระพุทธเจ้าเล่าให้ฟัง
เพราะเป็นทศพลญาณไม่เข้าใจเหรอจะไปนั่งเอาฤทธิ์พิศดารที่ไหนก็มีฤทธิ์ก็ไม่เห็นปสาทรูปไงคะ
ตาไม่บอดอยากเห็นจักขุปสาทะรูปก็ไปมองที่ตาคนอื่นจะเห็นไหมบอกว่าเป็นทศพลญาณมี1คนเท่านั้น
:b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 04 ม.ค. 2019, 12:51, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมาชัดเจนแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคืออัตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนคือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่มจร้า
:b32: :b32:



คนปฏิบัติไม่ได้ ก็แบบคุณโรสทำอยู่นี่แหละ ผมเข้าใจ และเห็นใจ

จักขุปสาทรูป ก็ประสาทรับรู้สีของตานั่นแหละ คนปฏิบัติเขาเห็นได้ ไม่เพ้อเจ้อแบบคุณโรส ยิ่งคนเขาปฏิบัติเห็นว่าสูงรู้ได้ยากในคนแบบคุณโรส เขายิ่งทำให้เข้าถึงเห็นจริงไม่มาเพ้อเจ้อแบบคุณโรส

ถามสังขารุเปกขาที่จิตทำกิจมาเพ้อ สี แสง คนละโคกกันแระป้า โคตรมั่วเลย แต่ก็น่าสงสารคุณโรสนะเพราะปฏิบัติไม่ได้ ให้ทานไม่ได้เพราะจากจนบ้าง โลภตระหนี่บ้าง ถือศีลไม่ได้เพราอภิชฌามีมาก จึงโทมนัส มีปรกติเร่าร้อนมาก ทนอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีครูบาอาจารย์จึงได้แต่ถือตามกันมาว่าื่องอภิธรรมได้จะเก่งสูง แต่กลับไม่เคยรู้จริงเลย

ผมสงสาร อย่าทิ้งลมหายใจนะคุณโรส วันนีเถึงจะต่ำต้องด้อยค่าแต่สะสมไปมันเต็มมันได้เองครับสงสารคุณโรส cry cry cry

ในยุคที่ยังมีคำสอนผู้มีปัญญารองจากพระพุทธเจ้าคือพระสารีบุตรก็ไม่ได้เห็นจักขุปสาทะรูปเอง
เพราะปสาทรูปทั้ง6ทางรู้ผ่านที่ประชุมรวมกันตอนมีจิตครองร่างรู้ว่ามีจากพระพุทธเจ้าเล่าให้ฟัง
เพราะเป็นทศพลญาณไม่เข้าใจเหรอจะไปนั่งเอาฤทธิ์พิศดารที่ไหนก็มีฤทธิ์ก็ไม่เห็นปสาทรูปไงคะ
ตาไม่บอดอยากเห็นจักขุปสาทะรูปก็ไปมองที่ตาคนอื่นจะเห็นไหมบอกว่าเป็นทศพลญาณมี1คนเท่านั้น
:b32: :b32: :b32:

ความจริงคิดถูกตามได้ตอนคนอื่นเล่าให้ฟัง
ก็บอกว่าให้ดูด้วยตาเนื้อปกติของตัวเองเทียบ
ตามคำสอนไงคะเห็นเกิดจากจิต+จักขุปสาทะ+แสงสี
คนตาบอดก็มีตาแต่ไม่มีจักขุปสาทะรูปมันไม่ครบ3ประสาน(ปสาทรูปคือรูปที่เกิดจากกรรม)ตาดีหูดีถึงฟังได้
รู้ตัวไหมทำไมไม่เริ่มฟัง กรรมตัวเอง ทำให้บอดวันไหนก็ได้ คำสอนต้องคิดเห็น ที่กำลังเห็น ถูก ตามเสียง ได้
:b32:
:b16: :b16:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 04 ม.ค. 2019, 12:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 19:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


5555.. เอาเหอะทำไปเถอะป้ารส ปฏิบัติไม่ได้ก็อาศัยตามนี้แหละป้า แต่อย่าทิ้งลมหายใจ อย่าทิ้งพุทโธเป็นพอ ปฏิบัติไปอย่าหวังผมให้รู้ว่าเราทำสะสมเหตุถวายเป็ยพุทธบูชา ธรรมมะบูชา สังฆบูชา พ่อแม่บุพการับูชา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์บูชา พอใจที่ได้ทำดังนี้ไปเรื่อยๆ ถึงคราวมันเต็มมันได้เอง

.. แล้วก็เลิกหมิ่นครูบาอาจารย์ พ่อแม่บุพการีผู้อื่น เลิกหมิ่นทาน ห้ามให้ทาน ด่าสงฆ์ ห้ามคนเข้าวัด มันกรรมหนัก
.. เพราะต่อให้เวรกรรมไม่มีจริงป้าก็ทำชั่วแล้ว ต่อให้ที่ป้าทำเรียกว่าความดี ก็ยังใจให้เสื่อมไม่เป็นปรกติ เพราะเร่าร้อนอยากเอาชนะ ขัดใจ เกลียดชัง ไม่มีความถ่อมตน ไม่มีปรกติอ่อนน้อม หมิ่นคุณท่าน นี่ผิดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว ในเมื่ออ้างธรรมพระพุทธเจ้า ก็อย่าบิดเบือนห้ามในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอน

ไม่แหย่ป้าโรสรินแระ มาแหย่เล่ยปีใหม่เฉยๆครับ
และแค่เปิดโลกเปิดธรรมให้เท่านั้น ธรรมพระพุทธเจ้ามีมากล้วนเป็นเหตุไปสู่ผล ก็ฝึกทำที่เหตุไปให้ถึงผลที่ป้าอยากเห็นท่องจำอยู่

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2019, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมาชัดเจนแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคืออัตตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนคือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่มจร้า
:b32: :b32:



คนปฏิบัติไม่ได้ ก็แบบคุณโรสทำอยู่นี่แหละ ผมเข้าใจ และเห็นใจ

จักขุปสาทรูป ก็ประสาทรับรู้สีของตานั่นแหละ คนปฏิบัติเขาเห็นได้ ไม่เพ้อเจ้อแบบคุณโรส ยิ่งคนเขาปฏิบัติเห็นว่าสูงรู้ได้ยากในคนแบบคุณโรส เขายิ่งทำให้เข้าถึงเห็นจริงไม่มาเพ้อเจ้อแบบคุณโรส

ถามสังขารุเปกขาที่จิตทำกิจมาเพ้อ สี แสง คนละโคกกันแระป้า โคตรมั่วเลย แต่ก็น่าสงสารคุณโรสนะเพราะปฏิบัติไม่ได้ ให้ทานไม่ได้เพราะจากจนบ้าง โลภตระหนี่บ้าง ถือศีลไม่ได้เพราอภิชฌามีมาก จึงโทมนัส มีปรกติเร่าร้อนมาก ทนอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีครูบาอาจารย์จึงได้แต่ถือตามกันมาว่าื่องอภิธรรมได้จะเก่งสูง แต่กลับไม่เคยรู้จริงเลย

ผมสงสาร อย่าทิ้งลมหายใจนะคุณโรส วันนีเถึงจะต่ำต้องด้อยค่าแต่สะสมไปมันเต็มมันได้เองครับสงสารคุณโรส cry cry cry

ในยุคที่ยังมีคำสอนผู้มีปัญญารองจากพระพุทธเจ้าคือพระสารีบุตรก็ไม่ได้เห็นจักขุปสาทะรูปเอง
เพราะปสาทรูปทั้ง6ทางรู้ผ่านที่ประชุมรวมกันตอนมีจิตครองร่างรู้ว่ามีจากพระพุทธเจ้าเล่าให้ฟัง
เพราะเป็นทศพลญาณไม่เข้าใจเหรอจะไปนั่งเอาฤทธิ์พิศดารที่ไหนก็มีฤทธิ์ก็ไม่เห็นปสาทรูปไงคะ
ตาไม่บอดอยากเห็นจักขุปสาทะรูปก็ไปมองที่ตาคนอื่นจะเห็นไหมบอกว่าเป็นทศพลญาณมี1คนเท่านั้น
:b32: :b32: :b32:

ความจริงคิดถูกตามได้ตอนคนอื่นเล่าให้ฟัง
ก็บอกว่าให้ดูด้วยตาเนื้อปกติของตัวเองเทียบ
ตามคำสอนไงคะเห็นเกิดจากจิต+จักขุปสาทะ+แสงสี
คนตาบอดก็มีตาแต่ไม่มีจักขุปสาทะรูปมันไม่ครบ3ประสาน(ปสาทรูปคือรูปที่เกิดจากกรรม)ตาดีหูดีถึงฟังได้
รู้ตัวไหมทำไมไม่เริ่มฟัง กรรมตัวเอง ทำให้บอดวันไหนก็ได้ คำสอนต้องคิดเห็น ที่กำลังเห็น ถูก ตามเสียง ได้
:b32:
:b16: :b16:

รู้จักคำว่ารับผิดชอบตนเองด้วยการใช้หูตนเอง100%ฟังคำสอนไหมคะ
เพราะปัญญาเกิดตอนมีจิตได้ยิน/กิเลสเกิดตอนมีจิตเห็นทำเอง
คิดเองตามเห็นผิดผลิตกิเลสใหม่ตลอดไม่ฟังแปลว่าไม่มีปัญญา
เพราะปัญญาแรกแทรกเกิดตามหลังเห็นดับเพราะมีครบแล้ว
กิเลสทั้ง6ทางที่กายใจตนเองทั้งหมดขาดเพียงสุตมยปัญญา
:b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 04 ม.ค. 2019, 12:57, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 07:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมาชัดเจนแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคืออัตตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนคือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่มจร้า
:b32: :b32:



คนปฏิบัติไม่ได้ ก็แบบคุณโรสทำอยู่นี่แหละ ผมเข้าใจ และเห็นใจ

จักขุปสาทรูป ก็ประสาทรับรู้สีของตานั่นแหละ คนปฏิบัติเขาเห็นได้ ไม่เพ้อเจ้อแบบคุณโรส ยิ่งคนเขาปฏิบัติเห็นว่าสูงรู้ได้ยากในคนแบบคุณโรส เขายิ่งทำให้เข้าถึงเห็นจริงไม่มาเพ้อเจ้อแบบคุณโรส

ถามสังขารุเปกขาที่จิตทำกิจมาเพ้อ สี แสง คนละโคกกันแระป้า โคตรมั่วเลย แต่ก็น่าสงสารคุณโรสนะเพราะปฏิบัติไม่ได้ ให้ทานไม่ได้เพราะจากจนบ้าง โลภตระหนี่บ้าง ถือศีลไม่ได้เพราอภิชฌามีมาก จึงโทมนัส มีปรกติเร่าร้อนมาก ทนอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีครูบาอาจารย์จึงได้แต่ถือตามกันมาว่าื่องอภิธรรมได้จะเก่งสูง แต่กลับไม่เคยรู้จริงเลย

ผมสงสาร อย่าทิ้งลมหายใจนะคุณโรส วันนีเถึงจะต่ำต้องด้อยค่าแต่สะสมไปมันเต็มมันได้เองครับสงสารคุณโรส cry cry cry

ในยุคที่ยังมีคำสอนผู้มีปัญญารองจากพระพุทธเจ้าคือพระสารีบุตรก็ไม่ได้เห็นจักขุปสาทะรูปเอง
เพราะปสาทรูปทั้ง6ทางรู้ผ่านที่ประชุมรวมกันตอนมีจิตครองร่างรู้ว่ามีจากพระพุทธเจ้าเล่าให้ฟัง
เพราะเป็นทศพลญาณไม่เข้าใจเหรอจะไปนั่งเอาฤทธิ์พิศดารที่ไหนก็มีฤทธิ์ก็ไม่เห็นปสาทรูปไงคะ
ตาไม่บอดอยากเห็นจักขุปสาทะรูปก็ไปมองที่ตาคนอื่นจะเห็นไหมบอกว่าเป็นทศพลญาณมี1คนเท่านั้น
:b32: :b32: :b32:

ความจริงคิดถูกตามได้ตอนคนอื่นเล่าให้ฟัง
ก็บอกว่าให้ดูด้วยตาเนื้อปกติของตัวเองเทียบ
ตามคำสอนไงคะเห็นเกิดจากจิต+จักขุปสาทะ+แสงสี
คนตาบอดก็มีตาแต่ไม่มีจักขุปสาทะรูปมันไม่ครบ3ประสาน(ปสาทรูปคือรูปที่เกิดจากกรรม)ตาดีหูดีถึงฟังได้
รู้ตัวไหมทำไมไม่เริ่มฟัง กรรมตัวเอง ทำให้บอดวันไหนก็ได้ คำสอนต้องคิดเห็น ที่กำลังเห็น ถูก ตามเสียง ได้
:b32:
:b16: :b16:

รู้จักคำว่ารับผิดชอบตนเองด้วยการใช้หูตนเอง100%ฟังคำสอนไหมคะ
เพราะปัญญาเกิดตอนมีจิตได้ยิน/กิเลสเกิดตอนมีจิตเห็นทำเอง
คิดเองตามเห็นผิดผลิตกิเลสใหม่ตลอดไม่ฟังแปลว่าไม่มีปัญญา
เพราะปัญญาแรกแทรกเกิดตามหลังเห็นดับเพราะมีครบแล้ว
กิเลสทั้ง6ทางที่กายใจตนเองทั้งหมดขาดเพียงสุตมยปัญญา
:b32: :b32: :b32:

ปัญญาเป็นสภาพธรรมของโสภณเจตสิกไม่ใช่เรา
และปัญญาแรกตามคำสอนอาศัยคนอื่นบอกเล่า
ถึงความจริงที่กำลังปรากฏว่ามีแล้วกำลังมีค่ะ
https://youtu.be/a6qiK9UNTO8
:b8:
:b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 13:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของคำสอนคือดับเห็นที่คิดผิดเกินคำสอนเดี๋ยวนี้ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีกิเลสเยอะไงคะ
:b32: :b32:

จิตเห็นสีทีละ1สี
ได้ยินทีละ1เสียง
รู้ทีละ1ไม่ปนกันไม่ซ้ำเก่า
จิตเกิดดับทีละ1ขณะไม่ซ้ำขณะเวลาใหม่เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด

:b16:
:b32: :b32:



คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม ประโยชน์คุณโรสเอง

กะพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่ทั้งหมดในสังสารวัฏฏ์
เอาเห็นที่คิดผิดเดี๋ยวนี้ออกตอนไหนคะ
ควักลูกตาออกมาล้างสีหรือ
สีกระทบจักขุปสาทะรูป
ดับตรงลูกตาดำตัวเอง
สีดับทันทีตรงจักขุปสาทะ
มีตัวจริงธัมมะนอกตัวไหมคะ...คิดให้ตรงให้ได้ก่อนค่อยมาสนทนานะคะ...อายคนที่เขารู้ตัวแล้วน๊า
:b32: :b32:


ถามสังขารุเปกขาจิตทำกิจอ้างมั่วไปอภิธรรม คนละเรื่องกันกับคำถามแล้ว แม้ที่เอามาก็แค่ของท่องจำ

ทำทานให้มานอิ่มอามิสไม่ล่วงละเมิดศีลก่อน
เจริญศีลให้เย็นใจถึงสมาธิได้ก่อน
ทำสมาธิให้ถึงปัญญาให้ได้ก่อน

เข้าวัดทำบุญถวายทาน ภัตรหาร เงินก็ทำนุบำรุงวัด
ละอภิชฌา โทมนัส ก่อน
ทำสมาธิเยอะๆ อบรมจิตให้ผ่องใน มีใจเอื้อเฟื้อ เว้นจากความเบียดเบียนก่อนค่อยมาคุยธรรม

เลิกด่าพระ หมิ่นครูบาอาจารย์
เลิกลามปามพ่อแม่คนอื่น
บอกเขาให้เลิกทานก็ขัดคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ดันยกธรรมอ้างพระพุทธเจ้า นี้บิดเบือนแล้ว

ไปทำมาก่อนประโยชน์คุณโรสเอง

ปสาทรูปไม่มีใครเห็น
ที่รู้ว่าเห็นได้ยังไง
เพราะมีจักขุปสาทะ
ไม่ใช่มีเงินให้เห็นน๊าตาไม่สว่างหรือ555
ความจริงรู้ถูกตามได้ที่ตัวตนของตัวเองเท่านั้น
ตรงมากชัดเจนแม่นยำเห็นแค่สีทีละ1สีตรงยิ่งกว่าตาเห็นคือจิตเห็นสีเพียง1สีเท่านั้นไม่มีคนแม้แต่คนเดียว
ยังเห็นคนคือมีอัตตานุทิฏฐิและเห็นตัวเองมีตัวตนอยู่คือสักกายทิฏฐิมีแล้วยังไปทำกิเลสละเอียดแบบฌานเพิ่ม
บอกให้ฟังก่อนไม่ใช่ให้เชื่อด้วยกาลามสูตร10เพราะเหตุผลคือปัญญาเกิดจากฟังไงคะตรงขณะคือเดี๋ยวนี้
:b32: :b32:

ปัญญา=ญาณ=วิปัสสนา=สัมมาทิฏฐิ=ความคิดเห็นถูกเข้าใจถูกตรงตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏว่ามี
แปลว่ารู้ตรงสัจจะที่กายใจกำลังมีตรงตามการฟังความจริงเข้าใจถูกตัวตนถึงสิ่งที่กำลังมีจริงๆเดี๋ยวนี้ตรงๆ
เพราะสภาพธัมมะที่กำลังปรากฏว่ามีรู้ถูกตามได้ตรงได้ทีละ1ทางก็ดับคนทั้งตัวคือไม่มีตัวตนตรงตามคำสอน
ต้องเข้าใจถูกตามคำสอนคือคิดถูกตามได้ว่าตัวเองมีตัวตนและกำลังมีศรัทธาเพียรฟังคำสอนเพื่อเข้าใจตาม
https://youtu.be/jii5DywM_1A
:b16:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 13:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


กล่าวซะถึงซึ่งธรรมอันเป็นกุศล
แต่จิตที่แสดงความเคารพต่อธรรม กลับไม่มี
กลับหยิบธรรมมาใช้ในลักษณะที่สนองอารมณ์ของตน

:b1:

การที่ไม่เห็น คน ไม่เห็นบุคคล เห็นแต่ธรรมเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ก็เถอะ

กระนั้น ผู้ที่เข้าไปเห็น ย่อมเข้าไปเห็นด้วยอาการแห่งการลาดไป (ด้วยภาวนา-ขัดเกลา)

เมื่อเห็นด้วยอาการแห่งการลาดไป (ด้วยภาวนา-ขัดเกลา)

ซึ่งแม้ธรรมนั้น ประจักษ์แจ้งแล้วซึ่งอนัตตา ไม่ใช่คน ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา
ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา
แต่กระนั้น ความเคารพในธรรม ยังคงเป็น จริยาแห่งปัญญาที่ประจักษ์แจ้งในธรรม

Quote Tipitaka:
๒. คารวสูตร
ว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงสักการะเคารพธรรม
[๕๕๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ประทับอยู่ที่ใต้ต้นอชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่ง
แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด
เกิดความรำพึงอย่างนี้ว่า “บุคคลผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เราพึง
สักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์คนไหนหนอแลอยู่”
[๕๖๐] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้มีพระดำริดังนี้ว่า “เราพึงสักการะ เคารพ
อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งสีลขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์
แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก
และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ที่มีศีลสมบูรณ์กว่าเรา ที่เรา
จะพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งสมาธิขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
ที่มีสมาธิสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งปัญญาขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
ที่มีปัญญาสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งวิมุตติขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก ฯลฯ ที่มีวิมุตติสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่น
ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์
เทวดาและมนุษย์ที่มีวิมุตติญาณทัสสนะสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ
อาศัยอยู่ ทางที่ดีเราพึงสักการะ เคารพธรรมที่เราตรัสรู้แล้วนั่นแลอยู่
[๕๖๑] ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบความรำพึงของพระผู้มีพระภาคด้วยใจแล้ว
หายตัวจากพรหมโลกมาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค เหมือนบุรุษ
ผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น
ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหมห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือไปทางที่
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระผู้มี
พระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ทรงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตทรงสักการะ เคารพ
อาศัยธรรมอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในปัจจุบัน ก็ขอจงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่เถิด”
[๕๖๒] ท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลดังนี้แล้ว จึงได้กล่าวคาถาอื่นต่อไปอีกว่า
พระสัมพุทธเจ้าในอดีต
พระสัมพุทธเจ้าในอนาคต
และพระสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดในปัจจุบัน
ผู้ขจัดความเศร้าโศกของสัตว์เป็นจำนวนมากให้พินาศไป
ทุกพระองค์นั้น ล้วนเคารพพระสัทธรรมอยู่
นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
เพราะเหตุนั้นแล กุลบุตรผู้ใฝ่ประโยชน์
มุ่งหวังความเป็นใหญ่ ระลึกถึงคำสอน
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงเคารพพระสัทธรรม A
คารวสูตรที่ ๒ จบ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 13:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ที่กำลังมีความไม่รู้เพราะเชื่อตำราตรงไหมคะก็คิดผิดตามอักษรอยู่
จะคิดถูกตามได้ต้องอาศัยฟังเสียงจากปรโตโฆสะทำเหตุตรงไหมคะ
สภาพธรรมที่กำลังปรากฏว่ามีแล้วกำลังเกิดดับอยู่โดยความเป็นอนัตตา
ที่ไม่รู้คือไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เลยนะคะ...ค่ะเดี๋ยวนี้กระพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่
ที่กำลังดับไปตลอดเวลาที่มีอยู่คือความไม่รู้ความจริงของเห็นจะไปทำอะไรคะ
รู้ตัวไหมว่าที่กำลังปรุงแต่งจิตตนเองตามสิ่งที่เห็นคือคิดเห็นผิดอยู่/จะไปรู้สึกตัวตอนไหน
คำสอนคิดถูกตามเสียงได้คือคิดตามเสียงที่ผู้อื่นกล่าวคำจริงของเห็นให้เข้าใจถูกตามได้ว่ามีแค่สีล้วน1สีค่ะ
ที่เห็นเป็นตัวอักษรปรุงแต่งเห็นผิดจากคำสอนอยู่ไม่ใช่ให้เชื่อแต่ให้ฟังจนกว่าจะเข้าใจถูกตัวตนว่าเห็นอะไร
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 14:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
๒. คารวสูตร
ว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงสักการะเคารพธรรม
[๕๕๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ประทับอยู่ที่ใต้ต้นอชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่ง
แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด
เกิดความรำพึงอย่างนี้ว่า “บุคคลผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เราพึง
สักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์คนไหนหนอแลอยู่”
[๕๖๐] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้มีพระดำริดังนี้ว่า “เราพึงสักการะ เคารพ
อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์แห่งสีลขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์
แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก
และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ที่มีศีลสมบูรณ์กว่าเรา ที่เรา
จะพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งสมาธิขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
ที่มีสมาธิสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งปัญญาขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
ที่มีปัญญาสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งวิมุตติขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่นในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก ฯลฯ ที่มีวิมุตติสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยอยู่
เราพึงสักการะ เคารพ อาศัยสมณะหรือพราหมณ์อื่นอยู่ เพื่อความบริบูรณ์
แห่งวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ แต่เราไม่เห็นสมณะหรือพราหมณ์อื่น
ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์
เทวดาและมนุษย์ที่มีวิมุตติญาณทัสสนะสมบูรณ์กว่าเรา ที่เราพึงสักการะ เคารพ
อาศัยอยู่ ทางที่ดีเราพึงสักการะ เคารพธรรมที่เราตรัสรู้แล้วนั่นแลอยู่
[๕๖๑] ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบความรำพึงของพระผู้มีพระภาคด้วยใจแล้ว
หายตัวจากพรหมโลกมาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค เหมือนบุรุษ
ผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น
ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหมห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือไปทางที่
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระผู้มี
พระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ทรงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตทรงสักการะ เคารพ
อาศัยธรรมอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในปัจจุบัน ก็ขอจงสักการะ เคารพ อาศัยธรรมอยู่เถิด”
[๕๖๒] ท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลดังนี้แล้ว จึงได้กล่าวคาถาอื่นต่อไปอีกว่า
พระสัมพุทธเจ้าในอดีต
พระสัมพุทธเจ้าในอนาคต
และพระสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดในปัจจุบัน
ผู้ขจัดความเศร้าโศกของสัตว์เป็นจำนวนมากให้พินาศไป
ทุกพระองค์นั้น ล้วนเคารพพระสัทธรรมอยู่
นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
เพราะเหตุนั้นแล กุลบุตรผู้ใฝ่ประโยชน์
มุ่งหวังความเป็นใหญ่ ระลึกถึงคำสอน
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงเคารพพระสัทธรรม A
คารวสูตรที่ ๒ จบ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2019, 14:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
ที่กำลังมีความไม่รู้เพราะเชื่อตำราตรงไหมคะก็คิดผิดตามอักษรอยู่
จะคิดถูกตามได้ต้องอาศัยฟังเสียงจากปรโตโฆสะทำเหตุตรงไหมคะ
สภาพธรรมที่กำลังปรากฏว่ามีแล้วกำลังเกิดดับอยู่โดยความเป็นอนัตตา
ที่ไม่รู้คือไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เลยนะคะ...ค่ะเดี๋ยวนี้กระพริบตาคือจิตเห็นขณะใหม่
ที่กำลังดับไปตลอดเวลาที่มีอยู่คือความไม่รู้ความจริงของเห็นจะไปทำอะไรคะ
รู้ตัวไหมว่าที่กำลังปรุงแต่งจิตตนเองตามสิ่งที่เห็นคือคิดเห็นผิดอยู่/จะไปรู้สึกตัวตอนไหน
คำสอนคิดถูกตามเสียงได้คือคิดตามเสียงที่ผู้อื่นกล่าวคำจริงของเห็นให้เข้าใจถูกตามได้ว่ามีแค่สีล้วน1สีค่ะ
ที่เห็นเป็นตัวอักษรปรุงแต่งเห็นผิดจากคำสอนอยู่ไม่ใช่ให้เชื่อแต่ให้ฟังจนกว่าจะเข้าใจถูกตัวตนว่าเห็นอะไร
onion onion onion

คำสอนต้องคิดให้ตรงเห็นที่กำลังลืมตาดูอยู่เดี๋ยวนี้
ถ้าเห็นไม่ดับจะไม่มีคิดและตอนคิดก็ไม่มีเห็นแต่เป็น
จิตเห็นสีดับแล้วคิดถึงสีดับแล้วมีจิตทางอื่นเกิดต่อมืด
คุณเห็นว่าสว่างมากกว่ามืดเดี๋ยวนี้ตาไม่บอดดูไม่เข้าใจรึ
ตถาคตแสดงว่าสีดับตรงตาดำทันทีแล้วคิดนึกรู้สิ่งต่างๆในมืด
มีมืดแค่ตอนกระพริบตาปกติมีมิจฉาทิฏฐิเรียกว่าความคิดเห็นผิด
มีแล้วกำลังเห็นผิดอยู่เดี๋ยวนี้และจะคิดเห็นถูกตามคำสอนได้ตอนมีเสียงบอกว่าจิตเห็นสี1สีดับทันทีจ้ะ

กระพริบตาคือจิตเห็นสีเพียงสีเดียวค่ะ...ตาไม่บอดดูสิคะตาตัวเองเห็นแค่1สีไหมคะ

onion onion onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 482 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22 ... 33  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร