วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ค. 2019, 09:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 07:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5694


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-4444.jpg
Image-4444.jpg [ 55.98 KiB | เปิดดู 355 ครั้ง ]
กิเลสมี ๓ ระดับ คือ วีติกกมกิเลส; ปริยุฏฐานกิเลส; อนุสัยกิเลส;

วีติกกมกิเลส เป็นกิเลสอย่างหยาบ ทำให้ล่วงเป็นทุจริตกรรมทางกาย วาจา ซึ่งสามารถละเว้นวีติกกมกิเลสได้ด้วย ศีล เป็นทังคปหาน

ปริยุฏฐานกิเลส เป็นกิเลสอย่างกลางที่เกิดร่วมกับอกุศลจิต แต่ไม่ถึงขั้นล่วง เป็นทุจริตกรรม ระงับปริยุฏฐานกิเลสได้ชั่วคราว เป็นวิกขัมภนปหานด้วย สมาธิ (ปริยุฏฐานกิเลส เรียกอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ นิวรณ์ ๕ นั่นเอง)

อนุสัยกิเลส เป็นกิเลสอย่างละเอียด เมื่อยังไม่ได้ดับกิเลส อนุสัยกิเลสก็นอนเนื่องอยู่ในจิตที่เกิดดับสืบต่อกันเป็นเชื้อเป็นปัจจัยให้เกิด ปริยุฏฐานกิเลส กิเลสทั้งหลายจะดับหมดสิ้นเป็นสมุจเฉทปหาน ไม่เกิดอีกเลย เมื่อโลกุตตรมัคคจิตรู้แจ้งอริยสัจจธรรม โดยประจักษ์แจ้งสภาพของพระนิพพาน ตามลำดับขั้นของมัคคจิต ซึ่งปหานกิเลสเป็นสมุจเฉท ตามลำดับขั้นของมัคคจิต นั้นๆ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 07:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7377

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

สาธุ ครับ ลุง ผมยังอ่อนด้านปริยัติเลยต้อง
ศึกษาเพิ่มเติมกำลังอ่านพระไตรปิฏกอยู่ครับ

:b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2018, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5694


 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
:b8:

สาธุ ครับ ลุง ผมยังอ่อนด้านปริยัติเลยต้อง
ศึกษาเพิ่มเติมกำลังอ่านพระไตรปิฏกอยู่ครับ

:b8:


ก็ศึกษาไปครับ ดีแล้วที่หาจุดเริ่มต้นได้
การศึกษาใหม่ๆควรจะเป็นผู้ใฝ่ถามให้มากจากหลายท่านที่เป็นผู้รู้
อย่าเป็นผู้ออกความเห็นด้วยความคิดของตัวเอง ความคิดของตนเองก็เป็นความคิดของตนเอง
มันไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจะไปบิดเบือนคำสอนโดยรู้เท่าไม่ถึงกาล
คำสอนของพระพุทธเจ้ามีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งมาก ศึกษาให้ดีจนเกิดเห็นจริงควรมากล่าวธรรมได้

การกระทำทาง กาย วาจา หรือ ใจ ที่ทำไปแล้วก็จะไปสะสมที่อนุสัยกิเลส
เพื่อรอเหตุปัจจัยเพื่อการให้ผลอยู่ (ดูภาพประกอบ)

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ธ.ค. 2018, 07:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5694


 ข้อมูลส่วนตัว


มาทำความรู้จักที่เป็นวีติกกมกิเลสกันก่อนดีกว่า คือ
กิเลสชนิดนี้เป็นกิเลสที่จะแสดงออกให้ใครๆ ก็รู้ได้ง่าย
จะมีความดิ้นรนแสดงออกมาทางกายกับวาจา เป็นกิเลสที่มีกำลัง
ถึงขั้นล่วงศีล หรือล่วงทุจริตกรรมออกมาทางกาย วาจา
เป็นกิเลสอย่างหยาบที่ถูกปรุงแต่งสำเร็จมาแล้วทางใจจะทะลุออกมา
ทางกาย ทางวาจา เป็นการกระทำด้วยเจตนา เช่น การล่วงละเมิดในทางกาม
การฆ่าเขา เบียดเบียนเขา การพูดเท็จ ตลอดจนการดื่มน้ำเมา เป็นต้น
ซึ่งเรียกว่า กิเลสหยาบ ถ้าพิจารณากันอีกทางหนึ่ง จะเห็นได้ว่า ตัววีตกกมกิเลสนี้
เป็นกิเลสที่มาจากทางใจ หรือ มาจากกิเลสขั้นกลาง คือ มาจากปริยุฏฐานกิเลสนั่นเอง

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2019, 07:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 875


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ค. 2019, 09:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5694


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-6993.jpg
Image-6993.jpg [ 117.83 KiB | เปิดดู 77 ครั้ง ]
วิติกมกิเลสเป็นกิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกมาทางกายทางวาจา
จะทำให้ผู้อื่นนั้นรู้ได้และตนเองก็รู้ได้


ปริยุฏฐานะกิเลส จะเกิดในมโนทวารไม่แสดงออกมาทางปัญจทวารใดๆ
และเป็นวิถีจิตทางมโนทวาร ตัวเองรู้ได้ บางที่ก็ทำให้ผู้อื่นรู้ได้

อนุสัยกิเลส เป็นกิเลสที่นอนเนื่องในภวังคจิต ไม่ปรากฏทางทวารใดๆเลย
และก็ไม่เป็นวิถีจิตใดๆเลย ตนเองก็ไม่สามารถรู้ได้ และผู้อื่นก็ไม่สามารถรู้ได้
มีพระสัมมาสัมพุทํเจ้าเท่านั้นที่เป็นผู้รู้ได้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร