วันเวลาปัจจุบัน 18 ม.ค. 2019, 23:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 07:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 11944


 ข้อมูลส่วนตัว


สัจจะบารมี...ก็ควรตั้งให้ถูก..

สิ่งที่ตนทำได้อยู่แล้ว..เป็นของง่ายสำหรับตน...ตั้งไปก็ไม่เป็นบารมี...

ตัวอย่างเช่น..นั่งสมาธิ...ในวันหนึ่งๆตนเองนั่งได้หนึ่งชั่วโมง..ได้สบายๆอยู่แล้ว...เป็นของง่ายสำหรับตน...ก็ควรจะเพิ่มไปตั้งให้สูงขึ้นไป..เช่น...จะนั่งหนึ่งชั่วโมงทุกวันตลอดปี(เพราะไม่แน่ใจว่าทั้งปีจะทำทุกวันได้มั้ย)...หรือ..จะนั่งให้มากกว่าหนึ่งโมง (เพราะหนึ่งชั่วโมงมันง่ายแล้วแต่ไม่รู้ว่าถ้ามากขึ้นตนจะทำได้มั้ย)..

เป็นต้น...ได้ทั้งสัจจะบารมี..ได้ทั้งวิริยะบารมี...เป็นต้น

สิ่งที่ตนทำได้อยู่แล้ว..ทำได้สบายๆ..ทำได้แบบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร...ก็ไม่มีประโยชน์อะไรต้องไปตั้ง..(ก็มันทำอยู่แล้ว)...เช่น...เราหายใจเป็นปกติอยู่แล้ว..จะไปตั้งว่าเราจะหายใจทุกวัน..อย่างนี้..มันก็ไม่ถูก...นี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆนะ

สิ่งที่ควรตั้ง...คือตั้งในสิ่งที่ตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้มั้ย...ตั้งในสิ่งที่ตนทำได้ยาก...เช่น...หายใจ..เราหายใจอยู่แล้ว..แต่การรู้ลมหายใจตลอด..นี้..มันไม่แน่...เราก็ควรตั้งใจ..ว่า..เราจะรู้ลมหายใจให้ได้ตลอดวัน...อย่างนี้เป็นต้น

การตั้ง..จึงต้องตั้งให้ถูก

ดั่งนี้...แหละครับ...บางคนไม่ดื่มกินสุรายาเมาอยู่แล้ว...จะไปตั้งสัจอธิฐานว่าจะไม่ดื่มกินทำมั้ย..ควรจะไปตั้งอย่างอื่นที่ตนไม่แน่ใจว่าตนจะทำได้ แทน..ซิครับ...จึงจะเป็นบารมี

ส่วนคนที่..ยังไม่แน่ใจ..ว่าตนจะงดสุรายาเมาได้ตลอดไปมั้ย..ก็ควรตั้งสัจอธิฐาน..ว่า..จะงด..ได้ครับ...เป็นทั้งสัจบารมี...วิริยะบารมี..อธิฐานบารมี...เป็นได้หลายอย่างเลย..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 08:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สัจจะบารมี...ก็ควรตั้งให้ถูก..

สิ่งที่ตนทำได้อยู่แล้ว..เป็นของง่ายสำหรับตน...ตั้งไปก็ไม่เป็นบารมี...

ตัวอย่างเช่น..นั่งสมาธิ...ในวันหนึ่งๆตนเองนั่งได้หนึ่งชั่วโมง..ได้สบายๆอยู่แล้ว...เป็นของง่ายสำหรับตน...ก็ควรจะเพิ่มไปตั้งให้สูงขึ้นไป..เช่น...จะนั่งหนึ่งชั่วโมงทุกวันตลอดปี(เพราะไม่แน่ใจว่าทั้งปีจะทำทุกวันได้มั้ย)...หรือ..จะนั่งให้มากกว่าหนึ่งโมง (เพราะหนึ่งชั่วโมงมันง่ายแล้วแต่ไม่รู้ว่าถ้ามากขึ้นตนจะทำได้มั้ย)..

เป็นต้น...ได้ทั้งสัจจะบารมี..ได้ทั้งวิริยะบารมี...เป็นต้น

สิ่งที่ตนทำได้อยู่แล้ว..ทำได้สบายๆ..ทำได้แบบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร...ก็ไม่มีประโยชน์อะไรต้องไปตั้ง..(ก็มันทำอยู่แล้ว)...เช่น...เราหายใจเป็นปกติอยู่แล้ว..จะไปตั้งว่าเราจะหายใจทุกวัน..อย่างนี้..มันก็ไม่ถูก...นี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆนะ

สิ่งที่ควรตั้ง...คือตั้งในสิ่งที่ตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้มั้ย...ตั้งในสิ่งที่ตนทำได้ยาก...เช่น...หายใจ..เราหายใจอยู่แล้ว..แต่การรู้ลมหายใจตลอด..นี้..มันไม่แน่...เราก็ควรตั้งใจ..ว่า..เราจะรู้ลมหายใจให้ได้ตลอดวัน...อย่างนี้เป็นต้น

การตั้ง..จึงต้องตั้งให้ถูก

ดั่งนี้...แหละครับ...บางคนไม่ดื่มกินสุรายาเมาอยู่แล้ว...จะไปตั้งสัจอธิฐานว่าจะไม่ดื่มกินทำมั้ย..ควรจะไปตั้งอย่างอื่นที่ตนไม่แน่ใจว่าตนจะทำได้ แทน..ซิครับ...จึงจะเป็นบารมี

ส่วนคนที่..ยังไม่แน่ใจ..ว่าตนจะงดสุรายาเมาได้ตลอดไปมั้ย..ก็ควรตั้งสัจอธิฐาน..ว่า..จะงด..ได้ครับ...เป็นทั้งสัจบารมี...วิริยะบารมี..อธิฐานบารมี...เป็นได้หลายอย่างเลย..

:b8:

ถูกแล้วครับ ที่ผมตั้งไว้นั้นก็คือ ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ที่จะให้ดื่มก็
จะไม่ดื่ม เช่น แม้คนจะฆ่า แม้คนจะเอาทรัพย์มาจ้างเท่าไหร่ แม้
จะต้องตายก็ยอม ลองดูว่าจะทำได้ไหม นี้คือสิ่งที่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 08:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 11944


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้ามีคนมาบังคับ..คุณเอส..เอามีดเอาปืนมาจ่อคอลูกเมีย...บังคับคุณเอสว่า..ถ้าไม่ดื่มจะฆ่าลูกฆ่าเมีย..คุณเอส..ละคับ...คุณเอสจะยอมดื่มมั้ย?้

ถ้า..ยอม..คุณเอสยอมเพราะอะไร?

ถ้า..ไม่ยอม..คุณเอสไม่ยอมเพราะอะไร?

:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 08:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ถ้ามีคนมาบังคับ..คุณเอส..เอามีดเอาปืนมาจ่อคอลูกเมีย...บังคับคุณเอสว่า..ถ้าไม่ดื่มจะฆ่าลูกฆ่าเมีย..คุณเอส..ละคับ...คุณเอสจะยอมดื่มมั้ย?้

ถ้า..ยอม..คุณเอสยอมเพราะอะไร?

ถ้า..ไม่ยอม..คุณเอสไม่ยอมเพราะอะไร?

:b16: :b16:

:b8:

ถามไปไกลอีกล่ะ บารมียังไม่มากขนาดนั้นครับ
ยังต้องฝึกอีกหลายภพหลายชาติ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 19:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 11944


 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ถ้ามีคนมาบังคับ..คุณเอส..เอามีดเอาปืนมาจ่อคอลูกเมีย...บังคับคุณเอสว่า..ถ้าไม่ดื่มจะฆ่าลูกฆ่าเมีย..คุณเอส..ละคับ...คุณเอสจะยอมดื่มมั้ย?้

ถ้า..ยอม..คุณเอสยอมเพราะอะไร?

ถ้า..ไม่ยอม..คุณเอสไม่ยอมเพราะอะไร?

:b16: :b16:

:b8:

ถามไปไกลอีกล่ะ บารมียังไม่มากขนาดนั้นครับ
ยังต้องฝึกอีกหลายภพหลายชาติ

:b8:


ถาม..ภาวะปัจจุบัน..ครับ..

ไม่ได้ถาม..อนาคต...ต้องสละลูกสละเมีย...อะไรอย่างนั้น..เป็นคนละสภาวะครับ...นั้นมันตอนให้ทาน..ครับ :b1: :b1:

เป็นผม..นะ...ยอม..ครับ... :b12:

ทำไมถึงยอม?...ชีวิต..ยังยอมสละได้...แค่แอลกอฮอลงไปในคอ...นี้..มันจะอะไรกันเชียว... :b32: :b32:

ศีล..ไม่ขาดหรอก...ก็ถูกบังคับ..มีชีวิตคนอื่นเป็นตัวประกันนะ..

หากกลัวศีลขาด...ศีลด่างพร่อย...ก็ให้ถือว่า..สละความดีไปบ้างเพื่อรักษาชีวิตคนอื่น

ดี..นี้ สละยากนะ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ธ.ค. 2018, 21:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
sssboun เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ถ้ามีคนมาบังคับ..คุณเอส..เอามีดเอาปืนมาจ่อคอลูกเมีย...บังคับคุณเอสว่า..ถ้าไม่ดื่มจะฆ่าลูกฆ่าเมีย..คุณเอส..ละคับ...คุณเอสจะยอมดื่มมั้ย?้

ถ้า..ยอม..คุณเอสยอมเพราะอะไร?

ถ้า..ไม่ยอม..คุณเอสไม่ยอมเพราะอะไร?

:b16: :b16:

:b8:

ถามไปไกลอีกล่ะ บารมียังไม่มากขนาดนั้นครับ
ยังต้องฝึกอีกหลายภพหลายชาติ

:b8:


ถาม..ภาวะปัจจุบัน..ครับ..

ไม่ได้ถาม..อนาคต...ต้องสละลูกสละเมีย...อะไรอย่างนั้น..เป็นคนละสภาวะครับ...นั้นมันตอนให้ทาน..ครับ :b1: :b1:

เป็นผม..นะ...ยอม..ครับ... :b12:

ทำไมถึงยอม?...ชีวิต..ยังยอมสละได้...แค่แอลกอฮอลงไปในคอ...นี้..มันจะอะไรกันเชียว... :b32: :b32:

ศีล..ไม่ขาดหรอก...ก็ถูกบังคับ..มีชีวิตคนอื่นเป็นตัวประกันนะ..

หากกลัวศีลขาด...ศีลด่างพร่อย...ก็ให้ถือว่า..สละความดีไปบ้างเพื่อรักษาชีวิตคนอื่น

ดี..นี้ สละยากนะ..

:b8:

เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไป ความนึกคิดก็ย่อมเปลี่ยนไป
ด้วย ปัจจุบันอย่างหนึ่ง อนาคตก็อีกอย่างหนึ่ง

นาๆจิตตัง ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างความเห็นครับ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2018, 17:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

โทษมีมากมายให้รู้เห็น แต่ก็ยังคิดว่าดีหนอ
อ้างคำพูด:
อบายมุข ๖ (เหตุเครื่องฉิบหาย ๖)

อบายมุข คือเหตุเครื่องฉิบหาย ๖ อย่าง

๑.ดื่มน้ำเมา

๒. เที่ยวกลางคืน

๓. เที่ยวดูการเล่น

๔. เล่นการพนัน

๕. คบคนชั่วเป็นมิตร

๖. เกียจคร้านทำการงาน

ทั้งหมดนี้เป็นทางเสื่อม เป็นทางที่ใครเดินแล้วเสื่อมลงไปเรื่อยๆ

เช่น ดื่มน้ำเมา เป็นทางเสื่อมทั้งกาย ทั้งใจ เสื่อมทรัพย์ เสื่อมชื่อเสียง เสื่อมหมดทุกประการ เพราะดื่มน้ำเมามีโทษ คือ

๑.เสียทรัพย์ ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน

๒. เกิดโรคในร่างกายจิตใจ

๓. มักก่อการทะเลาะวิวาทกัน

๔. ไม่รู้จักละอาย ทำอะไรแปลกๆ

๕. คนดีเขาดูหมิ่น ว่าเป็นทาสน้ำเมา

๖.สมองเสื่อม ปัญญาเสื่อม

นี่โทษของการดื่มน้ำเมา มีถึง ๖ อย่าง

ขออนุญาติท่าน มาแปะเพิ่มเพื่อคนที่ยังมิได้ศึกษาอ่านครับ :b8:


ที่มาhttp://www.dhammajak.net/forums/styles/bo2Soft/imageset/icon_post_target_unread.gif :b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ม.ค. 2019, 07:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

อ้างคำพูด:
รูปภาพ

น่าห่วง พบ 11 ล้านคน เป็นความดันโลหิตสูง

สาธารณสุขเผยผลการตรวจสุขภาพคนไทย อายุ 15 ปี ขึ้นไป อยู่ในขั้นน่าห่วง
พบมีปัญหาความดันโลหิตสูงถึง 11 ล้านคน หรือพบ 1 คนในเกือบทุกๆ 5 คน
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากความอ้วน โรคความดันโลหิตสูงถือได้ว่า
เป็นมหันตภัยเงียบเนื่องจากช่วงแรกไม่แสดงอาการ
ผู้เป็นโรคจึงไม่ทราบว่าเป็นเพราะยังรู้สึกปกติ ทำให้ไม่ได้รักษา เสี่ยงพิการ
และเสียชีวิตจากเส้นเลือดสมองแตก หัวใจขาดเลือด ไตวาย
แนะการป้องกันไม่ให้เกิดโรคง่ายๆ คือ ลดเค็ม เพิ่มกินผัก ออกกำลังกาย
และคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินพิกัด


ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า
ขณะนี้โรคความดันโลหิตสูงกำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก
เมื่อป่วยแล้วรักษาไม่หายขาด ล่าสุดสมาคมความดันโลหิตสูงโลก
รายงานประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคนี้กว่า 1,500 ล้านคน
จากประชากรทั้งหมดประมาณ 6,000 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7 ล้านคน


สำหรับไทย ผลสำรวจสภาวะสุขภาพประชากรไทยล่าสุดในปี 2547
อยู่ในเกณฑ์น่าห่วง พบว่าประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปซึ่งมีประมาณ 50 ล้านคน
พบผู้ป่วยประมาณ 11 ล้านคน กล่าวได้ว่าในเกือบทุกๆ 5 คน
จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1 คน โดยพบในผู้ชายร้อยละ 23 ผู้หญิงร้อยละ 21
พบผู้ป่วยมากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมาภาคกลาง กทม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยในรอบ 10 ปีมานี้
ตั้งแต่พ.ศ.2541-2551 มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว


สาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เกิดมาจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกันที่สำคัญ
คือ การมีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน กินเค็ม ขาดการออกกำลังกาย
ผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อในประชากรอายุ 15-74 ปี
โดยกรมควบคุมโรคในปี 2550
พบว่ามีน้ำหนักเกินและอ้วนร้อยละ 23 มีรอบเอวเกินร้อยละ 21
กินผักและผลไม้เพียงพอคือ 5 หน่วยมาตรฐานขึ้นไปต่อวัน ร้อยละ 23
ออกกำลังกาย 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 38


ดื่มสุราร้อยละ 36 สูบบุหรี่ร้อยละ 22 โดยคนในกทม.มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน
อ้วนและรอบเอวเกินสูงที่สุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พบปัญหาเรื่องการสูบบุหรี่หรือยาสูบสูงสุด
ส่วนภาคเหนือพบปัญหาเรื่องการดื่มสุราสูงสุด


ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ
และป้องกันไม่ให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยยึดหลัก ลดกินอาหารรสเค็ม
ชิมอาหารก่อนปรุงไม่หวานไม่เค็มไม่มัน เพิ่มการรับประทานผัก
โดยรับประทานหลากสีและชนิด ลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมตามวัย ควบคุมรอบเอวในผู้ชายไม่ให้เกิน 90 เซนติเมตร
ผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร และออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
สัปดาห์ละ 5 วัน และควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำทุกปี


ที่มา...หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

:b48: :b8: :b48:

อ้างอิง http://www.dhammajak.net/forums/styles/bo2Soft/imageset/icon_post_target_unread.gif
:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2019, 19:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

เมื่อจิตว่างจากการงาน ความเหงาก็จะเข้าครอบครองจิต
เรา เราก็ควรให้งานให้จิตได้ทำบ่อยๆ เพื่อมิให้ความเหงานั้น
เข้ามาด้วยการเจริญสติ ดูลมหายใจ ดูกาย ดูอารมณ์ ลองอ่าน
นี้ดูครับ http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=56935

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2019, 22:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ตระหนี่ในสิ่งที่ควรตระหนี่เช่นเวลาดื่มเบียร์ ก็
ไม่ต้องเรียกเพื่อนฝูง ดื่มคนเดียวก็ไม่นาน ไม่เปลือง
หากดื่มหลายคนนั้น คุณแก้ว ผมแก้ว ท่านแก้ว ไม่จบ
ง่ายๆ และเวลาเพื่อนดื่มหรือให้ดื่มฟรีก็ควรปฏิเสธ นี้คือ
อีกวิธีการทำให้เหินห่างออกจากเหล้าเบียร์

คบคนนักดื่ม ก็จะเป็นเช่นนักดื่ม
คบนักนักปรัชญา ก็มักจะเป็นเช่นนั้น
เพราะคบคนเช่นไรก็มักจะเป็นเหมือนคนเช่นนั้น


:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร