วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.พ. 2020, 17:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2018, 15:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
Rosarin เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
ศาสนิกชน
ทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล เพื่อหวังสุคติภพ เป็นเบื้องหน้า เพราะเชื่อในกรรมและผลของกรรม
ความเห็นนี้ ก็เป็นสัมมาทิฏฐิ
V
ก่อนทำบุญ ทำทาน
ขณะทำบุญ ทำทาน
หลังจากทำบุญ ทำทาน
จิตนั้นอิ่มเอิบ ด้วยความปิติยินดี มีโสมนัส มีความสุข
จากการทำบุญทำทานนั้น
ย่อมชื่อว่า ได้บุญ มีสุขคติเป็นเบื้องหน้า
กุศลย่อมสำเร็จ ครบทั้งสามกาล มีอานิสงส์มากมีผลมาก
V
มีแต่ บ้านธรรมะ ที่เข้าใจเอาเองว่า บุญคือสภาพที่ไร้อกุศล(กิเลส)
ในความเป็นจริง บุญอย่างหนึ่ง กุศลอย่างหนึ่ง กุศลที่ไร้กิเลสอย่างหนึ่ง
ล้วนเป็นกุศลทั้งสิ้น เป็นความหยาบความประณีตของกุศล
บุญเป็นฐานไปสู่กุศลที่ประณีตขึ้นครับ
บุญเป็นกุศลด้วย เป็นเหตุให้กุศลเจริญ

โจรก็ทำบุญกะญาติพี่น้องเขา
บรรพชาแล้วไม่มีภาระเลี้ยงใคร
บิณฑบาตด้วยปลีแข้งแค่เต็มปากบาตร
เทแล้วรับเทแล้วรับแปลว่าโลภผิดไหมคะ
จะเผื่อใครในเมื่อบรรพชาเพือมักน้อยสันโดษ
สงบได้หรือทำวัดเป็นบ้านมีชาวบ้านแห่มานอนวัด
ชีพราหมณ์ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้าทำตามๆกัน
ไม่มีกาลามสูตร10จะให้ว่าอย่างไรศึกษาคำสอนตรงไหม
เพื่อขนคนมานอนวัดให้คนซื้อของมาตุนเต็มวัดกิเลสไหมคะ
:b32: :b32:

นี่ก็เก็บกดมาหลายดอกสิท่า
บอกว่า บุญน่ะมี ทำด้วยจิตเป็นกุศล
มาแถไปนู่น เรื่องภิกษุทุศีล เรื่องโจร
จิตมีปัญหาไรมาครับ

Kiss
พระพุทธเจ้าสอนให้ฉลาดในทางที่ถูก
ใครเป็นเจ้าของวัดคะศาสดาน๊าคิดให้ตรง
เขาศัรทธาสร้างถวายบูชาคุณพระรัตนตรัย

พระรัตนตรัยสูงสุดมีหนึ่งเดียวคือพระพุทธเจ้า
ถือดีอย่างไรชวนคนเข้าไปนอนวัดมากๆเพื่อตุนวัตถุ
แค่ข้ออ้างเพราะอยากตุนของไงโลภมากทำเพื่อลาภสักการะ
ทำให้คนเห็นจะได้เข้าใจว่าวัดทำสังคมสงเคราะ์นี่แหละกิเลสโลภะ
ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่ให้ภิกษุเก็บสะสมอะไรเกินเที่ยงเลยทำตัวเป็นอลัชชี
ไม่มีหิริโอตัปปะบวชเพื่อสละหมดไม่มีกิจสังคมสงเคราห์(สังคมคือมากกว่า1คน)
ฟังคำสอนเกิดปัญญาเข้าใจกิเลสแล้วเนี่ยยิ่งแสดงกิเลสบรรพชิตได้ชัดเจนจริงจริ๊ง
คำตถาคคงี้ไหลออกมาเทน้ำเทท่าเลยทำตัวเป็นโจรอะไรที่พระพุทธเจ้าห้ามทำหมด
มิจฉาชีพในคราบผ้าเหลืองตาไม่บอดหูไม่หนวกใจก็มีชาวบ้านเขาไม่รู้แต่มหาโจรปล้น
ศาสนา(ศาสนาแปลว่าคำสอน)เศรษฐีหัวโล้นปล้นคำสอนทำเพื่อเงินทองลาภยศวัตถุ555
ตายไปต้องตกนรกกันหมดผู้ชี้ให้เห็นโทษคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ไม่มีอะไรอยู่เหนือกรรมกำหนดได้
ทำลายคำสอนย่ำยีสิกขาบทน้อยใหญ่ไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัยนี้คฤหัสถ์ต้องเพ่งโทษติเตียนและ
โพนทะนาเป็นการประกาศคำสอนให้รุ่งเรืองพุทธบริษัทที่ยังเขลาเบาปัญญาจะได้ตาสว่างไงค๊ะะะะ


คุณโรสศิษย์บ้านธัมมะนี่การเรียนรู้ชุมชน ชุมชนมีก่อนวัด วัดยังไม่มี แต่ชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ เขาต้องการที่พึ่งที่ทำบุญสำหรับพวกเขา พวกเขาจึงบริจาคที่ดินบ้าง ซื้อที่ดินสร้างวัดกันบ้างขึ้น นี่กำเนิดวัดตามชุมชน เมื่อมีวัดแล้วก็ช่วยกันสร้างโรงเรียนสำหรับลูกหลานในชุมชนนั้น โรงเรียนจึงมีวัดนำหน้าโรงเรียน เช่นโรงเรียนวัดนั้นวัดนี้ แต่ปัจจุบันมีใครบางคนหลายๆคน เอาชื่อวัดออกจากโรงเรียน ใครน้า

ดังนั้น วัดจึงเป็นวัดที่ชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน มองให้กว้างออกไปอีก ชาวพุทธเป็นเจ้าของวัดร่วมกัน เจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลรักษาวัดสร้างเพิ่มเติมถ้าสามารถ

Kiss
:b12:
เข้าใจไหมคะฟังคำสอนเข้าใจในชาติภาษาที่ตนเข้าใจตรงปรมัตถ์
ไม่ใช่การอ่านบัญญัติคำหลังเห็นดับนั่นมันไม่ใช่ปัญญาของตนเอง
ปัญญาแรกตามคำสอนเกิดจากเริ่มฟังแล้วไตร่ตรองตามเสียงจริงๆ
มีจิตได้ยินนำทางรับรู้เสียงคำที่มากระทบหูจำเสียงคิดตามเสียงและ
เข้าใจความหมายเพื่อตามรู้ความจริงตรงความหมายเสียงสลับกับจิต
อื่นๆอีก5ทางรวมครบ6ทางคือเดี๋ยวนี้มีแล้วไม่ต้องทำไม่ต้องใช้แต่ไม่รู้
ว่ามีแล้วเพราะไม่เข้าใจคำสอนจึงคิดเอาเองว่าจะต้องใช้จิตไปทำไงค๊า
:b13:
:b32: :b32:



ไปปะระมัด มัด มัด อีก

cool
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมคือความรู้สึกตรงจริงครบ6ทางครบธาตุ4ขันธ์5
ความสุขทุกข์คือเวทนาขันธ์มีถึง5ตัวธัมมะรู้สึกตรงได้แค่1ตัวธัมมะ
ทางกายมี3แบบ1สุขทางกาย2เฉยๆ3ทุกข์ทางกายทางใจมี1โทรมนัส2โสมนัส
บุญอยู่ที่โสภณเจตสิกคือสังขารขันธ์ส่วนเวทนาสุขทุกข์ไม่ใช่บุญค่ะคริคริคริ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2018, 15:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
Rosarin เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
ศาสนิกชน
ทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล เพื่อหวังสุคติภพ เป็นเบื้องหน้า เพราะเชื่อในกรรมและผลของกรรม
ความเห็นนี้ ก็เป็นสัมมาทิฏฐิ
V
ก่อนทำบุญ ทำทาน
ขณะทำบุญ ทำทาน
หลังจากทำบุญ ทำทาน
จิตนั้นอิ่มเอิบ ด้วยความปิติยินดี มีโสมนัส มีความสุข
จากการทำบุญทำทานนั้น
ย่อมชื่อว่า ได้บุญ มีสุขคติเป็นเบื้องหน้า
กุศลย่อมสำเร็จ ครบทั้งสามกาล มีอานิสงส์มากมีผลมาก
V
มีแต่ บ้านธรรมะ ที่เข้าใจเอาเองว่า บุญคือสภาพที่ไร้อกุศล(กิเลส)
ในความเป็นจริง บุญอย่างหนึ่ง กุศลอย่างหนึ่ง กุศลที่ไร้กิเลสอย่างหนึ่ง
ล้วนเป็นกุศลทั้งสิ้น เป็นความหยาบความประณีตของกุศล
บุญเป็นฐานไปสู่กุศลที่ประณีตขึ้นครับ
บุญเป็นกุศลด้วย เป็นเหตุให้กุศลเจริญ

โจรก็ทำบุญกะญาติพี่น้องเขา
บรรพชาแล้วไม่มีภาระเลี้ยงใคร
บิณฑบาตด้วยปลีแข้งแค่เต็มปากบาตร
เทแล้วรับเทแล้วรับแปลว่าโลภผิดไหมคะ
จะเผื่อใครในเมื่อบรรพชาเพือมักน้อยสันโดษ
สงบได้หรือทำวัดเป็นบ้านมีชาวบ้านแห่มานอนวัด
ชีพราหมณ์ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้าทำตามๆกัน
ไม่มีกาลามสูตร10จะให้ว่าอย่างไรศึกษาคำสอนตรงไหม
เพื่อขนคนมานอนวัดให้คนซื้อของมาตุนเต็มวัดกิเลสไหมคะ
:b32: :b32:

นี่ก็เก็บกดมาหลายดอกสิท่า
บอกว่า บุญน่ะมี ทำด้วยจิตเป็นกุศล
มาแถไปนู่น เรื่องภิกษุทุศีล เรื่องโจร
จิตมีปัญหาไรมาครับ

Kiss
พระพุทธเจ้าสอนให้ฉลาดในทางที่ถูก
ใครเป็นเจ้าของวัดคะศาสดาน๊าคิดให้ตรง
เขาศัรทธาสร้างถวายบูชาคุณพระรัตนตรัย

พระรัตนตรัยสูงสุดมีหนึ่งเดียวคือพระพุทธเจ้า
ถือดีอย่างไรชวนคนเข้าไปนอนวัดมากๆเพื่อตุนวัตถุ
แค่ข้ออ้างเพราะอยากตุนของไงโลภมากทำเพื่อลาภสักการะ
ทำให้คนเห็นจะได้เข้าใจว่าวัดทำสังคมสงเคราะ์นี่แหละกิเลสโลภะ
ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่ให้ภิกษุเก็บสะสมอะไรเกินเที่ยงเลยทำตัวเป็นอลัชชี
ไม่มีหิริโอตัปปะบวชเพื่อสละหมดไม่มีกิจสังคมสงเคราห์(สังคมคือมากกว่า1คน)
ฟังคำสอนเกิดปัญญาเข้าใจกิเลสแล้วเนี่ยยิ่งแสดงกิเลสบรรพชิตได้ชัดเจนจริงจริ๊ง
คำตถาคคงี้ไหลออกมาเทน้ำเทท่าเลยทำตัวเป็นโจรอะไรที่พระพุทธเจ้าห้ามทำหมด
มิจฉาชีพในคราบผ้าเหลืองตาไม่บอดหูไม่หนวกใจก็มีชาวบ้านเขาไม่รู้แต่มหาโจรปล้น
ศาสนา(ศาสนาแปลว่าคำสอน)เศรษฐีหัวโล้นปล้นคำสอนทำเพื่อเงินทองลาภยศวัตถุ555
ตายไปต้องตกนรกกันหมดผู้ชี้ให้เห็นโทษคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ไม่มีอะไรอยู่เหนือกรรมกำหนดได้
ทำลายคำสอนย่ำยีสิกขาบทน้อยใหญ่ไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัยนี้คฤหัสถ์ต้องเพ่งโทษติเตียนและ
โพนทะนาเป็นการประกาศคำสอนให้รุ่งเรืองพุทธบริษัทที่ยังเขลาเบาปัญญาจะได้ตาสว่างไงค๊ะะะะ


คุณโรสศิษย์บ้านธัมมะนี่การเรียนรู้ชุมชน ชุมชนมีก่อนวัด วัดยังไม่มี แต่ชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ เขาต้องการที่พึ่งที่ทำบุญสำหรับพวกเขา พวกเขาจึงบริจาคที่ดินบ้าง ซื้อที่ดินสร้างวัดกันบ้างขึ้น นี่กำเนิดวัดตามชุมชน เมื่อมีวัดแล้วก็ช่วยกันสร้างโรงเรียนสำหรับลูกหลานในชุมชนนั้น โรงเรียนจึงมีวัดนำหน้าโรงเรียน เช่นโรงเรียนวัดนั้นวัดนี้ แต่ปัจจุบันมีใครบางคนหลายๆคน เอาชื่อวัดออกจากโรงเรียน ใครน้า

ดังนั้น วัดจึงเป็นวัดที่ชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน มองให้กว้างออกไปอีก ชาวพุทธเป็นเจ้าของวัดร่วมกัน เจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลรักษาวัดสร้างเพิ่มเติมถ้าสามารถ

Kiss
:b12:
เข้าใจไหมคะฟังคำสอนเข้าใจในชาติภาษาที่ตนเข้าใจตรงปรมัตถ์
ไม่ใช่การอ่านบัญญัติคำหลังเห็นดับนั่นมันไม่ใช่ปัญญาของตนเอง
ปัญญาแรกตามคำสอนเกิดจากเริ่มฟังแล้วไตร่ตรองตามเสียงจริงๆ
มีจิตได้ยินนำทางรับรู้เสียงคำที่มากระทบหูจำเสียงคิดตามเสียงและ
เข้าใจความหมายเพื่อตามรู้ความจริงตรงความหมายเสียงสลับกับจิต
อื่นๆอีก5ทางรวมครบ6ทางคือเดี๋ยวนี้มีแล้วไม่ต้องทำไม่ต้องใช้แต่ไม่รู้
ว่ามีแล้วเพราะไม่เข้าใจคำสอนจึงคิดเอาเองว่าจะต้องใช้จิตไปทำไงค๊า
:b13:
:b32: :b32:



ไปปะระมัด มัด มัด อีก

cool
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมคือความรู้สึกตรงจริงครบ6ทางครบธาตุ4ขันธ์5
ความสุขทุกข์คือเวทนาขันธ์มีถึง5ตัวธัมมะรู้สึกตรงได้แค่1ตัวธัมมะ
ทางกายมี3แบบ1สุขทางกาย2เฉยๆ3ทุกข์ทางกายทางใจมี1โทรมนัส2โสมนัส
บุญอยู่ที่โสภณเจตสิกคือสังขารขันธ์ส่วนเวทนาสุขทุกข์ไม่ใช่บุญค่ะคริคริคริ


นี่มากันหลาย ทั้ง ธาตุ 4 ขันธ์ 5 เวทนาขันธ์ โสภณเจตสิก ฯลฯ เออ เอาเข้าไป

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ธ.ค. 2019, 10:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
สำนักนี้สอนมั่วชัดอีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องบุญ :b24:

รูปภาพ

เวลาอธิบายเขียนมันยาวเป็นเรื่องราวถูกไหม
แปลว่าอ่านแล้วจำเรื่องราวไม่รู้ความจริงที่ปรากฏ
เพราะจิตเกิดดับเร็วกว่าคิดนึกนะคะไม่มีใครเตรียม
ล่วงหน้าว่าจะให้เกิดปัญญาเองได้ที่ไปนั่งหลับตานั้นน่ะ
ทำมิจฉาสมาธิไงคะแม้ขณะนี้เองมีขณิกสมาธิกับจิตทุกดวง
ถ้าขาดการฟังก็เกิดแต่อกุศลเพราะขาดสติคือการระลึกตามตรงขณะ
บุญคือโสภณจิตเกิดจากมีโสภณเจตสิกหลายประเภทปรุงแต่งจิตดีงามไม่ใช่ตัวตน
ถ้ายังไปเราอยากไปเพราะชอบทำให้สบายคือมีโลภะติดข้องสถานที่ที่อยากไปสถานที่ไม่ใช่กัลยาณมิตร
แต่ไม่ต้องไปไหนแต่ละ1ขณะจิตไม่รู้เลยว่าชวนะ7ดับเป็นอกุศลจิตอกุศลเจตสิกหลายประเภทดับแล้วไม่มี
จิตเกิดดับแต่ละขณะ(นับไม่ถ้วนแล้วตั้งแต่ตอนกะพริบตา)จะอ่านไปตลอดชีวิตก็คือไม่มีปัญญาเกิดเลยไงคะ


คุณโรสออกจากสำนักแม่บริหารฯ โดยเร็วแล้วเลิกฟังคลิปเขาโดยเด็ดขาด แล้วเลิกตั้งใจกะพริบตา ให้มันกะพริบของมันเองตามธรรมชาติ แล้วมาเรียนอภิธรรมกับกรัชกายด้วยมาฟังกรัชกายพูดด้วยนะนะ :b11:

Kiss
โรสก็ใช้ชีวิตตามปกตินี่คะ
แค่คลิกกูเกิ้ลดูคลิปแค่นั้น
เข้าใจถูกเห็นแม่เป้งอวิชชา
ที่พากันรับเงินเรี่ยไรเงินไงคะ
จะให้ว่าไงทำลายคำสอนก็คือ
ทำร้ายตนเองมีอบายภูมิรอเห็นๆ
มีให้ดูเต็มบ้านเต็มเมืองมองไม่เห็นรึ
ภิกษุในธรรมวินัยเอาแค่ข้อรับเงินก่อน
เรื่องอื่นเป็นอันว่ามีความเห็นผิดเป็นมิจฉา
สละเรือนขออนุญาตจำวัดเพื่อขัดเกลากิเลส
มากกว่าคฤหัสถ์ไม่สงเคราะห์ใครเพราะขอชาวบ้านกิน
เข้าใจไหมคะแจกซองขอเงินถูกไหมคะคิดตรงไหมคะตาไม่บอด
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงไปตรงมาไม่มี2มาตรฐานรวมหัวกับอกุศลจ้ะ
คิดรอบคอบแค่สิกขาบทข้อ8ข้อเดียวนี้แหละปิดกั้นมรรคผลนิพพานแล้วค่ะ
แล้วเขาสอนให้ไปขอเงินคนอื่นแกมบังคับใช่ไหมใส่ชื่อเป็นเจ้าภาพนั้นน่าอยากได้บุญหรือคะบาปน๊า
:b12:
:b32: :b32:

ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีไปเรี่ยไรใครมาสร้างวัดถวายตถาคตไหมคะ
:b13:

:b12:
พระพุทธเจ้าไม่ประสงค์ให้ผู้หญิงบวชไงคะ
ภิกษุณีจึงมีข้อประพฤติมากกว่าภิกษุไงคะ
ภิกษุมี227ข้อภิกษุณี311ข้อยุคนี้ไม่มีภิกษุณี
เพราะที่ทรงกำหนดภิกษุณีที่เป็นอุปัชฌาย์
บวชภิษุณีได้ปีละ1รูปและเว้นปีและต้องมี
สงฆ์ครบ2ฝ่ายทรงไม่ต้องการให้ผู้หญิงบวช
แล้วดูสิคะให้ผู้หญิงโกนหัวไปอยู่ในวัดผิดไหมคะ
พิจารณาตามคำสอนให้เห็นถูกตรงตามคำสอนก่อน
เป็นเพศไหนคฤหัสถ์หรือบรรพชิตและบรรพชิตเท่านั้น
ที่ได้รับอนุญาตตามการบรรพชาให้จำวัดคนอื่นไม่ได้ไงคะ
แม่ชีคือคฤหัสถ์ประเภทอุบาสิกาเข้าใจคำสอนก็กลับไปนอนบ้าน
เข้าใจไหมคะผู้ครองเรือนนอนที่บ้านคือนอนบ้านใครบ้านมันถูกไหมคะ
ไม่ใช่คิดอยากจะชวนใครไปนอนวัดก็ทำอย่างนั้นหรือคะตรงตามคำสอนไหม
ผู้หญิงแต่งงานออกเรือนเป็นสมบัติของสามีต้องดูแลความเรียบร้อยภายในเรือนไงค๊าาาาา
นี่ชวนให้เขาทิ้งบ้านเรือนมาอยู่กินหลับนอนที่วัดพระพุทธเจ้าอนุญาตไหมคะไม่มีกาลามสูตร10
:b12:
:b32: :b32:



อ้าวถ้ายังงั้น แล้วพระพุทธเจ้าเคยให้ผู้หญิงบวชไหม

:b32:
ความรู้สึกเป็นสุขใจเป็นเวทนาขันธ์ค่ะส่วนบุญคือโสภณเจตสิกคือสังขารขันธ์ค่ะ
แล้วคนทุกคนเลยไหมที่มาขอบวชในครั้งพุทธกาลนั่นน่ะ
คนที่ไปหาครูอาจารย์ทั้ง6คืออาจารย์อื่นมาบวชไหมคะ
ประมาทการฟังพระธรรมไม่เกิดปัญญารู้ตามคำสอน
เข้าใจคำว่ารู้ตามมั๊ย...คือตามรู้ตรงสัจจะตอนที่ฟัง
ถ้าไม่ฟังเลยก็ไม่มีการคิดตามรู้ตามจึงไม่ใช่สาวก
สาวกแปลว่าผู้ฟังคำสอนเข้าใจถูกตัวตนตามได้
ที่เหลืออยู่ที่ยังเกิดมาพบคำสอนของตถาคต
แปลว่าเป็นสาวกบารมีไม่คิดตามจะรู้ตามมั๊ย
https://youtu.be/ym_baeI6l1I
:b32:
:b34: :b34:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2019, 06:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ถ้าไม่เข้าใจว่าขันธ์5มีแล้วตัวเราไม่ได้ทำขันธ์5
จงหยุดไปทำแล้วเริ่มต้นศึกษาตรงทางเกิดปัญญาจริง
คือฟังพระสัทธรรมให้เข้าใจตามไม่ใช่ฟังเพื่อลังเลสงสัย
จิต1ขณะที่เกิดดับมีครบจิตเจตสิกรูปส่วนนิพพานไม่เกิดดับ
นิพพานคือนิพพานเป็นสภาพธรรมเดียวที่ไม่เกิดไม่ดับเป็นจิตรู้นิพพาน
ส่วนการเป็นผู้รู้ที่เพียรรู้ความจริงตามคำสอนต้องเข้าใจตรงสิ่งที่กำลังมี
เพราะจิตเกิดดับเร็วมากนับไม่ถ้วนการเรียนจึงต้องศึกษาให้ตรงทีละ1ปัจจัย
เพื่อสังขารขันธ์ที่เกิดกับจิตทุกขณะได้ปรุงแต่งจิตให้เข้าใจตรงตามคำสอนได้
จิ จิต89-121คือวิญญาณขันธ์
เจ เจตสิก52คือ 3 ขันธ์(เวทนา/สัญญาคือจำ/สังขาร)(การปรุงบุญ-บาปอยู่ที่สังขาร)(สุขทุกข์เฉยคือเวทนา)
รุ รูป28คือรูปขันธ์
ทุกคนมีครบขันธ์ทั้ง5ทุกขณะจิตไม่ขาดจิตและจิตจำทุกอย่างอยู่แล้วตามกิจหน้าที่ของแต่ละตัวธัมมะเองค่ะ
ฟังเพื่อให้จิตปรุงแต่งถูกตามคำสอนได้จากผู้อื่นอธิบายความจริงที่กำลังมีให้ฟังเพื่อจิตปรุงแต่งถูกตามได้ค่ะ
นิ นิพพานคือนิพพานเป็นสภาวะที่จิตไม่มีการปรุงแต่งอีกต่อไปที่ตถาคตถึงแล้วก่อนมาแสดงไว้เพื่อให้เข้าใจ
จิต1ขณะ=จิต+เจตสิก+รูป=ครบขันธ์5ไม่ใช่ตัวตนเป็นตัวจริงแต่ละ1ธัมมะเกิดดับหลากหลายตามการสะสม
https://youtu.be/8g5lswAXM58
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2020, 19:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ช่วงเปลี่ยน พ.ศ. ไม่บอกที่ไหน แต่จะบอกว่า มีเกือบทุกจังหวัด มากบ้างน้อยบ้าง


รูปภาพ

เป็นบุญ เป็นความสุขของเขา แต่สำนักคุณโรสบอกไม่ใช่บุญสะงั้น :b13: ผ่าเหล่าผ่ากอไม่รู้จะว่ายังไง ทั้งๆที่หลักบุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา ก็มีอยู่

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2020, 21:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
เป็นคนที่บอกไม่รู้จักฟังเป็นผู้ว่ายากไม่ว่านอนสอนง่ายเป็นไม้แก่ดัดยาก
:b32:
บอกมีครบแล้วอายตนะ6บอกให้คิดไตร่ตรองตามให้ตรงทีละ1ทางอายตนะให้ตรงทาง
เพราะตถาคตทรงแสดงความจริงให้เข้าใจว่าจิตเกิดได้ตรงทีละ1ทางเป็นสมาธิอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะคิดจะพูดจะทำอะไรก็มีสมาธิในการทำทุกขณะจิตอยู่แล้วที่มีตัวเราทำเป็นปกติ
โจรงัดแงะบ้านคนทำอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ใช่ไหมแล้วเราไม่รู้ว่าไม่มีตัวตน
ยึดถือสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยว่าเป็นตัวเราทำโน่นทำอันโน้นอันนี้
ก็ตถาคตบอกว่ามีมิจฉาทิฏฐิยึดถือธัมมะเป็นตัวตนแปลว่ามีอัตตาและแสดงอนัตตาให้รู้
พระองค์ตรัสแสดงความจริงทั้งที่เป็นอัตตาและเป็นอนัตตาให้เข้าใจตามโดยละเอียดยิบ
:b12:
เหนื่อย...ขอพักก่อนนะ...ฟังไปพลางๆก่อน
https://youtu.be/QO9ATpuTM6k
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ม.ค. 2020, 23:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวดมนต์ข้ามปี
นี่
กระทู้ข้ามสองปี
rolleyes

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2020, 08:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
เป็นคนที่บอกไม่รู้จักฟังเป็นผู้ว่ายากไม่ว่านอนสอนง่ายเป็นไม้แก่ดัดยาก
:b32:
บอกมีครบแล้วอายตนะ6บอกให้คิดไตร่ตรองตามให้ตรงทีละ1ทางอายตนะให้ตรงทาง
เพราะตถาคตทรงแสดงความจริงให้เข้าใจว่าจิตเกิดได้ตรงทีละ1ทางเป็นสมาธิอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะคิดจะพูดจะทำอะไรก็มีสมาธิในการทำทุกขณะจิตอยู่แล้วที่มีตัวเราทำเป็นปกติ
โจรงัดแงะบ้านคนทำอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ใช่ไหมแล้วเราไม่รู้ว่าไม่มีตัวตน
ยึดถือสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยว่าเป็นตัวเราทำโน่นทำอันโน้นอันนี้
ก็ตถาคตบอกว่ามีมิจฉาทิฏฐิยึดถือธัมมะเป็นตัวตนแปลว่ามีอัตตาและแสดงอนัตตาให้รู้
พระองค์ตรัสแสดงความจริงทั้งที่เป็นอัตตาและเป็นอนัตตาให้เข้าใจตามโดยละเอียดยิบ
:b12:
เหนื่อย...ขอพักก่อนนะ...ฟังไปพลางๆก่อน
https://youtu.be/QO9ATpuTM6k
:b32: :b32:


ไม่มีตัวตน ไม่มีตัวตน แล้วใครนะไปเที่ยวงัดเที่ยวแงะบ้านเรือนเขา ป๊าดโท่เว้ย

ถึงได้บอกไงว่า ศีล-ธรรมไม่กลับมาโลกจะพินาศ คิกๆๆ

แต่แม่สุจินก็พร่ำแต่ไม่มีตัวตน ไม่มีตัวตน :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2020, 09:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
เป็นคนที่บอกไม่รู้จักฟังเป็นผู้ว่ายากไม่ว่านอนสอนง่ายเป็นไม้แก่ดัดยาก
:b32:
บอกมีครบแล้วอายตนะ6บอกให้คิดไตร่ตรองตามให้ตรงทีละ1ทางอายตนะให้ตรงทาง
เพราะตถาคตทรงแสดงความจริงให้เข้าใจว่าจิตเกิดได้ตรงทีละ1ทางเป็นสมาธิอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะคิดจะพูดจะทำอะไรก็มีสมาธิในการทำทุกขณะจิตอยู่แล้วที่มีตัวเราทำเป็นปกติ
โจรงัดแงะบ้านคนทำอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ใช่ไหมแล้วเราไม่รู้ว่าไม่มีตัวตน
ยึดถือสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยว่าเป็นตัวเราทำโน่นทำอันโน้นอันนี้
ก็ตถาคตบอกว่ามีมิจฉาทิฏฐิยึดถือธัมมะเป็นตัวตนแปลว่ามีอัตตาและแสดงอนัตตาให้รู้
พระองค์ตรัสแสดงความจริงทั้งที่เป็นอัตตาและเป็นอนัตตาให้เข้าใจตามโดยละเอียดยิบ
:b12:
เหนื่อย...ขอพักก่อนนะ...ฟังไปพลางๆก่อน
https://youtu.be/QO9ATpuTM6k
:b32: :b32:


ไม่มีตัวตน ไม่มีตัวตน แล้วใครนะไปเที่ยวงัดเที่ยวแงะบ้านเรือนเขา ป๊าดโท่เว้ย


ถึงได้บอกไงว่า ศีล-ธรรมไม่กลับมาโลกจะพินาศ คิกๆๆ

แต่แม่สุจินก็พร่ำแต่ไม่มีตัวตน ไม่มีตัวตน :b13:

:b32:
ปัดลงถุง...ปัดลงถัง...อ่านแล้วก็เกิดโทสะรึ
ก็ตอนที่มันทำมันแอบทำมันไม่รู้สึกตัวตามคำสอนใช่ไหม
แล้วเราล่ะที่ทำโน่นนั่นอยู่ก็ไม่ได้รู้สึกตัวตามคำสอนอยู่ค่ะ
ไม่เห็นในพระไตรปิฏกหรือคะที่โจรฟังธรรมแล้วบรรลุธรรม
คิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบคุณไขกุญแจบ้านและโจรก็งัดเข้าบ้าน
คือตอนที่กำลังรู้สึกตัวถูกตรงตามคำสอนอยู่เท่านั้นจึงรู้สึกตัว
ที่เป็นเรามีตัวตนเก็บกุญแจไขกุญแจเพื่อรักษาอะไรนั่นแหละมีกิเลส
คิดสิคะบวชคือสละความยึดถือกุญแจเพราะไม่มีสมบัติอะไรให้รักษานอกจากใจ
และถ้าบวชมาแล้วยังติดข้องแสวงหาวัตถุให้ติดในการถือกุญแจบาปไหมคะติดข้องในอัตตาอยู่งัย
https://youtu.be/8rCCTYOLSR4
:b55: :b55: :b55:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2020, 11:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณแม่ป่วยหนักนอนติดเตียง อยากเห็นชายผ้าเหลืองลูกชาย จัดงานบวช นอนบนรถเข็ญแห่นาครอบโบสถ์

รูปภาพ

https://www.facebook.com/MeDanBok.RaYon ... =3&theater

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2020, 13:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณแม่ป่วยหนักนอนติดเตียง อยากเห็นชายผ้าเหลืองลูกชาย จัดงานบวช นอนบนรถเข็ญแห่นาครอบโบสถ์

รูปภาพ

https://www.facebook.com/MeDanBok.RaYon ... =3&theater

cool
บวชแล้วชอบทำฌานใช่ไหม...แล้วก็ชอบรับเงินด้วย
ไม่บวชรับเงินใช้เงินได้แต่บวชรับเงินตกนรก
ทำฌานได้ไปสวรรค์ทั้งบวชและไม่บวชค่ะ
เลือกให้ตรงนะคะเพศคฤหัสถ์รับเงินใช้เงินไม่มีอาบัติบรรลุได้ถึงอนาคามีต่อเมื่อถึงอรหันต์ไม่บวชน่ะตาย
ส่วนบวชทำฌานแต่รับเงินปิดกั้นมรรคผลนิพพานแล้วไม่มีใครปลงอาบัติให้ตายต้องตกนรก
เพราะหมู่คณะที่จะปลงอาบัติให้ต้องไม่รับเงินทุกคนชาวบ้านก็ปลงให้ไม่ได้ค่ะจริงๆนะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ
ถ้าคิดจะปรับเปลี่ยนคำสอนตามที่รับเงินก็ไม่พ้นตกนรกเพราะตถาคตตรัสรู้น๊าไม่ได้คิดคำสอนขึ้นมา

ทางออกที่จะไม่ตกนรกมีทางเดียวคือลาสิกขาขนเงินออกมาใช้แล้วก็ไม่ต้องคิดกลับเข้าไปบวชอีก
เพราะบวชปุ๊บติดปั๊บอาบัติของเก่าที่จำไม่ได้ที่ไม่ได้ปลงอาบัติทุกชาติที่บวชจะตามมาให้ผลหมดเลยค่ะ
:b32:
ครั้งพุทธกาลคนที่บวชเขาเข้าใจคำสอน
พ่อแม่เขาไม่อยากให้ลูกบวชเพราะอะไร
ไม่มีคนสืบทอดมรดกบ้านที่ดินธุรกิจค่ะ
ไม่ใช่ไม่เข้าใจอะไรเลยที่บวชแบบไม่รู้
คิดหรือคะไปนั่งยืนเดินนอนในวัดจะรู้
เพราะรู้คือปัญญารู้เข้าใจตรงตามคำสอน
เงินสำหรับชาวบ้านไว้ซื้อขายแลกเปลี่ยนบริการต่างๆ
บวชคือสละรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่ติดแบบชาวบ้านแล้ว
ไม่ต้องการความสะดวกสบายที่ทำให้ยึดถือตัวเราของเรา
เงินสำหรับผู้ที่สมควรได้รับลาภยศสรรเสริญสุขใจทางโลก
ใช้เงินในการทำธุรกิจทำมาค้าขายเพื่อติอต่อซื้อขายแลกเปลี่ยน
ให้ได้มาซึ่งสินค้าและความพึงพอใจในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสบวชคือสละแล้ว
แต่บวชแล้วไม่ใช่กลับไปรับเงินมาบำรุงกิเลสตนเองเพิ่มขึ้นให้กำเริบมากขึ้นมาใหม่อีกค่ะ
:b32:
ทำตามสิกขาบทไม่ได้ก็พาแต่ตัวเองตกไปอบายภูมิ
เชื่อว่าทำฌานได้ไปเกิดพรหมโลกใช่ไหมคะ
แล้วบวชรับเงินตถาคตว่าตกนรกทำไมไม่เชื่อ
พระเทวทัตถูกธรณีสูบก่อนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฌานสมาบัติแปลงร่างได้ด้วยแล้วก็ตถาคตบวชให้ด้วย
:b32:
ฟังบ้างนะตายแล้วหมดโอกาสกลับตัวกลับใจเลยนะ
ต้องคิดได้และกลับตัวกลับใจได้ตอนที่ยังมีลมหายใจน๊า
https://youtu.be/HsuwsdR0cmc
onion cool onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร