วันเวลาปัจจุบัน 23 พ.ค. 2019, 00:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 00:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


แก้ไขล่าสุดโดย โลกสวย เมื่อ 22 มี.ค. 2018, 00:25, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 00:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
ชาวพุทธทั่วไป ก็จะรู้แค่ว่า อบายมุข เป็นเหตุแห่งเครืองฉิบหาย

เพราะไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะไม่รู้ว่า เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลจิตได้

แม้นแต่ อวิชชา

ก็ยังเป็น ปัจจัย แก่กุสลจิต 17 เจตสิก 38
ด้วนอำนาจ 2 ปัจจัย

อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง
ด้วยอำนาจ
อารัมมณปัจจัย
ปกตูปนิสยปัจจัย

อวิชชายังเป็น ปัจจัย แก่ มหัคคตกุสลจิต 9 เจตสิก 35
ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสยปัจจัย


เอาไปต้มน้ำดื่มด้วย จะเป็นปากประตูปนิสยปัจจัย 4

คุณโลกสวยกำลังเมาอยู่นะครับน่า

เป็นไปได้ยังไง อวิชชา ซึ่่งเป็นอกุศลจิต เป็นปัจจัยแก่มหากุศลจิตได้ อธิบายไปสิขอรับ

อ้างคำพูด:
อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง



อ่านหนังสือให้แตกก่อนนะคะ

หนูเขียนว่า

เพราะไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะไม่รู้ว่า เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลจิตได้

แม้นแต่ อวิชชา

ก็ยังเป็น ปัจจัย แก่กุสลจิต 17 เจตสิก 38
ด้วนอำนาจ 2 ปัจจัย

อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง
ด้วยอำนาจ
อารัมมณปัจจัย
ปกตูปนิสยปัจจัย

อวิชชายังเป็น ปัจจัย แก่ มหัคคตกุสลจิต 9 เจตสิก 35
ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสยปัจจัย



อารัมมณปัจจัย หมายอะไรยังไงครับ
ปกตูปนิสยปัจจัย หมายถึงอะไรยังไงครับ

ทำไมถึงเป็นปัจจัยให้อวิชชา คือ ความไม่รู้ เป็นโมหะ เป็นอกุศลด้วยเนี่ย เป็นปัจจัยแก่มหากุศลจิตได้


หนูขอแนะนำ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้มาจากการโพสต์เรื่อยเปื่อย โพสต์พร่ำเพื่อ โพสต์ตัดข่าวมาแปะ

หาอ่านได้จากหนังสือพระอภิธรรมเบื้องต้นนะคะ
หรือจะไปถามสามเณร ที่สวดศพ สวดพระอภิธรรมตามวัด

ก็จะได้ทราบพอสังเขป ค่ะ

จะได้ฉลาดๆ ในการค้นหาหน่อยนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 07:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
ชาวพุทธทั่วไป ก็จะรู้แค่ว่า อบายมุข เป็นเหตุแห่งเครืองฉิบหาย

เพราะไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะไม่รู้ว่า เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลจิตได้

แม้นแต่ อวิชชา

ก็ยังเป็น ปัจจัย แก่กุสลจิต 17 เจตสิก 38
ด้วนอำนาจ 2 ปัจจัย

อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง
ด้วยอำนาจ
อารัมมณปัจจัย
ปกตูปนิสยปัจจัย

อวิชชายังเป็น ปัจจัย แก่ มหัคคตกุสลจิต 9 เจตสิก 35
ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสยปัจจัย


เอาไปต้มน้ำดื่มด้วย จะเป็นปากประตูปนิสยปัจจัย 4

คุณโลกสวยกำลังเมาอยู่นะครับน่า

เป็นไปได้ยังไง อวิชชา ซึ่่งเป็นอกุศลจิต เป็นปัจจัยแก่มหากุศลจิตได้ อธิบายไปสิขอรับ

อ้างคำพูด:
อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง



อ่านหนังสือให้แตกก่อนนะคะ

หนูเขียนว่า

เพราะไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะไม่รู้ว่า เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลจิตได้

แม้นแต่ อวิชชา

ก็ยังเป็น ปัจจัย แก่กุสลจิต 17 เจตสิก 38
ด้วนอำนาจ 2 ปัจจัย

อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง
ด้วยอำนาจ
อารัมมณปัจจัย
ปกตูปนิสยปัจจัย

อวิชชายังเป็น ปัจจัย แก่ มหัคคตกุสลจิต 9 เจตสิก 35
ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสยปัจจัย



อารัมมณปัจจัย หมายอะไรยังไงครับ
ปกตูปนิสยปัจจัย หมายถึงอะไรยังไงครับ

ทำไมถึงเป็นปัจจัยให้อวิชชา คือ ความไม่รู้ เป็นโมหะ เป็นอกุศลด้วยเนี่ย เป็นปัจจัยแก่มหากุศลจิตได้


หนูขอแนะนำ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้มาจากการโพสต์เรื่อยเปื่อย โพสต์พร่ำเพื่อ โพสต์ตัดข่าวมาแปะ

หาอ่านได้จากหนังสือพระอภิธรรมเบื้องต้นนะคะ
หรือจะไปถามสามเณร ที่สวดศพ สวดพระอภิธรรมตามวัด

ก็จะได้ทราบพอสังเขป ค่ะ

จะได้ฉลาดๆ ในการค้นหาหน่อยนะคะ



คิกๆๆ ไม่ได้เรื่อง

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 15:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


เป็นเรื่อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


เป็นเรื่อง



รูปภาพ


https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_871713

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2018, 20:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


เป็นเรื่อง



รูปภาพ


https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_871713



เตือนไว้นะคะ

คุณผู้ทรงคุณวุฒิประจำบอร์ด

พระพุทธเจ้า ไม่ใช่เด็กๆ ที่ใครจะมาโพสต์ ปรามาส ล่วงเกิน มาตัดแปะอะไรๆๆเล่นๆ นะคะ


พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2018, 07:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
โลกสวย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


เป็นเรื่อง



รูปภาพ


https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_871713



เตือนไว้นะคะ

คุณผู้ทรงคุณวุฒิประจำบอร์ด

พระพุทธเจ้า ไม่ใช่เด็กๆ ที่ใครจะมาโพสต์ ปรามาส ล่วงเกิน มาตัดแปะอะไรๆๆเล่นๆ นะคะ


พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้



และนี่คืออีกคนหนึ่งที่เข้าใจเอาว่า ธรรมอยู่บนหิ้ง ธรรมะอยู่ในกระดาษ ธรรมะแข็งทือ ใครนำมาพูดนำมาใช้เป็นตกนรก คิกๆๆ

อ้างคำพูด:
เตือนไว้นะคะ

คุณผู้ทรงคุณวุฒิประจำบอร์ด

พระพุทธเจ้า ไม่ใช่เด็กๆ ที่ใครจะมาโพสต์ ปรามาส ล่วงเกิน มาตัดแปะอะไรๆๆเล่นๆ นะคะ




อยากได้คำอธิบาย (ข้อความตรงขีดเส้นใต้) ถึงคำเตือนของพี่ เอ้ยไม่ใช่คำเตือนของคุณโลกสวยชัดๆหน่อยสิ มันยังไง ยกตัวอย่างด้วย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2018, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
โลกสวย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
รูปภาพ


พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ

มีแต่โอปปาติกะ

[๑๖๙] ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน? คือ อัณฑชะ-
*กำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิด
เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด
ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ [มดลูก] เกิด
นี้เราเรียกว่า ชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด
ย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล [ของสกปรก]
นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน? เทวดา สัตว์นรก
มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวก นี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร
กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ดูกรสารีบุตร ผู้ใดแล พึงว่าซึ่งเราผู้รู้อยู่อย่างนี้ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ที่เป็นญาณทัสสนะอันวิเศษพอแก่ความเป็นอริยะ ของพระสมณโคดมไม่มี
พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมที่ประมวลมาด้วยความตรึก ที่ไตร่ตรองด้วยการค้นคิด แจ่มแจ้ง
ได้เอง ดูกรสารีบุตร ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย
ก็เที่ยงแท้ ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยปัญญา พึงกระหยิ่มอรหัตผล ในปัจจุบันทีเดียว ฉันใด
ดูกรสารีบุตร เรากล่าวข้ออุปไมยนี้ ก็ฉันนั้น ผู้นั้นไม่ละวาจานั้นเสีย ไม่ละความคิดนั้นเสีย
ไม่สละคืนทิฏฐินั้นเสีย ก็เที่ยงแท้ที่จะตกนรกดังถูกนำมาฝังไว้.

http://84000.org/tipitaka/read/?12/169/147


เป็นเรื่อง


อ้างคำพูด:
พุทธศาสนา ไม่มีผีหรอกค่ะ
ไม่มีธรรมอันยิ่งเช่นนี้
ไม่มีทรรศนะเรื่องผีๆ อย่างนี้ ผีๆ อย่างนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกค่ะ


คุณโลกสวย เคยได้ยินผีการพนันไหมครับ คนพอถูกผีการพนันสิงแล้ว มันก็พาไปเล่นไพ่เล่นม้า กีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ทางธรรมเรียก อบายมุข อบายมุข มี ๖ อย่าง คือ
๑. ดื่มน้ำเมา
๒. เที่ยวกลางคืน
๓. เที่ยวดูการเล่น
๔.เล่นการพนัน
๕. คบคนชั่วเป็นมิตร
๖.เกียจคร้านทำการงาน
(ที.ปาฎิ. 11/196)

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2018, 14:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เอาผีตัวหนึ่ง ตัวที่สองให้ดูอีก

อ้างคำพูด:
หลังจากที่เธอนั้นกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงช่วง ตี 1 และเมาหนัก ทำให้เธอนั้นม่อยหลับไปบนแท็กซี่

เธอ กล่าวว่า ตนเมามาก โบกรถแท็กซี่ให้ไปส่งหาพี่สาวย่านห้วยขวาง แต่เผลอหลับไป พอตื่นมาก็ถึงกับสะดุ้ง ตกใจกลัวมาก เพราะไปนอนที่โรงแรม จึงโวยกับแท็กซี่ว่า ทำไมทำแบบนี้กับตน แท็กซี่บอกว่าเพราะเห็นหลับจึงพามาที่นี่ ตนจึงเถียงว่า ถ้าตนหลับทำไมถึงพามาที่นี่ ตนจะโทรศัพท์หาพี่ชาย เพื่อจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้น ทางโชเฟอร์จึงขอโทษและร้องขอว่า อย่าเอาเรื่องแจ้งความเลย พร้อมนำเงินตนไปจ่ายค่าห้องและไปเอาเงินในรถมาให้ 200 บาท เงินสด 2,000 บาทได้หายไปด้วย ตนโกรธมาก ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้

เธอยังยกมือไหว้กล่าวว่า ขอให้กรณีนี้เป็นอุทหรณ์สอนผู้หญิงทุกคน ส่วนตัวก็ยอมรับในส่วนที่เมา ไม่มีสติ และแต่งตัวล่อแหลม อันนี้ยอมรับผิด จะเมายังไงก็แล้วแต่ ต้องมีสติ


จะเมายังไงก็แล้วแต่ ต้องมีสติ

ไม่เมาก็พูดได้ว่า "จะเมายังไงก็แล้วแต่ ต้องมีสติ" :b1: พูดผิดสภาวธรรม สุราเมรัยเครื่องดองของเมา เมื่อเสพเข้าไปจนเมาแล้ว มันทำลายสติสัมปชัญญะหมดแล้วจะเอาสติมาจากไหน ฝึกเป็นเดือนๆสติยังไม่ค่อยจะเกิดเลย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2018, 19:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สติ ความระลึกได้, นึกได้, ความไม่เผลอ, การคุมใจไว้กับกิจ หรือกุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง, จำการที่ทำและคำที่พูดแล้วแม้นานได้

สัมปชัญญะ ความรู้ตัวทั่วพร้อม, ความรู้ตระหนัก, ความรู้ชัดเข้าใจชัด ซึ่งสิ่งที่นึกได้, มักมาคู่กับสติ

สัมปชัญญะ ๔ ได้แก่

๑. สาตถกสัมปชัญญะ - รู้ชัดว่ามีประโยชน์ หรือตระหนักว่าตรงตามจุดหมาย

๒. สัปปายสัมปชัญญะ - รู้ชัดว่าเป็นสัปปายะ หรือตระหนักว่าเกื้อกูลเหมาะกัน

๓. โคจรสัมปชัญญะ - รู้ชัดว่าเป็นโคจร หรือตระหนักในแดนงานของตน

๔. อสัมโมหสัมปชัญญะ - รู้ชัดว่าไม่หลง หรือตระหนักในตัวสภาวะ ไม่หลงใหล ไม่สับสนฟั่นเฟือน

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 19:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน มี ๓ อย่าง
คือ
๑. ทรงรู้ยิ่งเห็นจริงเองแล้ว จึงสั่งสอนผู้อื่น เพื่อให้รู้ยิ่งเห็นจริงตามในธรรมที่ควรรู้ควรเห็น

๒. ทรงสั่งสอนมีเหตุผลซึ่งผู้ฟังอาจตรองตามให้เห็นจริงได้ ไม่เลื่อนลอย

๓. ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ ทำให้ผู้ฟังยอมรับและนำไปปฏิบัติตาม ได้รับผลจริง บังเกิดประโยชน์สมควรแก่การปฏิบัติ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 20:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สิ่งมึนเมาเป็นอบายมุขข้อที่หนึ่งในบรรดาอบายมุข ๖ ข้อสุดท้ายของศีล ๕

อ้างคำพูด:
เมาแล้วอยากมีเรื่อง! ชายดื่มเหล้าหนัก ทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นถูกรุมตี หนีลงน้ำสะบักสะบอม

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีคนถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ตีแล้ววิ่งหนีกระโดดลงคลองน้ำ บริเวณซอยตลาดประปา ติดกับโรงกรองน้ำประปาอัษฎางค์ ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พบชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืดคอกลม สีดำ กางเกงยืน ลอยอยู่ในน้ำ จึงลงไปช่วยนำขึ้นมาบนฝั่ง ในสภาพหน้าตาปูดบวม ตามร่างกายมีรอยช้ำไปทั่ว คล้ายกับถูกทำร้ายร่างกาย และมีกลิ่นสุราคละคลุ้ง พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งคาดว่าจะเมาสุราหนัก


ดื่มน้ำเมา (รวมสิ่งเสพติดทุกชนิด) มีโทษ ๖

๑. เสียทรัพย์
๒.ก่อการทะเลาะวิวาท
๓.เกิดโรค
๔.ต้องติเตียน
๕. ไม่รู้จักอาย
๖.ทอนกำลังปัญญา

ที.ปาฏิ.11/196

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 20:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


@ เว้นจากสุราเมรัยและของมึนเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ไม่เสพของมึนเมา; จับเอาสาระว่า ความประพฤติหรือการดำเนินชีวิต ที่ปราศจากความประมาทพลั้งพลาดมัวเมาเนื่องจากการใช้สิ่งเสพติดที่ทำให้เสียสติสัมปชัญญะ


อาชญากรรมที่ร้ายแรงแทบทั้งหมด เป็นเรื่องของการละเมิดศีล ๕
ในสังคมที่มากด้วยการสังหารผลาญชีวิต การปองร้าย การทำร้ายกัน
การลักขโมย ปล้นแย่งชิง
การทำความผิดทางเพศ มีคดีฆาตกรรม โจรกรรมการ ข่มขืน หลอกลวง
การเสพของมึนเมา และสิ่งเสพติด ตลอดจนการก่อปัญหา และอุบัติเหตุต่างๆ เนื่องมาจากของมึนเมา และสิ่งเสพติดเหล่านั้น ระบาดแพร่หลายทั่วไป

ชีวิตและทรัพย์สินไม่ปลอดภัย จะอยู่ไหนหรือไปที่ไหน ก็ไม่มีความมั่นใจ เต็มไปด้วยความห่วงใย วิตกกังวล จิตใจหวาดผวาบ่อย ๆ
ผู้คนพบเห็นกัน แทนที่จะอบอุ่นใจ ก็หวาดระแวงกันอยู่กันไม่เป็นปกติสุข
สุขภาพจิตของประชาชน ย่อมเสื่อมโทรม ยากที่จะพัฒนาคุณภาพ และสมรรถภาพของจิต

ในเวลาเดียวกัน สังคมเช่นนั้น ก็ไม่เป็นสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม และการพัฒนาใดๆ เพราะมัววุ่นวายระส่ำระสาย ยุ่งแต่กับการแก้ปัญหา และมีแต่กิจกรรมที่บ่อนทำลายสังคมให้เสื่อมโทรมลงไป

โดยนัยนี้ การขาดศีล ๕ จะเนื่องมาจากเหตุใดก็ตาม จึงเป็นมาตรฐานวัดความเสื่อมโทรมของสังคม

ส่วนสภาพพฤติกรรม และการดำเนินชีวิตที่ตรงข้ามจากนี้นั่นแหละ คือ การมีศีล ๕

ดังนั้น ศีล ๕ จึงเป็นเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่ำที่สุดของความประพฤติมนุษย์ สำหรับรักษาสภาพแวดล้อมทางสังคม ให้อยู่ในภาวะเกื้อกูล เป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตที่ดีงาม และการพัฒนาที่สูงขึ้นไป

(ศีล=>เพื่อสมาธิ => สมาธิเพื่อปัญญา => ปัญญาเพื่อวิมุตติ)


มรรคมีองค์ ๘ ย่อเข้าใน ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเรียกว่า ไตรสิกขา

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 20:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พิธีฌาปนกิจเหยื่อรถทัวร์มรณะด้วยวิธีเผาแบบเชิงตะกอน หรือกองฟอนพร้อมแล้วที่จะประกอบพิธีกรรมในบ่ายวันนี้
ขณะที่เหยื่อผู้รอดชีวิตแฉว่า คนขับรถที่เสพยาบ้าตั้งใจที่จะฆ่ายกทัวร์ เห็นคนขับทิ้งพวงมาลัยก่อนจะวิ่งหนีออกทางประตูฉุกเฉิน

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_882727

บุกทุบหัวหลวงตาเลือดอาบแน่นิ่งคากุฏิวัดดัง ก่อนฉกกระบะขับเผ่นหนี

https://www.khaosod.co.th/wp-content/up ... 96x403.jpg

ล่าสุดทนพิษบาดแผลไม่ไหว มรณภาพแล้ว

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_887173

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2018, 18:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โลกสวย เขียน:
ชาวพุทธทั่วไป ก็จะรู้แค่ว่า อบายมุข เป็นเหตุแห่งเครืองฉิบหาย

เพราะไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะไม่รู้ว่า เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลจิตได้

แม้นแต่ อวิชชา

ก็ยังเป็น ปัจจัย แก่กุสลจิต 17 เจตสิก 38
ด้วนอำนาจ 2 ปัจจัย

อวิชชา เป็น ปัจจัย แก่ มหากุสลจิต 8 เจตสิก 38 ดวง
ด้วยอำนาจ
อารัมมณปัจจัย
ปกตูปนิสยปัจจัย

อวิชชายังเป็น ปัจจัย แก่ มหัคคตกุสลจิต 9 เจตสิก 35
ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสยปัจจัย



สาวเมาจะกลับบ้าน!! ชายอ้างการ์ดร้าน ช่วยพาขึ้นแท็กซี่ หื่นลากเข้าป่า-สะบักสะบอม

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_885211

ผีตัวที่หนึ่ง ชอบดื่มสุราเป็นอาจิณ ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร

ผีตัวที่สอง ชอบท่องเที่ยวยามวิกาล ไม่รักลูกรักบ้านของตน

อ้างคำพูด:
ตนเองพร้อมเพื่อนๆและผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปเที่ยวที่โรงเหล้าแสงจันทร์นวนคร เมื่อเวลา 01.00 น. เมื่อร้านปิดก็กำลังจะกลับห้องพัก แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเมามาก

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 64 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร