วันเวลาปัจจุบัน 18 ม.ค. 2018, 03:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2017, 06:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 2892


 ข้อมูลส่วนตัว


"ถึงจะรับศีลจากพระ
แต่รับเพียงด้วยปาก
ใจไม่ได้คิดงดเว้นอะไร
ก็ไม่เกิดเป็นศีลขึ้น
ถึงไม่ได้รับศีลจากพระ
แต่มีใจงดเว้น ก็เกิดเป็นศีลได้"
-:- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ -:-




"คนไม่เคยผิด คือคนไม่เคยทำอะไรเสียเลย
แต่รู้ว่าผิดแล้ว พยายามแก้ เป็นบัณฑิต
รู้ว่าผิด แล้วยังฝืนทำ เป็นคนพาล"
-:- หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม -:-




“คนที่จดจำความไม่ดีของคนอื่น
เอาไว้เยอะๆ มักหาความสุข ไม่ค่อยได้”
-:- พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล -:-




เราหาความเที่ยงถาวรที่ไหนในโลกธาตุนี้
เห็นไหมนั่น องค์นั้นตายไปองค์นี้ตายไป
คนนั้นตายไปคนนี้ตายไป เราจะอยู่ค้ำฟ้าได้เหรอ
ทำไมจึงไม่วิ่งเต้นขวนขวายหาสารคุณเสียตั้งแต่บัดนี้
เสียดายอะไรในแดนสมมุติแดนป่าช้าแห่งการเกิดตายนี้
กิเลสพาคนให้วิเศษวิโสอย่างไรบ้าง
ขึ้นชื่อว่ากิเลสแล้วไม่ว่าตัวใดต้องเป็นพิษเป็นภัย
เป็นเสนียดจัญไรต่อจิตใจและมรรยาทแห่งการแสดงออก
อันดีงามทุกแง่ทุกมุม และกีดขวางธรรมทั้งนั้น
ไม่ใช่เป็นของดีพอที่จะทะนุถนอม
ลืมเนื้อลืมตัวไปตามมันตลอดไปดังที่เป็นอยู่นี้
..........................................................................
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
(เข้าสู่แดนอวกาศของจิตของธรรม หน้า ๑๕๙–๑๖๐)




คนเรามีขา ๒ ขาก็จริง แต่เราต้องเดินทีละขา ถ้าใครเดินทีเดียว ๒ ขาก็ก้าวไปไม่รอด หรือจะเดินแค่ขาเดียวก็ไปไม่ได้ เมื่อขาขวาหยุดขาซ้ายก็ต้องก้าว เมื่อขาซ้ายหยุด ขาขวาก็ต้องก้าว ต้องหยุดขาหนึ่ง จึงจะมีกำลัง เพราะกำลังอยู่กับขาข้างที่หยุด ขาที่เก้าไปนั้นไม่มีกำลังดอก ต้องหยุดเสียก่อนข้างหนึ่ง แล้วก้าวไปข้างหนึ่ง จึงจะช่วยประคับประคองกันได้ มิฉะนั้น ก็ไม่มีหลัก ต้องล้มกลิ้ง ไม่เชื่อใครลองเดินพร้อมกันทีละ ๒ ขาดูบ้างซิว่าจะไปได้ตลอดไหม
ฉันใด สมถะ วิปัสสนา ก็ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดำเนินปฏิบัติเช่นเดียวกัน ต้องทำใจหยุดให้เป็น "สมถะ" เสียก่อนแล้วจึงก้าวไปพิจารณาเป็น "วิปัสสนา" อารมณ์ก็เกิดเป็นปัญญา ปล่อยอารมณ์นั้นได้ก็เป็น "วิมุติ" การหยุดเป็นเหตุให้ได้กำลังเกิดวิชา เกิดปัญญา (อัปปนาจิต) รู้ได้ทั้งทางโลกและธรรมเป็นตัวอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ก็เข้าสู่โลกุตรธรรม.
ท่านพ่อลี ธัมมธโร



ให้เอาอย่างพระพุทธเจ้า
ที่ท่านฝึกตนเองมา ๖ ปีโน่น
ถึงได้ตรัสรู้ ท่านเปลี่ยนอยู่อย่างนั้น
พระพุทธองค์ท่านแค่บอกทางเท่านั้น
แต่ตรงที่เราจะเดิน เราต้องทำเอาเอง
ถ้าจะให้ครูบาอาจารย์ท่านทำให้น่ะ
โอ๊ย...ไม่มีล่ะ มีแต่เราทำเอาเองนะ
ผมว่าหากจะทำเอาจริงๆมันก็ต้องได้แน่ล่ะ
ยากแสนยากแค่ไหนมันก็ไม่พ้นความพยายามไปได้
เปรียบเหมือนเช่นภูเขานี่ สูงแสนสูงยังไง
มันก็อยู่ใต้ฝ่าเท้าของผู้ที่ขึ้นไปเหยียบมันนั่นล่ะ
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๙





โยมแม่ท่านไม่ชอบกิริยาของพระลูกชาย บางทีโยมแม่ท่าน ก็พูดว่า
“เรียบร้อยหน่อยซิลูก คนเขาจะว่าเอา เราบวชมาแล้ว แม่อายเขา คำว่า ไอ้ควาย... เย็ดแม่งมึง... ไอ้ห่า... ไอ้*... ไม่พูดไม่ได้เหรอ...ลูก ยิ่งเวลาอาจารย์ถวิลมาหา ยิ่งพูดจนญาติโยมเขาหนีกันหมด แม่ก็รู้อยู่ว่าเป็นคนคอเดียวกัน พวกเดียวกัน บ้านเกิดเดียวกัน แต่แม่กลัวคนเขาจะว่าเอา แม่รู้อยู่ว่ากิริยาท่าทางเป็นอย่างงี้ แต่จิตใจดี ทำกายวาจาให้ดีด้วยไม่ได้หรือ...ลูก?”
โยมแม่ท่านพูดอย่างนั้น ท่านก็นิ่งไปพักหนึ่ง ท่านก็พูดว่า
“โยมแม่ นิสัยนี้มันติดมาตั้งแต่ยังไม่เกิดโน่น มิใช่มันเพิ่งจะอุตริมาเป็นเอาตอนเกิดแล้ว จะให้แก้ยังไง ก็มันเป็นมาก่อนเกิด ถ้ามันเป็นหลังเกิด ก็พอแก้ได้อยู่ แต่นิสัยนี้มันติดมาในขันธสันดานเสียแล้ว แก้ไม่ได้หรอก”
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท




เราหวังพระนิพพานด้วยความเพียรเท่าฝ่ามือ!
ลองคิดดูสิ กิเลสเท่ามหาสมุทรแต่ความเพียรเท่าฝ่ามือ
มันห่างไกลกันขนาดไหน คนสมัยนี้
เพียงใช้ฝ่ามือแตะมหาสมุทร ทำความเพียรเพียงเล็กน้อย
แต่หมายมั่นปั้นมือว่าจะข้ามโลกสงสาร
.
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร