วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.พ. 2020, 04:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 469 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 28, 29, 30, 31, 32  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2020, 17:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32420

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... 2993663896

รูปภาพ


ป้าชาวอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
ค้ำประกันให้ลูกชายวัยหนุ่มของเพื่อนบ้าน เพื่อซื้อ จยย. เป็นเงิน 6 หมื่นกว่าบาท

ตามเอกสาร เด็กหนุ่มวัย 23ปี ไม่จ่ายเงินสักงวด จนหนี้พอกพูน กลายเป็นเงิน 8 หมื่นบาท

บริษัท รถจยย. จ้างทนายความให้ทวงหนี้ และยึดคืน

ขั้นตอนสำคัญคือการไกล่เกลี่ย ตรงที่ว่า ศาลนัดไปไกล่เกลี่ย แต่แม่ของคนซื้อรถ มาหาป้า แล้วบอกว่าให้ป้าเซ็นต์มอบอำนาจให้เลย จะไปเจรจากับทนายเอง

ป้าเซ็นมอบให้อำนาจจริงเพราะไว้ใจเพื่อนบ้านมากๆ

ปรากฎว่าในการไกล่เกลี่ย คนดาวน์ หรือซื้อรถ จะยอมจ่ายเดือนละ 1,500 จากปกติ1,700 แต่ถึงที่สุดก็จ่ายไม่ได้

มันสำคัญตรงนี้ว่า เมื่อจ่ายไม่ได้ ถือว่าผิดสัญญา ดังนั้นที่ไกล่เกลี่ยไว้ ทำให้ป้าต้องหาเงินมาจ่ายหนี้แทน เพราะเป็นคนค้ำ

ทนายของร้านจยย. สืบทรัพย์ และทราบว่าป้ามีที่ดิน 13 ไร่ จึงไปบังคับคดี ให้ขายที่ 13 ไร่ ซึ่งปรากฎว่า สำนักงานบังคับคดีขายในราคาประมาณ 3 แสน 4 หมื่นบาท

ทนายคู่กรณี เอาเงิน 8 หมื่นให้ร้าน จยย. เงินที่เหลือจาก 8 หมื่น คือราว 2 แสนกว่า ก็คืนให้ป้า โดยฝากไว้ที่สำนักงานบังคับคดีนางรอง จ.บุรีรัมย์

ซึ่งป้าไม่ไปรับ เพราะไม่ต้องการขายที่ดินเลย

(เงินนี้จะอยู่ ที่สำนักงานบังคับคดี 5 ปี หากไม่ไปรับ จะตกเป็นของแผ่นดิน)

ป้าเสียใจมาก เสียรู้ที่ต้องไปค้ำประกันให้เพื่อนบ้าน และเสียที่ดินจากการถูกยึดบังคับขายทอดตลาด โดยป้าไม่มีสิทธิ์คัดค้าน

ในวันขายทอดตลาด หรือประมูลซื้อ ปรากฎว่า ทนายของร้าน จยย. เป็นคนซื้อเอง ซึ่งป้าเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศในห้องนั้นประมูลว่า "แม้แต่พนักงานในสำนักงานบังคับคดียังอึ้งและถามว่า "ท่านซื้อเองเลยเหรอ" "

ตามกฎหมาย ไม่มีข้อห้ามผู้ซื้อทรัพย์ จากการบังคับคดีนะครับ ตาสี ตาสา คุณนาย คุณหญิง คุณท่าน พณฯท่าน หรือท่าน ก็ซื้อได้ ดังนั้น ทนายคนนี้ จึงซื้อทรัพย์ ที่ตัวเองไปเดินเรื่องยึดทรัพย์มาคืนค่ารถจยย.

ป้าวิ่งตามทนาย เพื่อถามว่า "ท่าน ฉันขอซื้อคืนได้ไหม ทนายของร้าน จยย.บอกว่า มีเงินไหมละตอนนี้ ป้าบอกว่ายังไม่มี ทนายบอกว่า งั้นไม่ต้องคุยกัน"

ตอนหลังป้าโทรไปถามทนายของร้าน จยย.ใหม่ เพื่อขอซื้อ ทนาย บอกว่าจะขาย 4 ล้าน

4 ล้าน !!!!!

ที่ดินป้าทั้งหมด 13 ไร่ มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เพราะป้าขายที่ดินโดยยังไม่แยกโฉนดให้เพื่อนบ้าน 5 ครอบครัว และขายมามากกว่า 10 ปีแล้ว

แต่เมื่อยังไม่แยกโฉนด ทำให้ที่ดินถูกยึดทั้งผืน หมายความว่า 5 ครอบครัวที่ซื้อที่ดินป้า ก็จะไม่มีที่อยู่

แน่นอน การซื้อตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะชอบโดยกฎหมาย เพราะซื้อจากสำนักงานบังคับคดี ที่คดีสิ้นสุด

และยังซื้อได้ในราคาถูก คือซื้อจากราคาประเมิน ราวๆ 3 แสน จากจำนวน 13 ไร่ แต่พอทนายจะขายคืน กลับจะขาย 4 ล้าน
ซึ่งแน่นอนไม่ใช่การขายจริง แต่เป็นการเรียกราคา เพื่อให้ป้า ไม่มีโอกาสซื้อคืน

-ป้าไว้ใจ ค้ำให้เพื่อนบ้าน แล้วถูกเบี้ยว คือความไม่รู้ของชาวบ้าน และความไว้ใจของชาวบ้าน นี่คือความเหลื่อมล้ำที่ หนึ่ง

-ป้าเข้าไม่ถึงกฎหมาย ไม่เข้าใจขั้นตอนคัดค้าน หรือต่อสู้ นี่คือความเหลื่อมล้ำที่ สอง

-ป้าไม่มีเงินซื้อคืน ณ เวลานั้น คือความเหลื่อมล้ำที่ สาม

-และอีกหลายๆ ความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่

แต่แทบไม่น่าเชื่อ คนที่มีความรู้อย่าง ทนายของบริษัท จยย. กลับไม่คิดว่านี่คือความเหลื่อมล้ำของสังคม ไม่คิดว่านี่คือความไม่รู้ของคนบ้านๆ

ตรงกันข้าม เขากลับหาช่องทาง กว้านซื้อที่ดินของป้า ในราคาถูก โดยใช้คำว่า "ซื้อโดยชอบด้วยกฎหมาย " เป็นฉากบังหน้า

น่าสลดใจยิ่งนัก ที่ป้าต้องถูกบีบให้เข้าสู่มุมอับ มุมมืด

ไม่มีอะไรน่าสลดใจเท่าอาชญากรรมและการเอาเปรียบ ที่มาในรูปแบบของกฎหมาย

รอดูว่า "ป้า" จะมีชะตาอย่างไร

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2020, 13:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6723

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
ศาสนาแปลว่าคำสอน
พระพุทธเจ้ายกคำสอนขึ้นแทนพระองค์
ถ้าไม่ศึกษาคำสอนให้ตรงทีละ1ทางจะไม่มีใครคิดถูก
เพราะคำของพระองค์ไม่เหมือนที่คนทั่วไปคิดเข้าใจไหมคะเพราะว่า
คำสอนเกิดจากทศพลญาณที่มีได้กาลละ1คนทั้งจักรวาลนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าพระองค์ที่2
และพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่มีเกิดขึ้นแน่นอนในยุคที่ยังมีคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแพร่อยู่
และผู้มีปัญญารองจากตถาคตมีแค่1คนและผู้มีฤทธิ์รองจากตถาคตมีแค่1คนคืออัครสาวกเกิดมีตามตถาคต
การศึกษาความจริงต้องสะสมปัญญาตรงจริงตามลำดับตรงปัจจุบันไม่มีใครสอนใครได้เพราะคิดไปต่างๆกัน
และตถาคตไม่ได้สอนให้ใครไปทำอะไรตามๆกันโดยไม่ฟังเหตุผลคำของตถาคตไม่มีใครฟังแล้วคิดแทนกัน
ไม่เห็นหรือคะท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีรวยขนาดนั้นยังจ้างลูกชายให้ไปเงี่ยหูฟังแล้วจดจำเนื้อความมาเล่า
ถามจริงๆเถอะค่ะที่มีการสนทนาซักถามกันให้รู้จักคิดเนี่ยเคยไตร่ตรองเหตุผลแล้วรู้สึกตัวหรือยังว่ามีกิเลส
ถ้าไม่รู้สึกตัวว่ามีกิเลสแสดงว่าไม่รู้ตัวว่ามีอวิชชาย่อมไม่มีปัญญาใดๆเกิดเพิ่มได้เพราะปัญญารู้จักกิเลสดีค่ะ
:b32: :b32: :b32:
onion onion onion

กรุณาช่วยตัวเองให้สนใจคิดไตร่ตรองตามเพื่อรู้จักกิเลสในจิตตนเองก่อนตราบใดยังคิดแย้งแปลว่ามีกิเลส
ตถาคตไม่เคยทะเลาะกับชาวโลกมีแต่กิเลสของชาวโลกที่ทุ่มเถียงตถาคตส่วนคนบอกกล่าวแทนเราตถาคต
:b8:
ฟังบ้างนะจะได้สะกิดเปลือกกิเลสออกจากใจได้บ้างค่ะ
https://youtu.be/hW5i-mHWiu0
:b32: :b32:



อ่าน คคห.คุณโรสศิษย์แม่สุจินทีไรขำทุกที :b32:

ตถาคตสอนชาวโลก สอนคนนี่แหละ จริงไม่จริง ตอบ

1. ไม่จริง
2. จริง

ตอบข้อไหน 1 หรือ 2

ตอบประเด็นที่ถามนะ อย่าแถไปเรื่องพระรับเงินอีกล่ะ คิกๆๆ


:b32:
ตอนที่พระพุทธเจ้าเทศนาธรรมครั้งแรก
คนแรกที่บรรลุคือพระอัญญาโกณธัญญะ
ทรงแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคี5คนทรงเป็นครูผู้สอนใคร
1คนที่บรรลุพร้อมกับเทวดาและพรหมอีกกี่โกฏิไปหามาสิ
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2020, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32420

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

ตอนที่พระพุทธเจ้าเทศนาธรรมครั้งแรก
คนแรกที่บรรลุคือพระอัญญาโกณธัญญะ
ทรงแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคี5คนทรงเป็นครูผู้สอนใคร
1คนที่บรรลุพร้อมกับเทวดาและพรหมอีกกี่โกฏิไปหามาสิ


ก็ยังตอบไม่ตรงคำถามอยู่ดี :b32: ถามใหม่

โกณทัญญะ เป็นคน ใช่ ไม่ใช่ ตอบ
1.เป็นคน
2.ไม่ใช่คน

ข้อไหน 1 หรือ 2

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2020, 10:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32420

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความคืบหน้ากรณีนางวัฒนา คงงาม หรือ ป้าวรรณ ชาวบ้านตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกจับข้อหาบุกรุกบ้านตัวเอง เพราะไว้ใจคนรู้จักไปค้ำประกันซื้อรถจักรยานยนต์ในราคา 80,000 บาท แต่กลับถูกทนายยึดบ้านและที่ดิน 14 ไร่ จนหมดตัว ก่อนนำบ้านและที่ดินที่ถูกยึด ไปขายทอดตลาด โดยทนายความคู่กรณีเป็นคนประมูลไปในราคา 340,000 บาท แต่จะให้ซื้อคืนในราคา 4,000,000 บาท ทั้งยังฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้านภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563

ต่อมา ป้าวรรณ ได้ไปร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์, สภาทนายความ และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนางรอง เพราะถือเป็นความไม่รู้กฎหมายของชาวบ้าน ทางสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนางรอง ได้นัดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยที่สำนักงานบังคับคดี เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) เป็นการเจรจาประนีประนอมภายหลังการขายทอดตลาด

ล่าสุด นายรังสรรค์ วาลีประโคน ทนายความที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือป้าวัฒนา เปิดเผยว่า การเจรจาเป็นไปด้วยดี โดยมีเจ้าพนักงานบังคับคดี ประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ และกรรมการสภาฯ มาเป็นตัวแทนในการไกลเกลี่ย ระหว่างป้าวรรณ และทนายคู่กรณี กระทั่งสองฝ่ายตกลงกันได้ โดยฝ่ายคู่กรณียินยอมขายที่ดินคืนให้ป้าวรรณในราคาประมูล ถือว่าไม่เอาเปรียบ ส่งผลให้การเจรจาเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย.

https://www.one31.net/news/detail/17919 ... g.facebook

ข้อคิดในกรณีนี้ ถ้าผู้ถูกเอาเปรียบปล่อยให้เรื่องเงียบก้มหน้าก้มตารับกรรม (กรรมอย่างที่เข้าใจกัน) เรียบร้อยโรงเรียนเขาแล้ว

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 469 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 28, 29, 30, 31, 32

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร